แม้ว่าจะเพิ่งกลับมาบ้านแต่เื่ที่หลินลั่วหรานจะต้องทำนั้นมีอีกมากมาย
อย่างแรกก็คือเื่ของเป่าเจียเธอสามารถปิดบังพ่อและแม่ของตัวเองได้แต่ก็จำเป็ที่จะต้องไปบอกกับผู้บังคับบัญชาฉิน ดังนั้นหลินลั่วหรานจึงออกไปยังสถานที่พักนายทหารั้แ่เช้าผู้บังคับบัญชาฉินที่ ‘ลาออกด้วยเหตุผลทางสุขภาพ’ยังคงอาศัยอยู่ในตึกแห่งนั้น แม้ว่าเขาจะลาออกมาแล้วแต่ความสัมพันธ์ที่มีกับกองทหารก็ยังคงอยู่ ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าทำอะไรเขา
และนั่นก็ทำให้หลินลั่วหรานเข้ามายังสถานที่พักนายทหารได้อย่างราบรื่นเมื่อมาถึงหน้าตึกของผู้บังคับบัญชาฉินก็เห็นว่าคนแก่กำลังต่อยมวยอยู่ที่บริเวณสนามหญ้าหลินลั่วหรานจึงไม่ได้เข้าไปรบกวนเขา เพียงแต่แอบเข้าไปยืนอยู่ข้างๆรอจนผู้บังคับบัญชาฉินออกกำลังกายตอนเช้าเสร็จเรียบร้อย
ดูเหมือนว่ามวยที่คนแก่ใช้ออกกำลังกายอยู่นั้นจะเป็มวยในกองทหาร หลินลั่วหรานเคยได้เรียนรู้การต่อสู้มาจากครูฝึกทำให้เธอคุ้นเคยกับท่าทางของมันดี
แต่แน่นอนว่ามวยที่ผู้บังคับบัญชาฉินกำลังฝึกอยู่กับมวยที่สวยงามแต่ไร้ความสามารถที่เธอเคยฝึกในวันวานนั้น แตกต่างกันอย่างเทียบไม่ได้แม้ว่าหมัดของผู้บังคับบัญชาฉินจะไม่ได้ดูดุดันหรือมีพลังในการฆ่าแต่ก็เห็นได้ว่ามันเป็หมัดที่เต็มไปด้วยพลังและทำให้เห็นเด่นชัดถึงพละกำลังที่ผู้บังคับบัญชาฉินมี
นอกจากลมของมันจะแรงมากแล้วแต่ต้นไม้ต้นหญ้ากลับไม่เคลื่อนไหว ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ดูเหมือนว่าผู้บังคับบัญชาฉินจะเป็ผู้ที่มีความสามารถด้านนี้มากทีเดียว
หลังผู้บังคับบัญชาฉินชกมวยเสร็จแล้วก็รับผ้าขนหนูมาจากมือของลู่ซานชุน และใช้มันเช็ดเหงื่อ
“อ้าว วันนี้ลมอะไรพัดหนูมานี่ได้ล่ะ ยอมมาหาคนแก่อย่างฉันได้แล้วเหรอ?”
หลินลั่วหรานก็ไม่ได้ตั้งใจจะหลบซ่อนตัวอะไรการที่ผู้บังคับบัญชาฉินจะเห็นเธอได้ก็ไม่ใช่เื่แปลก
เธอพูดจายิ้มแย้มออกมาพร้อมกับเรียก ‘คุณปู่ฉิน’ ออกมาอย่างว่าง่ายเธอพูดจาออดอ้อนเสียงหวานออกมาเสียจนวูบโหวงในท้องผู้บังคับบัญชาฉินถึงได้ยอมปล่อยเธอ
เมื่อนับเวลาดูแล้วเธอก็ไม่ได้เจอกับท่านผู้บังคับบัญชาเขียนมานานมากทีเดียว เธออยู่ในสระเืกว่าสามปี ผู้บังคับบัญชาฉินก็มีอายุที่มากขึ้นแล้วแต่ตอนนี้เขากลับดูเหมือนว่าจะไม่ได้แก่ขึ้นเลยสักนิด? เป็เพราะว่าโสมประหลาดที่นักปราชญ์ผู้บ้าคลั่งเคยให้เขาหรือเป็เพราะวิธีการฝึกมวยประจำตระกูลก็ไม่อาจทราบได้หลินลั่วหรานรู้สึกสนใจในเื่นี้มากเนื่องจากเธอ้าจะช่วยยืดอายุของแม่ที่ไม่สามารถฝึกศาสตร์ได้ให้ยาวออกไป
แน่นอนว่าเื่นี้ก็คงจะต้องไปหาหลังจากนี้ทั้งสองเข้ามาในตัวบ้านด้วยกัน หลินลั่วหรานไม่กล้าจะนำของจากโลกแห่งการฝึกศาสตร์ให้เขาโดยไม่คิดให้ดีก่อนอีกทั้งชาต้าหงเผ้าที่เธอไปขโมยมาจากเขาอู่อี๋ก็เติบโตได้ดีในพื้นที่ลึกลับของเธอแล้วหลินลั่วหรานเคยเก็บมันมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว และเพราะความพิเศษของพื้นที่ลึกลับทำให้ใบชาสดเ่าั้สามารถเก็บเอาไว้ได้นานกว่าปกติ เธอจึงเก็บเอาไว้มากมายเธอตั้งใจว่าจะหาอาจารย์คนหนึ่งมาทำการคั่วใบชาให้จึงไปรบกวนให้เสี่ยซุยช่วยติดต่อแต่ก็เกือบจะถูกอาจารย์คนนั้นแจ้งตำรวจจับอยู่แล้ว ใบชาของเธอต่างก็ถูกเก็บเอาไว้ใน่ที่สดใหม่ที่สุดเป็ชาที่เก็บก่อนหน้าฝนอย่างได้มาตรฐาน ปัญหาก็คือ ตอนนี้มันเป็ฤดูใบไม้ร่วงแล้วแล้วจะสามารถไปหาใบชาแบบนี้มาได้จากที่ไหน?
แม้ว่าอาจารย์คนนั้นจะไม่เคยัักับชาแม่พันธุ์ต้าหงเผ้ามาก่อนแต่เขาเองก็มีความสามารถในการแยกแยะชาได้เป็อย่างดีเขารู้ถึงคุณภาพของใบชาเหล่านี้ จึงอดที่จะสงสัยขึ้นมาไม่ได้ ดังนั้นหากเขาจะใสงสัยขึ้นมาก็ไม่ใช่เื่แปลก
ในตอนนั้นก็ยังคงได้ชื่อของเสียซุยในการรับประกันเอาไว้จึงผ่านมาได้แต่ในตอนนี้หลินลั่วหรานก็ยังไม่ได้รับใบชากลับมา
ความล้ำค่าของชาต้าหงเผ้านั้นเมื่อเทียบกันกับชาทั่วไปแล้ว ทำให้ต้องมีวิธีการในการคั่วที่ซับซ้อนกว่าปกติ ต้องผ่านการตากแดดตากในร่ม พักชา คั่วชา คลึงชา คั่วซ้ำ คลึงซ้ำ อบไอน้ำ สีชา พักเย็น คัดชาอบไอน้ำอีกครั้ง สีชาอีกครั้ง และให้ความร้อน ทุกๆขั้นตอนต่างก็ไม่สามารถจะขาดไปได้เลยอีกทั้งตอนนี้่เวลาในการคั่วชาก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว หากว่า้าจะคั่วชาออกมาให้ดีหลินลั่วหรานก็ต้องรอนานเสียหน่อย
ดังนั้นสิ่งที่หลินลั่วหรานมอบให้กับเขาไปความจริงแล้วก็คือใบชาที่มู่เหล่าให้เธอมาเธอจัดการนำเอาส่วนสุดท้ายที่เธอมีมอบให้กับท่านผู้บังคับบัญชาฉินไป
“เป็ชาที่ดีนี่” ท่านผู้บังคับบัญชาฉินพูดขึ้นเขาพอใจกับของขวัญที่ได้รับมากทีเดียว
หลินลั่วหรานไม่ได้บอกเขาออกไปว่ามันคือชาแม่พันธุ์ต้าหงเผ้า เพราะว่าเขามีความคิดหัวโบราณปัจจุบันชาแม่พันธุ์ต้าหงเผ้านั้นถูกสั่งห้ามเก็บ ดังนั้นชาพวกนี้ก็ถือได้ว่าอาศัยช่องว่างของประเทศในการนำออกมา หลินลั่วหรานจึงคิดว่าหากบอกออกไปผู้บังคับบัญชาฉินก็อาจจะไม่รับมัน
หลินลั่วหรานเล่าเื่ของเป่าเจียออกมาด้วยความไม่สบายใจมือที่ถือแก้วชาของผู้บังคับบัญชาฉินนิ่งไป เขาดูกังวลอย่างเห็นได้ชัดแต่สุดท้ายเขากลับถามออกมาเพียงแค่ประโยคเดียว
“...ท่านผู้าุโ เขายังสบายดีไหม?”
แม้ว่าความสัมพันธ์ของนักปราชญ์ผู้บ้าคลั่งและตระกูลฉินนั้นจะหยั่งลึกมากเพียงใดแต่เป่าเจียเป็หลานสาวคนเดียวของผู้บังคับบัญชาฉินในตอนนี้เขาไม่ได้้าจะถามถึงเื่ของเป่าเจียก่อนเหรอ? หลินลั่วหรานกดความใเอาไว้ ก่อนที่จะเล่าเื่ของนักปราชญ์ผู้บ้าคลั่งออกมาอย่างละเอียดคิ้วที่ขมวดแน่นเข้าหากันของท่านผู้บังคับบัญชาฉินค่อยๆ คลายออก ก่อนที่ความกังวลจะเปลี่ยนเป็รอยยิ้มในที่สุด
“หนูหลิน หนูอยากถามหรือเปล่าว่าทำไมฉันถึงไม่ถามถึงเื่ของเป่าเจีย?”ผู้บังคับบัญชาฉินยิ้มจนตาหยี อีกทั้งยังส่งสายตาซุกซนมาให้ เขาดูเหมือนกับครั้งแรกที่เธอได้พบกับเขาหลายปีที่ผ่านมาเขาต้องถูกตระกูลโจวคอยตามล้างแค้น และ ‘ลาออกด้วยปัญหาทางสุขภาพ’แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ดูแก่ลงไปเลยสักนิด
ความจริงแล้วหลินลั่วหรานรู้สึกผิดมากไม่เพียงแค่เพราะเธอเป็คนพาเป่าเจียไปแอฟริกา แต่ที่เป่าเจียเข้ามาฝึกศาสตร์ก็เป็เพราะเธอเช่นกันความจริงผู้บังคับบัญชาฉินอยากจะให้เป่าเจียฝึกศาสตร์เธอเองก็อยากจะให้เพื่อนรักได้เข้ามาในทางเส้นนี้เช่นกันแต่ว่าไม่เคยมีใครถามเลยว่า เป่าเจียยินดีที่จะเข้ามาในทางเส้นนี้หรือเปล่า
ตอนนี้หากเป่าเจียไม่ฟื้นขึ้นมาเธอก็คงไม่มีโอกาสได้ถามอีก
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากถาม เพียงแต่ตอนนี้เป่าเจียได้เข้าสู่การฝึกศาสตร์แล้วดังนั้นฉันคงไม่สามารถปกป้องเธอไปตลอดทั้งชีวิตได้ใช่ไหม? ...สุดท้ายแล้ว อย่างไรเธอก็ต้องโบยบินออกจากอ้อมอกของฉันไป ไม่ว่าช้าหรือเร็วก็คงไม่มีอะไรต่างกัน?แม้ว่าเธอจะตายไปก่อนฉันอีกไม่กี่ปีตัวฉันก็คงจะตามไปอยู่เคียงข้างเธอแล้ว ถ้าหากว่าโชคดีไม่ตายและมีโอกาสได้เข้าไปเสาะหาเส้นทางแห่งเทพจริง ก็ยังมีหนูอยู่ด้วยแค่นั้นฉันก็สบายใจแล้ว...”
น้ำเสียงของท่านผู้บังคับบัญชาฉินไร้ซึ่งความอึดอัดเขาค่อยๆ สรุปออกมาอย่างช้าๆ
“เส้นทางของเป่าเจียเป็เส้นทางที่ฉันไม่สามารถอยู่ร่วมต่อไปได้อีกแล้ว ดังนั้นไม่ต้องไปคิดถึงอย่างอื่น...แม้ว่าเธอจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับสมองอันว่างเปล่าหากฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันก็จะอยู่ดูแลเธอต่อไปในทุกๆ วันถ้าหากว่าวันไหนที่ฉันตายไปแล้ว ก็คงต้องรบกวนให้หนูช่วยดูแลดังนั้นหนูไม่ต้องกังวล และก็ไม่ต้องรู้สึกผิดไปหรอก ทุกๆเส้นทางของแต่ละคนต่างก็ต้องมีเื่ร้ายๆ เข้ามา ก็เหมือนกับการต่อสู้ของฉันในตอนนั้นฉันถูกลูกะุยิงเข้ามาตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้วแถมนั่นยังเป็เพียงแค่การต่อสู้ในา มันคือการตามหาการฝึกเทพที่เหนือธรรมชาติ...ทำไมจะลองเสี่ยงดูบ้างไม่ได้ล่ะ?”
ผู้บังคับบัญชาฉินพูดออกมาอย่างช้าๆหลินลั่วหรานไม่เคยเห็นใครมีความคิดแบบนี้กับการฝึกเทพมาก่อน เธอจึงค่อยๆตกเข้าสู่ห้วงความคิด
แม้ว่าท่านผู้บังคับบัญชาฉินจะไม่ใช่นักฝึกศาสตร์แต่เขาก็ได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตท่ามกลางามาแล้วชีวิตของเขาเองก็มีเื่ราวมากมายไม่ได้ด้อยไปกว่านักฝึกศาสตร์เลยแม้แต่น้อยในตอนนี้เมื่อได้ฟังความรู้สึกของเขา หลินลั่วหรานก็ได้รับอะไรกลับมามากมาย
การฝึกศาสตร์นั้น้าอะไรบ้าง?
พลัง์ของวิเศษ วิทยายุทธ โชคชะตา?
เกรงว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดจะเป็หัวใจที่กล้าแกร่งต่างหากถ้าหากหลินลั่วหรานจะต้องสูญเสียเสียความเชื่อที่เคยมีก่อนหน้านี้ไปเพราะเป่าเจียได้รับอันตราย และเดินไปบนเส้นทางแห่งการฝึกศาสตร์ด้วยความกลัวบางทีนั่นอาจจะมีแต่เสียกับเสียหรือเปล่า?
ก็เหมือนกับที่ท่านผู้บังคับบัญชาฉินได้พูดไว้แม้ว่าเป่าเจี่ยจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา และกลายเป็คนที่สมองว่าเปล่าขึ้นมาจริงเธอก็ยังคงสามารถที่จะมอบชีวิตที่ดีให้กับเป่าเจียได้เธอไม่มีทางทำให้เป่าเจียได้รับความลำบากดังนั้นแทนที่เธอจะมานั่งรู้สึกผิดและไม่สบายใจอยู่แบบนี้สู้เอาเวลาเ่าั้ไปตามหาไม้รวมจิต แล้วรีบๆ มาช่วยเป่าเจียเสียน่าจะดีกว่า!
หลินลั่วหรานนั่งลงบนโซฟาของบ้านตระกูลฉินคำพูดเ่าั้ของผู้บังคับบัญชาฉินดูธรรมดามาก แต่ตอนนี้มันกลับทำให้เธอคิดขึ้นได้แล้วและรู้สึกราวกับว่ามีสายลมที่พัดผ่านยังแหล่งความคิดของตัวเธอเอง เธอเข้าใจขึ้นมาอย่างกระจ่างแจ้งนานแล้วที่เธอไม่ได้มีความรู้สึกแบบนี้
มีอะไรพัฒนาขึ้นไปเปล่า?
ตอนนี้หลินลั่วหรานไม่ได้ใส่ใจอะไรเ่าั้เลยเธอเพียงแค่กำลังเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกในตอนนี้ก็เท่านั้น
ไม่แปลกเลยที่ผู้คนจะชอบพูดว่ามีคนแก่อยู่ในบ้านก็เหมือนมีพระคุ้มครองการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับพวกผู้ใหญ่ ที่แท้มันก็ให้ผลลัพธ์แบบนี้นี่เอง
