“ท่านผู้าุโตาถึงยิ่งนัก ลมปราณในโลหิตบริสุทธิ์เม็ดนี้สูงเพียงพอที่จะทำให้ท่านอยู่ได้นานเป็พันปี แลกเปลี่ยนกับศัสตราวุธิญญาลึกลับระดับสูงไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน” จูชิงยิ้ม พยายามขายโอสถโลหิตบริสุทธิ์ให้กับเ้าของหลุมศพที่อยู่ตรงหน้า
ผู้ที่ถูกฝังอยู่ที่นี่ล้วนแล้วเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ มีเงินทองมากมาย แค่ศัสตราวุธลึกลับระดับสูงไม่ได้สำคัญเท่าไหร่นักสำหรับพวกเขา
อีกทั้งผู้ที่นำตัวเองมาฝังไว้ในแดนสุสานอัมพรล้วนอยากมีชีวิตใหม่ เพื่อเป้าหมายนั้นพวกเขายอมทำทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเทียบกับการที่จะได้รับชีวิตใหม่แล้วนั้น ศัสตราวุธิญญาลึกลับระดับสูงเพียงชิ้นเดียวไม่มีอะไรควรค่าแก่การกล่าวถึง
“ราชันราชสีห์ทลาย์ เดาว่าน่าจะเป็สัตว์อสูรที่ทรงพลังเป็อย่างมาก” จูชิงอ่านชื่อบนหลุมศพพลางยิ้ม
โดยทั่วไปแล้วสัตว์อสูรจะไม่ขุดหลุมฝังศพตัวเอง แต่ถ้าเป็ในแดนสุสานอัมพรก็พอเข้าใจได้
ในสมัยดึกดำบรรพ์ สัตว์อสูรที่ทรงพลังบางชนิดแข็งแกร่งมากพอที่จะสยบเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็ทาสรับใช้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่มีสัตว์อสูรถูกฝังอยู่ที่นี่ด้วย
“ปึง ปึง ปึง!” จูชิงเอามือตบหลุมศพ
“โฮกกก!” สิงโตคำรณเอ็ดอึงคล้ายกับเป็โทสะ
“ใครบังอาจรบกวนการนอนชั่วนิรันดร์ของข้า ข้าจะกินมันซะ!” กรงเล็บั์พุ่งออกมาจากดินตะปบใส่จูชิง
จูชิงกับจินหลิงเอ๋อร์ใมาก พวกเขาแลกเปลี่ยนกับจอมยุทธ์มาตั้งมากมาย นี่เป็ครั้งแรกที่พบเจอกับสถานการณ์เฉกเช่นนี้
“หลบเร็ว!” จูชิงเข้าสู่สภาวะไร้เงา ดึงจินหลิงเอ๋อร์หายไปในระยะร้อยเมตร หลบกรงเล็บั์ได้อย่างหวุดหวิด
“หืม หลบได้อย่างนั้นรึ!” ราชันราชสีห์ทลาย์ที่อยู่ใต้ดินมองจูชิงด้วยความประหลาดใจ
การถูกฝังอยู่ในแดนสุสานอัมพรทำให้พวกเขาก็ต้องพยายามลดการใช้ลมปราณโดยไม่จำเป็ให้ได้มากที่สุด กรงเล็บนั้นยังเทียบไม่ได้กับหนึ่งในหมื่นส่วนของเศษเสี้ยวพลังด้วยซ้ำ แต่มันก็มากเกินพอที่จะจัดการกับขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้า ทว่าจูชิงกลับหลบกรงเล็บของมันได้เสียอย่างนั้น
“ระหว่างที่ข้าฝังตัวเองลงในแดนสุสานอัมพร พวกมนุษย์แข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้แล้วงั้นรึ?” ราชันราชสีห์ทลาย์แค่นเสียงหึ
สมัยดึกดำบรรพ์ ราชันราชสีห์ทลาย์มีมนุษย์เป็ทาสรับใช้เป็พันเป็หมื่นคน จอมยุทธ์ขั้นหลอมลมปราณหาได้อยู่ในสายตาของมันไม่ ถึงเป็ขั้นเหินนภาก็สามารถฆ่าทิ้งได้ตาม้า
“ท่านผู้าุโเสียมารยาทกับแขกได้อย่างไร” จูชิงขมวดคิ้ว
“แขก? เ้าเนี่ยนะ?” ราชันราชสีห์ทลาย์หัวเราะลั่น
เห็นได้ชัดว่าราชันราชสีห์ทลาย์ไม่ใช่คนที่จะเจรจาด้วยได้ง่ายๆ จูชิงจึงล้มเลิกความคิดที่จะทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนของล้ำค่าโดยพลันทันใด
“พวกเราไปเถอะ!” จูชิงหันหลังพาจินหลิงเอ๋อร์ออกไปจากที่นี่
“คิดจะหนีงั้นรึ เ้าหนู เอาของล้ำค่าของเ้ามาให้ข้าซะ” ราชันราชสีห์ทลาย์แสยะยิ้ม ตะปบกรงเล็บสิงโตอีกครั้ง
“เ้าคิดจะทำอะไร?” จูชิงะโ
“ข้าไม่รู้ว่าเ้ามาจากไหน ทว่าของล้ำค่าของเ้าข้าขอก็แล้วกัน” ราชันราชสีห์ทลาย์แสยะยิ้ม
สองวันที่ผ่านมาจูชิงแลกเปลี่ยนสมบัติล้ำค่ากับจอมยุทธ์สมัยดึกดำบรรพ์หลายคน ถ้าลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าเด็กหนุ่มผู้นี้แม้ขั้นบำเพ็ญเพียรจะไม่สูง แต่มั่งคั่งร่ำรวยไม่น้อย
ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าเปรียบเสมือนกับมดปลวกในสายตาของพวกเขา หากราชันราชสีห์ทลาย์้าฆ่าเด็กหนุ่มก็สามารถทำได้ง่ายดายในหนึ่งลมหายใจ และเมื่อนั้นของทั้งหมดของจูชิงก็จะกลายเป็ของมัน แบบนั้นแล้วจะทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนให้ยุ่งยากไปเพื่ออะไร?
“ส่งปราณบริสุทธิ์กับยาโอสถมาซะดีๆ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า ไม่เช่นนั้น...” ราชันราชสีห์ทลาย์กล่าว
“ไม่เช่นนั้นหน้าเ้าสิ!” ฝักดาบเล่มหนึ่งปรากฏในมือของจูชิง มันสาดแสงสว่างจรัสแจ้ง ปราณดาบพุ่งทะลวงผ่านอากาศปะทะกับกรงเล็บของราชันราชสีห์ทลาย์
“ดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิง...” ราชันราชสีห์ทลาย์ใมาก รีบชักกรงเล็บกลับทันใด
ด้วยพลังของราชันราชสีห์ทลาย์ แน่นอนว่าไม่มีทางกลัวปราณดาบ นอกเสียจากว่ามันจะเป็ปราณดาบของดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิง
ในแดนสุสานอัมพรนี้ ลมปราณทุกเส้นสายมีค่าสุดแสน ถ้าราชันราชสีห์ทลาย์ต้องปะทะกับปราณดาบ มันจะต้องใช้ลมปราณจำนวนมหาศาล
มันฆ่าจูชิงได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ต้องพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่!
“ไอ้บัดซบเนี่ยฉางเฟิงให้ฝักดาบกับเ้างั้นรึ เ้าทำข้อตกลงอะไรกับเขา?” ราชันราชสีห์ทลาย์ถาม
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเ้า?” จูชิงมองหลุมศพของราชันราชสีห์ทลาย์อย่างระแวดระวัง
“เ้าอยากแลกเปลี่ยนกับข้าไม่ใช่รึ ข้าจะแลกเปลี่ยนกับเ้า!” จู่ๆ ราชันราชสีห์ทลาย์ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือคล้ายกับ้าทำข้อตกลงกับจูชิงจริงๆ
ทว่าจูชิงหรือจะเชื่อใจยอมทำข้อตกลงกับราชันราชสีห์ทลาย์ ถ้าเข้าไปใกล้แล้วราชันราชสีห์ทลาย์เกิดตะปบกรงเล็บอีกครั้ง มีหวังถูกฆ่าตายกลายเป็หมอกโลหิตเป็แน่แท้
ราชันราชสีห์ทลาย์เห็นจูชิงไม่กล้าเข้าใกล้ก็เย้ยหยัน “เ้าคิดว่าเ้ามีทางเลือกงั้นรึ ข้าราชันราชสีห์ทลาย์้าทำสิ่งใดไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ ไม่อย่างนั้นเ้าก็ทิ้งของล้ำค่าทั้งหมดไว้ให้ข้าสิ หรือไม่ก็ข้าจะ่ชิงมันมาจากเ้า”
“ข้าเองก็อยากจะรู้นักว่าเ้ากล้าปีนออกมาจากหลุมศพหรือไม่!” จูชิงแสยะยิ้ม คิดว่าเขาเป็เด็กสามขวบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแดนสุสานอัมพรหรือไร
สือจึเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับแดนสุสานอัมพรให้กับเขาฟังหมดแล้ว สิ่งที่จูชิงรู้นั้นมากกว่าจอมยุทธ์ดึกดำบรรพ์ที่ถูกฝังอยู่ที่นี่มานานเป็หมื่นปีเสียอีก
ผู้ที่ฝังตัวเองอยู่ที่นี่แล้วยังมีสติสัมปชัญญะอยู่นั้นอยู่ระหว่างคนเป็กับคนตาย ลมปราณเป็ตัวแทนของคนเป็ ส่วนปราณมรณะคือตัวแทนของคนตาย ซึ่งทั้งสองอยู่ในร่างกายของพวกเขาในเวลาเดียวกัน
ถ้าลมปราณแข็งแกร่งกว่าปราณมรณะ แล้วสามารถเปลี่ยนปราณมรณะทั้งหมดเป็ลมปราณทีละเล็กทีละน้อย พวกเขาก็จะสามารถปีนออกมาจากหลุมศพและมีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง
แต่ถ้าลมปราณถูกปราณมรณะกัดกิน สติสัมปชัญญะก็จะพังทลายกลายเป็แค่ศพเดินดิน
การฝังตัวเองไว้ใต้ดินช่วยลดการใช้ลมปราณได้เป็อย่างมาก อีกทั้งยังสามารถต้านทานการกัดกินจากปราณมรณะได้อีกด้วย
ดังนั้น จอมยุทธ์ที่ทำข้อตกลงกับจูชิงก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่จึงแค่ยื่นเหยียดฝ่ามือออกมาจากใต้ดิน ทั้งยังเพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น
ถ้าราชันราชสีห์ทลาย์กล้าเอาตัวเองออกมาจากหลุมศพ ลมปราณที่มันสั่งสมมานานหลายปีก็จะถูกผลาญใน่ระยะเวลาสั้นๆ คิดจะมีชีวิตใหม่อีกครั้งน่ะหรือ? ฝันไปเถอะ!
“เ้ารู้ได้ยังไง?” ราชันราชสีห์ทลาย์หน้าเปลี่ยนสี หลังจากที่ถูกฝังอยู่ที่นี่มานาน มันเพิ่งรู้ว่าแดนสุสานอัมพรมีกฎ แล้วกับจูชิงที่เป็แค่ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าจะรู้กฎของแดนสุสานอัมพรได้อย่างไร?
“ครืนนน!” ทันใดนั้นหลุมศพที่ห่างจากราชันราชสีห์ทลาย์ประมาณสิบลี้ก็พังทลาย เกิดเสียงกรีดร้องโหยหวนน่าสะพรึงแสนทวี
“เกิดอะไรขึ้น?” จูชิงตะลึงงัน เขาััได้ถึงความอาฆาตจากเสียงนั้น
เพลานั้นฝ่ามือที่ปกคลุมด้วยขนโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน ตามด้วยร่างสัตว์ประหลาดตัวเขียว ดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็มนุษย์
ไม่รู้ว่าจอมยุทธ์ผู้นั้นถูกฝังอยู่ที่นี่มานานกี่ปีแล้ว เืเนื้อแปรเปลี่ยนกลายเป็สีเขียว ทั้งยังมีขนประหลาดขึ้นเป็หย่อมๆ
“โฮกกก!” จอมยุทธ์มนุษย์คำราม ปราณมรณะดำทมิฬะเิรอบตัวเขาก่อนที่หลุมศพจะแตกสลายเป็ผุยผง
“อีกคนแล้วรึ!” ราชันราชสีห์ทลาย์ถอนหายใจ น้ำเสียงฟังแล้วให้ความรู้สึกเศร้าสร้อยเป็อย่างมาก
ทุกวันในแดนสุสานอัมพรจะมีจอมยุทธ์ที่ทนต่อการกัดกินของปราณมรณะไม่ไหว สุดท้ายก็กลายเป็ศพเดินดิน!
“เป็ปราณมรณะที่แข็งแกร่งมาก!” จูชิงมองปราณมรณะที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างโอบกอดจินหลิงเอ๋อร์กับพวกัคะนองน้ำน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน เปลวไฟหงส์แดงลุกโชนโชติ่สยบยั้งปราณมรณะ
ปราณมรณะน่าพรั่นพรึงเฉกเช่นนี้ ถ้าพวกจินหลิงเอ๋อร์ัั จินหลิงเอ๋อร์จะต้องกลายเป็คนตายอย่างแน่นอน
ลมปราณของจอมยุทธ์ผู้นั้นถูกเปลี่ยนเป็ปราณมรณะจนหมดแล้ว เขาสูญเสียความหวังที่จะมีชีวิตใหม่ ดังนั้นจูชิงจึงััได้ถึงความอาฆาตที่แผ่ซ่านออกมา
แม้ว่าสติสัมปชัญญะจะถูกปราณมรณะกัดกิน แต่ความแข็งแกร่งก่อนที่เขาจะตายยังคงอยู่ สัตว์ประหลาดตัวเขียวสืบเท้าตรงเข้าไปหาพวกจูชิง
จูชิงหน้าเขียวคล้ำ เขาไม่รู้ว่าจอมยุทธ์ผู้นั้นอยู่ขั้นพลังระดับใด แต่จะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าศัตรูที่เคยประมือก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน บางทีกระทั่งพระอุปัชฌาย์ฮุ้ยเหวินยังสู้ไม่ได้
“ัคะนองน้ำน้อย พวกเ้าพาจินหลิงเอ๋อร์หนีไปซะ ข้าจะต้านมันเอาไว้เอง!” จูชิงอุ้มจินหลิงเอ๋อร์ขึ้นขี่หลังสุนัขโลกันตร์สามหัวแล้วบอกให้พวกัคะนองน้ำน้อยรีบไปจากที่นี่
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้าจะต้านทานขั้น์ปฐีได้อย่างไร?” ราชันราชสีห์ทลาย์พูดอย่างไม่แยแส
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว รีบไปซะ!” จูชิงขัดจินหลิงเอ๋อร์ ไม่ปล่อยให้นางพูดอะไรต่อ
“ฟึ่บ!” ฝักดาบของดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิงปรากฏในมือจูชิงอีกครั้ง
“ฝักดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิงก็ช่วยอะไรเ้าไม่ได้ ถ้าเป็ดาบของเขาล่ะก็ อาจพอมีความเป็ไปได้อยู่บ้าง!” ราชันราชสีห์ทลาย์พูด
“หุบปากซะ!” จูชิงเปล่งเสียงทุ้ม
“เฒ่าปีศาจ ในสภาพปัจจุบันของเ้าให้ข้ายืมพลังได้มากแค่ไหน?” จูชิงเอ่ยถาม
“หนึ่งถ้วยชา ถ้ามากเกินกว่านั้นเศษเสี้ยวิญญาของข้าจะาเ็สาหัสและต้องเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง” เฒ่าปีศาจตอบ เขาประเมินแล้วว่าร่างกายของจูชิงสามารถรับพลังของเขาได้มากแค่ไหน
ตอนนั้นที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน จูชิงทนได้เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ ทว่าเท่านั้นก็สร้างปรากฏการณ์น่าพรั่นพรึงไปทั่วแล้ว!
จูชิงเชื่อว่าหากเขาใช้พลังของเฒ่าปีศาจ เขาจะต้องประมือกับจอมยุทธ์ผู้นี้ได้ในหนึ่งถ้วยชาอย่างแน่นอน หรืออาจจะฆ่าได้ด้วยซ้ำ!
“ฝักดาบจักรพรรดิเนี่ยฉางเฟิง ขอดูพลานุภาพหน่อยเถอะ!” พริบตานั้นจูชิงตัวสั่นสะท้าน พลังในกายาพุ่งสูงขึ้นเป็ทวีคูณ
ราชันราชสีห์ทลาย์มองจูชิงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ขั้นพลังของเด็กหนุ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากขั้นหลอมลมปราณเป็ขั้นสั่งสม จากขั้นสั่งสมเป็ขั้นเหินนภา จากขั้นเหินนภาเป็ขั้น์ปฐี!
เพียงชั่วอึดใจเดียวขั้นบำเพ็ญเพียรจากขั้นหลอมลมปราณหนึ่งชั้นฟ้ากลับกลายเป็ขั้น์ปฐีสามชั้นฟ้า!
จูชิงกำหมัดแน่น ครั้นเขาััได้ถึงพลังน่าสะพรึงที่ไหลเวียนอยู่ในกายา มุมปากก็ยกโค้งเป็รอยยิ้ม
ย้อนกลับไปเมื่อตอนนั้นที่ขุนเขากระบี่เทียนหยวน เขาไม่ทันได้รู้สึกถึงพลังมันก็หายไปแล้ว ในตอนนี้เขาเพิ่งรู้ว่าพลังของเฒ่าปีศาจนั้นน่ากลัวเหนือจินตนาการมากเพียงใด
