“เสียงอะไรน่ะ?”
ลี่ฝานตะลึง ก้มหน้าลงมองพื้นดินใต้ฝ่าเท้า ปล่อยกระแสจิตออกไปตรวจสอบโดยอัตโนมัติ
ทว่ากระแสจิตของเขาเพิ่งจะแทรกลงไปใต้ดินได้แค่สิบจั้งกลับถูกสกัดกั้นด้วยเยื่อสีเืชั้นหนึ่ง มิอาจแทรกซึมลงลึกได้อีก
คนอื่นๆ พอได้ยินเสียงประหลาดที่ดังมาจากใต้ดินก็พากันปลดปล่อยกระแสจิตไปรับััอย่างระแวดระวังเช่นเดียวกัน
ทว่าพวกเขาต่างก็เป็เหมือนลี่ฝานที่พอปล่อยกระแสจิตออกไปกลับถูกกั้นขวางด้วยเยื่อโลหิตหนึ่งชั้น มิอาจตรวจสอบได้ว่าใต้ดินมีความประหลาดอะไรซ่อนอยู่กันแน่
“ไม่ต้องตรวจสอบแล้ว” เฟิงหลัวแห่งสำนักโลหิตเอ่ยอธิบาย “เยื่อโลหิตชั้นนั้น เ้าสำนักของข้าเป็ผู้สร้างขึ้นมาเอง ด้วยตบะของพวกเ้า ไม่สามารถใช้กระแสจิตแทรกซึมผ่านเยื่อโลหิตนั่นไปได้หรอก”
“ตึง!”
และเวลานี้ก็มีเสียงประหลาดดังลอยมาจากใต้ดินอีกครั้ง
สีหน้าของเฟิงหลัวและอวี๋ถงแห่งสำนักโลหิตยิ่งเปลี่ยนมาเป็แปลกประหลาด คล้ายว่าพวกเขาเองก็ตกตะลึงเหมือนกัน
“เป็อย่างนี้ไปได้อย่างไร? เสียงหัวใจเต้นครั้งเดียวยังพอถือว่าเกิดขึ้นเป็ปกติ เสียงหัวใจเต้นสองครั้งติดๆ กันแบบนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” เฟิงหลัวลูบปลายคาง ลืมว่าสำนักโลหิตกำลังเผชิญกับภัยอันตรายไปชั่วคราว เอาแต่จ้องเขม็งไปที่พื้นดินใต้ฝ่าเท้า พึมพำกับตัวเอง “ไม่ควรจะเป็แบบนี้นี่นา ผ่านไปตั้งหลายปีแล้ว มันไม่เคยผิดปกติแบบนี้มาก่อนเลย”
“นอกจากเสียงหัวใจที่นานๆ จะเต้นขึ้นมาสักครั้ง มันก็ไม่เคยมีความเคลื่อนไหวอย่างอื่นอีก แล้วก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีพลังชีวิตเกิดขึ้นมาใหม่ด้วย”
“แม้แต่พวกคนในสำนักยังถอดใจกับมันไปแล้ว ยืนยันว่ามันเป็วัตถุที่ล้มเหลว”
อวี๋ถงลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นมาเบาๆ “ท่านลุงเฟิง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอาณาจักรหลีเทียนจะไปกระตุ้นมันเข้าหรือไม่?”
“ข้าเคยได้ยินคนบอกว่าสถานที่ที่มีประตู์เปิดขึ้นจะชักนำให้ฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลง จนมีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นมากมาย” เนี่ยเทียนกล่าวขึ้นกะทันหัน
“ผู้าุโอูบอกหรือ?” เฟิงหลัวถามอย่างแคลงใจ
เนี่ยเทียนไม่สามารถพูดถึงหัวมู่ได้จึงพยักหน้าตอบรับ กล่าว “ใช่แล้ว”
“หรือว่าการเปลี่ยนแปลงฟ้าดินชักนำให้มันเป็อย่างนี้จริงๆ?” เฟิงหลัวอึ้งไปครู่ พลันเหลือบมองมาที่อวี๋ถง แล้วพูดว่า “ไข่มุกเืวิเศษของอาจารย์เ้ายังอยู่ในมือเ้าหรือไม่?”
“อาจารย์กังวลว่าข้าเข้าไปในประตู์แล้วจะสู้คนอื่นไม่ได้ จึงมอบไข่มุกเืวิเศษไว้ให้กับข้าั้แ่ก่อนที่จะเข้าไปในประตู์แล้ว” อวี๋ถงตอบ
“ของสิ่งนั้นมีอาจารย์เ้าคอยปกป้องมาโดยตลอด ตอนที่หลอมสิ่งนั้น อาจารย์ของเ้าก็เป็ผู้ร่ายคาถาหลัก ไข่มุกเืวิเศษคือสิ่งสำคัญที่สามารถทำให้เ้าสิ่งนี้โผล่ออกมาจากใต้ดินได้” เฟิงหลัวใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ก็สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง กล่าวว่า “เสี่ยวถง เ้าเป็คนร่ายเวท ข้าอยากจะดูมันสักหน่อย”
“หา!” อวี๋ถงตกตะลึง “เอาจริงหรือ? หากมันเป็วัตถุที่ล้มเหลวก็ยังพอว่า แต่หากมันตื่นขึ้นมา ข้ากลัวว่า...”
“ไม่ต้องกังวล ไข่มุกเืวิเศษน่าจะควบคุมมันได้” เฟิงหลัวเกลี้ยกล่อมอวี๋ถง “สำนักของพวกเราย่อมเผชิญกับภัยพิบัติใหญ่หลวงแน่แล้ว ซึ่งตอนนี้สำนักอาจจะกำลังถูกภูตผีปีศาจโจมตีอยู่ก็เป็ได้ เวลาเช่นนี้ ต่อให้มันฟื้นตื่นขึ้นมาจริงๆ สถานการณ์ของสำนักก็คงไม่แย่ไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว”
“และหากเ้าสามารถใช้ไข่มุกเืวิเศษควบคุมมันได้ บางทีการดำรงอยู่ของมัน... ก็อาจช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ในตอนนี้ได้!”
ดวงตาทั้งคู่ของเฟิงหลัวเปล่งประกาย
“เฟิงหลัว เ้าหมายถึงเ้านั่นหรือ? เ้านั่นที่พวกเ้าแลกมาจากต่างอาณาจักรโดยผ่านทางวังยมบาลของพวกข้า?” หงช่านกล่าวอย่างตะลึงพรึงเพริด
เฟิงหลัวพยักหน้า “มันนั่นแหละ!”
หงช่านอึ้งตะลึง “พวกเ้าบอกไว้แต่แรกแล้วไม่ใช่หรือว่ามันคือวัตถุที่ล้มเหลว เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาเื่ที่พลังชีวิตแห้งเหือดได้ มันจึงไม่มีทางฟื้นตื่นได้อีกตลอดกาล?”
“เป็แบบนั้นจริงๆ นะ” เฟิงหลัวกล่าว
“แล้วตอนนี้มันเื่อะไรกัน?” หงช่านถาม
“ใครจะไปรู้เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น” เฟิงหลัวเองก็ฉงนสนเท่ห์ไม่ต่างกัน
“พวกเขาพูดเื่อะไรกันอยู่หรือ?” เนี่ยเทียนถามลี่ฝานด้วยความแปลกใจ
ลี่ฝานส่ายหัวบอกให้รู้ว่าเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
กลับเป็อันซืออี๋ที่อยู่ข้างกันเสียอีกที่พูดโพล่งขึ้นมาว่า “สำนักโลหิต นอกจากเวทลับหลายชนิดแล้ว ยังมีความสามารถที่พิเศษอีกอย่างหนึ่ง พวกเขาสามารถใช้เรือนกายมาหลอมเป็ปีศาจเืได้ เรือนกายที่ว่านั้นจะเป็คน หรือเป็สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ต่างเผ่าก็ได้ ขอแค่ยังไม่ตายอย่างสมบูรณ์แบบ หากใช้เวทลับของสำนักโลหิตก็จะสามารถหลอมร่างของมันให้กลายเป็ปีศาจเืเพื่อให้อยู่ในบังคับบัญชาของพวกเขา”
“ข้าเดาว่าเ้านั่นที่อยู่ใต้ดินก็น่าจะเป็ปีศาจเืตนหนึ่งของสำนักโลหิต”
“เพียงแต่ ดูเหมือนว่าปีศาจเืตัวนั้น...จะไม่ได้ถูกหลอมอย่างสมบูรณ์แบบ มิฉะนั้นปีศาจเืจะเชื่อฟังคำสั่งของสำนักโลหิต สามารถนำมาใช้ต่อกรกับภูตผีปีศาจได้”
“น่าจะเป็แบบนี้แหละ” ลี่ฝานกล่าว
เขาใช้สายตาชื่นชมมองไปยังอันซืออี๋ พลันกล่าวขึ้นมาว่า “เฮอๆ หากหอหลิงเป่าไม่มีที่สำหรับเ้า เ้าสามารถมาที่สำนักหลิงอวิ๋นของพวกเรา สำนักหลิงอวิ๋นของพวกเราไม่ได้ซับซ้อนเหมือนพวกเ้า เ้ามาอยู่ที่สำนักหลิงอวิ๋นก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเ้าพวกคนใจคดแอบจับจ้องตาเป็มันอีก”
ระหว่างที่พูดลี่ฝานยังเหลือบไปมองชิวเหิงซึ่งตามมาถึงเป็คนสุดท้ายด้วยท่าทางเหมือนตั้งใจและเหมือนไม่ตั้งใจ
ชิวเหิงที่อยู่ท้ายสุดไม่ได้ยินบทสนทนาอื่นๆ ได้ยินเพียงประโยคสุดท้ายนั่น
ชิวเหิงที่เดิมทีอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วจึงแค่นเสียงหนึ่งครั้ง ทว่าไม่ได้พูดอะไรมากความ
เขารู้ว่าเนื่องจากการกระทำมากมายที่ไม่สอดคล้องกับคนทั้งกลุ่มของเขา ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่ยินดีต้อนรับเขาเท่าใดนัก
หากตอนนี้เขายังกล้าจะปะทะกับลี่ฝานอีก คงถูกทุกคนรุมประณามทันที
เขาจึงทำได้เพียงทนรับคำเสียดสีของลี่ฝาน
“ขอบคุณมาก” อันซืออี้โค้งตัวลงน้อยๆ อย่างสง่างาม กล่าวด้วยความจริงใจ “หากวันหนึ่งข้าอยู่ในหอหลิงเป่าด้วยความยากลำบากจนแทบกระดิกตัวทำอะไรไม่ได้จริงๆ ข้าจะไปที่สำนักหลิงอวิ๋น”
“ทรยศสำนักมีโทษมหันต์!” ชิวเหิงกล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบ
“ข้าจะขอให้ท่านอาจารย์ของข้าแจ้งผู้าุโฝางฮุย เห็นแก่หน้าท่านอาจารย์ของข้า ผู้าุโฝางฮุยย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว” เนี่ยเทียนเอ่ยแทรก
คำพูดนี้ดังออกมา ใบหน้าของชิวเหิงก็เปลี่ยนมาเป็แข็งตึงอีกครั้ง
ใครก็รู้ดีว่าอูจี้และฝางฮุยสนิทสนมกันมาก อีกทั้งตำแหน่งฐานะของฝางฮุยในหอหลิงเป่าก็สูงยิ่งกว่าเ้าสำนักหลิงหนึ่งระดับด้วย
หากอูจี้เอ่ยปากขอตัวคน ฝางฮุยย่อมไม่มีทางปฏิเสธ ถ้าเช่นนั้นอันซืออี๋ก็จะย้ายจากหอหลิงเป่ามาอยู่สำนักหลิงอวิ๋นได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัดอุปสรรคใดๆ
“ถ้าอย่างนั้น...ข้าจะลองดูก็แล้วกันนะ”
เวลานี้ อวี๋ถงที่ถูกเฟิงหลัวเกลี้ยกล่อมสำเร็จจึงหยิบเอาไข่มุกเืวิเศษออกมาจากกำไลเก็บของด้วยท่าทางตื่นเต้นน้อยๆ
เมื่อไข่มุกเืวิเศษปรากฏตัวขึ้นมา แสงสีเืก็สาดส่องไปทั่วจนดูเหมือนว่าหุบเขาถูกอาบเคลือบด้วยเืสีสดหนึ่งชั้น
ในไข่มุกเืวิเศษนั้นสามารถมองเห็นเงาโลหิตมากมายได้อย่างเลือนราง เงาโลหิตเปลี่ยนตำแหน่งอย่างต่อเนื่องคล้ายกำลังปรับเปลี่ยนแกนกลางอะไรสักอย่าง
อวี๋ถงนั่งลงเงียบๆ มือทั้งคู่ประคองไข่มุกเืวิเศษ ใช้พลังจิตไปสื่อสารกับมัน
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น แสงสีเืมากมายก็บินพรวดออกมาจากไข่มุกเืวิเศษแล้วจมหายเข้าไปยังจุดลึกใต้ดินในพริบตาเดียว
ใต้ดินของหุบเขาที่เงียบสงัดมีเสียงสนั่นหวั่นไหวดังลอยมาเป็ระลอก บ่อเืที่แห้งขอดเ่าั้พลันเปลี่ยนตำแหน่งกันอย่างรวดเร็ว
“ครืน ครืน!”
บ่อเืเปลี่ยนตำแหน่ง ก้อนหินขนาดใหญ่ั์หลายก้อนได้รับการชักนำจากพลังงานบางอย่างใต้ดินจึงพากันบินขึ้นจากพื้นดิน
ไม่นานตรงกลางของหุบเขาแห่งนั้นก็มีหลุมหินขนาดกว้างขวางอย่างถึงที่สุดปรากฏขึ้นมา
เมื่อหลุมหินปรากฏก็มีกลิ่นคาวเืเข้มข้นแสบจมูกลอยอบอวล
เฟิงหลัวและอวี๋ถงที่มาจากสำนักโลหิต พอได้กลิ่นเืเ่าั้สีหน้าก็เคลิบเคลิ้มเปี่ยมสุข คล้ายได้รับพลังงานบางอย่างจากมัน
ทว่าคนอื่นๆ ที่พอได้กลิ่นคาวเืฉุนกึกกลับขมวดคิ้วมุ่น ปรับตัวไม่ทันเท่าไหร่นัก
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่เมื่อกลิ่นคาวเืลอยมาปะทะจมูกก็ยังคงมีท่าทีเป็ปกติ
ตอนที่เขาอยู่ในโลกมายามรกต เคยดึงเอาเส้นเืที่อวี๋ถงสร้างขึ้นหลอมรวมเข้ามาในร่างกาย เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเืลมของตัวเอง
บางทีอาจเป็เพราะเหตุนี้ ภายหลังที่เขาต่อสู้กับอวี๋ถงจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากปราณเื และกระแสเืก็ไม่ไหลย้อนกลับเพราะเวทลับของสำนักโลหิตด้วย
“เป็มันจริงด้วย!”
หงช่านแห่งวังยมบาลเขยิบเข้าไปใกล้หลุมลึก แค่มองหนึ่งครั้งก็ร้องอุทานเสียงดังทันที
คนอื่นๆ จึงพากันเข้าไปหยุดยืนอยู่ขอบหลุม มองไปด้านล่างด้วยความสงสัยใคร่รู้
ในหลุมลึก โครงกระดูกร่างหนึ่งที่น่าจะสูงเกินสามสิบเมตรนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น
โครงกระดูกนั้นไม่มีเนื้อแม้แต่ชิ้นเดียว บนร่างมีแต่โครงกระดูกสีเทา ในกระดูกสีเทากลับยังคงมีหลอดเืเรียงตัวกันหนาแน่น และเหมือนมีเืสดไหลวนอยู่ข้างในตลอดเวลา
ตรงบริเวณหน้าอกของโครงกระดูก ในข้อต่อกระดูกที่ตัดสลับกันไปมาได้โอบอุ้มหัวใจสีน้ำตาลซีดเอาไว้หนึ่งดวง
เสียงประหลาดที่ได้ยินก่อนหน้านี้น่าจะมาจากหัวใจั์สีน้ำตาลซีดดวงนี้
นอกจากเรือนกายที่ค่อนข้างใหญ่แล้ว โครงกระดูกนี้ก็ไม่ค่อยต่างไปจากเผ่ามนุษย์เท่าใดนัก เพียงแต่ว่าตรงแผ่นหลังคล้ายจะมีกระดูกแหลมคมที่แทงลึกลงไปใต้ดิน
“โครงกระดูกั์!”
สื่อหังแห่งอารามเสวียนอู้หน้าเผือดสี เอ่ยถามรัวเร็ว “ก่อนหน้าที่สำนักโลหิตของพวกเ้าจะได้เผ่าโครงกระดูกนี้มา มันอยู่ในระดับใดมาก่อน?”
“สายเืระดับแปด” เฟิงหลัวกล่าว
“์! พวกเ้ากล้าเอามันมาหลอมเป็ปีศาจเืได้อย่างไร?” สื่อหังตะลึงลาน
โครงกระดูกั์ที่มีสายเืระดับแปดมีศักยภาพพอๆ กับผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ตบะเขติญญา และตลอดทั้งอาณาจักรหลีเทียน ผู้แข็งแกร่งที่อยู่ระดับสูงสุดก็มีตบะแค่เขตลี้ลับเท่านั้น
สำนักโลหิตหลอมโครงกระดูกั์ที่มีสายเืระดับแปดตนหนึ่งให้เป็ปีศาจเื หากควบคุมไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นั์ที่กลายร่างมาเป็โครงกระดูกปีศาจเืก็อาจจะทำลายทั้งอาณาจักรหลีเทียนให้วอดวายได้เลย
-----
