พื้นที่ที่เนี่ยเทียนจากไปก่อนหน้านี้
เมืองคูน้ำผุพังที่ล่องลอยไม่อยู่นิ่งแห่งนั้นได้ร่วงลงมาอยู่กับพื้นนานแล้ว ในฟเมืองคูน้ำไม่ได้ปลดปล่อยม่านแสงเจ็ดสีออกมาอีก และไม่มีคลื่นพลังงานมหัศจรรย์ใดๆ กระเพื่อมออกมา
ในเมืองคูน้ำมีสิ่งปลูกสร้างแปลกประหลาดมากมาย สิ่งปลูกสร้างบางแห่งเป็รูปกรวย บางแห่งเป็รูปเสากลม
และยังมีบางแห่งที่คล้ายต้นไม้ั์สูงเสียดฟ้า แค่มองก็รู้ว่าเป็ที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่า
ตรงกลางเมืองคูน้ำ ด้านข้างค่ายกลนำส่งโบราณที่ผุพังแห่งหนึ่งมีผู้แข็งแกร่งของอาณาจักรหลีเทียนหลายคนรวมตัวกันอยู่
หลังจากที่โหมวเฉินและถังหยางจากไป คนต่างอาณาจักรคนอื่นๆ ที่เข้ามาในประตู์ผ่านทางอาณาจักรหลีเทียน ตอนนี้ได้ตายกันไปหมดแล้ว
ลูกศิษย์เจ็ดสำนักที่เดิมทียังซ่อนตัวอยู่ตามตำแหน่งต่างๆ เมื่อได้รับการเรียกขานจากผู้าุโของพวกเขาจึงพากันมารวมตัวอยู่ที่นี่
เจียงหลิงจู ลี่ฝานจากสำนักหลิงอวิ๋น เฟิงหลัวและอวี๋ถงจากสำนักโลหิต อันซืออี๋แห่งหอหลิงเป่า เจิ้งปินจากอารามเสวียนอู้ และยังมีหงช่านแห่งวังยมบาล โจวอี๋สำนักภูตผี กวานชิวหุบเขาเทา ทุกคนล้วนมารวมตัวอยู่ข้างค่ายกลนำส่งโบราณที่ผุพังกันหมด
ลูกศิษย์เจ็ดสำนักจากอาณาจักรหลีเทียนเดิมทีมีทั้งหมดแปดสิบกว่าคน ตอนนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่เหลือแค่สิบกว่าคน
คนเ่าั้ที่รอดชีวิต หลังจากเดินทางมาที่นี่ ลี่ฝานและเฟิงหลัวก็เป็คนเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง จึงได้รู้ว่าที่แห่งนี้เคยเกิดเื่อะไรขึ้นบ้าง
จากคำบอกเล่าของเฟิงหลัว พวกเขารู้ว่าคนคนเดียวที่ได้รับการยอมรับจากเมืองคูน้ำ และได้เข้าไปในเมืองแห่งนั้นก่อนใครก็คือเนี่ยเทียนจากสำนักหลิงอวิ๋น
ตอนที่ร่างของเนี่ยเทียนลอยขึ้นจากเมืองคูน้ำไปยังทางช้างเผือกกว้างใหญ่ พวกเฟิงหลัวมองเห็นกันอย่างชัดเจน
ซึ่งถังหยางและโหมวเฉินเพิ่งจะลอยขึ้นไปยังจุดลึกของทางช้างเผือกตามหลังเนี่ยเทียน
ลี่ฝานที่มีวัตถุในการจับเวลาบอกกับเจียงหลิงจูและอันซืออี๋ผู้เป็ห่วงเนี่ยเทียนว่า ตอนนี้เนี่ยเทียนได้หายตัวไปนานถึงสามเดือนแล้ว
เวลาสามเดือนมานี้ เนี่ยเทียนไม่เคยกลับมา ไม่มีแม้แต่ร่องรอยใดๆ
ตามการวิเคราะห์ของลี่ฝาน เกรงว่าเนี่ยเทียน...คงจะโชคร้ายมากกว่าโชคดี
ไม่ว่าเนี่ยเทียนไปที่ใดก็ตาม ผู้ที่ตามเขาไปด้วยยังมีถังหยางและโหมวเฉิน
ถังหยางและโหมวเฉินต่างก็มีตบะต้น์ ส่วนถังหยางก็ยิ่งมีตบะต้น์่ท้าย ความแข็งแกร่งของเขาแค่ฟังก็ทำให้คนตะลึงพรึงเพริดได้แล้ว
หากไม่เป็เพราะโหมวเฉินและถังหยางที่แข็งแกร่งที่สุดจากไปพร้อมกัน ด้วยศักยภาพของพวกเขาเจ็ดสำนัก เกรงว่าก็คงไม่สามารถสังหารคนต่างอาณาจักรเ่าั้ได้ทั้งหมด
พวกเขาเข้าใจไปว่า เนี่ยเทียนซึ่งมีตบะต่ำต้อยไม่มีทางฆ่าถังหยางและเฉินโหมวได้
ความเป็ไปได้มากที่สุดก็คือตอนที่เนี่ยเทียนถูกพาไปยังสถานที่บางแห่ง ถังหยางและโหมวเฉินคงลงมือฆ่าเขาทันทีทันใด
นับแต่วันที่เข้ามาในประตู์ ตอนนี้ผ่านไปเกือบครึ่งปีแล้ว ลูกศิษย์เจ็ดสำนักที่กระจายกันอยู่ตามหินอุกกาบาตต่างๆ มีบางคนที่ต้องฝังศพทิ้งไว้ที่นี่ และมีบางคนที่หลบซ่อนอยู่นานถึงจะถูกผู้าุโของสำนักพวกเขาเรียกตัวมาที่นี่ และมีบางคนที่ได้เจอกับความมหัศจรรย์บางอย่างจากบนหินอุกกาบาตเ่าั้
ตอนนี้พวกเขามารวมตัวกันอยู่ข้างค่ายกลนำส่งในเมืองคูน้ำ เหมือนจะรู้ว่าสามารถเดินทางออกไปจากประตู์โดยผ่านค่ายกลนำส่งผุพังนั้นได้
เพราะว่าเมื่อหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมา พวกเขาต่างก็กระจายตัวกันออกไปตามหาความมหัศจรรย์บริเวณโดยรอบ
น่าเสียดาย ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด พวกเขาค้นหาหินอุกกาบาตไปเกือบพันก้อน แต่กลับไม่พบเจอสิ่งใดแม้แต่นิด
พวกเขาเดินไปถึงอุกกาบาตก้อนหนึ่งที่เป็เขตริมสุด มองเห็นว่ามีพื้นที่หินอุกกาบาตอีกแห่งหนึ่งที่กว้างขวางมากกว่า ซึ่งพื้นที่แห่งนั้นก็มีหินอุกกาบาตมากมายกระจายตัวกันอยู่เช่นกัน
เพียงแต่ว่าพื้นที่นั้นกับพื้นที่ที่พวกเขาอยู่มีทางช้างเผือกกว้างขวางกางกั้น อีกทั้งตรงกลางยังไม่มีทางเชื่อมต่อด้วย
พวกเขาครุ่นคิดเล็กน้อยจึงรู้ว่าบางทีพื้นที่หินอุกกาบาตเขตนั้นอาจเป็ของผู้ฝึกลมปราณที่มาจากประตู์อีกสองบาน
ประตู์อีกสองบานเปิดขึ้นที่อาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ย และศักยภาพของอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ยก็อยู่เหนือชั้นเกินกว่าอาณาจักรหลีเทียนของพวกเขาไกลโขนัก
โดยเฉพาะอาณาจักรเสวียนเทียนที่อยู่อันดับหนึ่งของอาณาจักรทั้งเก้าในดินแดนดาวตก ผู้แข็งแกร่งที่เข้าไปในประตู์ของที่นั่นย่อมน่ากลัวยิ่งกว่าคนที่มาเข้าประตู์ในอาณาจักรหลีเทียนแน่นอน
ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่ว่าระหว่างพื้นที่หินอุกกาบาตที่พวกเขาอยู่กับพื้นที่แห่งนั้นมีทางช้างเผือกกว้างใหญ่จนมิอาจข้ามได้กั้นกลางอยู่
ต่อให้มีหินเชื่อมต่อเป็ทางยาวมากพอให้ข้ามผ่าน พวกเขาก็มิกล้าข้ามไปเด็ดขาด ไม่กล้าไปหาเื่ผู้ที่รอดชีวิตของอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนเจวี๋ย ไม่คิดเล่นกับไฟให้ไฟไหม้ตัวเอง
“เนี่ยเทียนผู้นั้นน่าจะตายไปแล้ว แม้ว่าเ้าและเขาจะมีมิตรภาพอันดีต่อกัน แต่ก็ไม่จำเป็ต้องเสียใจเพราะเขาเกินไปนัก”
ทางฝ่ายของหอหลิงเป่า ชิวเหิงผู้มีตบะต้น์่กลางขมวดคิ้วสั่งสอนอันซืออี๋เบาๆ “ในประตู์แห่งนี้ถือว่าเ้าโชคดีไม่น้อย ฝีมือก็พัฒนาได้อย่างรวดเร็วถึงขีดสุด อาศัยสิ่งที่เ้าได้รับมา อีกไม่นานเท่าไหร่เ้าก็น่าจะเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตต้น์ได้”
“รอจนเ้าเลื่อนขั้นสู่ต้น์แล้ว ฐานะและตำแหน่งของเ้าในสำนักก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ ความผิดที่ทำลงไปเมื่อครั้งโลกมายามรกตก่อนหน้านี้ เ้าหอเองก็คงมองข้ามไป และไม่มีทางทำให้เ้าลำบากใจอีก”
“ตระกูลอันของเ้า อันอิ่งน้องสาวเ้าก็จะภาคภูมิใจและได้รับผลประโยชน์เพราะตัวเ้า”
“กะอีแค่เ้าเนี่ยเทียนคนเดียว ตายก็ตายไปแล้ว เหตุใดเ้าต้องมามัวเสียอกเสียใจเพราะเขาอีก?”
ชิวเหิงแค่นเสียงเ็ากล่าว
เขาเข้าใจเวทลับแห่งมิติเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ตอนที่แกนเืของเนี่ยเทียนทำให้ห้วงมิติเกิดรอยปริแตก เขาก็ได้ไปที่เมืองเฮยอวิ๋นด้วย
เมื่อดูจากลำดับศักดิ์แล้ว เขาถือเป็อาจารย์อาของอันซืออี๋ หลายปีมานี้เขาเองก็ถือว่าดูแลอันซืออี๋ดีไม่น้อย
เพียงแต่ว่าตอนที่อันซืออี๋เผชิญหน้ากับความลำบากใจที่กันคังผู้มีศักดิ์สูงกว่าเขาเป็ผู้สร้างขึ้น และถูกกันคังบีบคั้นทุกก้าวย่าง เขากลับหายตัวไปอย่างเงียบเชียบ
เนื่องจากเขาไม่สามารถมีเื่กับกันคังได้ และเขาก็ไม่คิดจะฉีกหน้ากันคังเพราะอันซืออี๋
แต่เมื่อรู้ว่ากันคังทรยศหอหลิงเป่าจนถูกสำนักทอดทิ้ง เขาถึงได้โผล่หัวออกมาพูดจาปราศรัยกับอันซืออี๋
ตอนที่อันซืออี๋ได้รับกุญแจประตู์หนึ่งดอกมาจากป่าร้างของเมืองเฮยอวิ๋น เขาก็ยิ่งให้ความสนใจอันซืออี๋และเป็ฝ่ายเข้ามาทำดีประจบเอาใจอันซืออี๋ด้วยตัวเอง
“เขาไม่ตายแน่ ข้าเชื่อเขา” อันซืออี๋กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ร้อนไม่หนาว
ระหว่างที่พูดนางเหลือบมองชิวเหิงหนึ่งครั้ง ในดวงตาแฝงเร้นไว้ด้วยความรังเกียจลึกล้ำ
ในใจนางรู้ดีว่าชิวเหิงผู้นี้ก็คิดไม่ซื่อกับนางไม่ต่างจากกันคัง
ต่อให้ชิวเหิงไม่เคยแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง ทว่านางที่เป็คนฉลาดมีหรือจะมองความคิดของชิวเหิงไม่ออก
เนื่องจากนางล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่เมื่อครั้งโลกมายามรกต จึงถูกเ้าหอเ็าใส่ และภายหลังเมื่อถูกพวกกันคังข่มขู่คุกคาม ชิวเหิงกลับไม่ได้ออกหน้ามาปกป้องนาง
เพราะชิวเหิงหวาดกลัว หวาดกลัวว่ากันคังจะแก้แค้น หวาดกลัวในฐานะของคนอื่นๆ ที่เหลือ
แต่เนี่ยเทียนที่เคยพูดกับนางไม่กี่คำ ทั้งยังถูกนางวางแผนพาตัวเข้าไปในโลกมายามรกต กลับยืนอยู่ข้างกายนางครั้งแล้วครั้งเล่าใน่เวลาที่นาง้าความช่วยเหลือมากที่สุด
เพื่อนาง เนี่ยเทียนไม่กลัวที่ต้องล่วงเกินกันคัง ทั้งยังถึงขั้นยอมเสียสละยาสะสมิญญาที่สำคัญที่สุดไปด้วย
เพื่อนาง เนี่ยเทียนยอมทำเื่โง่ๆ หลายครั้ง ทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในอันตราย
ในใจของนาง เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ชิวเหิงเทียบไม่ได้แม้แต่ขี้เล็บของเนี่ยเทียน
ดังนั้นตอนที่ได้ยินชิวเหิงพูดว่าเนี่ยเทียนตายไปแล้ว เกลี้ยกล่อมไม่ให้นางเสียใจเพราะเนี่ยเทียน นางไม่เพียงแต่ฟังไม่เข้าหูสักคำ ทั้งยังพยายามสะกดกลั้นไม่ให้ะเิอารมณ์โมโหออกมาด้วย
“หึ อย่านึกว่าเป็ลูกศิษย์ของอูจี้แล้วจะร้ายกาจสักเพียงใด” ชิวเหิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม “อูจี้อาจจะเข้าใจรับลูกศิษย์ก็จริง ทว่าการที่เขายอมให้เนี่ยเทียนเข้ามาในประตู์ถือเป็ความผิดพลาดใหญ่หลวงของเขา กะอีแค่ขอบเขตท้าย์่ต้นก็ยังมีหน้ากล้าเข้ามาเสี่ยงโชคในประตู์ ไม่รู้ว่าอูจี้ผู้นี้แก่จนเลอะเลือนแล้ว หรือว่าเ้าเนี่ยเทียนไม่รู้จักที่ตายกันแน่”
“ชิวเหิง! เ้ากำลังพูดถึงใคร?” ห่างออกไปไม่ไกล ลี่ฝานแห่งสำนักหลิงอวิ๋นแค่นเสียงเ็า
แม้แต่เฟิงหลัวจากสำนักโลหิตก็ยังมองมาทางชิวเหิงด้วยสายตาเ็า กล่าว “เ้าจะหุบปากได้หรือยัง?”
แม้แต่เฟิงหลัวจากสำนักโลหิตก็ยังมองมาทางชิวเหิงด้วยสายตาเ็า กล่าว “เ้าจะหุบปากได้หรือยัง?”
หรือแม้แต่หงช่านแห่งวังยมบาลและโจวอี้แห่งสำนักภูตผี รวมไปถึงกวานชิวของหุบเขาเทาก็ยังฮึดฮัดเสียงเ็าใส่ พากันหันมามองชิวเหิงด้วยสายตาไม่พอใจ
ชิวเหิงที่พูดจาอวดเก่งเห็นว่าคนของวังยมบาล สำนักภูตผี สำนักโลหิต สำนักหลิงอวิ๋นและหุบเขาเทาต่างก็มองมายังตนด้วยสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ก็ใจหายวาบ
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดแค่คำพูดประโยคเดียวของเขา คนเ่าั้ถึงได้แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์
เขาไม่รู้ว่าก่อนหน้าที่เขาจะมา เฟิงหลัว หงช่าน โจวอี้และกวานชิวต่างก็เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มากับเนี่ยเทียน
คนเหล่านี้ต่างก็ชื่นชมเนี่ยเทียนที่มีตบะเพียงแค่ท้าย์
หงช่านแห่งวงยมบาลก็ยิ่งกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า “แม้ว่าเนี่ยเทียนจะขอบเขตต่ำต้อย ทว่าเท่าที่ข้ารู้มา ผู้แข็งแกร่งต้น์สามคนของต่างอาณาจักรล้วนตายเพราะเขา! ชิวเหิง เ้าคิดว่าตัวเ้าเป็ใคร เ้าฆ่าผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์ของต่างอาณาจักรไปสักกี่คนกัน? คนอย่างเ้ามีสิทธิ์อะไรมาประณามเนี่ยเทียน?”
“เ้าเด็กเนี่ยเทียนผู้นั้นหากเขาขอบเขตเท่ากับเ้า เชื่อหรือไม่ว่าเขาสามารถสังหารเ้าได้ในชั่วเวลาไม่กี่วินาที?” โจวอี้แห่งสำนักภูตผีแค่นเสียงเ็า
“เอ่อ เอ่อ...”
ชิวเหิงมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เขาที่ถูกทุกคนเล่นงานพลันขลาดกลัวขึ้นมาทันที ไม่กล้าพูดอะไรต่อสักคำ
อันซืออี๋มองเขาด้วยสายตาเ็าหนึ่งครั้ง ยิ่งดูิ่เขามากกว่าเดิม
และเวลานี้เอง บนท้องฟ้าเหนือเมืองคูน้ำก็มีม่านแสงเจ็ดสีปรากฏขึ้น
ในม่านแสงเจ็ดสีนั้น เงาร่างที่เลือนรางร่างหนึ่งค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็เด่นชัด
“เนี่ยเทียน!”
-----
