สะใภ้
ร่-า-น-ก-า-ม
ผู้เขียน
กาสะลอง
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเื่นี้เป็เพียงเื่ที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเื่จริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเื่ ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
นิยายเื่นี้…
ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเื่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเื่ด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว*
คำสบประมาทที่กรอกหูอยู่ทุกวัน
ทำให้ ‘สะใภ้’ ในบ้านหลังใหญ่ของเศรษฐี
ต้องดิ้นรนหาหนทางเพื่อความอยู่รอด
ในฐานะ ‘สะใภ้’ ต่อไป
ความ ‘ร่าน’ ในครั้งแรกนั้น
หล่อนรู้ว่ามันมีสาเหตุจากแรงบีบคั้น
ผลักดันอยู่เื้ั
แต่ครั้งที่สอง สาม และสี่… ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
เริ่มทำให้หล่อนสงสัยว่าทำไปเพราะ
้าเอาชนะคำสบประมาท?
หรือทำไปเพราะความเป็คน ‘ตัณหาจัด’
เพราะความ ‘เงี่ยน’ ที่แอบเก็บงำไว้ในใจมานาน เพราะไม่เคยเอมอิ่มกับรสสวาท
ที่สามีตัวเองมอบให้
สะใภ้
ร่-า-น-ก-า-ม
สุพรรณบุรี
พุทธศักราช 2562
‘ระรินน์’ สาวน้อยวัยยี่สิบปี ทอดสายตามองผ่านกรอบหน้าต่างห้องนอนออกไปยังบ้านที่ปลูกสร้างเป็กลุ่มเรือนไทยหมู่ใหญ่ในจังหวัดสุพรรณบุรี
จากตำแหน่งเรือนพักที่หญิงสาวอาศัยอยู่ โอบล้อมไปด้วยเรือนเล็กๆ อีกสามหลังซึ่งเป็ของพี่น้องๆ วงศ์วานว่านเครือของสามีหล่อนทั้งหมด
เรือนประธานหลังใหญ่สุดคือที่พำนักของ ‘นายคีรี’ และ คุณนาย ‘ปาหนัน’ นายใหญ่ของบ้าน
เรือนไม้หลังใหญ่ขนาบไว้ด้วยเรือนของลูกๆ ทั้งสามคือ ‘ผกามาศ’ ‘วาดเดือน’ และ ‘นาวิน’ ชายผู้เป็สามีของระรินน์
นาวินเป็ลูกชายคนเดียวของตระกูลที่ผู้คนในแถบถิ่นนี้รู้ว่าร่ำรวยเข้าขั้นเศรษฐีของเมืองสุพรรณ
ระรินน์มองกลุ่มเรือนใหญ่ด้วยสายตาเหม่อลอย เกือบปีแล้ว ที่หล่อนย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่
หล่อนนึกย้อนกลับไปในชีวิตของตัวเอง แล้วพบว่ายิ่งอยู่ในบ้านของสามีนานเท่าไร ความสุขเหมือนยิ่งลดน้อยถอยห่างไปจากชีวิตของหล่อนมากขึ้นทุกที
ด้วยระรินน์มักจะโดนคุณนายปาหนัน แม่ผัวปากร้ายคอยค่อนขอด พูดจาเหน็บแนมเื่ที่หล่อนยังไม่ตั้งครรภ์เสียที ทั้งที่ก็แต่งงานมาแล้วปีกว่า
คุณนายปาหนันมีลูกชายคนเดียว จึงอยากได้หลานย่าไว้สืบสกุล แต่จนแล้วจนรอด ระรินน์ก็ยังไม่มีลูกให้เสียที ซึ่งคุณนายปาหนันไม่เคยมองว่าเื่นี้เป็ความผิดของลูกชายตัวเองที่ไร้น้ำยา
‘ถ้าสิ้นปีนี้ยังไม่มีหลานให้สืบทายาท… เห็นทีว่าฉันคงต้องหาเมียให้เ้านาวินอีกคน’
หล่อนยังไม่ลืมถ้อยคำอำมหิตที่หลุดออกมาจากปากของแม่ผัวเมื่อสองวันก่อน
‘คนเป็ผู้ใหญ่… พูดแบบนี้ได้ยังไง?’
ระรินน์นึกถึงคำพูดบาดหูที่ทำให้ต้องเก็บมาคิดมากจนนอนไม่หลับ หล่อนกำมือแน่น เล็บจิกอยู่ในอุ้งมือด้วยความโกรธจัด
คุณนายปาหนันทำราวกับไม่เห็นหัวหล่อน ยิ่งนานวัน… ความสำคัญในฐานะ ‘สะใภ้’ ของบ้านหลังนี้เริ่มลดน้อยถอยลงทุกที
ตอนค่ำ
เวลาราวๆ สามทุ่ม เสียงรถเบนซ์สีขาวคันหรูแล่นเข้ามาจอดในโรงจอดรถ
ระรินน์ผลักบานหน้าต่างชะโงกมอง เห็นนาวินผู้เป็สามีกำลังก้าวลงจากรถ ในมือข้างหนึ่งหิ้วกระเป๋าเอกสารสีดำ กำลังตรงเข้าบ้าน
“พี่วินจ๋า… วันนี้กลับมาเร็วจัง”
ใบหน้านวลยิ้มร่า น้ำเสียงดีใจอย่างเห็นได้ชัดกับการกลับมาของสามี
นาวินเป็คนบ้างานมาก เขาเป็ดอกเตอร์ เป็อาจารย์ เป็นักวิชาการชื่อดังที่แวดวงการศึกษาเมืองไทยรู้จักดี
