ที่จวนตระกูลหยางสองพี่น้องฝาแฝด กำลังสนุกสนานกับสิ่งแปลกใหม่ในมิติของมารดา ทั้งยังทดลองวาดลวดลายง่าย ๆ เพื่อให้เครื่องจักรในโรงงานทำออกมา ซึ่งเป็ที่ชื่นชอบของทั้งสองคนอย่างมาก
เพียงแต่ยังมีสิ่งที่เฝ้ารอคอยที่จะได้รับจากมารดา นั่นก็คือสิ่งของที่จะใช้เป็มิติเก็บของให้กับพวกตนสองพี่น้อง ซึ่งทั้งสองต้องรอว่าผู้ช่วยของมารดาจะทำได้หรือไม่
ส่วนทางด้านจวนตระกูลฟงของฝาแฝดอีกหนึ่งคู่ กำลังเฝ้ารอหลานชายทั้งสองกลับมา หากเป็จวนอื่นย่อมส่งบ่าวไพร่ไปดูผลการสอบ แต่สองพี่น้องกลับ้าไปดูด้วยตนเอง
แม่ทัพฟงที่เริ่มจะเวียนศีรษะขึ้นทุกขณะ เมื่อบุตรชายอย่างฟงเฉิงฮ่าวเดินไปเดินมาไม่หยุด เนื่องจากตื่นเต้นกับผลการสอบของบุตรชายคนนี้ ภายหลังดีใจไปเมื่อหลายเดือนก่อนเื่ของฟงเสวี่ยหลิน ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็รองแม่ทัพ
“ฮ่าวเอ๋อร์เ้านั่งลงเถิด เดินไปเดินมาพ่อเวียนหัวไปหมดแล้วนะ”
“โธ่ ท่านพ่อก็ข้าตื่นเต้นจนนั่งเฉย ๆ ไม่ได้นี่นา จึงต้องระบายออกด้วยการเดินไปเดินมาเช่นนี้นะขอรับ”
“เฮ้อ เ้าลูกคนนี้นี่จริง ๆ เลย”
เยี่ยนหลิงที่คิดเช่นเดียวกับพ่อสามี จึงเรียกสามีกลับไปนั่งด้วยน้ำเสียงดุ ๆ อย่างที่เคยทำ “ท่านพี่กลับมานั่งเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ มิได้มีเพียงท่านผู้เดียวที่ตื่นเต้นกับผลการสอบ ทุกคนในโถงรับรองต่างก็รู้สึกคล้ายกันทั้งนั้น”
ฟงเฉิงฮ่าวได้ยินเสียงจริงจังของภรรยา ถึงกับหยุดคำพูดที่จะเอ่ยออกมาเอาไว้ และยอมกลับไปนั่งที่เก้าอี้แต่โดยดี “ตะ...แต่นั่งรอก็ดีเหมือนกันนะพี่เริ่มจะปวดขาแล้วเหมือนกัน”
ทุกคนถึงกับส่ายหน้าไปมาพร้อมกัน เมื่อเห็นท่าทางเกรงใจภรรยาของฟงเฉิงฮ่าว นอกจากเยี่ยนหลิงก็ไม่มีใครข่มขู่เขาได้ ภายหลังฟงเฉิงฮ่าวกลับไปนั่งได้ไม่นาน บุรุษหนุ่มที่หน้าตาเหมือนกันสองคนก็ก้าวเข้ามาพร้อม ๆ กัน
แฮ่ก ๆ ๆ “เฮ้อ ในที่สุดก็ปลอดภัยจากคนพวกนั้นเสียที ข้าไม่คิดว่าคนพวกนั้นจะน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้นะอาหลิน”
ฟู่ “นั่นน่ะสิถ้าข้าไม่เห็นกับตาวันนี้ คงคิดว่าข่าวลือที่ผู้คนเล่าต่อกันมาเป็แค่เื่โกหกแน่ ๆ”
แต่สองพี่น้องต้องตกสะดุ้งตัวโยนอีกครั้ง เมื่อเสียงของบิดามาพร้อมแรงฝ่ามือที่ตบลงบนบ่าของตน “อาหลิน! อาเหวิน! พวกเ้าวิ่งหนีอันใดมาถึงได้เหนื่อยหอบเช่นนี้ หรือมีใครคิดลอบทำร้ายพวกเ้ารึ”
เฮือก!! “ท่านพ่อ! /ท่านพ่อ!”
แม่ทัพฟงเป็อีกคนที่ถามเอาความกับหลานทั้งสอง “ว่าอย่างไรหลานตามีคนคิดทำร้ายพวกเ้าหรือไม่ ท่าทางเช่นนี้วิ่งมาไกลมิใช่เล่นเลยนะ”
ฟงเสวี่ยหลินเห็นถึงความกังวลจากสายตาของทุกคน เขาจำต้องรีบอธิบายโดยเร็วก่อนจะมีการเข้าใจผิดเกิดขึ้น “ท่านปู่ ท่านพ่อ ข้ากับอาเหวินมิได้มีอันตรายอันใดขอรับ ที่พวกเราวิ่งหนีกลับจวนนั่นเป็เพราะว่า ผลการสอบของอาเหวินต่างหากขอรับ”
“ใช่ขอรับ เพราะข้าสอบได้อันดับหนึ่งของระดับเตี้ยนซื่อ จึงมีหลายตระกูลอยากจับข้าไปเป็ลูกเขย ยังดีที่เซียนเอ๋อร์สังเกตเห็นท่าทีของพวกเขาเสียก่อน พวกเราทั้งสี่คนถึงได้รีบวิ่งหนีและแยกย้ายกันกลับจวนขอรับ” ฟงเหยาเหวินรีบบอกสาเหตุที่แท้จริงเพิ่มเติมจากคำของแฝดพี่
คนที่ยังนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ต่างลุกขึ้นยืน แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าฟงก็ไม่เว้น เมื่อได้ยินว่าบุตรหลานของตนสอบได้อันดับหนึ่ง
“อาเหวินสอบได้อันดับหนึ่ง! /ลูกข้าได้เป็จอหงวน!”
“ใช่ขอรับ ข้าคือจอหงวนคนใหม่ของการสอบครั้งนี้เอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าฟงถึงกับน้ำตารื้นเมื่อได้ยินข่าวดี “ท่านพี่ท่านเห็นหรือไม่ ทายาทตระกูลฟงของเราล้วนเก่งกาจทุกคน”
แม่ทัพฟงก็ดีใจกับหลานชายคนนี้ แม้ก่อนหน้าจะดีใจกับฟงเสวี่ยหลินที่ได้เป็รองแม่ทัพ แต่ยิ่งภูมิใจที่ตระกูลฟงของตนในยามนี้ กลับมีขุนนางบุ๋นในราชสำนักมาเพิ่มอีกหนึ่งคน
“ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณบรรพบุรุษตระกูลฟงและขอบคุณ์ ที่ให้ตระกูลฟงของเรามีบุตรหลานที่ฉลาดหลักแหลมเช่นนี้ ต่อไปภายหน้าตระกูลของเราจะยิ่งมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองอีกนับร้อยปี”
เหอฮูหยินก็ดีใจไม่น้อยหน้าสามีเช่นกัน “หลานย่าพวกเ้าเก่งมากจริง ๆ หนึ่งบุ๋นหนึ่งบู๊ ในราชสำนักจะมีผู้ใดเหมือนเราไม่มีอีกแล้ว ท่านแม่สามี ท่านพี่ มีข่าวดีเช่นนี้ต้องจัดงานเลี้ยงฉลองแล้วนะเ้าคะ”
“ดี ๆ ๆ ชิงหยูเ้าเริ่มเตรียมเื่จัดงานเลี้ยงได้เลยนะ ทุกอย่างในงานต้องใช้แต่ของดีเท่านั้น อย่าให้ผู้ใดมาดูถูกการจัดการงานของตระกูลเราได้” ฮูหยินผู้เฒ่าฟงสนับสนุนลูกสะใภ้เต็มที่กับเื่นี้
เยี่ยนหลิงได้ยินเช่นนั้นย่อมไม่อยู่เฉยแน่นอน “ข้าเองก็จะช่วยท่านแม่จัดเตรียมงานเลี้ยงอีกแรงนะเ้าคะ”
ฟงเฉิงฮ่าวนึกถึงเื่ที่บุตรชายของตนวิ่งหนี ก็รู้สึกโล่งอกเมื่อทั้งสองไหวตัวได้ทัน “แต่ที่สำคัญคือพวกเ้าไหวตัวทัน เื่ที่ถูกตระกูลน้อยใหญ่วิ่งไล่ตาม เพื่อจับไปเป็บุตรเขยของพวกเขา หากไม่ได้น้องสาวของพวกเ้าพ่อไม่อยากจะคิด ว่าสภาพของอาเหวินจะเป็อย่างไรเลยจริง ๆ”
“พวกลูกสองคนฝึกวรยุทธ์กับน้องสาวมาั้แ่เด็ก เหตุใดเื่นี้ถึงได้รู้สึกตัวช้ากันนักเล่า จำเอาไว้ให้ดีไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม พวกเ้าต้องมีสติให้มากกว่านี้เข้าใจหรือไม่” เยี่ยนหลิงเอ่ยกำชับกับบุตรชายของตน เพราะไม่อยากให้ทั้งสองขาดสติยามมีเหตุการณ์สำคัญ
สองพี่น้องได้ยินมารดากำชับกับตนเื่นี้ ก็รู้สึกว่าตนเองเกิดความผิดพลาดจริง ๆ “ขอบคุณท่านแม่ที่ตักเตือนพวกเราสองคนขอรับ ต่อไปข้ากับอาเหวินจะควบคุมตนเองให้ดีกว่านี้ ถ้าได้พบเซียนเอ๋อร์ข้ากับอาเหวินจะขอบใจนางอีกครั้งขอรับ”
“ท่านแม่กล่าวได้ถูกต้องแล้วขอรับ ข้ากับอาหลินจะจดจำให้ขึ้นใจและปรับปรุงจุดนี้ให้ดีขึ้น ต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีกแน่นอนขอรับ” ฟงเหยาเหวินก็เพิ่งรู้ตัวเช่นกัน ว่าตนเองไม่รอบคอบและขาดสติไปจริง ๆ
ทุกคนในตระกูลฟงล้วนทราบดีว่า บุตรหลานฝาแฝดคู่นี้ได้รับการสั่งสอนจากซูอัน เกี่ยวกับวิชาต่อสู้ั้แ่วัยเยาว์ การฝึกฝนที่หนักหน่วงขึ้นตามอายุและสภาพร่างกาย จนถึงยามนี้บุรุษหนุ่มในวัยเดียวกันไม่มีผู้ใดเทียบกับทั้งสองได้
เพราะออกจากจวนไปั้แ่ฟ้ายังไม่สาง และไม่มีอะไรตกถึงท้องคนเป็แม่อย่างเยี่ยนหลิง ถึงได้เอ่ยบอกให้บุตรชายไปรอที่เรือน ก่อนจะให้บ่าวไพร่นำสำรับอาหารไปส่ง
“ในเมื่อรู้ว่าผิดพลาดก็ดี พวกเ้าออกไปแต่เช้ายามนี้คงหิวกันแล้วกระมัง กลับเรือนไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสียก่อน ประเดี๋ยวแม่จะกำชับบ่าวไพร่ยกสำรับตามไปทีหลังนะ”
“ขอบคุณท่านแม่ เช่นนันข้ากับอาเหวินขอตัวก่อนนะขอรับ”
“ไปเถอะ แม่กับพ่อจะอยู่หารือเื่จัดงานเลี้ยงอีกหน่อย”
แต่ทั้งสองไม่ลืมเอ่ยขอตัวกับคนอื่น ๆ ที่ยังอยู่ในห้องโถงแห่งนี้ “ท่านย่าทวด ท่านปู่ ท่านย่า ท่านลุง พวกเราสองคนขอตัวก่อนขอรับ”
“ไว้ได้วันที่แน่นอนแล้ว ค่อยนำหนังสือเชิญไปที่จวนตระกูลหยางล่ะ ญาติผู้น้องของเ้าสองคนจะได้เตรียมตัวล่วงหน้า”
“ขอรับท่านพ่อ”
เมื่อหลานชายฝาแฝดกลับเรือนไปแล้ว คนที่เหลือจึงเริ่มปรึกษาหารือร่วมกันอย่างจริงจังอีกครั้ง เพื่อจัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองให้กับจอหงวนคนใหม่ ซึ่งพวกเขาคาดเดาไปในทิศทางเดียวกัน ว่าตำแหน่งที่ฟงเหยาเหวินจะได้รับนั้น คงหนีไม่พ้นอยู่ในกรมตุลาการเป็แน่
ที่ทุกคนล้วนคาดเดาตำแหน่งในกรมตุลาการ นั่นเป็เพราะหยางเฟิ่งเซียน้าให้ญาติผู้พี่ เข้าไปมีอำนาจด้านกฎหมายของแคว้นเพื่อคารอำนาจตระกูลหาน เนื่องจากที่ผ่านมามีคดีไม่น้อยที่ถูกตัดสินอย่างลวก ๆ
ในส่วนที่สำคัญที่สุดยังคงเกี่ยวกับการค้า หยางเฟิ่งเซียนกับพี่ชายเริ่มผิดสังเกตยามมีขบวนสินค้า ไม่ว่าจะเป็ของตระกูลจินหรือตระกูลอื่น ๆ เดินทางเข้าออกเมืองหลวง มักจะถูกเพ่งเล็งมากกว่าใครเป็พิเศษ หากไม่คิดวางแผนไว้ล่วงหน้าอาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้ทุกเมื่อ
