### บทที่ 13: กายาวชิระขั้นสองและบทสนทนาที่เปลี่ยนไป
คำถามที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของเซี่ยหนิงฉางลอยค้างอยู่ในอากาศ แต่เย่เฟิงเพียงแค่ยิ้มบางๆ เป็การตอบรับ
เขาไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่านั้น เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไป ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้เกิดจากโอกาสวาสนาที่ซ้อนทับกันหลายชั้น ทั้งกายาเทวะ, สายเืัา, และหัวใจแก่นปฐี ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งขาดไป ผลลัพธ์ย่อมไม่น่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้
เขาก้มลงมองร่างกายของตนเองอีกครั้ง เขาััได้ว่าเคล็ดกายาวชิระของเขาก็ได้ทะลวงผ่านไปอีกระดับหนึ่งพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของพลังบำเพ็ญเพียร
"กายาวชิระขั้นที่สอง!"
บัดนี้ิัของเขาไม่เพียงแต่แข็งแกร่งทนทาน แต่ยังมีความยืดหยุ่นที่น่าทึ่งเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย เขารู้สึกได้ว่าหากต้องรับการโจมตีของหลี่เฟยอีกครั้ง เขาอาจจะไม่ต้องาเ็แม้แต่น้อย
ในขณะที่เย่เฟิงกำลังสำรวจพลังใหม่ของตนเองอยู่นั้น เซี่ยหนิงฉางก็ได้ฟื้นคืนสติจากความตกตะลึงแล้วเช่นกัน นางโคจรพลังปราณของตนเอง...อาการาเ็ภายในของนางหายดีไปแล้วกว่าเจ็ดส่วน! นี่คือผลจากการที่ได้บำเพ็ญเพียรอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตและพลังปฐีอันหนาแน่นเช่นนี้
นางลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ กลิ่นอายที่สูงส่งและเ็าได้กลับมาปรากฏขึ้นรอบกายนางอีกครั้ง แต่เมื่อนางมองมายังเย่เฟิง แววตาของนางกลับไม่ได้เ็าเหมือนเช่นเคยอีกต่อไป มันแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่สลับซับซ้อน...ความรู้สึกที่คล้ายกับการมองดู "คนระดับเดียวกัน"
"ยินดีด้วยที่ระดับพลังของเ้าก้าวหน้าไปมาก" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ "ด้วยพลังของเ้าในตอนนี้ แม้จะยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของยอดฝีมือขั้นปราณจิต แต่ก็คงพอจะเอาชีวิตรอดมาได้"
"ท่านก็เช่นกัน" เย่เฟิงตอบ "ดูเหมือนว่าอาการาเ็ของท่านจะดีขึ้นมากแล้ว"
"ใช่" นางพยักหน้า "อีกไม่นานข้าก็จะสามารถฟื้นฟูพลังกลับสู่จุดสูงสุดได้...และอาจจะสามารถลองทะลวงไปยังระดับต่อไปได้ด้วย"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่แข็งแกร่งกว่ากับผู้ที่อ่อนแอกว่าอีกต่อไป แต่เป็ความสัมพันธ์ของสหายสองคนที่กำลังจะก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความแข็งแกร่งพร้อมๆ กัน
"ในเมื่อตอนนี้เราต่างก็มีพลังมากขึ้นแล้ว" เย่เฟิงเอ่ยขึ้น "ข้าคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องลองศึกษาประตูบานนั้นดูอย่างจริงจังเสียที"
เขามองไปยังประตูหินขนาดมหึมาที่ปิดตายอยู่ปลายห้องโถง แม้ที่นี่จะเป็์สำหรับการบำเพ็ญเพียร แต่พวกเขาก็ไม่สามารถติดอยู่ที่นี่ไปตลอดกาลได้ โลกภายนอกยังมีความแค้นที่รอวันสะสางอยู่
เซี่ยหนิงฉางเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูหินบานนั้นพร้อมกับเขา นางเพ่งพินิจอักขระค่ายกลที่สลับซับซ้อนซึ่งสลักอยู่บนบานประตูอย่างละเอียด
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย "นี่คือ 'ค่ายกลผนึกดารา์' มันเป็ค่ายกลโบราณที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง การจะคลายมันออกได้นั้นต้องใช้ความเข้าใจในศาสตร์แห่งค่ายกลที่ลึกซึ้งอย่างมาก"
นางหันมามองเย่เฟิง "ข้าพอจะมีความรู้ในเื่นี้อยู่บ้าง...แต่ลำพังตัวข้าคนเดียวคงต้องใช้เวลานานนับปีจึงจะหาทางเปิดมันได้"
"แล้วถ้ามีข้าช่วยล่ะ?" เย่เฟิงถาม
เซี่ยหนิงฉางมองเขาด้วยความประหลาดใจ "เ้า...ก็ศึกษาศาสตร์แห่งค่ายกลมาด้วยรึ?"
เย่เฟิงไม่ได้ตอบ แต่เขากลับหลับตาลง...ในห้วงสำนึกของเขาปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับค่ายกลพื้นฐานที่เขาได้รับมาจากมรดกของ "นักพรตหมื่นแปรเปลี่ยน" ขึ้นมา...แม้จะเป็เพียงความรู้พื้นฐาน แต่มันก็ถูกถ่ายทอดมาจากปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่โดยตรง!
เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แล้วชี้ไปยังจุดหนึ่งบนบานประตู "จุดนั้น...แกนพลังงานของมันดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับจุดนี้อย่างผิดปกติ...มันไม่ควรจะเป็เช่นนั้นใช่หรือไม่?"
คำพูดของเขาทำให้เซี่ยหนิงฉางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง!
นางรีบเพ่งพินิจตามจุดที่เขาชี้...และก็ได้พบว่ามันเป็เช่นนั้นจริงๆ! มันคือจุดบกพร่องเล็กๆ ที่นางมองข้ามไป!
นางหันกลับมามองเย่เฟิงด้วยแววตาที่เหมือนกับกำลังมองดูปีศาจตนหนึ่ง...เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่มีพร์ในการบำเพ็ญเพียรที่น่าสะพรึงกลัว แต่เขายังมีความเข้าใจในศาสตร์แห่งค่ายกลที่ลึกซึ้งอีกด้วยรึ!?
"เ้า...เ้ามองมันออกได้อย่างไร?"
เย่เฟิงเพียงแค่ยิ้มบางๆ "ข้าแค่รู้สึกว่ามันแปลกๆ เท่านั้นเอง"
บัดนี้...ในสายตาของเซี่ยหนิงฉาง ปริศนาที่ห่อหุ้มตัวตนของเย่เฟิงนั้นได้ทวีความลึกลับและน่าค้นหาขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
นางสลัดความใทิ้งไป แล้วหันกลับมาจดจ่ออยู่กับค่ายกลเบื้องหน้าอีกครั้ง "ในเมื่อเป็เช่นนี้...เรามาลองดูกันสักตั้ง! ด้วยความรู้ของข้าและสายตาอันเฉียบคมของเ้า...บางที...เราอาจจะสามารถเปิดประตูบานนี้ได้เร็วกว่าที่คิด!"
ความหวังที่จะได้กลับออกไปสู่โลกภายนอกได้ปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจนเป็ครั้งแรก
การร่วมมือกันของคนทั้งสอง...เพื่อไขปริศนาของสุสานโบราณ...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
(จบตอนที่ 13)