“ทำไม? โถงร้อยสมุนไพรวิเศษวิโสนักใช่ไหม?” คนจากพรรคผู้นั้น เป็คนหนุ่มเสื้อม่วงหันหน้ากลับมา เขายิ้มเย็นยามมองเ้าของร้านแซ่สุยหัวจรดเท้า ใบหน้ามีแววเหยียดหยาม
“โถงร้อยสมุนไพรไม่ได้มีสิ่งใดวิเศษวิโสหรอก” เ้าของร้านตอบเสียงแข็ง “แต่หากอยากมาจับหมอยาที่เป็คนของโถงร้อยสมุนไพรข้า น่ากลัวว่าเ้าก็ต้องชั่งน้ำหนักเสียบ้างนะ”
“อ้อ จริงหรือ?” คนหนุ่มเสื้อม่วงหัวเราะ
เหล่าชาวยุทธ์รอบด้านเขาหัวเราะร่าตาม
เ่ิูชำเลืองมองคนเหล่านี้ รู้โดยทันทีว่าเป็สาวกพรรคเจ็ดดาวอินทนิลทั้งสิ้น ภายในนั้นมีอยู่สองสามคนที่เคยถูกเขาเก็บกวาดไปก่อนหน้านี้แล้ว หนึ่งในนั้นมีศิษย์น้องลิ่นที่หน้าหายบวมแล้ว ฟันที่โดนตบจนร่วงหมดปากก็ขึ้นมาใหม่แล้วเช่นกัน เห็นท่าว่าจะไม่แตกต่างกับเมื่อก่อน เพียงแต่สีหน้ามืดลงมา เหมือนกำลังอดกลั้นไฟชั่วไว้อยู่ภายใน ดวงตามีแววมาดร้ายวับวาว
“โถงร้อยสมุนไพรฉกาจฉกรรจ์นั้นพวกเรารู้ดี แต่ว่า...” เอ่ยถึงส่วนนี้ คนหนุ่มตัวเริ่มเื่ก็หัวเราะเย็น “แต่ไม่นึกเลย ว่าโถงร้อยสมุนไพรของพวกเ้า จะกล้าคุ้มหัวปีศาจเอาไว้ด้วย”
คนรอบด้านหน้าเปลี่ยนสีกันเป็พัลวัน
คุ้มหัวเผ่าปีศาจ?
โถงร้อยสมุนไพร?
เื่ใหญ่ของจริงแล้วกระมัง
คนทั้งหมดในที่นั้นหันไปมองเ้าของร้านแซ่สุยเป็ตาเดียว หากโถงร้อยสมุนไพรมีสัมพันธ์กับปีศาจจริง เช่นนั้นคงไม่ใช่เรื่อยง่ายๆ เฉกเช่นหมอยาผู้หนึ่งถูกจับกุมอีกแล้ว น่ากลัวว่าโถงร้อยสมุนไพรอาจทนรับไม่ไหว ต้องรู้เสียก่อนว่าตอนนี้ในด่านโยวเยี่ยนนั้น เผ่าปีศาจคือหัวข้อที่เอ่ยขึ้นมาแล้ววงสนทนาเปลี่ยนขั้วทันที
เ้าของร้านชะงัก ฉับพลันก็แค่นหัวเราะเป็คำตอบ “คุ้มหัวปีศาจอยู่หรือไม่ หาใช่เื่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเยี่ยงพวกเ้าจะรู้ได้ อย่ามาพูดจาเลวร้ายทำให้มวลชนต้องฉงนที่นี่ หากสงสัยนักก็ต้องให้กองทัพโยวเยี่ยนมาตรวจสอบเอง พวกเ้าเป็แค่รากหญ้ายุทธภพเท่านั้น ทำไมกล้าใส่ร้ายป้ายสีชื่อเสียงและเกียรติยศของโถงร้อยสมุนไพรของข้า? ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?”
คำพูดนี้มีเหตุผลมาก
โถงร้อยสมุนไพรไม่เคยขาดชื่อ ให้ความร่วมมือกับกองทัพมานานถึงเพียงนี้ จะกลัวชาวยุทธ์พวกนี้ได้อย่างไร
“เฮอะๆ โถงร้อยสมุนไพรเรืองอำนาจเสียจริงนะ” คนหนุ่มจากพรรคเจ็ดดาวอินทนิลหัวเราะ เขายกมือขึ้น ตราประทับทรงรีปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ เขาแกว่งมันไปมาแล้วเอ่ย “พวกเราทำตามคำสั่งทหารของหัวหน้าฝ่ายพลาธิการจาง จับกุมปีศาจชั่วช้าในเมืองทั้งหมดทุกตัว ทำไม? นี่มิใช่การตัดสินของทัพโยวเยี่ยนหรอกหรือ? โถงร้อยสมุนไพรไม่รับคำสั่งทหารอย่างนั้นหรือ?”
เ้าของร้านสุยชำเลืองมอง พอเห็นแล้วก็แทบสะอึก
ตราประทับทรงรีนั่นเป็คำสั่งทหารของฝ่ายพลาธิการจริงๆ
ชาวยุทธ์พวกนี้มีตราประทับฝ่ายพลาธิการได้อย่างไร?
เื่มันชักยุ่งยากแล้ว
โถงร้อยสมุนไพรเป็มิตรไมตรีกับกองทัพมานาน มีเพียงหัวหน้าฝ่ายพลาธิการจางซานผู้เดียวเท่านั้นที่ขัดแย้งกันบ้าง ความสัมพันธ์ไม่สู้จะดีเท่าใด เหตุผลหลักเลยก็เป็เพราะ จางซานโลภมาก เบิกยาสมุนไพรจากโถงร้อยสมุนไพรมากขึ้นทุกทีๆ มากกว่าขอบเขตที่โถงร้อยอักษรกำหนดไว้ สำหรับเื่จางซานนั้นหาได้เป็เป็เื่ใหญ่ แต่ปัญหาที่แท้จริงคือ ให้จางซานมากไปจะเป็การฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมืองเอาได้ นี่ต่างหากคือเื่ที่ต้องป้องกันไว้ก่อน
แต่ว่าจางซานไม่คิดเช่นนั้น
ด้วยเหตุนั้นทั้งสองฝ่ายถึงกระทบกระทั่งกันอยู่
หรือว่าวันนี้จะมีจางซานคอยชักใยอยู่เื้ักัน?
“แม่ แม่จ๋า ข้าเจ็บ...” เด็กชายที่ถูกล่ามโซ่ตัวสั่นงันงก โซ่เหล็กทิ่มแทงเข้าไปในผิวเนื้อ เกือบจะลึกถึงกระดูก หน้าขาวซีดมีน้ำตาหลั่งเผาะ เห็นได้ชัดว่ากลัวจนทำอะไรไม่ถูก เขากอดมารดาตัวเองแน่นๆ ตัวสั่นเหมือนลูกนกถูกฝน ยามนี้ คนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่เขาได้
“หลิงเอ๋อร์ อย่าร้องนะลูก...” หวงเจินกอดลูกชายตัวเองแน่น นางยื่นมือเหนี่ยวโซ่เอาไว้ ป้องกันไม่ให้มันทิ่มแทงร่างกายลูกชายตนอีก แต่สองมือของนางกลับถูกบาดจนเืไหล หนามเหล็กแทงทะลุหลังมือขาวเรียวของนาง ผมงามดั่งเมฆสยาย นางเงยหน้าขึ้น “ข้าไม่ได้ข้องเกี่ยวกับเผ่าปีศาจ”
“ไม่ข้องเกี่ยวกับเผ่าปีศาจหรือ?” คนหนุ่มชุดม่วงหัวเราะเสียงหยัน ด้านหลังมีคนนำก้อนหยกแปดเหลี่ยมออกมาส่งให้เขา กดลงบนหน้าผากเด็กชาย พลันเห็นว่าก้อนหยกขาวนั้นมีบ่อแสงสีแดงอ่อนระยิบระยับอยู่
“หยกหาปีศาจ หากเป็ปีศาจ เมื่อเข้าใกล้หยกนี้จะแผ่สีแดงออกมา มนุษย์อาจพูดโกหก แต่หยกอักขระไม่อาจทำได้” บุรุษอาภรณ์ม่วงกระชากโซ่หนาในมือตนอย่างแรง เขาหัวเราะเย็น “ลูกชายเป็ปีศาจ เช่นนั้นแม่จะเป็อะไรได้เล่า? เฮอะๆ รักกับปีศาจหรือปีศาจแต่กำเนิด? โถงร้อยสมุนไพรซ่อนพวกชั่วพวกนี้ไว้ น่ากลัวว่าจะดิ้นไม่หลุด!”
โซ่เหล็กขยับที เด็กชายก็เจ็บร้าวที เขาร้องลั่น
สีหน้าเ้าของร้านแซ่สุยดูไม่ได้ในยามนี้
“ไม่ ไม่ใช่แบบนี้ หลิงเอ๋อร์เกิดมาร่างกายอ่อนแอ เพื่อจะรักษาโรคของเขา ข้าให้เขาดื่มเืสดของปีศาจหมีอัคคีโลหิตทุกวัน เพิ่มความอบอุ่นให้กับหยางในร่าง ดังนั้นเขาถึงมีปฏิกิริยาต่อหยกตรวจปีศาจ” หวงเจินะโอธิบาย นางกอดลูกชายตัวเองแน่น
“ข้ารับรองได้” เ้าของร้านสุยตอบดังพอกัน “นี่เป็การเข้าใจผิด”
แต่ชาวยุทธ์ตรงหน้ากลับหัวเราะชอบใจ
“เข้าใจผิดหรือไม่ มิใช่เื่ที่พวกเ้าพูดแล้วจะจบได้ ต้องเอาไปสอบสวน” คนหนุ่มเอ่ยอย่างโฉดชั่ว “อีกอย่าง ถึงแม้จะเป็เช่นที่พวกเ้าบอก แต่ในร่างเด็กคนนี้ก็มีเืของปีศาจหมีอัคคีโลหิตอยู่ ใครจะรู้ว่าหลังจากนี้เขาจะเป็เช่นเยี่ยนปู้หุยคนนั้นหรือไม่ หักหลังบ้านเกิดตัวเอง หากไม่ถูกปะา ก็ไม่อาจอยู่ที่โลกมนุษย์นี้ได้อีกอยู่ดี”
“เ้า...” เ้าของร้านโมโห
เด็กชายน้อยกอดมารดาตนอย่างแรง เห็นมือของหวงเจินถูกทิ่มแทงจนเืไหล เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมา ใช้มือน้อยๆ เช็ดหยาดน้ำตาบนดวงหน้าเล็กขาวซีดของตน เอ่ยสะอึกสะอื้น “ท่านแม่ หลิงเอ๋อร์ไม่เจ็บ ท่านแม่ ท่านปล่อยมือเถอะ มือท่านเืออก...”
หวงเจินเหมือนโดนมีดกรีดกลางใจ
บัดนี้ หมอยาหญิงผู้เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมาโดยตลอด รู้สึกถึงความสิ้นหวัง
หวนนึกไปถึงสามีที่สิ้นใจในากับเผ่าปีศาจ เห็นลูกโทนตัวคนเดียวโดดเดี่ยวไร้ที่พักพิง ใจของนางก็ใกล้จะสลายเต็มที
“หึๆ มัวนิ่งทำซากอะไรอยู่ พานังสารเลวที่รวมหัวกับปีศาจกับไอ้เด็กเวรนี่ไป” ร่างกำยำสูงกว่าสองเมตรในกลุ่มคนจากพรรคเจ็ดดาวอินทนิลเอ่ยขึ้น ก่อนหน้านี้เขาแค่นหัวเราะมองทุกอย่างมาโดยตลอด ตอนนี้อดใจไม่ไหวแล้ว ชายคนนี้สองมือใหญ่กว่าคนธรรมดา นิ้วมือทั้งห้ากับฝ่ามือมีสีดำอ่อนๆ เป็ที่ชัดเจนว่ามีวรยุทธ์แข็งแกร่ง
พอคนผู้นี้เอ่ยปากขึ้น คนหนุ่มชุดม่วงผู้นั้นก็ฉุดโซ่นั่นทันที เตรียมจะลากหวงเจินกับหลิงเอ๋อร์ไปทั้งเป็
หวงเจินใช้สายตาร่ำร้องขอมองไปยังเ้าของร้านแซ่สุย
นางเห็นเ้าของร้านโกรธจนตัวสั่น แต่ในส่วนลึกของแววตากลับมีความลังเลและขัดแย้งกันอยู่ ตอนนี้หวงเจินเข้าใจทุกสิ่งแล้ว นางหมดหวังอย่างสิ้นเชิง...
แต่ตอนนั้น ที่เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
“รอก่อน”
เ่ิูเดินออกมาจากด้านหลังเ้าของร้านแซ่สุย
สายตาทุกคู่หันมาจดจ้องที่ร่างของเ่ิูทันที
“เ้าเป็ใคร?” คนหนุ่มชุดม่วงชะงัก เขายิ้มหยัน “ในเมื่อข้าไม่รู้จักเ้า ก็อย่ามายุ่งให้มันมาก หาไม่แล้วเล่นกับไฟไฟก็จะแผดเผา ผลลัพธ์จะเป็อะไรที่เ้ารับไม่ไหว”
เ่ิูไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่ได้ยิน
เขาเดินตรงมาแล้วนั่งยองๆ ลูบหัวเด็กชายนามหลิงเอ๋อร์แล้วยิ้ม “ไอ้หนุ่ม เืหมีอัคคีโลหิตอร่อยดีไหม?”
เด็กชายมองเ่ิูอย่างระแวงเล็กน้อย แต่เหมือนจะติดเชื้อรอยยิ้มเ่ิูเข้าให้ เขาส่ายหน้าตามสัญชาตญาณ “ไม่อร่อยเลยขอรับ ขม แล้วยังร้อนด้วย...แต่ท่านแม่บอกข้าว่า ดื่มแล้วจะเพิ่มพลัง ข้าต้องเพิ่มพลังให้มากเข้าไว้ ไปกรำศึกฆ่าพวกเผ่าปีศาจ แก้แค้นให้ท่านพ่อ”
“เด็กดี แล้วบิดาเ้าเล่า?” เ่ิูหยุดมืออยู่ที่หน้าผากหลิงเอ๋อร์
“ท่านแม่บอกว่า ท่านพ่อหลับอยู่ในสนามรบ ฆ่าเผ่าปีศาจ ไม่กลับมาอีกแล้ว...เมื่อข้าโตขึ้น ข้าจะไปตามหาท่าน” หลิงเอ๋อร์เงยหัวขึ้น มือเล็กกำหมัดแน่น
หวงเจินมองเ่ิูอย่างฉงนนัก
แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มอาภรณ์ขาวดั่งหยกคนนี้เป็ใครมาจากไหน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาถามเพื่ออะไร แต่ส่วนลึกของใจกลับมองเห็นความหวังสุดท้ายในความสิ้นหวัง นั่นทำให้นางตัวสั่นเทา
เ่ิูหัวเราะ เขาเงยหน้าถามเ้าของร้านแซ่สุยว่า “บิดาของเด็กเป็ผู้กล้าของอาณาจักรหรือ?”
เ้าของร้านแซ่สุยรีบตอบโดยพลัน “ใช่แล้วขอรับ บิดาของหลิงเอ๋อร์เป็แม่ทัพกองโจรของทัพหน้า โชคไม่ดีสิ้นชีพในาทุ่งน้ำแข็งทลายหิมะเมื่อสองปีก่อน”
“พอแล้วๆ พูดไร้สาระไปเพื่ออะไรวะ เ้าเป็ใคร หลีกไปให้พ้น” คนหนุ่มเสื้อม่วงจ้องเ่ิูเขม็งอย่างไม่เป็มิตร “สนใจนังสารเลวกับไอ้เด็กเวรนี่นัก หรือว่าเ้าเป็พวกเดียวกับมัน?”
เ่ิูไม่สนใจเขาเหมือนเดิม
เขาพยักหน้าแล้วเอื้อนเอ่ย “นี่ถูกต้องแล้ว เด็กคนนี้พูดเกี่ยวกับรสชาติโลหิตของปีศาจหมีอัคคีโลหิตได้ไม่ผิด ข้าเคยเผชิญมันมาก่อน ในกายของเขาไม่มีชีพจรเผ่าปีศาจ ที่มีปฏิกิริยากับหยกตรวจปีศาจก็เพราะกินเืปีศาจเข้าไปเท่านั้น” พูดถึงตรงนี้เขาก็สรุปความสุดท้าย “เด็กคนนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเผ่าปีศาจ”
เ้าของร้านโล่งไปเปลาะหนึ่ง
พนักงานทุกคนในโถงร้อยสมุนไพรโล่งใจพอกัน
แต่คนหนุ่มเสื้อม่วงผู้นั้นกลับตะคอกขึ้นทันควัน “เ้าเป็ใคร โผล่ออกมาพร่ำเื่พรรค์นี้ เฮอะๆ เ้าคิดว่าแค่พูดก็จบ เ้ามัน...”
พูดไม่ทันขาดคำ
เ่ิูยืนขึ้น เงื้อมือฟาดออกไป
เพี้ยะ!
หนุ่มชุดม่วงยังไม่ทันพูดจบก็ลอยละลิ่วออกไป พ่นเืสดๆ ออกมาจากปากอย่างบ้าคลั่ง
“ไร้มารยาทสิ้นดี พูดแทรกชาวบ้านไปทั่ว สมควรโดนแล้ว” เ่ิูปรบมือตัวเองเล็กน้อย ปล่อยหวงเจินและหลิงเอ๋อร์จากโซ่เหล็กช้าๆ ท่ามกลางสายตาตะลึงลานของทุกคน เขาลูบหัวเด็กชายแล้วคลี่ยิ้ม “เอาล่ะ ไม่เป็ไรแล้ว...ลูกชายของผู้กล้าเป็ปีศาจ ริอาจใช้เื่พรรค์นี้แอบอ้างมาลงไม้ลงมือ น่าขำนัก”
“ขอบพระคุณท่านอา” หลิงเอ๋อร์เอ่ยอย่างไร้เดียงสา เขาเจ็บจนสั่นระริกไปทั้งตัว แต่ยังคงแสดงความขอบคุณก่อนได้
เ่ิูชะงัก เขาเถียงอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าใด “อาอะไรกัน ข้าแก่เพียงนั้นเลยหรือ? เรียกพี่ชายเถอะ”
คนรอบข้างหัวเราะกันเกรียวกราว
บรรยากาศผ่อนคลายลงมาก
แต่ดูจากสีหน้าโกรธเกรี้ยวเหมือนจะะเิของพลพรรคเจ็ดดาวอินทนิล กับรังสีสังหารน่ากลัวที่แผ่ออกมาแล้ว ผู้คนก็รู้ในทันทีว่าเื่ราวยังไม่จบ ความน่ากลัวที่แท้จริงกำลังจะบังเกิดขึ้น
