บทที่ 12
นางจะไม่หาเื่ตาย แต่ก็ไม่เคยร้องขอชีวิต...
หนิงเมิ่งหลานมองตามหลังเจียงเจ๋อที่เดินจากไปอย่างสง่างามพลางขมวดคิ้วแน่น คนที่มองข้ามความเป็ตาย หยิ่งผยองและเ็าอย่างเจียงเจ๋อ จะยอมให้พักอยู่ตรงข้ามกับซูว่านฉีจริงๆ หรือ?
เขามองไปยังอาคารที่พักที่ดูโอ่อ่าแต่แฝงความประณีตอยู่ไม่ไกล แล้วเบนสายตาออกพลางครุ่นคิด ทุกคนต่างรู้ดีว่าเจียงเจ๋อให้ความสำคัญกับเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรเพียงใด
ในเมื่อตอนนี้ซูว่านฉีคือ "โชควาสนา" ที่พันปีจะเจอสักครั้งของเขา เขาไม่มีทางปล่อยให้นางเป็อะไรไปแน่นอน แม้แต่ในวันนี้ เขาก็คงไม่เคยคิดจะให้ซูว่านฉีาเ็ เพียงแต่ไม่มีใครคาดคิดว่านางจะ...
เมื่อนึกถึงการกระทำของซูว่านฉีในตอนนั้น เขาก็ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ในสำนักไท่ชิงมีคนรู้เื่ของนางกับท่านเซียนไม่มากนัก ตัวเขาและผู้าุโคนอื่นๆ ต่างก็มีภารกิจรัดตัวจนไม่อาจจับตาดูพฤติกรรมของนางได้ตลอดเวลา
หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีก การมีเจียงเจ๋ออยู่ที่นี่ก็นับว่าช่วยให้รับรู้และระงับเหตุได้ทันท่วงที เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะไล่เจียงเจ๋อไป
เพียงแต่ว่า...
เขามองไปที่ซูว่านฉีด้วยความกังวล แม้ว่านอกจากครั้งแรกที่เป็การลงมือปลิดชีพตัวเองแล้ว ครั้งอื่นๆ ล้วนมีสาเหตุแวดล้อม แต่ปัญหาหลักก็อยู่ตรงนี้แหละ นางจะไม่หาเื่ตาย แต่ก็ไม่เคยร้องขอชีวิต
หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเหมือนวันนี้ขึ้นอีก เจียงเจ๋ออาจช่วยนางได้ในครั้งแรก แต่เขาจะช่วยนางได้เป็ครั้งที่สองในยามที่นาง "ยินดีน้อมรับความตาย" หรือไม่?
หนิงเมิ่งหลานขมวดคิ้ว เริ่มคำนวณในใจว่าในสำนักไท่ชิงมีของวิเศษป้องกันระดับสูงชิ้นไหนบ้าง
ในเมื่อชิ้นก่อนหน้าอานุภาพไม่พอ งั้นเขาจะหาของวิเศษระดับครึ่งเซียนมาให้ อย่างน้อยก็น่าจะปกป้องซูว่านฉีได้บ้าง!
ในตอนนั้นเอง ซูว่านฉีราวกับรับรู้ถึงสายตาของเขา นางเงยหน้าขึ้นและส่งยิ้มที่สงบแต่เปี่ยมด้วยความเคารพมาให้ รอยยิ้มนี้ช่างคุ้นตายิ่งนัก มันเหมือนกับรอยยิ้มตอนที่นางฟื้นขึ้นมาจากค่ายกลสะบั้นิญญาไม่มีผิดเพี้ยน แม้แต่องศาของมุมปากก็ไม่เปลี่ยนไปเลย
ความเ็ปและความมึนงงที่ปรากฏบนตัวนางเมื่อครู่ ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นางยังคงเป็ซูว่านฉีผู้สงบอ่อนโยนต่อหน้าทุกคน แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่านี่เป็เพียงหน้ากาก ความจริงที่อยู่ภายใต้หน้ากากนั้นคือความทุกข์ตรมที่ถึงขีดสุด จนพวกเขาเพียงแค่ได้เห็นเพียงเศษเสี้ยว ก็ไม่อาจทนมองต่อไปได้อีก
หนิงเมิ่งหลานไม่รู้ตัวเลยว่า ท่าทีของเขาที่มีต่อซูว่านฉีได้เปลี่ยนจากการมองในฐานะ "หมากที่มีประโยชน์" กลายมาเป็ความห่วงใยจากใจจริงไปเสียแล้ว ทว่าซูว่านฉีไม่ได้ใส่ใจต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น หรือจะพูดให้ถูกคือ นางไม่ได้ใส่ใจต่อท่าทีของใครทั้งสิ้น
นางหลุบตาลงเล็กน้อยแล้วทำความเคารพหนิงเมิ่งหลานด้วยท่าทางที่ห่างเหินแต่สำรวม
“ว่านฉีขอบคุณเ้าสำนักที่ช่วยชีวิตเ้าค่ะ”
นางยังไม่ทันได้ลดมือที่ทำความเคารพลง ต้วนจื่อเหวยที่เพิ่งได้สติก็รีบยื่นมือออกไปรับที่ตำแหน่งใต้ศอกซ้ายของนางประมาณสามนิ้ว เขาประคองมือซ้ายที่าเ็ของนางไว้อย่างิ่เหม่ ไม่กล้าััโดยตรงแต่ก็ไม่กล้าปล่อยมือ
“แผลของเ้ายังไม่หาย ห้าม...” เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เรียบเฉยห่างเหินของซูว่านฉีที่ดูจะไม่ใส่ใจาแของตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว เขาจึงได้แต่หลุบตาและกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป
ในจังหวะนั้น ซูว่านฉีถอยหลังหนึ่งก้าวและทำความเคารพต้วนจื่อเหวยตามมารยาทอย่างครบถ้วน “และขอบคุณศิษย์พี่ต้วนที่มอบยารักษาให้ด้วยเ้าค่ะ”
ต้วนจื่อเหวยไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับคำขอบคุณจากนาง เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาทำไปล้วนเป็ความ้าของเขาเพียงฝ่ายเดียว
เขายังรู้สึกด้วยซ้ำว่า ของวิเศษหรือโอสถทิพย์ที่เขาประเคนให้ซูว่านฉีนั้น สำหรับนางแล้วมันอาจเป็เพียง... อุปสรรค นางไม่มีใจจะอยู่ต่อ มีเพียงเขาเท่านั้นที่อยากให้นางมีชีวิตอยู่
เมื่อคิดได้ดังนั้น ต้วนจื่อเหวยเหลือบมองซูว่านฉี เห็นนางยังคงท่าทางอ่อนโยนมีมารยาทจนมองไม่ออกถึงความเ็ปใดๆ เขาจึงก้มหน้าลงอย่างเงียบงัน “ก็แค่ยาสามัญน่ะ... เ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว”
พูดจบเขาก็เบนสายตาออกไป แล้วก็เหลือบไปเห็นโต๊ะที่เขาขนมาวางไว้ในลานบ้าน ถัดลงไปคือหินปราณที่เขาชอบที่สุด และใต้หินปราณคือดินิญญาที่โรย "ผงดินหมื่นพฤกษา" เอาไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของเขา นางคงจะไม่บอกให้เขาขนของพวกนี้กลับไปหรอกนะ?!
คิดได้ดังนั้นเขาก็รีบเงยหน้าขึ้นทันที “สมบัติบนยอดเขาของข้ามันเยอะเกินไปจนไม่มีที่เก็บแล้ว!” เพื่อกันไม่ให้ซูว่านฉีได้พูดปฏิเสธ
เขาจึงรีบถอยกุรุสออกไปพลางพูดอย่างรวดเร็ว “เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าเพิ่งยกอาวุธวิเศษให้หลิว... หลิวคนไหนสักคนไปเป็มัดๆ แถมยังส่งพืชวิเศษให้ยอดเขาปรุงยาอีกหลายถุงมิติ... ข้านึกขึ้นได้ว่าข้ามีธุระด่วนพอดี...”
พูดจบเขาก็ชิ่งหนีออกจากยอดเขาว่านเจี้ยนไปอย่างรวดเร็วราวกับลมพัด
หนิงเมิ่งหลานมองตามหลังต้วนจื่อเหวยไปแล้วกระแอมเบาๆ “ตระกูลต้วนร่ำรวยมหาศาล ของพวกนี้สำหรับเขาแล้วก็แค่ขนหน้าแข้งไม่กี่เส้น เ้าไม่ต้องไปใส่ใจมากนักหรอก”
เมื่อได้รับคำปลอบโยน ซูว่านฉีก็หลุบตาลงต่ำ ไม่ต้องใส่ใจงั้นหรือ? นางมองดูรอบๆ ลานบ้านที่ถูกเปลี่ยนโฉมไปราวกับคนละที่อย่างเฉยเมย
ในแผนการของนาง ลานบ้านไม่มีความจำเป็ต้องถูกปรับปรุงแม้แต่น้อย และาแทุกแห่งบนตัวนาง ในวินาทีที่ได้รับาเ็ หรือแม้แต่ก่อนหน้านั้น นางก็ได้วางแผนรับมือไว้หมดแล้ว สิ่งที่ต้วนจื่อเหวยทำลงไป สำหรับนางแล้วมันไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
ทั้งที่รู้ว่าไร้ประโยชน์ แม้จะไร้ประโยชน์เพียงใด แต่ปลายนิ้วของซูว่านฉีกลับกระตุกเพียงแ่เบาจนแทบสังเกตไม่ได้
“เ้าสำนักล้อเล่นแล้วเ้าค่ะ” น้ำเสียงของนางฟังไม่ออกถึงความซาบซึ้งใจ นางเพียงพูดเรียบๆ ว่า “สิ่งของทั้งหมดในลานบ้านนี้ รบกวนเ้าสำนักช่วยส่งคืนศิษย์พี่ต้วนแทนว่านฉีด้วยนะเ้าคะ”
“ส่วนยารักษาเ่าั้...” นางเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้จนชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาฉายร่องรอยของการเยาะเย้ยตัวเองแต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกหลุดพ้น
“หากวันใดที่ว่านฉีต้องดับสูญไป ร่างกาย เืเนื้อ และจินตานนี้ ก็คงจะพอมีประโยชน์ตอบแทนคืนให้ได้บ้างเ้าค่ะ”
หนิงเมิ่งหลานได้ยินดังนั้น จิตใจที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงก็กลับมาตึงเครียดทันที “ของแบบนี้มันเอามาคืนกันไม่ได้นะ!”
เขาแสร้งกระแอมไอสองสามครั้งเพื่อรักษามาดอันน่าเกรงขาม “อย่าพูดจาเหลวไหล ด้วยพร์ของเ้า เ้ายังมีเวลาอีกหลายพันปี ไยต้องมาคิดเื่หลังความตายเอาตอนนี้”
ซูว่านฉีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาออกไปด้วยแววตาที่ดูเหนื่อยล้า พันปีงั้นหรือ...
หนิงเมิ่งหลานน้อยนักที่จะได้เห็นนางแสดงอารมณ์ออกมาในยามปกติเช่นนี้ ใช่แล้ว... เวลาพันปีสำหรับเซียนคนอื่นคือพรจาก์ แต่สำหรับนางแล้ว มันคงเป็เพียงภาระที่หนักอึ้งสินะ
เมื่อเห็นความเหนื่อยหน่ายในแววตาของนาง เขาเตรียมจะพูดบางอย่าง แต่ก็เห็นว่านางกลับมาสงบนิ่งดังเดิมแล้ว
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มองทะลุถึงความเป็ตาย “ในโลกบำเพ็ญเพียรเต็มไปด้วยวิกฤต ย่อมต้องมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นเป็ธรรมดาเ้าค่ะ”
ตอนนี้หนิงเมิ่งหลานได้ยินคำว่า "เหตุไม่คาดฝัน" แล้วรู้สึกเจ็บหน้าอกขึ้นมาทันที เขาสูดหายใจลึก ในหัวเหลือเพียงความคิดเดียว
นั่นสิ ขนาดอยู่ในสำนักไท่ชิง ซูว่านฉียังาเ็หนักขนาดนี้ ถ้าออกไปข้างนอกล่ะก็... ดูท่าของวิเศษป้องกันระดับครึ่งเซียนคงยังไม่พอ!
เขาจะต้องกลับไปรื้อคลังสมบัติส่วนตัว ดูว่ามีของวิเศษป้องกันชิ้นไหนที่ดียิ่งกว่านี้อีกไหม ถ้าไม่มี... เขาก็จะเน้นปริมาณ! เอาของวิเศษป้องกันระดับสูงสักหลายสิบชิ้นมาสวมให้ซูว่านฉี เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะปกป้องนางไม่ได้!
เหตุไม่คาดฝันงั้นรึ... จะไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด!
