ในระหว่างที่เหม่ยหลินกำลังบรรยายตำนานเพื่อเพิ่มความลึกลับให้แก่กระบี่โบราณสีดำ ฝูงชนก็ตั้งใจฟังจนหูผึ่ง
ในเมื่อมีการอ้างว่ากระบี่นั้นเป็ของจักรพรรดิมาร ไป๋เฉินจึงตัดสินใจถามเ้าตัวให้จบเื่จบราว "เฮ้! เ้าตาแดง กระบี่เล่มนั้นเป็ของเ้างั้นรึ?"
"เ้าตาแดง? ไอ้หนู! เ้ากล้าพูดเช่นนั้นกับข้างั้นรึ!?" เสียงเ็าของมารเก้าเนตรตะคอกกลับอย่างไม่สบอารมณ์
"หืม? ข้าพูดผิดตรงไหน?" ไป๋เฉินแสดงสีหน้าเฉยเมยในขณะเอ่ย
แม้นมารเก้าเนตรจะไม่พอใจ แต่มันก็ตอบกลับคำถามที่ไป๋เฉินอยากรู้ "กระบี่เล่มนั้นมันก็แค่ของเล่นเลียนแบบที่สร้างขึ้นมาหลอกลวงคนโง่เท่านั้น!"
"โอ้?" ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะชื่นชมห้องโถงหยวนเปาอยู่ภายในใจ ก่อนจะแอบหัวเราะอยู่ลึกๆ "ฮ่าๆๆๆ! สมแล้วจริงๆที่เป็สายงานประมูล พวกมันสามารถสร้างกระบี่หลอกลวงผู้เข้าประมูลได้... แต่หากข้าไม่มีเ้าอยู่ด้วยข้าเองก็คงจะเชื่อเช่นกัน"
การประมูลเป็เช่นนี้เป็เื่ปกติที่จะบรรยายให้ดูลึกลับและเกินจริงเพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าของสิ่งของที่มาประมูล ซ้ำแล้วนางยังใช่คำว่า 'ข่าวลือ' เพื่อที่จะสร้างม่านหมอกความลึกลับขึ้นมาอีกชั้น
ไม่มีคนโง่ที่ไหนจะยืนยันได้ว่านั่นคือกระบี่ของจักรพรรดิมาร ดังนั้นคำว่า 'ข่าวลือ' จะช่วยให้ทุกอย่างแลดูสมจริงมากยิ่งขึ้น
แม้นจะไม่พูดตรงๆและแลดูเหมือนจะไม่แน่ใจ แต่ใครหลายๆคนก็เชื่อไปแล้วว่านั่นเป็กระบี่ของจักรพรรดิมารอย่างแท้จริง
นี่คือการใช้จิตวิทยาทางวาจาในการเพิ่มมูลค่าสิ่งของไร้ค่าอย่างกระบี่เก่าๆให้แปรเปลี่ยนเป็สิ่งของล้ำค่าได้ในชั่วพริบตา
หลังจากสิ้นสุดการสาธยายของเหม่ยหลิน นางปราดมองทั่วห้องโถงก่อนจะยกแขนขึ้น "กระบี่เล่มนี้เปิดประมูลที่ 3,000 เหรียญทอง!"
ไป๋เฉินแทบจะสำลักน้ำลายเมื่อได้ยินราคาเปิดประมูล หากเขาเดินๆอยู่ก็คงล้มหัวฟาดพื้นไปเสียแล้ว
แต่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะชมเชย 'สมแล้วจริงๆที่เป็มืออาชีพ แค่สร้างเื่ราวลึกลับไม่พอ ซ้ำยังใช้ราคาการเปิดประมูลที่สูงลิ่วเพื่อความน่าเชื่อถือไปอีกระดับ... ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดา'
จากนั้นเหม่ยหลินที่ยืนอยู่กลางเวทีเคาะค้อนไม้เสียงดังสนั่นพร้อมกับเปิดประมูลอย่างเป็ทางการ "เช่นนั้น...เริ่มการประมูล!"
"3,100 เหรียญทอง"
"3,300 เหรียญทอง"
"3,500 เหรียญทอง!"
"3,600 เหรียญทอง"
การแข่งขันเสนอราคาเป็ไปอย่างดุเดือด แต่ผู้ที่เสนอราคานั้นล้วนแล้วแต่เป็พ่อค้าที่มีความมั่งคั่ง ทว่าเหล่าเยาวชนจากชั้นที่สองกลับไม่มีใครเสนอราคาออกมา
หางตาของไป๋เฉินชำเลืองไปยังห้องหมายเลขหนึ่งในขณะมือเท้าคางอย่างเบื่อหน่าย จู่ๆมุมปากของเขาค่อยๆขดเป็รอยยิ้มลึกลับ
จากนั้นการประมูลก็เป็ไปอย่างต่อเนื่อง ราคาปัจจุบันของกระบี่สีดำอยู่ที่ 5,800 เหรียญทองไปแล้ว
ผ่านไปไม่นานการนับถอยหลังของเหม่ยหลินดังขึ้น
"5,800 เหรียญทองครั้งที่หนึ่ง"
"5,800 เหรียญทองครั้งที่สอง"
"5,800 เหรียญทองครั้งที่..."
"6,000 เหรียญทอง!" จู่ๆเสียงการเสนอราคาก็ดังขึ้นจากห้องหมายเลขสาม นั่นคือไป๋เฉินที่ชูไม้ที่สลักหมายเลขสามให้แก่เหม่ยหลินได้เห็น
แต่เมื่อเห็นว่าไป๋เฉินเป็ผู้เสนอราคา เหม่ยหลินที่กำลังจะนับถอยหลังก็มีสีหน้าไม่สู้ดี นางพยายามขยิบตาเพื่อส่งซิกให้แก่ไป๋เฉินอย่างลับๆ
แต่ไป๋เฉินกลับไม่ได้ส่งสัญญาณกลับทำราวกับว่าเขาไม่เห็นสัญญาณที่ส่งมา
เหม่ยหลินทำได้เพียงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
[หลังจากนี้ค่อยคืนเหรียญทองให้เขาก็แล้วกัน]
"6,000 เหรียญทองครั้งที่หนึ่ง!"
"6,000 เหรียญทองครั้งที่สอง!"
"6,000 เหรียญทอง..."
"7,000 เหรียญทอง!" จู่ๆกลับมีเสียงจากห้องหมายเลขหนึ่งดังขึ้น นั่นคือเซี่ยหยวนไป๋ที่จ้องมองไป๋เฉินด้วยรอยยิ้มแสยะ
ไป๋เฉินแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ก่อนจะรีบะโราคาออกไปทันควัน "7,500 เหรียญทอง!"
"8,000 เหรียญทอง!" เซี่ยหยวนไป๋ยังไม่ยอมแพ้และะโราคาอย่างต่อเนื่อง
"8,500 เหรียญทอง!" เสียงเสนอราคาของไป๋เฉินก็ดังก้อง สุ้มเสียงของเขามีความเย็นและความโกรธแฝงอยู่
การเสนอราคาของไป๋เฉินและเซี่ยหยวนไป๋ดึงดูดทุกสายตาภายในห้องโถง นั่นเป็เพราะพวกเขาต่างก็เสนอราคาทีละ 500 เหรียญทอง ซึ่งเป็จำนวนที่มากเกินกว่าพ่อค้ามั่งคั่งจะมีได้
พ่อค้าผู้มั่งคั่งด้านล่างทำได้เพียงสาปแช่งอย่างไม่พอใจ
[เล่นเสนอราคาเพิ่มขึ้นทีละ 500 เหรียญทองเช่นนี้ พวกข้าจะไปสู้ได้อย่างไร!?]
แม้แต่เหล่าเยาวชนต่างก็ตั้งตารอการต่อสู้ของทั้งสองด้วยสีหน้าลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ
"9,500 เหรียญทอง!" ไป๋เฉินยังคงแสดงสีหน้าเรียบๆราวกับว่ากำลังเก็บกลั้นความโกรธ
เซี่ยหยวนไป๋ที่เห็นดังนั้นก็ยิ่งได้ใจ มันจึงะโออกไปโดยไม่ลังเล "10,000 เหรียญทอง!"
ด้วยการแสดงออกทางสีหน้าของไป๋เฉินได้บ่งบอกว่าเขากำลังจะหมดความอดทน หากหลังจากนี้ไป๋เฉินเพิ่มราคาอีกครา เซี่ยหยวนไป๋จะหยุดการเสนอเพิ่มราคาทันที
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามัน้ากลั่นแกล้งไป๋เฉินให้สูญเสียความมั่งคั่งไปให้ได้มากที่สุดเพื่อระบายความโกรธแค้นที่อัดอั้นอยู่ในอก!
แต่ทว่าหลังจากที่เซี่ยหยวนไป๋เสนอราคา 10,000 เหรียญทอง เสียงภายในห้องหมายเลขสามกลับเงียบลง และด้วยความสงสัยทุกคนมองไปยังทิศทางนั้นก็เห็นว่าไป๋เฉินกำลังชงชาด้วยสีหน้าเพลิดเพลิน
เหม่ยหลินที่ยืนอยู่กลางเวทีเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ไหล่ของนางได้แต่สั่นเบาๆ
ทุกคนในห้องโถงก็เข้าใจอย่างฉับพลันว่าชายหนุ่มที่ชื่อไป๋เฉินเพียงแค่้าเล่นตลกกับเซี่ยหยวนไป๋เท่านั้น!
เมื่อเข้าใจวัตถุประสงค์ของไป๋เฉิน เหม่ยหลินก็ไม่รอช้าและรีบนับถอยหลังโดยทันที "10,000 เหรียญทองครั้งที่หนึ่ง!"
"10,000 เหรียญทองครั้งที่สอง!"
เซี่ยหยวนไป๋ที่เห็นท่าไม่ดีก็ตัดสินใจมองไปยังไป๋เฉินด้วยรอยยิ้มยั่วยุ "เ้าไม่เสนอราคาแล้วงั้นรึ? เป็ไปได้ไหมว่าเ้าไม่มีเหรียญทองพอที่จะเสนอราคาแล้ว?"
"หรือเ้าเป็เพียงเศรษฐีจอมปลอมที่กล้าจะขึ้นราคาส่งๆเท่านั้น?" สีหน้าของเซี่ยหยวนไป๋เปี่ยมไปด้วยการขู่เข็ญ แม้นว่าสีบนใบหน้าของมันจะซีดด้วยความตื่นตระหนกก็ตาม
แต่ไป๋เฉินกลับหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบและไม่ได้เอ่ยวาจา ก่อนที่เสียงนับถอยหลังของเหม่ยหลินก็สิ้นสุดลง
"10,000 เหรียญทองครั้งที่สาม ปิดประมูล!"
"ไอ้สารเลว!" เซี่ยหยวนไป๋ขว้างถ้วยชาลงพื้นจนแตกกระจาย สีหน้าของมันเปี่ยมไปด้วยแสงแห่งความมุ่งร้ายสุดขีด
แม้นว่ามันจะได้กระบี่เล่มนั้นมาแต่มันก็ไม่ได้มีความดีใจแม้แต่น้อย เพราะมันเองก็รู้ว่ากระบี่เล่มนั้นเป็เพียงของปลอมที่ถูกสร้างขึ้น และ้าจะใช้โอกาสในการทำลายไป๋เฉินด้วยการประมูลเท่านั้น
แต่มันจะคาดเดาได้อย่างไรว่าไป๋เฉินเองก็รู้ข้อเท็จจริงนี้เช่นกัน
เหรียญทองที่มันนำมาเพื่อประมูลกุญแจสู่อาณาจักรลับก็เริ่มที่จะร่อยหรอไปโดยเปล่าประโยชน์
"ฮ่าๆๆๆ! ช่างเ้าเล่ห์จริงๆ" จู่ๆเสียงหัวเราะของเฉินตงดังสนั่นหวั่นไหวด้วยสีหน้าเยาะเย้ย หากแต่มันกลับประสานมือให้แก่ไป๋เฉินด้วยรอยยิ้มเป็มิตร "สหาย ข้าละนับถือใจเ้าจริงๆ"
ไป๋เฉินเพียงหันไปมองเฉินตงด้วยรอยยิ้มและประสานมือให้อย่างเป็มิตรเช่นกัน
ในใจเขารู้อยู่แล้วว่าเซี่ยหยวนไป๋มีจุดประสงค์อะไร และเขาเองก็ใช้จุดประสงค์เดียวกันในการตอบโต้กลับไป
การแข่งขันราคาในครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าเหรียญทองที่มี แต่ขึ้นอยู่กับการแสดงออกทางสีหน้าที่ใช้ในการหลอกลวงอีกฝ่ายต่างหาก
แม้แต่เหยาชิงเฉิงเองก็ยังชำเลืองหางตามองไป๋เฉินที่มีทีท่าสงบและไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกแสดงให้เห็น "ช่างเป็ชายที่น่าสนใจ"
การที่มีความกล้าที่จะทำให้ตระกูลเซี่ยอับอาย เขาย่อมไม่ใช่ชายหนุ่มธรรมดา
โดยปกติแล้วตระกูลเซี่ยจะขึ้นชื่อเื่ความเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ เพราะมันต่างก็อาณาเขตที่กว้างขวางกว่าตระกูลโบราณอื่นๆจนทำให้พวกมันหยิ่งผยองจนเคยตัว แต่การที่ไป๋เฉินกล้าที่จะทำให้เซี่ยหยวนไป๋อับอายต่อหน้าฝูงชนเช่นนี้ ย่อมไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและไม่มีใครกล้าทำอะไรโง่เขลาทำนองนั้นเช่นกัน
เมื่อตัดสินใจได้จากนั้นเหยาชิงเฉิงจึงหันกลับไปหาหญิงชราด้านหลังก่อนจะสั่งการด้วยเสียงกระซิบ "ท่านป้า ท่านช่วยออกไปสืบค้นข้อมูลของคนผู้นั้นมาให้ข้าได้หรือไม่?"
หญิงชราด้านหลังประสานมือน้อมรับก่อนจะออกจากห้องไปโดยที่ไม่มีผู้ใดได้สังเกตเห็น
จากนั้นเหม่ยหลินก็ประกาศว่ากระบี่จักรพรรดิมารถูกประมูลไปโดยเซี่ยหยวนไป๋ก่อนที่รายการต่อไปจะถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะสีแดง
บนโต๊ะผ้าผืนสีแดงมีกล่องไม้สลักงดงามวางอยู่ เหม่ยหลินก็แง้มฝาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มอธิบาย "ภายในกล่องนี้คือโอสถฟื้นฟูปราณระดับ 4 ที่ถูกกลั่นโดยสมาชิกของวิหารจักรพรรดิ พวกท่านคงจะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามทักษะการกลั่นโอสถของวิหารจักรพรรดิมาบ้างแล้วว่าโดยปกติสมาชิกของวิหารจักรพรรดิจะไม่มีวันนำโอสถระดับสูงเช่นนี้ออกมาขายด้วยตนเองเป็แน่ นอกเสียจากว่าเป็ผู้กว้างขวางและมีอิทธิพลเท่านั้น"
"เพราะฉะนั้นข้าจะไม่เสียเวลาในการอธิบายสรรพคุณอีกต่อไป" เหม่ยหลินปราดมองฝูงชนด้วยรอยยิ้มน่าหลงใหลก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเริ่มประมูลรายการที่สอง "โอสถฟื้นฟูปราณเปิดประมูลที่ 2,000 เหรียญทอง..."
"เริ่มการประมูล!"
