ตอนที่ 4
เช้าวันใหม่ จิวจิว ขยับตัวไปมา ด้วยความปวดเมื่อย เธอรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว จากที่เคยนอนที่นอนนุ่มๆ กว้างขวาง ตามลำพังมาตลอด แต่ตอนนี้เธอกับต้องมานอนบนเตียงที่มีผ้ารองบางๆแถมยังเบียดกันอีก เตียงเดียวนอนกันตั้งสี่คน ดีที่พี่ใหญ่กับพี่รองไม่ได้มานอนเบียดด้วย เพราะอีกฝ่ายมีเตียงอีกหลังเล็กๆที่มุมห้องด้านหนึ่ง เท่านี้เธอก็นอนนิ่งไม่ได้ขยับมาทั้งคืน จนทำร่างกายปวดเกร็งไปทั้งร่าง
“จิวเออร์ ตื่นแล้วหรือลูก”หลันฮวารีบเข้ามาประคองร่างเล็กที่กำลังลุกขึ้นนั่ง
“ท่านแม่”เสียงเล็กๆเอ่ยเรียกมารดาเ้าของร่าง แต่ภายในใจเธออดที่กลัดกลุ้มไม่ได้ เพราะคนตรงหน้า อายุน่าจะมากว่าเธอแค่สองสามปี แต่เธอต้องมาเรียกอีกฝ่ายว่ามารดา เฮ้อคิดแล้ว เธอคงต้องปลงให้ตก เดิมคิดว่าตัวเองหลับแล้วฝัน เช้ามาเธอจะยังคงตื่นขึ้นที่เตียงนุ่มๆของโรงแรมสุดหรูกลางกรุง แต่ผลคือยังอยู่ที่เดิม และภาพตรงหน้าก็ยังเป็ภาพเดิมเหมือนเมื่อวาน หรือเธอจะไม่สามารถกลับไปได้อีกแล้ว
“เป็อย่างไรบ้าง ยังปวดแผลอยู่หรือไม่”หลันฮวาสำรวจใบหน้าเล็กที่ยังซีดเซียว
“ไม่ค่ะ เฮ้ย ไม่เ้าค่ะ”เด็กหญิงตอบผู้เป็มารดาเ้าของร่าง ตอนนี้เธอปลงตกแล้ว ว่าเธอคงต้องปรับตัวให้เข้าที่นี่
“มาแม่เช็ดหน้าให้เ้า เดี๋ยวจะได้กินข้าว และดื่มยา”หลันฮวามองร่างเล็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู
“......”ยา! ฟังคำนี้ เด็กหญิงแต่ิญญาสาวจากยุด2000 แทบอยากจะร้องไห้ ใบหน้าเล็กน่ารักนั้นซีดเผือด เมื่อคิดถึงความขมของมัน
“ท่านแม่ ข้าหายแล้วไม่ต้องกินยา”ร่างเล็กเงยหน้ามองมารดาแววตาออดอ้อน
“ไม่ได้ เ้าห้ามดื้อ กินยาจะได้หายเร็วๆ แล้วเราจะไปช่วยพ่อกับพี่เ้าย้ายบ้าน”หลันฮวาเอ่ยเสียงนุ่ม ใบหน้าผอมสว่างสไวจากรอยยิ้มงดงามนั่น จิวจิวถึงได้รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าถือเป็หญิงงามคนหนึ่ง ไม่แปลกใจเลยที่พี่ๆของเ้าของร่างนี้ ถึงดูหน้าตาดีทุกคน แต่เธอยังไม่มีโอกาสเห็นหน้าตาเ้าของร่างเล็กนี้สักนิด มองซ้ายมองขวา ไม่มีกระจกซักบาน
สุดท้ายเธอก็ถูกผู้เป็มารดา จับกรอกข้าวกรอกน้ำเรียบร้อย ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ซึ่งก็เป็ชุดเก่าๆที่มีรอยปะชุนเต็มไปหมด แต่ดีหน่อยที่ซักสะอาด มีกลิ่นแดดหอมๆ
“เจริญจริงๆ สายขนาดนี้แล้วยังไม่คิดจะออกมาทำงานอีก ข้าวปลาจะไม่คิดหุงหากินกันหรือไงห๋า”เสียงนางหลี่ด่าดังลั่นออกมาจากด้านนอก เสียงกระแทกสิ่งของดังสนั่น
“เ้าเรียกใครให้ออกมาทำงาน”เฒ่าหาน ตวาดถามภรรยาเสียงดุ
“เมียเ้าใหญ่ กับพวกเด็กไง น้ำก็ยังไม่มีใครไปตัก ฟืนใครจะไปเก็บ อาหารไก่ อีก จะนอนไปถึงไหน”นางหลี่ะโเข้ามายังเรือนตะวันตก
“นี่พี่สะใภ้ใหญ่ยังไม่มาทำกับข้าวอีกหรือ ข้าหิวจะแย่แล้วท่านแม่”อวี่เออร์ถามมารดาอย่างหงุดหงิด เมื่อเดินเข้ามายังห้องครัว ไม่มีอาหารขึ้นโต๊ะอย่างทุกวัน
“ตอนนี้เ้าใหญ่และครอบครัวได้แยกบ้านไปแล้ว ยังจะไปตามพวกเขามาทำงานอีกหรือ ต่อไปหน้าที่ภายในบ้าน ก็จัดการแบ่งกันทำให้เรียบร้อย”เฒ่าหานดุภรรยาและบุตรสาวคน เล็กก่อนจะเดินส่ายหัวออกจากบ้านไป เพราะเขาต้องไปช่วยบุตรชายคนโตจัดการเื่บ้านหลังเก่า
“ท่านแม่ แสดงว่าต่อไปจะไม่มีใคร คอยทำกับข้าว ซักผ้า กวาดบ้าน แล้วไหนจะงานอื่นๆอีกอย่างนั้นหรือ”หญิงสาวหันไปสอบถามมารดา สีหน้าใ
“ก็ใช่นะสิ มันน่านัก เงินก็ไม่ได้ ยังต้องมีเสียแรงงานฟรีๆอีก”นางหลี่หน้าดำคล้ำด้วยความโมโห
“ไปตามสะใภ้รองมาทำกับข้าว”นางหลี่หันไปสั่งบุตรสาว
“ให้พี่สะใภ้รองนี่นะทำกับข้าว ท่านแม่ นางทำไม่อร่อยสักนิด”หญิงสาวเบ้ปาก เมื่อนึกถึงกับข้าวที่อีกฝ่ายเคยทำให้กิน
“หรือเ้าจะทำเอง”นางหลี่หันไปถลึงตาใส่บุตรสาว ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินกระฟัดกระเฟียดจากไป
ทางด้านห้องตะวันตก สองแม่ลูกค่อยถอนหายใจ เมื่อเสียงจากด้านนอกเงียบลง หลันฮวาถึงกับน้ำตาซึม เมื่อคิดถึงความทุกข์ยากที่เคยได้รับ ความใจดำของแม่สามี และความเห็นแก่ตัวของพี่น้องสามี ั้แ่แต่งงานมา นางไม่เคยได้กินอิ่มนอนหลับเลยสักครั้ง นางเข้าใจว่านางมีลูกมาก ทั้งนางและสามีจึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้มาก เพื่อให้ลูกกินอิ่ม นอนอุ่น ไม่มีวันไหนเลยที่นางไม่แอบร้องไห้
“ท่านแม่ ท่านอย่าร้องไห้”จิวจิว เห็นมารดาเ้าของร่างเดิม นั่งตาแดงอยู่ข้างๆ ก็อดที่จะสงสารอีกฝ่ายไม่ได้
“แม่ไม่เป็ไร จิวเออร์นอนพักนะ แม่จะเก็บของ เราต้องย้ายบ้านแล้ว ย่าเ้าสั่งให้เราต้องย้ายออกภายในวันนี้”หลันฮวากลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล นางไม่อยากอ่อนแอให้ลูกสาวเห็น ก่อนจะส่งยิ้มให้เด็กน้อย และหันไปเก็บข้าวของที่มีอยู่ไม่มากใส่ตะกร้า
จิวจิว รู้สึกเศร้าตามหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ หรือจริงๆเป็ความรู้สึกเดิมของเ้าของร่างกันนะ เธออยากช่วยครอบครัวนี้ เป็ความ้าที่เกิดขึ้นกะทันหันภายในจิตใจ ทำให้ดวงตากลมโตเป็ประกายจ้า มาดูกันว่าเธอจะทำอะไรได้บ้าง ในโลกจีนโบราณนี้ พูดปุบร่างเด็กน้อยก็ลุกขึ้นนั่งทันที หลังเติมกำลังใจให้ตัวเองเสร็จ
“ท่านแม่ ข้าจะช่วยท่านเก็บของ”จิวจิว พูดขณะหย่อนขาถอยหลังจะลงจากเตียง แต่ปัญหา คือ เธอลงไม่ได้ ขาเธอสั้นลง หรือเตียงโบรารมันสูงกันนะ เด็กน้อยได้แต่ทำหน้ามุ่ย ร่างพังพาบอยู่ระหว่างเตียง ขาส่ายไปมาพยายามที่จะััพื้น
“จิวเออร์ ระวังลูก”หลันฮวาหันไปเห็นลูกสาวที่กำลังส่ายก้นน้อยๆดุกดิกไปมาจะลงจากเตียง ทำให้นางรีบทิ้งของในมือ วิ่งไปยกร่างเล็กนั้นลงจากเตียงทำที
จิวจิว ทำหน้าปั้นยาก ดูว่าเธอจะไม่ประมาณกำลังและรูปร่างตัวเองสักนิด หลันฮวาทั้งโมโหทั้งขำลูกสาวที่ยืนหน้าแดงบิดไปมา อย่างเขินอาย
“ข้าจะช่วยท่านแม่เก็บของ”จิวจิวเงยหน้าขึ้นบอกผู้เป็มารดา ใบหน้าเล็กๆฉายแววมุ่งมั่น
“แต่แผลเ้ายังไม่หาย เ้าควรนอนพักมากๆนะจิวเออร์”หลันฮวายิ้มอ่อนโยนให้บุตรสาว
ให้ตายเถอะ เธอไม่ชินสักนิด ที่เห็นคนอื่นมองเธอราวกับเด็กน้อยไม่ประสา จิวจิวได้แต่คิดในใจ เอาเถอะก็ดันเกิดมาเป็ลูกพวกเขานิ แถมยังอายุน้อย ก็คงทำอะไรไม่ได้ คงต้องปล่อยเลยตามเลย เป็เด็กก็เป็เด็ก แต่เธอจะต้องเป็เด็กที่มีความสุขที่สุด นั่นคือเป้าหมายต่อไปของเธอ
“ข้าไม่เจ็บแล้วท่านแม่ อย่าเป็ห่วงเลย เก็บของกันเถิดเ้าค่ะ”ใบหน้าเล็กๆมองมารดา พร้อมกับเอ่ยปลอบอีกฝ่าย ทำเอาหลันฮวาอดขำกับท่าท่างจริงจังของอีกฝ่ายไม่ได้
“งั้นก็ได้จ๊ะ”มารดายังพูดไม่ทันจบ ร่างเล็กนั้นก็ลากตะกร้า เดินไปยังมุมหนึ่งที่ครอบครัวใช้เก็บอุปกรณ์ครัวเล็กๆเอาไว้ มือเล็กหยิบจับของวางในตะกร้าอย่างรวดเร็ว แถมยังเรียบร้อย เผลอแป๊ปเดียวอุปกรณ์ทำครัวก็ลงไปอยู่ในตะกร้าเรียบร้อย
“ท่านแม่เต็มแล้ว”จิวจิวหันไปบอกมารดา ร่างเล็กยิ้มอย่างภูมิใจเมื่องานชิ้นแรกเสร็จเรียบร้อย
“เอ่อ จ๊ะ จิวเออร์ เก่งจังเลย”ร่างเล็กยืดอกอย่างภูมิใจเมื่อได้รับคำชม
“แน่นอนเ้าค่ะท่านแม่”หลันฮวาอ้าปากค้าง เมื่อเห็นท่าทาง และการยอมรับคำชมนั้นอย่างไม่เขินอาย ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะคิกคักออกมาอย่างอดไม่ได้กับความน่ารักของบุตรสาว
สองแม่ลูกช่วยกันเก็บของ พร้อมกับยกมากองรวมกันไว้อีกฝาก เพื่อรอการขนย้าย ของไม่เยอะ ใช้เวลาเก็บเพียงครึ่งวันก็เสร็จ
“จิวเออร์ เ้านอนกลางวันสักหน่อยไหม แม่จะเดินไปดูพ่อกับพี่เ้าสักหน่อย”
“ท่านแม่ ข้าจะไปด้วยเ้าค่ะ”ร่างเล็กจับมือผู้เป็มารดาแกว่งไปมาอย่างออดอ้อน
“ไม่ได้ เ้ายังไม่หายดี”หลันฮวาส่ายหน้าไม่เห็นด้วย ั้แ่ฟื้นขึ้นมาดูเหมือนเด็กน้อยคนนี้จะดื้อขึ้นไม่น้อย
“ท่านแม่ ลูกหายแล้ว ดูสิะโก็ได้”จิวจิว พยายามแสดงพลังอย่างเต็มที่ เพื่ออ้อนให้อีกฝ่ายพาเธอไปด้วย หลันฮวาไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี กับท่าทีกระตือรือร้นของเด็กน้อย
“ท่านแม่จะปล่อยให้ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้นะเ้าค่ะ เกิดพวกท่านย่าเข้ามารังแกข้า ใครจะช่วยลูกสาวที่น่าสงสารของท่าน”สุดท้ายหลันฮวาก็ไม่สามารถปฏิเสธคำขอของลูกสาวได้ เพราะสารพัดวิธีที่อีกฝ่ายยกขึ้นมาทำให้นางพูดแทบไม่ออก ไม่รู้สมองน้อยๆนี้คิดมาได้ยังไง สุดท้ายสองแม่ลูกก็ได้แต่เดินจูงมือกันออกจากบ้านไป
ความทรงจำเก่าของเ้าของร่างบอกเธอว่า ที่นี้คือหมู่บ้าน มู่หลี่หง มีทั้งหมด ประมาณร้อยกว่าครอบครัว ต่างมีอาชีพ ทำไร่ทำนา หาของป่า และของทะเลขาย หมูบ้านนี้ ด้านเหนือติดูเาลูกใหญ่ สุดลูกหูลูกตา เป็แหล่งทรัพยากรให้ชาวบ้านมากมาย ด้านใต้ ติดทะเล ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพประมงอีกทาง หมู่บ้านนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงเดินเท้าสองชั่วโมง แต่ถ้านั่งรถวัวเทียมเกวียนใช้เวลาประมาณชั่วโมง หรือน้อยกว่า
“จิวเออร์ เดินเร็วๆลูก”หลันฮวาหยุดมองบุตรสาวเป็พักๆเมื่ออีกฝ่ายคอยหยุดมองไปรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น ราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน
“ท่านแม่ ขาข้าสั้นนะเ้าคะ”จิวจิวกลบเกลื่น พร้อมกับรีบสาวเท้าให้ทันมารดา
“ขาสั้น หรือมัวแต่มองข้างทางกันแน่หือ ให้แม่อุ้มเ้าดีหรือไม่”หลันฮวายิ้มส่ายหน้ากับข้อแก้ตัวของอีกฝ่าย
“ไม่เ้าค่ะ ข้าเดินเอง”จิวจิวส่ายหน้ารีบปฏิเสธ แม้ร่างนี้จะเด็ก แต่ิญญาข้างในเป็โตเกินกว่าจะให้ใครอุ้มแล้ว
“งั้นก็รีบเดิน อีกสองโค้งก็ถึงแล้ว”มารดายิ้ม พร้อมกับเอ่ยเร่งร่างน้อยๆ ที่เร่งรีบเดิน โดยไม่หยุดมองข้างทางเช่นเดิมแล้ว ราวกับกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจอุ้มร่างน้อยๆนั้นขึ้นมาจริงๆ
