[เวลา: 19:00 น. | สถานที่: ชานเรือนบ้านไร่ปลายฟ้า]
หลังจากรถกระบะเ้าปัญหาขับออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมบ้านไร่ปลายฟ้าอีกครั้ง พ่อเมฆานั่งถอนหายใจยาวเหยียดอยู่ที่เก้าอี้หวายตัวเก่า สีหน้าของชายวัยกลางคนดูแก่ลงไปถนัดตา
"ตะวัน..." พ่อเอ่ยขึ้นเสียงเบา "พ่อว่าเราอาจจะต้องระวังตัวหน่อยนะ เสี่ยกำพลแกเป็คนกว้างขวาง ใครขัดใจแกมักจะอยู่ไม่เป็สุข บางที... ถ้าเขาให้ราคาดี เราอาจจะ..."
"พ่อครับ" ตะวันวางมือลงบนไหล่พ่อ บีบเบาๆ เพื่อเรียกสติ "ที่ดินแปลงนี้เป็มรดกปู่ เป็ที่ที่พ่อลงแรงถางป่ามากับมือ พ่อจะยอมให้เขาเอาไปเทปูนทำรีสอร์ทจริงๆ เหรอครับ?"
เมฆาเงียบไป แววตาไหววูบ "พ่อก็เสียดาย... แต่พ่อกลัวพวกเอ็งจะเป็อันตราย พวกนี้มันเล่นสกปรกนะลูก อาจจะมาขโมยของ ตัดน้ำ หรือวางยาเบื่อหมา..."
พอได้ยินคำว่า 'วางยาเบื่อ' เ้าแดงที่นอนหมอบอยู่ใต้โต๊ะก็หูตั้งขึ้นมาทันที ตะวันหน้าตึงขึ้นมา
"ไม่ต้องห่วงครับพ่อ... คืนนี้ผมจะจัดการ 'ทำรั้ว' เอง พ่อกับแม่ไปนอนเถอะครับ พรุ่งนี้เรามีออเดอร์แยมต้องส่งป้าเพ็ญอีกเยอะ"
"ทำรั้ว?" พ่องง "จะทำไหวเหรอลูก? ไม้ไผ่ก็ไม่มี ลวดหนามก็ไม่ได้ซื้อมา"
"ผมมีวิธีครับ... พ่อเชื่อใจผมนะ"
[เวลา: 20:30 น. | แปลงสตรอว์เบอร์รีหลังบ้าน]
ตะวันเดินถือไฟฉายออกมาที่ชายป่าด้านหลังสวน ซึ่งเป็จุดอ่อนที่คนนอกสามารถแอบเข้ามาได้ง่ายที่สุด เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่น
"ระบบ... ฉัน้าอะไรสักอย่างที่ใช้ป้องกันผู้บุกรุกได้ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย และต้อง... สร้างมูลค่าได้ด้วย"
ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงรายการสินค้าแนะนำ
[ร้านค้าระบบ: หมวดพืชป้องกันและเศรษฐกิจ]
1. เมล็ดกระบองเพชรั์: หนามแหลม ทนทาน (ราคา: 30 แต้ม)
2. เถาวัลย์กินคน (แฟนตาซี): [ล็อค - เลเวลไม่ถึง]
3. เมล็ดแบล็คเบอร์รี พันธุ์หนามเหล็ก (Iron Thorn Blackberry):
"นี่แหละ... สิ่งที่ตามหา!" ตะวันดีดนิ้ว
แบล็คเบอร์รี (Blackberry) ในยุค 90 ยังเป็ผลไม้หายากในไทย น้อยคนจะรู้จัก แต่ราคาของมันในตลาดโลกนั้นสูงลิ่ว และที่สำคัญ... หนามของมันคือฝันร้ายของใครก็ตามที่คิดจะบุกรุก
ตะวันกดซื้อทันที แต้มสะสมของเขาลดวูบลงเหลือ 85 แต้ม แต่มันคุ้มค่า
วูบ...
ซองเมล็ดพันธุ์สีดำสนิทและขวดน้ำยาสีเขียวเรืองแสงปรากฏขึ้นในมือ
ตะวันไม่รอช้า เขาเริ่มขุดหลุมตื้นๆ ตลอดแนวรั้วหลังบ้าน ระยะห่างหลุมละ 1 เมตร หยอดเมล็ดลงไป แล้วราดน้ำยาเร่งโตตาม
ซู่... ซู่...
ทันทีที่น้ำยาััเมล็ด เสียงลั่นเปรี้ยะๆ ของเปลือกไม้ก็ดังขึ้น
ยอดอ่อนสีเขียวเข้มแทงทะลุดินขึ้นมา แล้วเริ่มเลื้อยพันกันอย่างรวดเร็วราวกับงูที่มีชีวิต มันเลื้อยเกาะหลักไม้เก่าๆ และต้นไม้ริมรั้ว สานตัวกันจนกลายเป็ "กำแพงหนาม" ที่แ่า
หนามของมันยาวและแหลมคมวาววับต้องแสงจันทร์ ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าลวดหนามทหาร
"โตไวๆ นะเ้าหนู... ใครหน้าไหนกล้าเข้ามา ก็ให้มันได้เืกลับไป"
ตะวันยืนมองผลงานด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเดินกลับบ้านไปนอนเอาแรง โดยมีเ้าแดงวิ่งตามหลัง คอยเหลียวมองกำแพงหนามนั้นอย่างระแวดระวัง
[เช้าวันรุ่งขึ้น | เวลา: 06:00 น.]
เสียงไก่ขันปลุกตะวันให้ตื่นขึ้นมาพบกับปาฏิหาริย์ยามเช้า
เมื่อเขาเดินไปดูหลังบ้าน กำแพงแบล็คเบอร์รีที่ปลูกไว้เมื่อคืน ตอนนี้มีความสูงท่วมหัว (เกือบ 2 เมตร) เถาที่เหนียวแน่นพันกันจนแทบมองไม่เห็นช่องว่าง
และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ... มันเริ่ม "ติดดอกออกผล" แล้ว!
ผลแบล็คเบอร์รีสีเขียวอ่อนเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง และบางลูกเริ่มกลายเป็ "สีดำขลับ" (สุกเต็มที่)
"โห... เร็วเวอร์"
ตะวันลองเอื้อมมือ (อย่างระวังหนาม) ไปเด็ดลูกสีดำมาหนึ่งลูก ขนาดของมันใหญ่เท่านิ้วโป้ง
พอกัดเข้าไป... น้ำหวานสีม่วงเข้มก็ะเิในปาก รสชาติเปรี้ยวนำแล้วหวานตาม หอมกลิ่นป่าชัดเจน
"อร่อย! รสเข้มกว่าสตรอว์เบอร์รีอีก เอาไปทำแยมหรือแต่งหน้าเค้กต้องเลิศแน่ๆ"
[ติ๊ง!]
[ค้นพบวัตถุดิบใหม่: แบล็คเบอร์รีหนามเหล็ก]
เกรด: A
สถานะ: พร้อมเก็บเกี่ยว (บางส่วน)
มูลค่าประเมิน: 300 - 500 บาท/กิโลกรัม (ตลาดไฮโซ)
ขณะนั้นเอง พ่อเมฆาก็เดินงัวเงียออกมาที่หลังบ้าน กะว่าจะมาดูที่ดินด้วยความเป็ห่วง
"ตะวัน... เมื่อคืนลูกทำอะไร... เฮ้ย! นั่นมันต้นอะไร!?"
พ่อเมฆาตาค้าง มองดูกำแพงหนามสีเขียวเข้มที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมากั้นเขตที่ดินยาวสุดลูกหูลูกตา
"รั้วกันขโมยรุ่นชีวภาพครับพ่อ" ตะวันยิ้มแป้น "หนามคมกริบ ยิ่งกว่าลวดหนาม แถมออกลูกกินได้ด้วย นี่ครับพ่อ ลองชิมดู"
พ่อยื่นมือมารับลูกผลไม้สีดำไปกินด้วยความงุนงง
"อื้ม! เปรี้ยวหวาน... อร่อยดีนี่! นี่มันลูกอะไร?"
"เขาเรียกว่า 'แบล็คเบอร์รี' ครับพ่อ ผลไม้เมืองหนาวราคาแพง... ต่อไปนี้นอกจากสตรอว์เบอร์รีแล้ว เราจะมีเ้านี่ขายด้วย ใครจะบุกเข้ามาก็ต้องฝ่าดงหนามนี้ก่อนครับ"
พ่อเมฆามองลูกชายสลับกับกำแพงหนาม แล้วหัวเราะออกมาดังๆ
"ฮ่าๆๆ! เอ็งนี่มันเหลือเชื่อจริงๆ... แบบนี้ไอ้เสี่ยกำพลส่งลูกน้องมา มีหวังร้องจ๊ากกลับไปแน่!"
ความกังวลของพ่อหายไปกว่าครึ่ง ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นกับ "พืชเศรษฐกิจตัวใหม่"
[เวลา: 12:00 น. | โรงอาหารโรงเรียน]
บรรยากาศที่ร้านป้าเพ็ญคึกคักเป็พิเศษ
ป้ายเมนู "ขนมปังหน้าสตรอว์เบอร์รี (แยมตะวัน)" กลายเป็จุดเช็คอินใหม่ของนักเรียน ป้าเพ็ญยืนปิ้งขนมปังมือเป็ระวิง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม (เพราะขายดีจนลืมเื่โดนแย่งลูกค้าไปแล้ว)
"ตะวัน! เอาแยมมาเพิ่มอีก 2 ขวด! หมดเกลี้ยงแล้ว!" ป้าเพ็ญะโเรียกเมื่อเห็นตะวันเดินเข้ามา
"จัดไปครับป้า!" ตะวันส่งขวดแยม (ขวดโหลใหญ่ราคาส่ง) ให้ป้าเพ็ญทันที
เดชกับหมูนั่งนับเงินส่วนแบ่งอยู่ข้างๆ
"โห... ป้าแกขายดีขนาดนี้ เราได้ส่วนแบ่งขวดละตั้งเยอะ วันเดียวนายได้ค่าขนมเป็ร้อยเลยนะเนี่ย" หมูพูดด้วยความอิจฉา
"เงินที่ได้มา ฉันไม่ได้เอาไปใช้เล่นหรอกนะ" ตะวันตอบพลางเก็บเงินใส่กระเป๋า "ฉันกำลังระดมทุน... เพื่อปกป้องที่ดินของพ่อ"
"มีเื่อะไรเหรอ?" เดชถามเสียงเครียด
ตะวันเล่าเื่เสี่ยกำพลให้เพื่อนฟังคร่าวๆ
"ดังนั้น... ฉันต้องทำให้ไร่ของฉัน 'ดัง' ขึ้นมา ถ้าไร่ปลายฟ้ากลายเป็แหล่งท่องเที่ยว หรือเป็แหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรที่คนรู้จักเยอะๆ พวกนายทุนหน้าเืจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้"
"นายจะทำยังไง?"
"วันเสาร์นี้..." ตะวันแววตาเป็ประกาย "ฉันจะจัด 'งานเปิดสวน' (Open House) เล็กๆ ชวนครูอารีย์ ครูสมศรี และเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่สวน... ไปกินสตรอว์เบอร์รีสดๆ จากต้น และเปิดตัว 'ราชันย์สีดำ' ให้ทุกคนได้ชิม"
"ราชันย์สีดำ?" หมูหูผึ่ง "ของกินเหรอ? ไป! ฉันไปด้วย!"
"ช่วยกระจายข่าวให้หน่อยนะเพื่อน... ยิ่งคนไปเยอะ ยิ่งดี"
[เวลา: 16:00 น. | ไปรษณีย์อำเภอสะเมิง]
หลังเลิกเรียน ตะวันไม่ได้กลับบ้านทันที แต่แวะไปที่ไปรษณีย์ เขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งด้วยลายมือบรรจง ใส่ซองสีน้ำตาลอย่างดี
จ่าหน้าซองถึง: "นิตยสารยานยนต์ (คอลัมน์ D.I.Y. รถเก่า)"
ในซองนั้น นอกจากจดหมายแนะนำตัวแล้ว ยังมีรูปถ่าย (ที่เขาลงทุนจ้างร้านถ่ายรูปถ่ายให้เมื่อวาน)
รูปของ Honda C70 สีเขียวตองอ่อน แต่งสไตล์วินเทจ จอดคู่กับทุ่งสตรอว์เบอร์รี โดยมีเ้าแดงนั่งเก๊กหล่ออยู่หน้ารถ
"ถ้าได้ลงหนังสือ... ไม่ใช่แค่รถจะดัง แต่ไร่สตรอว์เบอร์รีของพ่อก็จะดังไปด้วย"
ตะวันหย่อนจดหมายลงตู้ไปรษณีย์
นี่คือการวางหมากชั้นเซียน... ใช้ "ความชอบเื่รถ" มาช่วย "โปรโมทธุรกิจที่บ้าน"
ถ้านิตยสารเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อไหร่... เสี่ยกำพลก็เสี่ยกำพลเถอะ จะไม่มีทางแตะต้อง "แลนด์มาร์ค" แห่งใหม่ของสะเมิงได้ง่ายๆ แน่นอน
"รอก่อนนะเสี่ย... เดี๋ยวจะได้รู้ว่า เด็ก ม.1 สมัยนี้ มันร้ายกว่าที่คิด"
ตะวันยิ้มมุมปาก ก่อนจะสตาร์ทรถ Honda C70 ขี่ฝ่าลมเย็นๆ กลับบ้านไปเตรียมงานใหญ่สำหรับวันเสาร์ที่จะถึงนี้
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
