ทันทีที่เห็นว่าบิดาโกรธมาก ถงว่านหรงก็ตาแดง ก้มหน้าลงด้วยความเสียใจ นางละล่ำละลักพูด “ท่านพ่อ ข้า… ไม่ได้ตั้งใจจะโกหก คือ… ข้ากลัวว่าพูดไปแล้วจะโดนดุ” ท่านพ่อเอ็นดูนางั้แ่เด็ก ไม่เคยด่าว่านาง ครั้งนี้โดนตวาดจึงรู้สึกเสียใจมาก
เมื่อเห็นลูกสาวที่รักร้องไห้ ใจของอาจารย์ถงก็อ่อนลงอีกครั้ง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่และถามอย่างหมดหนทาง “หรงเอ๋อ ทำไมเมื่อวานถึงไปหาคู่หมั้นของจือโม่"
เขาไม่อยากเห็นลูกสาวสุดที่รักของเขาทำอะไรงี่เง่าเพื่อผู้ชายโดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียง
ท่านพ่อรู้จริงด้วย ใครเป็คนบอก? เซี่ยเหอ?
ไม่ เซี่ยเหอเป็สาวใช้ของนาง เป็ไปไม่ได้ที่จะบอก หากบอกจริง นางเองก็ต้องโดนทุบตี
คนบังคับรถม้าหรือ? เป็ไปไม่ได้ เขาพูดไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร
นอกจากพวกเขาแล้ว ก็เหลือเพียงหลิวจือโม่
เป็ไปได้ว่าหลี่ชิงหลิงฟ้องหลิวจือโม่ และหลิวจือโม่ช่วยโดยการบอกพ่อนาง
นึกแล้วถงว่านหรงก็รู้สึกเ็ปใจ นางเช็ดน้ำตาจากหางตา “ท่านพ่อ ใครบอกท่านหรือ?” ต้องได้ยินเองถึงจะทำใจยอมรับไหว
“แล้วเ้าคิดว่าใครเป็คนบอกข้า” อาจารย์ถงไม่ตอบตรงๆ แต่ถามกลับ
ลูกสาวของเขาไม่ใช่คนโง่ ย่อมคาดเดาได้อยู่แล้ว
นางแค่ไม่อยากยอมรับความจริง
ถงว่านหรงกัดริมฝีปากล่างอย่างแรง ครู่หนึ่งจึงกระซิบว่าใช่หลิวจือโม่หรือไม่
อาจารย์ถงมองลูกสาวก้มหน้า และตอบรับ "วันนี้เขามาบอกข้าว่า คู่หมั้นของเขาปะทะกับเ้าเมื่อวาน ฝากให้ข้ามาขอโทษแทนคู่หมั้นของเขาด้วย..." เขาถอนหายใจ "หลิวจือโม่ไม่อยากพูดให้ชัดเจนนัก แต่บอกข้าอ้อมๆ ว่าให้ดูแลเ้า เข้าใจหรือไม่”
เขาจะฟังสิ่งที่หลิวจือโม่สื่อไม่ออกได้อย่างไร?
หรงเอ๋อเป็คนทำผิด เขาจึงไม่มีอะไรจะพูด
น้ำตาของถงว่านหรงไหลไม่หยุด นางรู้สึกเศร้าอย่างมาก “เขา… คู่หมั้นที่หยาบคายของเขาจะคู่ควรกับเขาได้อย่างไร ข้า… ข้าสิ…” นางเองก็ไม่กล้าพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้าผู้เป็บิดา
ทำไมหลิวจือโม่ถึงดื้อรั้นนัก? คู่หมั้นของเขามีอะไรดีนักหนา? นางไม่เข้าใจเลย
เมื่อเห็นว่านางยังลุ่มหลง ความโกรธในใจของอาจารย์ถงที่เบาลงก็พลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง เขากัดฟัน “จะคู่ควรหรือไม่ก็เป็เื่ของคนอื่นเขา เ้ามีสิทธิ์อะไรไปยุ่ง เ้า…” อาจารย์ถงยืนขึ้น เดินวนสองรอบจึงพูดสิ่งที่มาถึงริมฝีปาก “ถ้าเ้ายังรู้จักละอายใจสักนิดก็ไม่ควรไปหาคู่หมั้นของคนอื่น”
สิ่งที่เขาพูดนั้นหนักเล็กน้อย แต่ถ้าเขาไม่พูดให้หนักหน่อย ลูกสาวของเขาจะตื่นขึ้นได้อย่างไร
ถงว่านหรงถูกดุจึงปิดปากร้องไห้หนักกว่าเดิม
นางเองก็ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงถูกใจหลิวจือโม่ เพียงเจอไม่กี่ครั้งก็ตกหลุมรักเขา
นาง... นางก็ไม่อยากเหมือนกัน!
“ท่าน… พูดแบบนี้กับหรงเอ๋อได้อย่างไร นั่นลูกสาวนะ!” ฮูหยินถงเดินมาได้ยินแล้วโกรธ
นางเดินเข้าไปต่อว่าอาจารย์ถง
“เด็กดี อย่าร้องไห้ อย่าร้องไห้! แม่อยู่ตรงนี้ ไม่มีใครกล้ารังแกหรอก” กอดถงหว่านหรง ตบหลังปลอบโยนนางเบาๆ
ลูกสาวสุดที่รักร้องไห้อย่างโศกเศร้าจนทำให้นางใจสลาย
อาจารย์ถงชี้นางถงด้วยนิ้วที่สั่นเทา อ้าปากพะงาบอยู่พักใหญ่จึงพูดออกมาได้ “ตามใจลูกจนเสียคน!"
นางถงไม่สนใจเขา กอดถงว่านหรงกล่อมเสียงเบา “ลูกแม่ ผู้ชายแบบนั้นไม่เอาก็ไม่เป็ไร เดี๋ยวแม่จะหาสามีที่ดีกว่าให้ ดีไหม?” นางเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ถง แล้วพูดอย่างโกรธๆ "ท่านน่ะ หลิวจือโม่รังแกลูกสาวของเราแบบนี้ ยังจะเป็ห่วงเขาว่าจะสอบผ่านซิ่วไฉผ่านไหมอีกหรือ"
นางทนไม่ได้
ถ้ามีใครทำให้ลูกสาวนางรู้สึกแย่ นางก็จะทำให้คนนั้นรู้สึกแย่ไปด้วย
ต้องทำให้พวกเขาเสียใจที่กลั่นแกล้งลูกสาวนาง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ อาจารย์ถงก็สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง และจ้องนาง "ความคิดเห็นของสตรีนี่นะ..." หลิวจือโม่มีความรู้ไม่เลว คราวนี้มีสิทธิ์สอบผ่านสูง ศิษย์ที่เขาสอนได้ดีก็เป็ผลดีต่อตัวเขาเอง
“ในใจท่าน ลูกศิษย์สำคัญกว่าลูกสาวของเรางั้นหรือ? หา?”
เสียงสุดท้ายดังจนอาจารย์ถงสั่นสะท้าน
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองนางถงโดยไม่พูดอะไร รู้สึกดีใจเล็กน้อยที่ไม่มีลูกชายและลูกสาวคนไหนเหมือนนาง หาไม่แล้วเขาคงเศร้าแน่ๆ
“ถ้าอยากทำลายชื่อเสียงของหรงเอ๋อก็พูดให้ดังกว่านี้อีกก็ได้” เขานั่งลงบนเก้าอี้ด้วยอาการปวดหัวเล็กน้อย ยกชามาจิบ จากนั้นจึงกล่าว “หรงเอ๋อ เ้าว่ามา เื่นี้เ้าผิดหรือไม่”
ถงว่านหรงเงยหน้าขึ้นจากอ้อมแขนมารดา มองอาจารย์ถงแล้วตอบอืม
หลังสงบสติอารมณ์แล้วคิดดีๆ นางก็รู้สึกว่าตนผิดจริง นางไม่ควรออกหน้าเลย ทำแบบนี้จะเสียชื่อได้ง่ายๆ
“เช่นนั้นบอกข้าทีว่าเ้าผิดพลาดตรงไหน คราวหน้าจะทำผิดแบบนี้อีกไหม”
ถงว่านหรงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง เพราะกลัวจะเห็นความผิดหวังในดวงตาของเขา นางหลุบตาลงต่ำ ค่อยๆ พูดในสิ่งที่นางคิด และสัญญาว่าจะไม่ทำผิดเช่นนี้อีก
อาจารย์ถงจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "หรงเอ๋อ เ้าต้องจำไว้ว่า ไม่ว่าจะชอบผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหนก็ไม่ควรลดตัวไปทำสิ่งเ่าั้ได้ เข้าใจไหม" ทำแบบนี้จะทำให้ผู้ชายดูถูก
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ท่านพ่อ” นางตอบอย่างเชื่อฟัง “ข้าขอโทษที่ทำให้เป็ห่วง”
นางจัดการเื่นี้ได้ไม่ดีและทำให้บิดาขายหน้า นางรู้สึกละอายใจจริงๆ
เขาเอื้อมมือไปตบไหล่ของถงว่านหรงและยิ้ม “เ้าคิดได้ก็ดี พ่อไม่เป็ไร” เขาเหลือบมองนางถงแล้วลุกขึ้น “ข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน”
“เดินทางระวังๆ นะเ้าคะ”
“เ้ามาส่งข้าหน่อย!” อาจารย์เดินไปที่ประตูแล้วหันมาทิ้งท้าย
นางถงได้ยินแล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ กำชับกับถงว่านหรงสองสามคำ แล้วเดินออกไป
เมื่อเดินออกมา อาจารย์ถงจึงพูดกับภรรยาอย่างใจเย็น “ถ้าว่างก็พาหรงเอ๋อไปงานเลี้ยงหน่อย ดูว่ามีชายหนุ่มที่มีพร์เหมาะสมกับหรงเอ๋อหรือไม่ "
พูดจบก็กังวลเล็กน้อย กลัวว่านางถงจะตาไม่ถึงและหาไม่เจอ
ภรรยาของเขาหน้าตาดี แต่สมองไม่ค่อยดีนัก เขาไม่ได้หวังอะไรกับนางมาก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางถงก็พยักหน้า บอกจะเลือกสามีที่ดีให้หรงเอ๋อ คนที่ดียิ่งกว่าหลิวจือโม่
พูดจบก็ขมวดคิ้ว “หลิวจือโม่กับคู่หมั้นบ้านนอกเขารังแกลูกสาวเราแบบนี้ เราจะปล่อยไปเฉยๆ จริงๆ หรือ"
อาจารย์ถงมองความคิดอีกฝ่ายออกทันที เขาพูดอย่างเ็า "อย่าคิดอะไรแย่ๆ ถ้าไม่อยากให้ลูกสาวเสียชื่อเสียงก็หยุดเสีย”
ดูเหมือนว่าเขาต้องขอให้มารดาดูแลนางหน่อย มิฉะนั้นอาจก่อเื่ได้
นางโดนตะคอกแล้วรู้สึกไม่ยุติธรรม นางก็แค่้าช่วยให้ลูกสาวได้รับความยุติธรรมไม่ใช่หรือ จำเป็ต้องดุนางขนาดนี้เลยหรือ?
“จำที่ข้าพูดได้หรือยัง”
"จำได้แล้ว..." นางถงพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ สองมือบิดผ้าเช็ดหน้าอย่างแรง
ดูก็รู้ว่าจำไม่ได้ อาจารย์ถงรู้สึกปวดหัวจริงๆ
มีภรรยาเช่นนี้ ครอบครัวสงบสุขมาหลายปี เขาก็รู้สึกโชคดีสุดๆ แล้ว
เขาถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ กำชับนางอย่างเอือมระอาเล็กน้อย "ถ้าถูกตาคนไหนเข้าก็กลับมาบอกข้า อย่าไปตกปากรับคำสัญญาอะไรกับคนอื่นด้วยตัวเอง เข้าใจหรือไม่"
เขากลัวมากว่านางจะโดนเยินยอจนขายลูกสาวไป
เมื่อพูดถึงเื่นี้ นางถงก็อารมณ์ดีขึ้นอีกครั้ง นางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม บอกอาจารย์ถงว่าไม่ต้องกังวล นางจะจัดการเื่นี้เอง
อาจารย์ถงตอบรับ "เอาล่ะ เ้ากลับไปเถอะ ข้าจะกลับไปที่สถานศึกษา"
“เดินทางระวังๆ นะ”
ทั้งสองแยกจากกันที่ทางแยก
แต่อาจารย์ถงไม่ได้ไปที่สถานศึกษาโดยตรง เขาไปขอให้มารดาดูแลนางถงดีๆ อย่าปล่อยให้ทำอะไรที่ทำชื่อเสียงของตระกูลถงเสียหาย
มารดาถงเองก็รู้ว่าลูกสะใภ้ของตนเป็คนประเภทไหน นางรับปาก อาจารย์ถงจึงออกจากบ้านไปด้วยความสบายใจ
