เช้าตรู่ของวันใหม่ ประตูเมืองเปิดออกกว้าง กลุ่มทหารเดินแถวออกมาเหมือนเมื่อวาน ตั้งโต๊ะและเก้าอี้ยืนปักหลักตรงที่หน้าประตู
กลุ่มผู้ลี้ภัยก็ยังคงอดอยากได้แต่มองจากระยะไกล แต่สิ่งที่สะดุดตาคือการเคลื่อนไหวของพ่อค้ากลุ่มหนึ่งที่ขับเกวียนเทียมวัวออกจากเมือง เกวียนบรรทุกมีถังไม้เต็มคัน ภายในถังบรรจุข้าวฟ่างสีทองที่พึ่งเก็บเกี่ยว
กลุ่มพ่อค้าและลูกหาบะโลงจากเกวียน วางเครื่องตวงและกระสอบลงบนโต๊ะ ตั้งป้ายไว้ที่ด้านหน้าเพิง มีข้อความที่เขียนด้วยถ่านสีดำข้อความหนึ่ง
ซึ่งอาจเป็ครั้งแรกที่ได้เห็นอักษรทางการของแคว้นชวี หยู่เจ๋อและคนอื่นๆ ที่พบสิ่งนี้จึงเข้ามาหาเฉินอ่าวเพื่อขอให้เขามาดู
“พี่ใหญ่เฉิน มีพ่อค้ากลุ่มหนึ่งออกมาจกาเมือง พวกเขาขับเกวียนและแบกถังข้าวมาด้วย แต่เราอ่านป้ายที่พวกเขาเขียนไม่ออก ท่านช่วยบอกได้หรือไม่ว่าพวกพ่อค้าเขียนสิ่งใด?”
หยู่เจ๋อถาม
เฉินอ่าวอุ้มเฉินอวี๋ที่กำลังคลานออกมาจากกระท่อม ด้วยที่พวกเขาเป็ครอบครัวที่พิเศษและมีความรู้เดิมมาก่อน การเรียนภาษาด้วยกันเอง ระหว่างที่เดินทางมา จึงไม่ใช่เื่ยาก สิ่งนี้ ต้องความคุณความพิเศษของอิงเอ๋อที่เป็ลูกสาวตัวเล็กของครอบครัวจริงๆ
แต่แค่เฉินอ่าวกวาดสายตามองไปที่แผ่นป้ายก็ถึงกับผงะ ปรากฏว่ากลุ่มพ่อค้าเหล่านี้เขียนไว้คือการขายและซื้อคน
“สตรีและเด็ก วัดตามน้ำหนักแลกข้าวและเงิน”
“ให้ตายเถอะ คนพวกนี้้าจะซื้อคนด้วยเงินและข้าวเพียงไม่กี่กำมือเช่นนั้นรึ?”
คำพูดของเฉินอ่าวที่เอ่ยขึ้น ไม่ได้ตั้งใจที่จะเบาเสียงเลย ทำให้คนที่อยู่รอบๆ ซึ่งอ่านหนังสือไม่ออก ถึงกลับใกับสิ่งพ่อค้าเ่าั้เขียน
แต่ท่ามกลางความใ ก็เริ่มมีกลุ่มคนที่จับจ้องมาที่ลูกๆ ของพวกเขาด้วยเช่นกัน หยู่เจ๋อที่เหลือบมองภรรยาและลูกๆตัวเอง เขาจึงใมากจนรีบพาภรรยาและลูกๆ เข้าไปหลบในเพิงของเฉินอวี๋ก่อน
เฉินอ่าวเองที่พูดเช่นนั้น เจตนาของเขาก็เพื่อทำให้ผู้คนสาปแช่งการกระทำที่ไร้ซึ่งความเป็มนุษย์ แต่เหมือนเขาจะไม่เข้าใจวิถีของคนธรรมดาสักเท่าไหร่ คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ พวกเขายังมีแิโบราณ สามารถขายลูกของตัวเองได้อย่างไม่เหนียมอาย เพราะการขายลูกเป็ทางเลือกที่ได้กำไรมากที่สุด เด็กหนึ่งคนสามารถรับข้าวถุงใหญ่ และหากขอเปลี่ยนจากข้าวเป็เงินก็ยังสามารถเข้าไปในเมืองได้ เพราะตราบใดที่พวกเขายังสามารถรักษาภรรยา การมีลูกคนใหม่ก็สามารถมีได้ตลอดหากพวกเขายังไม่ตาย
ความโหดร้ายนี้ ทำเอาเฉินอ่าวถึงกลับหน้ามืด แทนที่กลุ่มผู้ลี้ภัยจะหวาดกลัวและเคืองแค้น แต่ผลลัพธ์คือเริ่มมีใครหลายคนเริ่มเอาลูกและภรรยาของตัวเองไปขายกับพวกพ่อค้าหน้าเืเ่าั้
อย่างไรก็ตาม มีเด็กจำนวนไม่มากนักที่รอดชีวิต และพวกพ่อค้าก็คัดเลือกอย่างพิถีพิถัน พวกเขาไม่้าเด็กที่ป่วยหรือใกล้ตาย เด็กที่พิการ หรือหน้าตาไม่ดีก็ไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ตรวจสอบเหมือนการเลือกซื้อสัตว์ตัวหนึ่ง
เฉินอวี๋ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขนของพ่อ มองดูเหตุการณ์เ่าั้จนเกิดความรู้สึกที่ซับซ้อนยากที่จะอธิบาย
เขาซบหน้าเล็กๆ และกอดคอของเฉินอ่าวแน่น การขายและตกเป็ทาสเช่นนี้ ต่อให้มีชีวิตไปมันก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้วเลย
“คนเราต้องโหดร้ายด้วยกันเองถึงเพียงนี้เลยหรือ?” เฉินอวี๋พึมพำขมวดคิ้ว มองหลายครอบครัวที่ขายลูกหรือภรรยาตัวเอง เขาหันไปมองเฉินอวี๋ที่นอนซึมอยู่บนไหล่ ไม่คิดว่าการมาที่เมืองนี้ จะทำได้เด็กๆต้องมาเจอฉากที่ะเือารมณ์
“อย่ากังวล พ่อและแม่ไม่ขายพวกเ้าหรอก” เฉินอ่าวปลอบใจ
เฉินอวี๋ที่อยู่บนไหล่ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วถาม “โลกเดิมของท่านพ่อ เห็นทุกคนเท่าเทียมกันหรือไม่?”
ในเวลาหลายยี่สิบวันที่ร่วมเดินทาง ตอนนี้ ทุกคนในบ้านรับรู้แล้วว่าพวกเขามาจากโลกอื่น แต่ก็ยังไม่มีใครถามเชิงลึกถึงโลกเดิม เรียกได้ว่าเป็การให้พื้นที่พิเศษไม่ล่วงเกินอดีต หากไม่มีใคร้าเอ่ยหรือเล่าให้ฟังเอง ก็ไม่ต้องถามให้อีกฝ่ายลำบากใจ รู้เพียงว่าปัจจุบันในตอนนี้ พวกเขาคือครอบครัวเดียวกัน
เฉินอ่าวเงียบ ไม่ได้บอกเฉินอวี๋ว่าในโลกเบื้องบนที่เคยอยู่ มีแต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่ได้รับความเคารพ และชะตากรรมของผู้ที่อ่อนแอนั้นได้แต่ยอมจำนน แต่กระนั้นก็ไม่ได้โหดร้ายถึงขั้นขายลูกหรือภรรยาตัวเองทิ้ง ในฟางเส้นสุดท้าย มักจะเลือกตายไปพร้อมกับคู่บำเพ็ญหรือตระกูลของตัวเองมากกว่า ไม่มีใครที่จะยอมให้ถูกเหยียบย่ำยีจนไร้ศักดิ์ศรีเหมือนสัตว์
“ท่านแม่”
เมื่อเห็นเฉินถั่วถงเดินเข้ามา เฉินอวี๋ก็วิ่งไปหานางอย่างมีความสุข เฉินถั่วถงยิ้มให้อย่างเอ็นดูเล็กน้อย แล้วบอกให้เขาไปเล่นกับพี่ชายและพี่สาวก่อน จากนั้นนางก็เดินไปหาเฉินอ่าว สายตาของนางมองดูสถานการณ์ด้านหน้าประตูเมือง เอ่ยเบาๆ ออกมาว่า “ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงผิดสังเกต ให้รีบกลับมาก่อนไม่ต้องอยู่นาน”
เฉินอ่าวพยักหน้า จากนั้นก็เรียกหยู่เจ๋อและชายร่างสูงอีกคน เขาเป็ตัวแทนและคนที่อยู่ในมณฑลหนานโจวที่ขอติดตาม ก่อนที่ทั้งสามจะเดินไปยังประตูเมือง กำเหรียญอีแปะไว้ในมือ
ด้วยการขายลูกและเมียของพวกพ่อค้าหน้าเื กลุ่มผู้ลี้ภัยที่ได้ข้าวและเงิน จึงทำให้แถวเข้าเมืองยาวสุดๆ เฉินอ่าวไม่อยากเสียเวลาจึงเบียดผู้คน สร้างความโมโหมาก แต่พอเห็นว่าเป็เฉินอ่าว พวกเขาก็พากันถอยหนีด้วยความกลัว ด้วยชื่อเสียงที่โหดร้ายของกลุ่มผู้ลี้ภัย จึงยอมสละที่ให้เฉินอ่าวและพี่น้องทั้งสองไม่กล้าสู้
แต่ว่า
มันเหมือนโลกจะเล่นตลก เพราะทันทีที่บัณฑิตคนนั้นพูด โดยบอกไปว่านับั้แ่วันนี้ ทุกคนที่เข้ามาในเมืองเพื่อแสดงความไว้ทุกข์ต้องจ่ายเงิน 40 อีแปะเท่านั้นถึงจะเข้าไปข้างในได้
สิ่งนี้ ทำเอากลุ่มผู้ลี้ภัยที่เคยขายลูกและภรรยาถึงกับเดือด หลายคนคิดจะเข้าไปในเมืองเพื่อทำงานรีบหาเงินมาไถ่ตัว แต่การที่ถูกเ้าหน้าที่พูดออกมาอย่างคนโกง ดูเหมือนรวมหัวกับพวกพ่อค้าเ่าั้ ก็ทำให้มีใครบางคนที่ทนไม่ไหว้าจะสู้ แต่การดิ้นรนและลุกฮือก็เปล่าประโยชน์ เพียงถูกทหารที่มีเรี่ยวแรงมากกว่าพร้อมอาวุธในมือ ฆ่าใครสักคนสองคนไปเป็ตัวอย่าง เหตุวุ่นวายหยุดก็หยุดชะงักลงทันที
“พี่ใหญ่เฉิน เราควรทำอย่างไรต่อไปดี?” หยู่เจ๋อถามด้วยความกังวล
พวกเขาไม่อยากจ่ายค่าเข้าเมืองเป็สองเท่าในตอนนี้ แต่ก็กลัวอีกว่าค่าเข้าเมืองในวันถัดๆ ไปยิ่งจะเพิ่มเป็ทวีคูณ
เห็นได้ชัด ว่ามีคนจำนวนมากที่มีความคิดเห็นเช่นเดียวกันกับหยู่เจ๋อ ดูออกว่าบัณฑิตและเ้าหน้าที่กากเดนพวกนั้น พยายามใช้ประโยชน์จากความคิดนี้เพื่อเป็ข้ออ้างในการขึ้นราคาเก็บส่วย
เมื่อเผชิญกับคำถามของหยู่เจ๋อและคนอื่นๆ เฉินอ่าวก็ไม่สนใจที่จะรักษาใบหน้าของตัวเอง พูดอย่างตรงไปตรงมาออกมาว่า
“รอสักครู่…”
“ข้าขอไปถามความเห็นของภรรยาก่อน”
“...”
“...”
พูดไม่ออกเล็กน้อย ที่พี่ชายท่านนี้ไม่มีความคิดที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองเลย
ทำให้พวกเขาต้องกลับมารวมตัวกันที่กระท่อมเพิง มองไปที่เฉินถั่วถงที่นั่งคิดด้วยความหวัง ว่านางที่รู้สถานการณ์ที่หน้าเมืองและการขึ้นเงินที่สูงกว่าเดิมแล้ว นางจะตัดสินใจต่อเื่นี้ออกมาอย่างไรดี
