เฉินเฟิงอ่านนิยายสองบทของจ้าวฉินเสวียจนจบ เขาถึงกับนับจำนวนคำอย่างละเอียด พบว่ามีเพียงหกพันเจ็ดร้อยคำเท่านั้น
ที่สำคัญกว่านั้น
นิยายของจ้าวฉินเสวียที่เขียนดันใช้ชื่อของเขาเป็ชื่อพระเอก
เื่นี้ทำให้เขาพูดไม่ออก!
เมื่อเร็วๆ นี้เขาเพิ่งไปเป็นักเขียนนิยายในประเทศหลงดาวเคราะห์ฟ้าครามในมิติคู่ขนานมาโดยใช้ชื่อตัวเองเป็ทั้งนามปากกาและชื่อตัวละครหลัก เขียนนิยายเื่อำพราง์
ไม่คาดคิดเลยว่า
พอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริงยังต้องถูกจ้าวฉินเสวียใช้ชื่อของเขาไปเขียนนิยายอีก
ช่างน่าปวดหัวจริงๆ
"เขียนได้ดีเปลี่ยนชื่อตัวละครหลักแล้วเขียนต่อได้เลย ถ้ามีโอกาสผมจะตีพิมพ์และดัดแปลงเป็ภาพยนตร์ให้ ถึงตอนนั้นจะให้เธอแสดงเป็นางเอกเองด้วย!"
หลังจากได้ััประสบการณ์ในโลกคู่ขนานมาแล้วเขาจึงเข้าใจวงการบันเทิงเป็อย่างดี เขาชี้ต้นฉบับนิยายพลางพูดกับจ้าวฉินเสวีย
ทางด้านจ้าวฉินเสวียยิ้มอย่างอ่อนหวานเมื่อได้ยินคำพูดของเขา
"ได้งั้นฉันจะได้เขียนต่อไปเลย ฝันเมื่อคืนช่างฝันได้เหมาะเจาะดีจริงๆ"
รถหรูได้จอดอยู่ที่ลานจอดรถแล้ว
เมื่อมองออกไปก็เห็นตึกสูงระฟ้ากับป้ายเฟิงฮวาเจว๋ต้าย
เพียงแค่ห้าเดือนเฟิงฮวาเจว๋ต้ายกรุ๊ปภายใต้การบริหารของหลิ่วอีอีและเงินทุนก่อตั้งเพียงหนึ่งร้อยล้านที่เขากู้ยืมมาได้ขยับขยายมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่า
ถึงขนาดมีกำลังทรัพย์มากพอจะซื้อตึกออฟฟิศทั้งตึกเพื่อใช้เป็สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่
"นี่คือสำนักงานใหญ่ของเราเหรอ?ดูโอ่อ่ามาก"
เฉินเฟิงอดใจไม่ไหวต้องเอ่ยปากหลังจากคืนต้นฉบับนิยายให้จ้าวฉินเสวียแล้ว
"ใช่ปะ อีอีเก่งมากเลยนะ ฉันชื่นชมความสามารถเธอจากใจจริง นายโชคดีจริงๆ ที่ได้เธอเป็ภรรยา ชาติก่อนคงทำบุญมาเยอะน่าดู"
จ้าวฉินเสวียเอ่ยปากพร้อมส่งรอยยิ้มให้ เธอวางตัวเองให้ต่ำลง ขอแค่ได้อยู่ใกล้เฉินเฟิงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ส่วนเื่แต่งงานเธอเลิกหวังไปแล้ว
หลังจากนั้น เฉินเฟิงและจ้าวฉินเสวียก็ลงจากรถหรู หยุดยืนอยู่หน้าตึกของเฟิงฮวาเจว๋ต้าย
เฉินเฟิงนับอย่างละเอียดทำให้รู้ว่าตึกสูงสามสิบสามชั้น
ตึกออฟฟิศแบบนี้ในโม๋ตูคงใช้งบไม่น้อย
แต่เื่ที่เขาอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้คือหลิ่วอีอีเอาเงินทุนหนึ่งร้อยล้านไปลงทุนจนมีสินทรัพย์เท่าไหร่
เผื่อจะทำให้เส้นทางสู่ความร่ำรวยของเขารวดเร็วและง่ายดายขึ้น
ตอนนี้เฉินเฟิงไม่หลงเหลือความคับแค้นข้องใจใดๆ ในชีวิตแล้ว เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือการเป็มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดของโลก
ส่วนด้านการแพทย์ เขามั่นใจว่าเขาสามารถรักษาโรคเบาหวานของพ่อแม่กับถางจุนจ่านได้อย่างแน่นอน
ส่วนด้านฝีมือการต่อสู้กับความรู้เกี่ยวกับวงการบันเทิง ยิ่งมีแต่เื่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม
เมื่อเฉินเฟิงกับจ้าวฉินเสวียกำลังเดินเข้าตึก พวกเขาก็พบเข้ากับหลิ่วอีอีซึ่งกำลังเดินออกมาส่งลูกค้าคนสำคัญ
"ที่รัก..."
เมื่อหลิ่วอีอีเห็นเฉินเฟิง เธอรีบวิ่งเข้าโอบกอดเฉินเฟิงโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
ส่วนลูกค้าคนสำคัญก็พูดกับเฉินเฟิงอย่างมีความสุข
"เฉินเฟิง อ่า ไม่เห็นหน้านานเลย ในที่สุดก็ตื่นสักที"
เฉินเฟิงมองหน้าเขาชัดๆ แล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
"ตรวจพบโรคเบาหวานแล้วหรือยังครับ? ผมเคยเดิมพันกับคุณว่าคุณจะไม่รอดปีนั้นก็เพราะโรคเบาหวานนี่แหละ"
คำถามของเฉินเฟิงทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปเป็รอยยิ้มขมขื่นทันที
"คุณนี่ช่างราวกับปาฏิหาริย์... ฉันรอคุณมานานแล้ว สัญญาการเดิมพันที่คุณพูดไว้ เนื้อหาไม่ต้องแก้อะไรทั้งนั้น ฉันยินดีเซ็นสัญญาเลย ขอแค่คุณช่วยรักษาโรคเบาหวานให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อได้ก็พอ"
เฉินเฟิงโบกมือบอกปัดคำพูดนั้น
"เอาสัญญาข้อสองก่อน หลังจากคุณกลับมาจากเซียงกัง(ฮ่องกง)แล้ว คุณได้ซื้อที่ดินแปลงนั้นให้ผมตามที่ตกลงกันไว้หรือเปล่า?"
