ดวงใจเหนือบัลลังก์

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

“เหตุใดไม่เรียกชายารองซูเม่ยมาสอบความ ป้ายแตกส่วนหนึ่งเป็๲ความผิดของนาง” เขาส่ายศีรษะ

“หากเ๯้าไม่ขโมยป้ายของข้าไปให้กับฮองเฮา เ๹ื่๪๫นี้ก็คงไม่เกิด ต้นเหตุมาจากเ๯้า เหตุใดข้าต้องเรียกผู้อื่นมาสอบความ” เหตุผลของเขาทำให้หญิงสาวชะงักนิ่ง ก่อนจะย่างเท้าเข้ามาแล้วหยิบป้ายประจำกายของอีกฝ่ายกลับไป ท่ามกลางสายลมอ่อนพัดโชยมาปะทะกายขององค์ชายสวี่เหวิน

ในโรงครัวร้างที่พระชายาเสวี่ยนหนิงอาศัย ร่างของไป๋เจินรีบวิ่งออกไปหาพระชายาด้วยความเป็๲ห่วง

“องค์ชายสวี่เหวินรับป้ายหรือไม่เพคะ” เสวี่ยนหนิงส่ายศีรษะ

“ไม่รับ” นางตอบ แล้วย่างเท้าเข้าไปด้านในพลางทิ้งตัวลงนั่งยังเตียงนอนพร้อมความคิด ก่อนไป๋เจินจะเดินตามเข้ามาแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวลใจ

“ไม่รับ แล้วองค์ชายสวี่เหวินไม่โกรธเหรอเพคะ”

“องค์ชายให้เวลาข้าสามวัน ประกอบป้ายให้กลับมาเหมือนเดิม หากทำไม่ได้ เขาจะให้ข้ากินยาพิษ” สิ้นเสียงของเสวี่ยนหนิง ไป๋เจินเบิกตากว้างอีกครั้งพลันส่ายศีรษะ

“จะประกอบให้กลับมาเหมือนเดิมได้อย่างไร ของแตกไปแล้ว ไม่มีทางประกอบกลับได้ และโทษที่ได้รับก็ไม่ต่างจากยื่นความตายมาให้อีกครั้ง จะทำเช่นไรดีเพคะ” เสวี่ยนหนิงนิ่งเงียบแล้วเอ่ยขึ้นเบา ๆ

“เขา๻้๵๹๠า๱ให้ข้าตาย” ไป๋เจินรีบเอื้อมไปจับมือพระชายาแล้วเอ่ยขึ้น

“เช่นนั้น จะทำยังไงดีเพคะ ไปหาฮองเฮาให้ช่วยดีหรือไม่” เสวี่ยนหนิงส่ายศีรษะ

“ยิ่งทำไม่ได้” สาวใช้ส่ายศีรษะ

“แต่ฮองเฮาทรงเมตตาพระชายายิ่งกว่าผู้ใด หากทรงรู้ว่าถูกองค์ชายสวี่เหวินกลั่นแกล้ง พระองค์ต้องช่วยแน่เพคะ”

“ไป๋เจิน ในวังหลวงข้าพึ่งพาผู้ใดไม่ได้ ยิ่งกับฮองเฮาแล้วยิ่งควรอยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุด ตอนนี้มีเวลาสามวันที่จะประกอบป้ายกลับคืนมา หากข้าทำไม่ได้ ข้าก็ต้องตาย”

“เช่นนั้นจะทำอย่างไร” ไป๋เจินเอื้อมไปหยิบป้ายขึ้นมาประกบกัน พร้อมสายตาสั่นไหว นางไม่เคยเห็นของชิ้นใดแตกหักแล้วประสานกลับคืนมาเหมือนเดิม ขนาดถ้วยชาม แตกหักแล้วต้องทิ้งไม่สามารถประกอบกลับคืนมาได้

“ที่เขาไท่หลิน มีต้นไม้ชนิดหนึ่ง นามว่าเถียยี่ ยางของมันเหนียวข้นสามารถยึดติดสิ่งของได้ดี” ไป๋เจินได้ยินดังนั้นจึงเอียงศีรษะเล็กน้อย

“ยางไม้เหรอเพคะ” เสวี่ยนหนิงพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ พลางทำท่าหนักใจ

“แต่ว่าข้าออกไปจากวังหลวงไม่ได้ แล้วจะไปเอายางเถียยี่ได้ยังไง” ก่อนไป๋เจินจะลุกขึ้น แล้วเดินไปรื้อหาบางอย่างจากกองฟืนเก่า ๆ นางรื้อหาอยู่นานก่อนจะหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมา

“ใช่ไม้ชนิดนี้หรือไม่เพคะ หม่อมฉันเคยได้ยินแม่ครัวพูดบ่อย ๆ ว่าไม่ชอบใช้ฟืนจากไม้เถียยี่ ดังนั้นในครัวนี้จึงพอมีเศษไม้เถียยี่หลงเหลือให้เห็นอยู่” พระชายาเสวี่ยนหนิงได้ยินดังนั้น จึงละทิ้งความหนักใจทั้งหมด แล้วรีบเดินไปยังไม้ฟืนที่ไป๋เจินค้นมา

ร่างเล็กย่อตัวลงนั่งด้านข้างสาวใช้ แล้วค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบฟืนชิ้นนั้นขึ้นพิจารณาพร้อมดวงตาสั่นไหว เมื่อไม่แน่ใจนัก นางจึงตัดสินใจดมกลิ่น ทว่ากลิ่นเฉพาะตัวของไม้เถียยี่ไม่เหมือนกลิ่นไม้ชนิดอื่น ทำให้เสวี่ยนหนิงมั่นใจแล้วเผยรอยยิ้มกว้างออกมา

“ใช่แล้วล่ะ เป็๞ไม้เถียยี่จริง ๆ” ก่อนไป๋เจินจะปล่อยยิ้มด้วยความดีใจ พลันหันไปรื้อหามาเพิ่มอีกสองสามท่อน

“แต่ว่าไม้แห้งมาก จะเอายางจากไม้ได้ยังไงเพคะ ยางไม้ต้องปาดเอาตอนสด ๆ ไม่ใช่เหรอเพคะ” สิ้นเสียงของไป๋เจิน รอยยิ้มหวานของเสวี่ยนหนิงยังคงเผยออกมาอย่างมีความหมาย

“ข้ามีวิธี”

ภายในตำหนักเล็ก ๆ ของชายารองซูเม่ย นางนั่งบีบแขนตัวเองเบา ๆ พลันบ่นพึมพำ

“ปะทะกันก็หลายครั้ง ไม่เคยเห็นครั้งไหนนางแรงเยอะเท่านี้มาก่อน ทำราวกับเคยเรียนวิชาป้องกันตัวมาแล้วยังงั้นแหละ” ก่อนเพ่ยเหลียนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ จะเดินเข้ามาพร้อมขวดยาสีขาว

“ได้ยาแล้วเพคะ”

“ได้แล้วก็รีบมาทาให้ข้าสิ!” ชายารองซูเม่ยตะคอกเสียงดังจนทำให้เพ่ยเหลียนหดตัวด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะรีบก้าวเท้าเข้ามาทายาให้อีกฝ่ายในทันที

“ข้าอยากรู้นัก ว่าหากองค์ชายสวี่เหวินเห็นป้ายประจำตัวแตกหักเช่นนั้น จะลงโทษพระชายาเสวี่ยนหนิงอย่างไร?” มุมปากของชายารองซูเม่ยยกขึ้นเล็กน้อยด้วยความสะใจ พร้อมสายตาสั่นไหวของเพ่ยเหลียนที่กำลังหวาดหวั่น ตั้งใจบรรจงทายาให้อีกฝ่ายด้วยความระวัง

ภายในโรงครัวร้าง ไป๋เจินก่อไฟขึ้นตามคำสั่งของพระชายาเสวี่ยนหนิง พร้อมหญิงสาวหยิบเอาไม้เถียยี่ขึ้นมอง

“พระชายาเพคะ ไม้เถียยี่อยู่ในโรงครัวนี้นานหลายปีแล้ว ทั้งเก่าทั้งแห้ง เราจะเอายางจากไม้ได้ยังไงเพคะ”

“เชื่อข้าเถอะว่ายังใช้ได้ดีอยู่ เผาไม้สักหน่อย เดี๋ยวความร้อนจะค่อย ๆ ดันยางออกมา เ๯้ารีบหาถ้วยมาให้ข้า” ว่าแล้วไป๋เจินก็เบี่ยงตัวไปหยิบถ้วย พร้อมทอดสายตามองไปยังท่อนไม้เถียยี่ ที่เสวี่ยนหนิงกำลังนั่งเผาอยู่ ไม่นานนักท่อนไม้ที่กำลังไหม้อยู่ ก็ดันฟองออกมา

“นั่นใช่ยางไม้หรือไม่เพคะ” ไป๋เจินเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ

“ใช่แล้วล่ะ” เสวี่ยนหนิงนำถ้วยไปรอง ก่อนยางไม้ค่อย ๆ หยดลงถ้วยทีละหยดช้า ๆ ไม่นานนัก ก็ได้ยางไม้จำนวนหนึ่ง เสวี่ยนหนิงรีบหาพู่กันมา ป้ายยางที่เหนียวหนืดแล้วบรรจงประกอบป้ายประจำตัวขององค์ชายสวี่เหวิน ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของไป๋เจินจับจ้องมองตรงไปตาไม่กะพริบ

หลังจากนำชิ้นส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน แล้วจับไว้อย่างแ๲๤แ๲่๲ รอจนกว่ายางไม้แห้ง ปรากฏว่าแผ่นป้ายติดแนบสนิทแทบมองไม่ออกว่ามันเคยแตกหักมาก่อนหน้า รอยยิ้มของเสวี่ยนหนิงเผยออกมา พร้อมหันมองไปยังไป๋เจินด้วยความดีใจ

“สำเร็จจริง ๆ แล้วล่ะ”

“พระชายาทำได้ยังไงกัน เก่งที่สุดเลยเพคะ” ไป๋เจินปรบมือดีใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าเพียงแค่ฟืนไม้ไร้ค่า จะสามารถช่วยชีวิตพระชายาเสวี่ยนหนิงให้รอดพ้นความตาย นางรีบหันไปดับไฟ แล้วเดินเข้ามาหาผู้เป็๲นาย

“เช่นนั้น เรารีบเอาป้ายประจำตัวไปคืนให้กับองค์ชายสวี่เหวินตอนนี้ดีไหมเพคะ” เสวี่ยนหนิงค่อย ๆ หุบยิ้มแล้วขบคิดเงียบ ๆ

ตอนนี้องค์ชายสวี่เหวินไม่ได้หลงใหลในตัวนาง ทว่าเขาหาทุกโอกาสเพื่อกำจัดนาง เคยคิดว่ารู้จักตัวตนของเขาดีกว่าผู้ใด ตอนนี้กลับกลายเป็๲ว่า นางไม่เคยรู้จักตัวตนแท้จริงของเขาเลยสักนิด ยิ่งไม่อาจคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายได้ เช่นนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการหนีออกไปจากวังหลวงให้เร็วที่สุด

“พรุ่งนี้ข้าจะนำป้ายไปคืนเขาเอง ส่วนเ๯้าไป๋เจิน” นางหันใบหน้างดงามมายังสาวใช้ แล้วเอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เพคะ”

เ๯้าช่วยหาวิธี พาข้าหนีออกไปจากวังหลวงได้หรือไม่”

“แต่ว่า...การหนีออกไปไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่ายนะเพคะ”

“หากข้ารอต่อไป หรือแม้แต่จะช่วยให้องค์ชายสวี่เหวินขึ้นเป็๞รัชทายาทได้ ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าท้ายที่สุดแล้วเขาจะไม่ฆ่าข้า คนเช่นเขากลับคำพูดได้เสมอ” เมื่อไป๋เจินได้ยินดังนั้นจึงเอื้อมมากุมมืออีกฝ่ายแน่น แล้วส่งยิ้มให้บางเบา

“เช่นนั้น ขอเวลาหม่อมฉันหาลู่ทางการหนี เชื่อว่าไม่นานเราสองคนจะหนีออกไปจากที่นี่ได้” เสวี่ยนหนิงพยักหน้ายิ้มรับอย่างมีความหวัง ก่อนนางจะก้มมองป้ายประจำตัวของเขาพร้อมความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัว

 

 

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้