เล่มที่ 5 บทที่ 140 ปรมาจารย์ชื่อิ
หลังจากกำชับสวีหนิงแล้ว ศิษย์พี่อันก็จากไป
ทางตอนเหนือของเมืองวั่งไห่นั้น มีสถานที่กันดารอยู่แห่งหนึ่ง ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่เลย มีเพียงเมฆหมอกดำปกคลุมตลอดปี กลางคืนได้ยินแค่เสียงร่ำไห้ดังเป็ระยะ เมื่อทะลุหมอกดำออกไปก็จะเห็นเป็สำนักโยวิที่อยู่ในพิภพซ่างจง ที่แห่งนั้นมีูเาสลับซับซ้อน ทำให้ทั่วทั้งบริเวณหุบเขาแลดูน่ากลัวและวังเวง
หุบเขาอู๋เมี่ยนที่อยู่ตรงกลาง้าสุดเป็ที่อยู่ของอ๋องมารอู๋เมี่ยน เป็หนึ่งในสามอ๋องมารแห่งสำนักโยวิ เมื่อร้อยปีก่อน อ๋องมารอู๋เมี่ยนได้กักตัวบำเพ็ญ ไม่เคยออกมาให้ใครเห็น เื่ต่างๆในพิภพซ่างจง จึงเป็หน้าที่ของหุบเขาชางเย่วและหุบเขาชื่อิดูแลแทน
ศิษย์แซ่อันเหาะผ่านกลุ่มหมอกดำที่ยาวนับร้อยลี้ ก่อนจะลอยตัวลงที่หุบเขาชื่อิ มุ่งหน้าต่อไปยังยอดเขาทันที ไม่นานก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้าุโท่านหนึ่ง
ผู้าุโคนนี้อายุราวหกสิบถึงเจ็ดสิบปีได้ ร่างกายดูชราภาพและอ่อนแอ น้ำเสียงที่พูดก็เนิบช้า บางครั้งก็ไอออกมาเป็ระยะเหมือนว่าพร้อมจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ
แน่นอนว่าก็แค่เหมือนเท่านั้น…
ทั่วทั้งเป่ยจิ้งรู้ดีว่าตาเฒ่าผู้นี้ ภายนอกดูกำลังจะตายแบบนี้มานับร้อยปีแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ตายเสียที คนรุ่นๆเดียวกันก็ตายไปหมดแล้ว ทว่าตาเฒ่ากลับยังอยู่ถึงทุกวันนี้ ทั้งที่ทุกๆวันก็ทำท่าจะตายวันตายพรุ่งอยู่ตลอด…
ใช่แล้ว นี่ก็คือปรมาจารย์ชื่อิ เป็หนึ่งในเจ็ดผู้าุโของสำนักโยวิ เขาบรรลุขั้นจิงตันไปแล้วเมื่อหลายร้อยปีก่อน บัดนี้มีหน้าที่ดูแลธุระต่างๆในสำนักร่วมกับปรมาจารย์ชางเย่ว
ปรมาจารย์ชื่อิกำลังนั่งฟังลูกศิษย์เล่าเื่ที่เกิดขึ้นที่สถานเพาะเลี้ยงผีดิบ
ตอนแรกยังมีสภาพคล้ายคนใกล้ตาย เอาแต่ไอไม่หยุด ทว่าหลังจากลูกศิษย์เล่าถึงตอนที่เจียงหลีใช้กระบี่ฟันชื่อิ ตาเฒ่าก็หยุดไอไปทันที
“กระบี่นี้มีมนต์สะกดเพียงสิบแปดสายเท่านั้น แต่กลับเอาชนะชื่อิของเ้าได้อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่”
“เมื่อห้าปีก่อน เ้าก็ฝ่าเคราะห์ขั้นมิ่งหุนด่านที่สองมาแล้ว แม้จะไม่ได้เก่งกาจที่สุด แต่ก็ถือว่าโดดเด่นในพิภพซ่างจง แถมสำนักโยวิเองก็ยังบำเพ็ญด้วยไอมารปีศาจ ทำให้ตบะบำเพ็ญของเ้ากล้าแกร่งกว่ามารปีศาจทั่วไป จึงไม่อาจใช้ขั้นบำเพ็ญทั่วไปมาชี้วัดได้…” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ปรมาจารย์ชื่อิก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ในปีนั้นตอนที่เ้าฝากตัวเข้ามาที่สำนัก เ้ามีอายุเพียงสิบสองปีเท่านั้น ข้าได้ขึ้นเขาไปจับอสุรกายมาให้ จากนั้นก็ใช้เคล็ดวิชาลับหล่อเลี้ยงอยู่ยี่สิบปี ตั้งใจไว้ว่าพอเ้าบรรลุขั้นมิ่งหุนแล้ว ก็จะปล่อยอสุรกายตนนี้ออกมาให้เ้าบำเพ็ญเป็อสุรกายชื่อิ อีกทั้งภายหลังยังได้ฝ่าด่านมิ่งหุนกับเ้าถึงสองครั้ง บัดนี้เกรงว่าจะมีพลังสูงกว่าเ้าเสียอีก แล้วจะถูกกระบี่มนต์สะกดแค่สิบแปดสายทำร้ายได้เยี่ยงไร หรืออีกฝ่ายมีขั้นบำเพ็ญสูงกว่า?”
“คนผู้นั้นยังไม่บรรลุขั้นมิ่งหุนด้วยซ้ำ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ประหลาดแท้…” ชายชราขมวดคิ้วแน่น หลังจากครุ่นคิดชั่วครู่ก็เอ่ยออกมา
“ไหน ลองปล่อยชื่อิออกมาสิ”
“ทราบแล้ว”
เพียงครู่เดียวชุดคลุมสีดำก็โบกสะบัด ก่อนจะมีเงาสีแดงสายหนึ่งปรากฏขึ้น
บัดนี้เงาสีแดงกลับดูจางและเบาบางกว่าตอนอยู่ที่สถานเพาะเลี้ยงผีดิบ ภาพตรงหน้านั้นราวกับหมอกควันกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เพียงลมพัดก็พร้อมจะสลายไป
ชื่อิโผล่ออกมาจากใต้เสื้อคลุม จากนั้นก็ครวญครางออกมาเสียงดัง นอกจากนี้มันยังเอาแต่พุ่งตัวชนไปทั่วห้อง ขณะที่เห็นชื่อิกำลังจะพุ่งตัวเข้าโจมตีผู้เป็อาจารย์ ศิษย์แซ่อันก็รีบโคจรพลังกดข่มให้ชื่อิสงบลงทันที
“ตอนนั้นที่เลือกอสุรกายูเาให้บำเพ็ญเป็ชื่อิ ก็เพราะมันมีนิสัยโเี้อำมหิต จึงเหมาะที่จะนำมาบำเพ็ญ ทว่าดูมันกลับพยศเช่นเดิม…”
ขณะที่พูดอยู่ ชายชราก็ยื่นมือออกมาตบที่หัวชื่อิเบาๆ
มือข้างนั้นดูซูบผอมมากจนแทบจะหักได้ด้วยมือเดียว แต่จะว่าไปก็แปลก ขนาดผู้เป็เ้าของยังต้องใช้เคล็ดวิชากดข่ม มันถึงยอมสงบลงได้ แต่บัดนี้เพียงชายชราตบลงเบาๆ มันก็ไม่กล้าแม้จะขยับเขยื้อนอีกเลย
เสียงครวญครางเบาลงเรื่อยๆ กลุ่มเงาอันเบาบางก็เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง…
สุดท้ายก็กลายเป็หยกสีแดงลอยลงมาบนมือของชายชรา เนื้อหยกโปร่งใส มีลักษณะเป็เหลี่ยมชัดเจน และนี่ก็คือรากฐานของชื่อินั่นเอง หลังจากชายชราพินิจอยู่ชั่วครู่ ก็เอ่ยต่อออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ะเืถึงรากฐาน”
“อะไรนะ!”
ผู้เป็ศิษย์ได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงขึ้นมาทันที
ขณะที่ชื่อิถูกเจียงหลีโจมตีนั้น เดิมทีก็คิดว่าคงาเ็เล็กน้อย จึงไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจอะไร ทว่าระหว่างทางที่กลับ จู่ๆชื่อิที่อยู่ภายใต้เสื้อคลุมก็ดิ้นทุรนทุรายขึ้นมา อีกทั้งเมื่อครู่นี้มันยังถึงขนาดคิดจู่โจมผู้เป็อาจารย์ด้วยซ้ำ ตอนนั้นเองเขาถึงรู้ว่าเกิดเื่ผิดปกติเข้าให้แล้ว
แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะร้ายแรงถึงขนาดะเืถึงรากฐานแบบนี้…
ชื่อิเป็รากฐานการบำเพ็ญ แต่ในตอนนี้ถึงกับาเ็หนักจนะเืถึงรากฐานเลยทีเดียว ‘หรือว่าเส้นทางบำเพ็ญของเขากำลังจะจบสิ้นแล้ว?’
“ดูสิ…” ชายชราแบมือออก และชี้ไปที่หยกแดง
“ภายในตัวชื่อิมีปราณกระบี่สายหนึ่งแฝงอยู่ และกระบี่นี้เอง ที่เป็ตัวทำลายรากฐานของชื่อิ ทว่าปราณกระบี่นี้ไม่เหมือนกับที่ข้าคิดไว้ เพราะมันมีพลังอย่างมากแค่ขั้นย่างหยวนเท่านั้น ถือว่าห่างชั้นจากขั้นมิ่งหุนมากโข หลังจากนี้จงค่อยๆขับปราณกระบี่นี้ออก จากนั้นก็บำรุงให้ดี ก็คงจะไม่เป็อะไรมากแล้ว เพราะาแนี้ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมาก…”
“ขอบคุณท่านอาจารย์” ได้ยินเช่นนั้น ผู้เป็ศิษย์ก็ถอดถอนหายใจออกมา
“แต่กระบี่นั่น ดูน่าประหลาดมาก…” ชายชราเอ่ยด้วยความอ่อนแรง ในขณะที่อีกมือก็กดนวดไปที่หว่างคิ้ว
“หากจัดการไม่ดี เกรงว่าสำนักโยวิครั้งนี้จะมีเคราะห์เอาได้…”
“หื้อ?” ได้ยินเช่นนั้นผู้เป็ศิษย์ก็ใขึ้นมา ‘เป็ศิษย์อาจารย์กันมายี่สิบปี ทำไมเขาจะไม่รู้นิสัยของผู้เป็อาจารย์ ไม่ว่าจะเจออะไรก็ไม่เคยใมาก่อน เมื่อยี่สิบปีก่อน ตอนที่เพิ่งเข้าสำนักมาใหม่ๆ ชื่อิที่อาจารย์เลี้ยงมาหลายร้อยปีก็เคยหนีไปครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเขายังพูดแค่ว่า “ปล่อยมันให้มันไปเที่ยวเล่น”
ท้ายที่สุดก็ไม่กี่วันจริงๆ
ไม่กี่วันให้หลัง อาจารย์ก็จับชื่อิที่หนีไปกลับมาได้
บัดนี้อาจารย์ถึงกับพูดว่าจะมีเคราะห์
แถมยังเป็เพราะผู้บำเพ็ญขั้นย่างหยวนที่ใช้เพียงกระบี่ที่มีมนต์สะกดแค่สิบแปดสายเท่านั้น
“เ้าลองคิดดู แค่ผู้บำเพ็ญย่างหยวน แถมยังใช้แค่กระบี่ที่มีมนต์สะกดเพียงสิบแปดสาย ก็ทำร้ายรากฐานชื่อิได้ หากเลื่อนเป็ผู้บำเพ็ญขั้นจิงตันที่ใช้ศาสตราวุธที่มีมนต์สะกดสามสิบหกสายล่ะ ไม่เรียกว่าถอนรากถอนโคนพวกเราเลยหรือ?”
“ไปตามหาคนผู้นั้นมา”
“ทราบแล้ว ศิษย์จะไปเดี๋ยวนี้”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
