ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยหยุนจิงมีทั้งหมดห้าชั้น!
ในเวลานี้ที่ชั้นห้าของห้องสมุด โอวหยางมี่มี่กับนักศึกษาหญิงอีกหลายคน กำลังกรีดร้องและลากโต๊ะมาขวางประตูเอาไว้สุดชีวิต เหล่านักศึกษาชายต่างเหวี่ยงเก้าอี้ในมืออย่างเกรี้ยวกราด และทุบตีไปยังกรงเล็บสีเขียวของฝูงซอมบี้สิบกว่าตัวที่ยื่นออกมาจากโต๊ะยาว
บนพื้นที่โล่งด้านหน้า ยังมีซอมบี้มากกว่าสามสิบตัวกำลังกัดกินศพเจ็ดแปดศพอย่างตะกละตะกลาม
ถังฮ่าวะโลงมาจากบันไดสองก้าว เมื่อครั้งได้ยินเสียงกรีดร้องจากข้างใน ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองสถานการณ์ในห้องสมุด
วันสิ้นโลกที่น่ารังเกียจ!
จะช่วยดีไหม?
ถ้าช่วย ก็คงต้องเสียเวลาไปบ้าง ถ้าเกิดว่าจ้าวอี้เหมี่ยวและหวังเส้าผิงเป็อะไรไปละก็...
แต่ถ้าไม่ช่วย...
ในขณะที่ถังฮ่าวลังเลอยู่นั้น เชียนมู่เซวี่ยและจางเสี่ยวเหาก็วิ่งตามลงมา!
“อ๊า!” ในห้องสมุดอันกว้างขวาง ซอมบี้หลายตัวได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็พากันเงยหน้าขึ้นมอง ครู่เดียวก็พุ่งตัวเข้ามาพร้อมเสียงคำรามอย่างตื่นเต้น
ถังฮ่าวยังไม่ทันได้ขยับตัว!
เชียนมู่เซวี่ยและจางเสี่ยวเหาก็เริ่มโจมตี!
ลูกธนูน้ำแข็งสองดอกและลูกไฟหนึ่งลูกได้ปลิดชีพสังหารซอมบี้สามตัวทันที!
“พี่มู่เซวี่ย พี่มู่เซวี่ย!”
เชียนมู่เซวี่ยมองผ่านโต๊ะเก้าอี้ที่กองอยู่ ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป “มี่มี่ ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่!”
โอวหยางมี่มี่เป็ลูกสาวของคุณน้าของเชียนมู่เซวี่ย เธอเป็สาวน้อยวัย 19 ปีที่กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 2 ที่มหาวิทยาลัยครูหยุนจิง
“พี่มู่เซวี่ย ช่วยฉันด้วย!” โอวหยางมี่มี่กรีดร้อง
ถังฮ่าวเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
เขาไม่เพียงแต่รู้จักโอวหยางมี่มี่ แต่เขายังสนิทกับเธอมากด้วย ในใจของถังฮ่าว น้องสาวคนนี้ก็เปรียบเสมือนญาติคนหนึ่ง
“ช่วยคน!”
ถังฮ่าวไม่ลังเลเลยสักนิด!
ร่างของเขาพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับขวานในมือที่ฟาดฟันออกไป!
เฉียนเจิงและเฉินจวินกัดฟันและพุ่งตัวเข้าไปในห้องสมุดเช่นกัน แต่ละคนคว้าเก้าอี้ขึ้นมา และเริ่มฟาดฟันไปรอบๆ
หลัวจื้อจวินเหลือบมองด้วยสายตาสั่นไหว ก่อนจะคว้าเก้าอี้ขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าไปสมทบ
เฉินจวินและหลัวจื้อจวินต่างก็เป็ผู้วิวัฒนาการพลัง ตอนนี้เขามีพละกำลังอยู่ที่ 500 จิน พอเป็เช่นนี้แล้วเก้าอี้ที่ทำจากแผ่นไม้อัด และขาเก้าอี้ที่ทำจากโลหะผสมในมือจึงกลายเป็อาวุธสังหารที่ร้ายกาจ!
แม้ว่าเฉียนเจิงจะเน้นไปที่การวิวัฒนาการความเร็ว แต่ตราบใดที่มีวิวัฒนาการ ก็จะมีการพัฒนาพลังในรอบด้าน แม้ว่าพละกำลังและจิติญญาของเขาจะไม่เพิ่มขึ้นมากเท่ากับความเร็ว แต่ก็นับว่าแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปอยู่ไม่น้อย
แขนทั้งสองข้างที่มีพลัง 170 จิน บวกกับเก้าอี้หนักเจ็ดถึงแปดจิน ทำให้เขามีพลังทำลายล้างไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น ความเร็วของเฉียนเจิงนั้นเร็วมาก ซึ่งเขาพุ่งเป้าไปที่หัวของซอมบี้โดยเฉพาะ
นี่เป็สิ่งที่ถังฮ่าวบอกกับพวกเขา หัวคือจุดอ่อนของซอมบี้ หากทุบหัวมันได้ ซอมบี้ก็จะตาย แต่หากทำลายส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะตัดเอวของมัน หรือแม้แต่ตัดแขนขาและลำตัวของมันออกทั้งหมด เหลือเพียงแค่หัวเอาไว้ก็ตาม แต่พวกมันก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกสามถึงห้าชั่วโมง
พวกเขาทั้งหมดเป็บุตรแห่งเทพ ซอมบี้ระดับศูนย์ที่เพิ่งกลายพันธุ์เหล่านี้ จะเป็คู่ต่อสู้ของพวกเขาได้อย่างไร?
ใช้เวลาเพียงสามนาที ซอมบี้ทั้งหมดสี่สิบเจ็ดตัวที่ชั้นห้าของห้องสมุดก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น!
ถังฮ่าวคนเดียวก็จัดการไปได้ถึงสิบแปดตัว
“พี่มู่เซวี่ย ฮือๆๆ!” โอวหยางมี่มี่วิ่งออกมา กอดเชียนมู่เซวี่ยก่อนจะร้องโฮออกมา ท่ามกลางน้ำตาที่ไหลริน เธอก็หันมามองถังฮ่าวและกล่าวว่า “ขอบใจนะฮ่าวจื่อ[1] ฮือๆ!”
ฮ่าวจื่อคือชื่อเล่นที่โอวหยางมี่มี่ตั้งให้ถังฮ่าว
หากเป็ชาติที่แล้ว เมื่อถังฮ่าวได้ยินฉายานี้ เขาต้องโมโหแน่ๆ แต่ในตอนนี้ เมื่อได้ยินน้องสาวคนนี้เรียกเขาว่าฮ่าวจื่อ ถังฮ่าวไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับรู้สึกอบอุ่นใจ เพราะน้องสาวคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ช่างน่ายินดีจริงๆ
“พี่มู่เซวี่ย มี่มี่ พวกเธอรออยู่ที่นี่ก่อนนะ หลังจากที่พวกเราออกไปแล้ว ก็ล็อกประตูให้เรียบร้อย” ถังฮ่าวรีบสั่ง ก่อนจะเข้าไปกระซิบข้างหูเฉินจวินสองสามคำ
จากนั้นเขาก็พาจางเสี่ยวเหา เฉียนเจิง และหลัวจื้อจวินทั้งสามวิ่งออกไป หลัวจื้อจวินไม่อยากไป แต่เมื่อถังฮ่าวพูดว่า “ไม่ไปก็ได้ แต่ต่อไปนี้นายก็ไปไหนมาไหนคนเดียวแล้วกัน อย่าตามพวกเรามาอีก” คุณชายหลัวได้ยินดังนั้นจึงยอมตามไปแต่โดยดี
ั้แ่วันสิ้นโลกมาถึง จนกระทั่งเขารู้สึกตัว แม้จะเป็เวลาไม่ถึงสิบนาที
แต่ใน่เวลาสั้นๆ ไม่ถึงสิบนาทีนี้ หลัวจื้อจวินก็พอเข้าใจสถานการณ์เบื้องต้น เขารู้ว่าถังฮ่าวรู้เื่วันสิ้นโลกมากกว่าพวกเขามาก ขณะที่คนอื่นๆ ยังคงร้องไห้ กรีดร้อง และวิ่งหนีอยู่นั้น แต่ถังฮ่าวกลับพาพวกเขาสังหารซอมบี้ไปมากกว่าห้าสิบตัวแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากการต่อสู้เมื่อครู่ หลัวจื้อจวินก็ได้ทุบหัวซอมบี้ด้วยตัวเองไปห้าตัว
จึงทำให้เขาเริ่มมีความกล้ามากขึ้น
ไปก็ไป!
แม้ว่าหลัวจื้อจวินจะเหลวไหลไปหน่อย แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ จึงรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร
เขาคว้าเก้าอี้สองตัวไว้ในมือ ก่อนจะวิ่งตามหลังถังฮ่าวและคนอื่นๆ ลงไปข้างล่าง
ระหว่างทางถังฮ่าวไม่ได้ไปช่วยเหลือนักศึกษาที่ชั้นอื่น แต่กลับพุ่งตัวลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว จางเสี่ยวเหาและเฉียนเจิงเปลี่ยนอาวุธในมือเป็ขวานคนละเล่ม
ส่วนถังฮ่าวนั้นถือขวานไว้ทั้งสองมือ!
มีเพียงหลัวจื้อจวินเท่านั้นที่ยังคงถือเก้าอี้ เพราะรู้สึกว่าเก้าอี้นั้นทั้งกว้างและยาว ปลอดภัยกว่าการใช้ขวานเป็ไหนๆ
“จ้าวอี้เหมี่ยว จวินจื่อ จวินจื่อ!” ทันทีที่ไปถึงชั้นหนึ่ง ถังฮ่าวก็ะโออกมา
เขากลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากจ้าวอี้เหมี่ยว มีเพียงเสียงของซอมบี้หลายตัวที่ปรากฏขึ้นแทน
ถังฮ่าวพุ่งไปข้างหน้า ก่อนจะฟาดฟันขวานทั้งสองในมือออกไป ทุบหัวซอมบี้ทั้งสองตัวจนกลายเป็เนื้อเละไป
จางเสี่ยวเหาและเฉียนเจิงทั้งสองก็ไม่อยู่เฉย พวกเขาฟาดฟันซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาและะโไปด้วย “จวินจื่อ จวินจื่อ!”
ในห้องน้ำหญิงที่อยู่สุดทางเดินชั้นหนึ่ง จ้าวอี้เหมี่ยวกำลังถือไม้ถูพื้น ด้านหลังของเธอยังมีนักศึกษาหญิงสามคนอายุประมาณยี่สิบปีซ่อนตัวอยู่ ร่างกายของพวกเธอสั่นเทา
ใบหน้าของทั้งสี่ซีดเผือด!
เมื่อครู่นี้พวกเธอเห็นเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนสนิทกลายเป็ซอมบี้ไปต่อหน้าต่อตา ภาพที่น่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้พวกเธอยังคงตัวสั่นอยู่
เมื่อได้ยินเสียงะโจากข้างนอก ดวงตาของจ้าวอี้เหมี่ยวก็เป็ประกาย เพราะนั่นคือถังฮ่าว และพวกจางเสี่ยวเหา พวกเขากำลังตามหาเธออยู่!
เธอค่อยๆ ยื่นศีรษะออกไปมอง ก่อนจะเห็นถังฮ่าวกำลังใช้ขวานฟาดหัวซอมบี้ตัวหนึ่งจนแหลก ทันใดนั้นจ้าวอี้เหมี่ยวก็เหมือนเห็นผู้ช่วยชีวิต และรีบร้องเรียกเสียงสั่น “พี่ฮ่าว พี่ฮ่าว ฉันอยู่ที่นี่!”
เธอไม่กล้าะโดังจนเกินไป!
โชคดีที่ถังฮ่าวและคนอื่นๆ ในตอนนี้ได้วิวัฒนาการเป็บุตรแห่งเทพแล้ว พอร่างกายแข็งแกร่งขึ้น การได้ยินก็จะดีขึ้นตาม แม้ว่าเสียงของจ้าวอี้เหมี่ยวจะเบามากก็ตาม แต่ถังฮ่าวก็ยังคงได้ยิน
“รุ่นพี่ ช่วย... ช่วยพวกเราด้วย!” หลังจากที่ถังฮ่าววิ่งมา นักศึกษาหญิงทั้งสามเห็นถังฮ่าวถือขวานมาทั้งสองมือ พวกเธอก็เหมือนเห็นผู้ช่วยชีวิต และร้องขอความช่วยเหลือทันที
“หยวนหมิน!” เฉียนเจิงมองไปที่นักศึกษาหญิงที่อยู่ข้างหน้า ก่อนอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
หยวนหมินเองก็เบิกตากว้าง “เฉียนเจิง!”
พ่อแม่ของเฉียนเจิงและหยวนหมินทำงานที่เดียวกัน และพวกเขายังอาศัยอยู่ในลานบ้านเดียวกันอีกด้วย
ถังฮ่าวรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย!
นี่คือคนรู้จักของเฉียนเจิงที่เป็เพื่อนพ้องของเขา ดังนั้นจึงไม่อาจเมินเฉยได้
การพาคนกลุ่มนี้ขึ้นไปที่ชั้นห้า ไม่สู้ช่วยนักเรียนกลุ่มนี้ที่อยู่ในห้องอ่านหนังสือชั้นหนึ่งดีกว่า เพราะใช้เวลาเพียงสามนาทีจัดการเรียบร้อย
ถังฮ่าวกัดฟัน
เซาปิ่ง อดทนไว้นะ รอฉันก่อน!
-------------------------------
[1] ฮ่าวจื่อ หมายถึง หนู
