จุนห่าวและสายฟ้าโอบกอดกันที่ประตู สายฟ้าใช้หัวสกปรกของมันถูไถใบหน้าของจุนห่าว ใบหน้าที่สะอาดสะอ้านของจุนห่าวถูกเ้าสายฟ้าทำจนเลอะเทอะ เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างจุนห่าวและสายฟ้า ทุกคนทราบว่าจุนห่าวรู้จักสุนัขหมาป่าตัวนี้ และมีความรู้สึกที่ดีต่อกันยิ่ง มีเพียงหานรุ่ยเท่านั้นที่รู้ว่าต้นกำเนิดของสุนัขตัวนี้ต้องไม่ธรรมดา มันคงมาจากที่เดียวกับจุนห่าว มิเช่นนั้นจุนห่าวคงไม่ตื่นเต้นถึงเพียงนี้ หานรุ่ยฟังที่จุนห่าวพูดถึงเื่ราวในชาติก่อนของเขา จุนห่าวเล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยเลี้ยงสุนัขทหารตัวหนึ่ง แต่สุดท้ายสุนัขตัวนั้นสละชีวิตเพื่อเขา จุนห่าวบอกว่าเขาเลี้ยงดูสุนัขทหารในฐานะลูกชาย เห็นได้ว่าลึกซึ้งกันมาก หากสุนัขหมาป่าตัวนี้คือสุนัขทหารตัวนั้น จุนห่าวที่ตื่นเต้นเช่นนี้ ก็พอเข้าใจได้
จุนฟานมองจุนห่าวและสุนัขหมาป่าสนิทสนมกัน เอ่ยขึ้นอย่างตลกๆ ว่า “เห็นน้องสี่และสุนัขหมาป่าตัวนี้ผูกพันกัน เสมือนเป็สามีภรรยาที่ไม่ได้พบกันมานาน”
ฟังคำของจุนฟาน จุนเช่อตบหัวจุนฟานและพูดว่า “พูดบ้าอะไร เ้าอุปมาอะไรเช่นนี้ คนและสุนัขจะกลายเป็สามีภรรยาได้รึ? จินตนาการเกินไปแล้ว ถึงบอกว่าเสมือนเป็สามีภรรยาที่ไม่ได้พบกันมานาน เ้าไม่เห็นสายตาของสุนัขตัวนั้นที่เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อน้องสี่รึ? แถมตากลอกตาใส่เ้า ช่างไม่มีสายตากว้างไกลจริงๆ เลย” จุนเช่อมองเื่ราวละเอียดถี่ถ้วนกว่าจุนฟาน เขาเห็นความรักที่สุนัขตัวนั้นมีต่อจุนห่าวผ่านดวงตาของมัน เขาถอนหายใจในใจว่า สุนัขที่จุนห่าวเลี้ยงยังพิเศษเพียงนี้
ได้ฟังคำของจุนเช่อ จางหนิงจนใจ สองพี่น้องนี้อุปมาอุปมัยไม่เหมาะไม่ควร ควรบอกว่าเป็เ้าของที่รักใคร่
ได้ยินคำพูดของพี่ชายทั้งสอง หานรุ่ยตะลึงงัน สายตาแต่ละคนต่างมองออกว่าจุนห่าวและสุนัขตัวนี้สนิทชิดเชื้อกัน แต่อายุของสุนัขหมาป่าตัวนี้ประมาณสามขวบได้ ควรเป็เขาและจุนห่าวที่รับเลี้ยงหลังแต่งงาน หากเขาแสดงออกว่าไม่รู้จักสุนัขตัวนี้ จะทำให้คนอื่นสงสัย เขาไม่้าให้คนอื่นสงสัยตัวตนของจุนห่าว แม้ว่าคนอื่นจะไม่คิดมาก แต่เขาจะไม่ทิ้งช่องโหว่ที่ไม่ส่งผลดีต่อจุนห่าว นี่คือความชาญฉลาดของหานรุ่ยที่แตกต่าง คนอื่นจะไม่คิดมากมายเช่นนี้ ในมุมมองของหานรุ่ย แม้แต่ช่องโหว่ที่เล็กที่สุดก็ถือเป็ข้อบกพร่อง หากไม่ระวัง อาจทำให้เกิดเพกภัยได้ ดังนั้นก่อนที่สิ่งต่างๆ จะแย่ไปกว่านี้ ต้องแก้ไขอย่างทันท่วงที จากนี้ไปผู้อื่นก็จะหาข้อบกพร่องไม่พบ
หานรุ่ยพูดกับจุนเช่อจุนฟานและจางหนิงว่า “คือสุนัขที่ข้าและจุนห่าวรับเลี้ยง ในเวลานั้นยังเป็ลูกสุนัข ครานั้นร่างกายของข้าไม่สะดวก จึงให้จุนห่าวดูแลมัน จุนห่าวบอกว่าเขาจะเลี้ยงดูมันในฐานะลูกชาย ทดลองเป็พ่อล่วงหน้า สุนัขตัวน้อยนั้นจึงสนิทสนมกับจุนห่าวที่สุด ต่อมาสุนัขตัวน้อยหายไป จุนห่าวตามหาอยู่นานก็ไม่พบ คิดไม่ถึงว่าเราย้ายมาอยู่ที่นี่ได้สองปี ถึงได้พบมันในวันนี้ ระหว่างทางมันต้องทุกข์ทรมานมากเป็แน่” หานรุ่ยใช้ข้ออ้างที่คิดทบทวนดีแล้วกล่าวต่อจุนเช่อ เชื่อว่าจะขจัดความสงสัยของพวกเขาได้ อันที่จริงก็ไม่มีใครเป็คนโง่ อยู่ดีๆ ก็มีสุนัขที่ไม่ทราบที่มาที่ไป มีความสัมพันธ์ที่ดีกับจุนห่าวเพียงนี้ หากไม่พูดอะไรซักอย่าง คนอื่คงสงสัยเป็แน่ หานรุ่ยพูดเช่นนี้ ก็เพราะว่ามีแค่เขาและจุนห่าวที่อยู่เดียวกันในบ้าน ข้าวของในบ้านก็มีแค่เขาสองคนเท่านั้นที่รู้ อีกทั้งหานรุ่ยเชื่อว่า จุนห่าวจะเข้าใจเหตุผลที่เขาพูดเช่นนั้น และจะไม่ขัดขวางเขาแน่
เข้าใจคำพูดของหานรุ่ยแล้ว ทุกคนก็เลิกสงสัย จริงๆ เมื่อครู่นี้พวกเขายังแปลกใจ ทำไมสุนัขตัวนี้ถึงสนิทชิดเชื้อกันจุนห่าวถึงเพียงนี้ และไม่สนใจหานรุ่ย บัดนี้เข้าใจแล้ว ก่อนที่สุนัขตัวน้อยจะจากไป คงแค่จุนห่าวที่ดูแลมัน
ฟังคำของหานรุ่ย จุนห่าวตกตะลึงในใจ เมื่อครู่นี้เขาดีใจเกินไป ทำให้เกิดช่องโหว่ถึงเพียงนี้ ต้องขอบคุณความชาญฉลาดของหานรุ่ย ที่แก้ไขช่องโหว่นี้ มิฉะนั้นจากนี้ไปคงมีปัญหาแน่ จุนห่าวลูบตัวของสายฟ้า ลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับสายฟ้าว่า “สายฟ้า ข้าจะแนะนำเ้าให้รู้จัก ต่อจากนี้ไป ต่างเป็คนใกล้ชิดที่ต้องรู้จักกัน”
ฟังคำของจุนห่าว สายฟ้าก็ลุกขึ้นยืน พลางสั่นหางกระดิกและเห่าตอบรับจุนห่าว ได้ยินเสียงเห่าโฮ่งๆ ของสายฟ้า จุนห่าวคิดในใจ เขาฟังไม่ออกว่าสายฟ้ากำลังพูดอะไร แต่เข้าใจความหมายรวมๆ ไม่สะดวกที่จะสื่อสารกับสายฟ้าไม่ได้ตรงๆ
จุนห่าวคิดถึงพันธะสัญญาของสัตว์ หลังจากที่นักพรตและสัตว์อสูรมีพันธะสัญญาต่อกัน จะสื่อสารด้วยสติแห่งการรับรู้ได้ อีกทั้งพลังปราณของนักพรตที่เพิ่มขึ้น ยังผลักดันให้พลังปราณของสัตว์ที่พันธะสัญญาต่อกันเพิ่มขึ้นด้วย ในทางกลับกัน พลังปราณของสัตว์อสูรที่เพิ่มขึ้น พลังปราณของนักพรตก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน พันธะสัญญาระหว่างนักพรตและกับสัตว์จะเติมเต็มซึ่งกันและกัน ดังนั้นนักพรตจึงหลงใหลในสัตว์อสูร เพราะไม่เพียงช่วยเพิ่มกำลังรบให้กับตัวเอง ยังช่วยบำเพ็ญเพียร ทว่าสัตว์อสูรที่ไม่เต็มใจถูกทำพันธะสัญญาก็มี นักพรตจะเลือกทำสัญญากับสัตว์อสูรที่ยินดีรับใช้ เพื่อสัญญาทาสสัตว์อสูรจะสูญเสียอิสรภาพ ยิ่งไปกว่านั้น โดยปกติอายุขัยของสัตว์อสูรจะยาวนานกว่ามนุษย์ หลังจากที่มนุษย์สิ้นใจ สัญญาทาสระบุไว้ ถึงสัตว์อสูรจะไม่ตายแต่จะได้รับาเ็สาหัส
จุนห่าวอยากจะทำพันธะสัญญากับสายฟ้า โดยมิใช่สัญญาทาสของผู้รับใช้ แต่เป็สัญญาเสมอภาค ข้อจำกัดจะมีไม่มากนัก ผู้ทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรจะเท่าเทียมกัน ผู้ทำพันธะสัญญาไม่อาจบังคับสัตว์อสูรได้ หลังจากผู้ทำพันธะสัญญาสิ้นใจ สัตว์อสูรจะได้รับผลกระทบไม่มาก
จุนห่าวพาสายฟ้าเดินไปด้านหน้าทุกคน จงใจชี้ไปที่จุนฟาน และพูดกับสายฟ้าว่า “สายฟ้า ผู้นี้คือลุงสามของเ้า เขาทำเื่โง่เขลาได้ง่าย จากนี้ไปเ้าต้องดูแลเขาให้มากๆ” จุนห่าวได้ยินจุนฟานพูดว่าเขาและสายฟ้าเป็สามีภรรยา ยั่วยุความสัมพันธ์ของพวกเขาต่อหน้าเสี่ยวรุ่ย มิใช่คนโง่เขลาหรือที่จะทำอะไรเช่นนี้ได้ จากนั้นพูดกับจุนฟานอีกครั้งว่า “พี่สาม นี่คือลูกของข้า...สายฟ้า สายฟ้าฉลาดมาก จากนี้ไปท่านต้องฟังสายฟ้าให้มากๆ”
สายฟ้าจำจุนฟานได้ เมื่อครู่นี้มันก็รู้ว่าเขาโง่เง่า คิดไม่ถึงว่าเขาจะโง่จริงๆ ั์ตาของสายฟ้าจึงเด็ดเดี่ยว เห่าเรียกดจุนห่าวว่า “โฮ่ง โฮ่ง” หมายความว่า พ่อจงวางใจ ั้แ่จุนห่าวกล่าวว่ามันเป็ลูกชายของเขา สายฟ้าก็กำหนดว่า จุนห่าวเป็พ่อเพียงคนเดียวของมัน เขาต้องดูแลท่านลุงสามให้ดี จะไม่ให้เขาส่งผลต่อภาพลักษณ์อันฉลาดหลักแหลมของจุนห่าว ในสายตาของสายฟ้า จุนห่าวคือฮีโร่ แต่จุนฟานอาจทำให้ภาพลักษณ์ของจุนห่าวตกต่ำลง
จุนฟานไม่พอใจยิ่งนัก แค่ตัวเองกลายเป็ลุงสามของสุนัขหมาป่าก็พูดไม่ออกแล้ว จุนห่าวยังคิดว่าสุนัขหมาป่าเป็ลูกชาย ซ้ำยังให้เขายอมรับมันในฐานะหลานชาย นี่มันบีบบังคับเกินไป เท่านี้ยังไม่พอ ยังให้เขาฟังความคิดเห็นของสุนัข ต่อให้สุนัขหมาป่าตัวนี้จะฉลาดจริงๆ ก็ทำได้แต่เห่าโฮ่งๆ เขาฟังไม่เข้าใจหรอก
จุนห่าวไม่สนใจว่าจุนฟานจะเต็มใจหรือไม่ ยังไงตอนนี้เขาก็อารมณ์ดี เขายังแนะนำสายฟ้าให้แก่จุนเช่อและจางหนิง พวกเขาแสดงออกได้ดีกว่า ในเมื่อจุนห่าวรู้จักสายฟ้า งั้นพวกเขาก็จะรู้จัก พวกเขาแสดงออกว่าชื่นชอบสายฟ้า
สายฟ้าเห็นว่าทั้งสองคนชื่นชอบตัวเอง ดีใจจนไปถูไถขาเกงเกงของจุนเช่อและจางหนิง ทำให้เสื้อผ้าของพวกเขาสกปรก เมื่อเห็นผลงานของตัวเอง สายฟ้ากระดิกหางอย่างละอายใจ พลางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่สกปรกของจุนห่าว ยิ่งละอายใจมากขึ้น มันดีใจจนเกินไป จนลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองสกปรก มันต้องรีบอาบน้ำโดยเร็วที่สุด เขาเป็สุนัขที่รักความสะอาด ไม่อาจทิ้งความประทับใจแย่ๆ ให้กับทุกคน
หลังจากแนะนำแก่จุนเช่อและจางหนิงแล้ว หันมองหานรุ่ยและกล่าวต่อสายฟ้าว่า “สายฟ้า นี่คือแม่ของเ้า จากนี้ไปเ้าก็คือลูกชายของเรา” สายฟ้าได้กลิ่นของหานรุ่ยบนร่างกายของจุนห่าว รู้ว่าผู้นี้คือคู่ครองของจุนห่าว ดังนั้นเขาจึงเรียกหานรุ่ยว่า “ท่านแม่” อย่างเชื่อฟัง แต่นอกจากตัวสายฟ้าเอง คนอื่นได้ยินเพียงเสียงโฮ่งโฮ่ง ที่เอ่ยต่อหานรุ่ย
หานรุ่ยลูบหัวของสายฟ้า พร้อมพูดด้วยความรักว่า “จากนี้ไปข้าจะเป็แม่ของเ้า มีเื่อันใดก็มาบอกข้า ไม่ต้องคิดว่าเป็คนนอก” ที่หานรุ่ยชื่นชอบสายฟ้า ไม่ใช่เพราะจุนห่าวเป็นายของมัน แต่เพราะว่ามันเคยช่วยชีวิตจุนห่าว
แนะนำแก่หานรุ่ยแล้ว จุนห่าวพูดกับจุนตงและจุนหนานว่า “เสี่ยวตง เสี่ยวหนาน จากนี้ไปสายฟ้าคือพี่ชายของเ้า พี่ชายเพิ่งจะมา พวกเ้าต้องดูแลพี่ชาย อย่ารังแกพี่ชาย” จากนั้นเขาก็พูดกับสายฟ้าว่า “จากนี้ไปจุนตงและจุนหนาน ก็คือน้องชายของเ้า หากพวกเขาทำอะไรไม่ถูกต้อง เ้าสั่งสอนพวกเขาได้”
เห็นสายฟ้าที่ดูมอมแมม จุนหนานไม่ได้รังเกียจ เขาเรียกสายฟ้าอย่างรักใคร่ว่า “พี่ชาย” แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านพ่อถึงขอให้เขาเรียกสุนัขว่าพี่ชาย ทว่าเขาเป็เด็กดีเชื่อฟัง ท่านพ่อให้เขาเรียกอะไรเขาก็จะเรียก ยังแอบคิดในใจ จากนี้ไปข้าจะมีพี่ชายเพิ่ม มีคนเอ็นดูข้าเพิ่มอีกคนแล้ว
จุนตงเห็นจุนหนานเรียกสายฟ้าว่าพี่ชาย คิดในใจ ปากจุนหนานช่างเร็วเสียจริง หากเรียกแล้ว จากที่เขาเป็พี่ใหญ่ก็จะกลายเป็พี่รอง อันที่จริงเขาอยากจะถามท่านพ่อ เหตุใดเขาถึงต้องเรียกสายฟ้าว่าพี่ชาย แล้วพวกเขาคือน้องชาย เขาอยากให้สายฟ้าเรียกเขาว่าพี่ชาย จุนตงบีบปากเล็กๆ มองไปทางจุนห่าวและพูดว่า “เหตุใดสายฟ้าถึงเป็พี่ชาย แล้วเราเป็น้องชาย”
“คำถามง่ายๆ เช่นนี้ เ้ายังถามได้ ข้าสงสัยในปัญญาของเ้าจริงๆ เลย เพราะว่าสายฟ้าโตกว่าพวกเ้าไง” จุนห่าวกล่าวอย่างไม่ยำเกรง เขาคิดไม่ถึงว่าจุนตงจะคิดเล็กคิดน้อยเช่นนี้
สายฟ้าพอใจกับจุนหนานเป็อย่างมากและไม่พอใจจุนตง คิดในใจ อยากให้เขาเป็น้องชาย ขนยังไม่ขึ้นเลย ยังคิดจะเป็พี่ชายเขา จากนี้ไปวัดกันที่ความสามารถละกัน
แนะนำทุกคนครบแล้ว จุนห่าวพูดกับสายฟ้าว่า “สายฟ้า ข้าอยากทำพันธะสัญญากับเ้า แต่เ้าวางใจได้ ข้าจะไม่ทำสัญญาทาสกับเ้าหรอก ข้าจะทำสัญญาเท่าเทียมที่ไม่มีข้อจำกัดใดๆ แค่บังคับเราไม่ให้ทำร้ายซึ่งกันและกัน หลังจากทำพันธะสัญญาแล้ว เราจะสื่อสารด้วยจิตสำนึกได้ เช่นนี้จะสะดวกมาก เ้าเต็มใจไหม?”
ฟังคำของจุนห่าว สายฟ้าเห่าโฮ่งๆ ต่อจุนห่าวอย่างดีใจ หมายความว่า มันเต็มใจ มันอยากพูดคุยกับจุนห่าวมานานแล้ว แต่พูดภาษาพวกเขาไม่ได้ บัดนี้จะให้มันทิ้งโอกาสนี้ได้อย่างไร สำหรับสัญญาอะไรมันไม่เข้าใจ อันที่จริงสายฟ้าเป็เพียงสุนัขธรรมดาไร้ซึ่งความทรงจำที่ตกทอดมา แต่ทว่า เขารู้ว่าจุนห่าวไม่มีวันทำร้ายเขา เชื่อใจจุนห่าวมาก
มองสายฟ้าที่เห็นด้วย จุนห่าวจึงพูดกับสายฟ้าว่า “ไม่ต่อต้าน สักครู่ก็จะดีเอง” พูดจบ พลังแห่งจิติญญาของจุนห่าวก็เข้าสู่จิตแห่งการรับรู้ของสายฟ้า ซึ่งกว้างใหญ่กว่าสัตว์อสูรอยู่ขั้นหนึ่ง หลังจากที่จุนห่าวเห็นสายฟ้า ก็พบว่าสายฟ้าฉลาดกว่าแต่ก่อนมาก เขาจึงคาดเดาได้ สายฟ้าไม่ได้ต่อต้าน จุนห่าวจึงประทับจิตของตนเองเข้าสู่จิตแห่งการรับรู้ของสายฟ้าอย่างง่ายดาย
