“เยี่ยเฉินเฟิง!”
ในขณะที่สติกำลังหลุดลอยอยู่นั้น จีชิงเสวี่ยก็พลันเห็นเงาร่างคุ้นตาปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง พร้อมกับการะเิพลังหมัดะเืฟ้าโจมตีใส่ชายร่างสูงใหญ่อย่างหมายเอาชีวิต
“ปัง!”
เยี่ยเฉินเฟิงทะลุผ่านชั้นอากาศเข้ามา ปล่อยหมัดที่บีบอัดพลังเอาไว้จนเต็มเปี่ยมปะทะกับหมัดที่ชายร่างสูงใหญ่ยกขึ้นต้านอย่างฉุกละหุก
จากนั้นเยี่ยเฉินเฟิงก็ผสานร่างกับจิตอสูรไข่โลหิตะเิพละกำลังนับหมื่นจินออกมาปะทะกับหมัดของชายร่างใหญ่ที่แฝงพลังิญญาทำลายล้างไว้เต็มเปี่ยมอย่างไม่หยุดยั้งจนเกิดเป็คลื่นพลังงานระลอกแล้วระลอกเล่า
“กร๊อบ!”
เมื่อระลอกคลื่นพลังงานสาดซัดกระชั้นชิดมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำเสียงแตกร้าวกระจ่างชัดก็ดังขึ้นท่ามกลางป่าเขาที่แสนจะเงียบสงัด พลังิญญาที่ปกคลุมแขนของเขาเริ่มเกิดการปริแตกขึ้นท่ามกลางสายตาสยดสยองของชายร่างใหญ่ที่จับจ้อง
พลังโจมตีอันแข็งแกร่งทะลวงเข้าไปในแขนของเขา สะท้านรุนแรงจนิับนแขนของเขาะเิออก กระดูกสีขาวขุ่นที่ไม่อาจทนรับแรงโจมตีน่าหวาดกลัวเช่นนี้ได้ก็พากันแตกหักเป็ท่อนๆ ทิ่มทะลุิัที่เืเนื้อปะปนกันเปรอะเปื้อนออกมา ชวนให้สยดสยองยิ่งนัก
เมื่อกระบวนท่าแรกเป็ฝ่ายได้เปรียบ เยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่ปล่อยให้ชายร่างสูงใหญ่ได้พักหายใจหายคอ หมุนควงร่างกายของตัวเองประดุจลูกข่าง ก่อนจะใช้ขาขวาที่อัดแน่นไปด้วยพลังนับหมื่นจินถีบเข้ายอดอกของอีกฝ่ายอย่างจัง
เมื่อไม่นานมานี้ หน้าอกชายร่างสูงก็มีแผลจากการโจมตีของบอลหนามอยู่ก่อนแล้ว พอยามนี้ถูกโจมตีซ้ำอย่างหนักหน่วงอีก หน้าอกของเขาจึงยุบลงไปเป็แอ่ง กระดูกซี่โครงหักไปหลายท่อน พ่นเืออกมาจากปากกองใหญ่ ร่างกายโอนเอนดุจว่าวที่ขาดจากสาย ทิ้งตัวลงกระแทกพื้นดินอย่างรุนแรงไม่อาจขยับเขยื้อนได้
“เ้าไม่เป็อะไรนะ”
เยี่ยเฉินเฟิงเหลือบมองจีชิงเสวี่ยที่เสื้อผ้าแหว่งเว้าขาดรุ่ย พลางเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“ขอบคุณ...ขอบคุณนะที่ช่วยข้าเอาไว้”
จีชิงเสวี่ยไม่เคยคิดฝันเลยสักนิด ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ช่วยเหลือตนจะเป็เยี่ยเฉินเฟิงที่นางรู้สึกเกลียดชังจากใจ อีกทั้งแวบหนึ่งที่เยี่ยเฉินเฟิงทำการลอบจู่โจมเมื่อสักครู่ มันทำให้นางเกิดความรู้สึกคุ้นเคยอยู่เลือนราง
แต่นางไม่เคยคิดไปถึงเื่ที่ว่าเยี่ยเฉินเฟิงกับ ‘ท่านหมอเฉิน’ เป็คนคนเดียวกันเลย และไม่เคยนึกสงสัยในตัวตนของเขาเลย
“คราวหลังก็ระวังหน่อยละกัน”
เยี่ยเฉินเฟิงพยักหน้าเป็เชิงตอบรับเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปทางชายร่างสูงที่หน้าอกยุบเป็แอ่งและมีาแสาหัส พลางสืบเท้าเข้าไปหาอีกฝ่าย
“เ้า...เ้าคิดจะทำอะไร?” เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาเยือกเย็นของเยี่ยเฉินเฟิง ชายร่างสูงก็พลันใจหล่นวูบ ฝืนกัดฟันกล่าวเตือนอีกฝ่าย “สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์มีกฎห้ามศิษย์เข่นฆ่ากันเอง หากเ้ากล้าทำอะไรข้าอีกก็เท่ากับเป็การขัดขืนกฎของสำนัก จะต้องได้รับโทษอย่างรุนแรง”
“อ้อเหรอ? แล้วเมื่อครู่นี้เ้าคิดจะทำอะไรล่ะ?” เยี่ยเฉินเฟิงแสยะยิ้มเย็น กล่าวขึ้นพร้อมจิตสังหารที่แผ่ซ่าน
แม้ว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะไม่อยากเกี่ยวข้องอะไรกับจีชิงเสวี่ยอีก แต่เขารังเกียจการกระทำอันต่ำทรามของชายร่างสูงใหญ่ผู้นี้เป็ที่สุด หากมิใช่เพราะยังมีจุดที่หวั่นเกรงอยู่เขาคงไม่ปล่อยให้เ้าคนชั่วช้านี่ได้มีชีวิตอยู่ต่อบนโลกหรอก
“เมื่อครู่นี้เป็ความผิดของข้าเอง พวกเ้าได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะนะ” เพื่อให้มีชีวิตรอดกลับไป ชายร่างสูงต้องยอมข่มกลั้นความชิงชังและกล่าววิงวอนอีกฝ่าย
“ช่างเถอะเยี่ยเฉินเฟิง เมื่อครู่นี้ข้าแอบใช้หินจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้แล้ว ไว้พวกเราไปถึงสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์เมื่อไหร่ค่อยส่งมอบศิลาจดจำชิ้นนี้ให้ผู้าุโหลิว แล้วขอให้เขาทวงคืนความยุติธรรมให้พวกเรา ลงโทษเ้าเดรัจฉานนี่อย่างสาสม”
แม้จีชิงเสวี่ยจะอยากสับชายร่างสูงใหญ่คนนี้ให้เป็ชิ้นๆ มากขนาดไหน แต่นางก็ไม่กล้าฝ่าฝืนกฎของสำนักอยู่ดี จึงเกลี้ยกล่อมเยี่ยเฉินเฟิงด้วยเสียงอันแ่เบา
“ศิลาจดจำ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของจีชิงเสวี่ย ชายร่างสูงใหญ่ก็หน้าซีดขาวราวกับกระดาษ แววตาทอประกายจิตสังหาร
ถ้าจีชิงเสวี่ยมีศิลาจดจำอยู่จริงๆ ตนเองก็จะหมดสิทธิ์แก้ตัวทันที และจะไม่เหลือที่ยืนในสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์อีกต่อไป
“ทั้งสองคน ข้าผิดไปแล้วจริงๆ ได้โปรดอย่าเอาเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปบอกกับผู้าุโหลิวเลยนะ ขอเพียงพวกเ้ายอมปล่อยข้าไป ข้าจะยอมทำทุกอย่างที่พวกเ้า้าเลย” ชายร่างสูงใหญ่กล่าวอ้อนวอนอย่างสุดกำลัง
“เ้าคนชั่วช้า เ้าจงรอรับบทลงโทษของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ซะเถอะ” จีชิงเสวี่ยตวัดสายตามองเขาอย่างโกรธจัดและพูดขึ้นอย่างเคียดแค้น
ก่อนหน้านี้หากไม่ใช่เพราะเยี่ยเฉินเฟิงเข้ามาช่วยนางไว้ได้ทันเวลา นางคงถูกชายร่างใหญ่คนนั้นย่ำยีไปนานแล้ว ชีวิตของนางคงได้จบสิ้นลงแน่
“ไม่...อย่าเพิ่งไปนะ ข้ามีเม็ดยาระดับเก้าอยู่เม็ดหนึ่ง ขอเพียงพวกเ้ายอมปล่อยข้าไป ข้าจะยกเม็ดยาระดับเก้าเม็ดนี้ให้พวกเ้าเลย” ชายร่างใหญ่วิ่งมาขวางหน้าพวกเยี่ยเฉินเฟิงเอาไว้โดยไม่สนใจาแบนร่างเลยสักนิด เขาหยิบกล่องสีฟ้าน้ำทะเลกล่องหนึ่งออกมาจากผ้าคาดเอว
“เม็ดยาระดับเก้า”
หัวคิ้วของเยี่ยเฉินเฟิงกระตุกขึ้นเบาๆ เขาเบนสายตาไปทางกล่องสีฟ้าน้ำทะเลในมือของชายร่างใหญ่
เสี้ยววินาทีที่ชายร่างใหญ่เปิดฝากล่องออก ประสาทััอันเฉียบแหลมของเยี่ยเฉินเฟิงก็ตรวจพบสัญญาณอันตราย ร่างกายจึงกลั้นหายใจโดยสัญชาติญาณ ดีดตัวหลบออกไปข้างๆ ในชั่วพริบตา
่เสี้ยวพริบตาที่เขาพลิ้วกายหนีออกมา กลุ่มควันหนาทึบก็ฟุ้งกระจายออกมาจากกล่องสีฟ้าน้ำทะเล พุ่งปะทะใส่ใบหน้าของจีชิงเสวี่ยที่ไหวตัวหนีไม่ทัน
จีชิงเสวี่ยเผลอสูดดมเข้าไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สมองก็พลันเกิดอาการมึนงงอย่างรุนแรง ร่างกายโอนเอนทรุดตัวล้มลงกับพื้น สลบไสลไม่ได้สติ
“ซวยแล้ว...”
ชายร่างใหญ่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะมีไหวพริบดีขนาดนี้ เขาถึงกับหลบเลี่ยงการซัดกลุ่มควันที่เขาคิดคำนวณมาอย่างดีได้ ในใจพลันเสียวแวบขึ้นมา หันศีรษะกลับเตรียมจะเผ่นหนีทันที
“เ้าคิดว่าจะหนีพ้นงั้นหรือ?”
เยี่ยเฉินเฟิงแค่นเสียงเ็า ะเิพลังขึ้นที่ขาทั้งสองข้างอย่างฉับพลัน พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วประหนึ่งเสือชีตาห์ เร่งความเร็วไล่ตามอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งมาขวางอยู่ด้านหน้าชายร่างใหญ่ที่กำลังขวัญหนีดีฝ่อได้ทัน
“หมัดศิลา”
ชายร่างใหญ่รู้ผลที่จะตามมาหากถูกอีกฝ่ายสกัดไว้ได้ จึงหักใจฝืนใช้กระบวนท่าเคล็ดิญญาอันแข็งแกร่ง หวังจะกดดันเยี่ยเฉินเฟิงให้ล่าถอยไป โดยไม่สนใจอาการาเ็ของร่างกายสักนิด
หากร่างกายอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม กระบวนท่าหมัดศิลาที่เขาปล่อยออกไปอาจจะพอสร้างความกัดดันให้เยี่ยเฉินเฟิงได้บ้าง ทว่าในตอนนี้ ร่างกายที่าเ็สาหัสของเขาสามารถดึงพลังออกมาใช้ได้เพียงสามส่วนเท่านั้น
“ตูม!”
ในเสี้ยววินาทีที่กำปั้นของทั้งสองปะทะกัน พละกำลังนับหมื่นจินที่เอ่อล้นออกมาจากหมัดของเยี่ยเฉินเฟิงก็ทำลายเคล็ดิญญาของอีกฝ่ายจนย่อยยับ หักแขนของเขาจนขาดและส่งร่างกระเด็นถอยกลับไป
“ตอนแรกข้าคิดจะไว้ชีวิตเ้าแล้วนะ แต่ตอนนี้คงจะปล่อยไว้ไม่ได้แล้วล่ะ”
เยี่ยเฉินเฟิงจ้องมองชายร่างใหญ่ที่กระอักเืออกมาด้วยแววตาดำทะมึน จิตสังหารแผ่ซ่านออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง
หากไม่ใช่เพราะประสาทััของตนเองฉับไวจึงหนีรอดคราวเคราะห์มาได้ หากต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือของชายร่างใหญ่ ตนคงมีโอกาสตายมากกว่ารอดแน่นอน
“เ้า...เ้าห้ามฆ่าข้านะ หากฆ่าข้าไปแล้ว สำนักฝึกยุทธ์อัคคี์จะต้องไม่ปล่อยเ้าไว้แน่”
หลังจากแขนถูกตัดขาด ชายร่างสูงที่าเ็สาหัสไปทั้งร่างก็หวาดกลัวจับใจจนต้องยกสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์ขึ้นมาข่มขู่กดดันอีกฝ่าย
“มีใครเป็พยานว่าข้าสังหารเ้าบ้าง?”
“อีกอย่างที่เ้าเลือกจะลงมือกับจีชิงเสวี่ยตรงนี้ เป็หลักฐานบ่งชี้อย่างดีว่าสถานที่ตรงนี้ปลอดภัย ข้าเดาตรงไหนผิดไปหรือไม่”
เยี่ยเฉินเฟิงแสยะยิ้มเ็าขณะที่สายตาของชายร่างใหญ่จับจ้องมาอย่างสิ้นหวัง เขาก็ยกฝ่ามือขึ้นฟาดศีรษะของอีกฝ่ายไปหนึ่งทีจนชายร่างใหญ่สลบเหมือดไป
ครู่ต่อมา คลื่นน้ำวนกลืนกินอันทรงพลังก็ก่อร่างขึ้นกลางฝ่ามือของเยี่ยเฉินเฟิง แทรกซึมเข้าไปในห้วงสมองของชายร่างใหญ่ บังคับกลืนกินจิตอสูรของเขาจนหมดสิ้นและจบชีวิตของเขาลง
“ในที่สุดพลังิญญาก็เต็มเปี่ยมสักที”
เยี่ยเฉินเฟิงที่ดูดซับสรรพคุณยาจากโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีเข้าไป ระดับพลังของเขาก็เข้าใกล้จะทะลวงเขตแดนอยู่เต็มที่แล้ว พอยามนี้กลืนกินจิตอสูรของชายร่างใหญ่ที่อยู่ในเขตแดนปรมาจารย์อสูรมายาระดับสองเข้าไปอีก พลังิญญาที่กักเก็บอยู่ในไข่โลหิตจึงถูกเติมจนเต็มเปี่ยมได้ในทันที
พลังิญญาบริสุทธิ์กระแสหนึ่งไหลเวียนไปทั่วร่างของเยี่ยเฉินเฟิง ผลัดเปลี่ยนพลังิญญาสีขาวในร่างกายของเขา
เมื่อแสงสีฟ้าหลากหลายเส้นสว่างวาบออกมาจากไข่โลหิต พลังิญญาภายในร่างของเยี่ยเฉินเฟิงก็เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็พลังิญญาสีฟ้าที่แข็งแกร่งกว่าอย่างสิ้นเชิง และตัวเขายังทะลวงผ่านสู่ขั้นปรมาจารย์อสูรมายาระดับหนึ่งได้โดยปริยาย
