หลังจากเหอเซียงออกไป เฟิงไหลก็เดินมาหยิบกระดาษไปอ่าน “ฮูหยินเซี่ยคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา ท่านควรระวังตัวไว้สักหน่อยจะดีกว่าเ้าค่ะ”
“ระวังอะไร?” กู้เจิงถามอย่างคิดไม่ออกว่าตัวเองจะระวังอย่างไร
“คำเชิญครั้งนี้ เดาว่าคง้าจะเตือนอะไรบางอย่างกับฮูหยิน”
“เตือนข้า? เตือนข้าว่าอย่าพูดเื่คุณหนูเซี่ยออกไปงั้นหรือ?” กู้เจิงหลุดยิ้ม “หากข้าหลุดปากออกไปแล้วจะทำไม ทำไมนางไม่ไปเตือนบุตรสาวของตัวเองั้แ่แรก”
“ฮูหยินคิดเช่นนี้ แต่ฮูหยินเซี่ยไม่แน่ว่าจะคิดเช่นนี้”
กู้เจิงพยักหน้าเข้าใจ “ก็จริง เื่เกี่ยวกับชื่อเสียงของคุณหนูเซี่ย ในฐานะมารดาก็ควรจะรอบคอบไว้สักหน่อย แต่หากเป็อย่างที่เ้าพูดจริงๆ ว่านาง้าจะเรียกข้าไปเตือน นี่ก็ออกจะเกินไปหน่อยกระมัง”
“เป็วิธีที่นางใช้จนเคยชินเ้าค่ะ”
กู้เจิงสบถเบาๆ “คิดไม่ถึงว่าแม่ทัพใหญ่เซี่ยจะชอบสตรีที่มีนิสัยเช่นนี้”
“ท่านแม่ทัพเซี่ยไม่ได้แต่งงานเพราะชอบฮูหยินเซี่ยหรอกเ้าค่ะ”
กู้เจิงเบิ่งตามองเฟิงไหลด้วยความประหลาดใจ “แม้แต่เื่แบบนี้เ้าก็รู้หรือ?”
เฟิงไหลมองกู้เจิงด้วยสีหน้าจริงจัง “ย่อมเป็ธรรมดา เื่ทุกอย่างในเมืองหลวง ข้าต้องรายงานทุกเื่โดยไม่แบ่งแยก”
"เช่นนั้นบอกข้ามาว่าเหตุใดแม่ทัพเซี่ยถึงแต่งงานกับฮูหยินเซี่ย?”
เห็นกู้เจิงทำท่าเหมือนอยากรู้เื่ราว เฟิงไหลเลยแกล้งเอ่ยเสียงเย็นว่า “ไม่อาจบอกได้”
กู้เจิง “งั้นเ้าจะทำมาเป็เกริ่นให้ข้าอยากรู้ไปเพื่ออะไร?”
“เอาเถอะ เช่นนั้นเ้ายังมีข่าวคราวเกี่ยวกับแม่ทัพเซี่ยที่บอกได้อีกหรือเปล่า?”
“ไม่มีเ้าค่ะ”
กู้เจิงยังไม่ยอมแพ้ จู่ๆ นางก็นึกถึงแม่สามีขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้นางสงสัยว่าแม่สามีรู้จักกับแม่ทัพเซี่ย แต่วันนั้นเสิ่นเยี่ยนได้ปฏิเสธความคิดของนาง นางโต้กลับไม่ออก แต่ด้วยสัญชาตญาณนางก็ยังคิดว่ามีบางอย่างน่าสงสัยอยู่
“เฟิงไหล แม่ทัพเซี่ยมีพี่สาวไหม?” กู้เจิงเอ่ยถามขึ้นอีก “ถ้าไม่สามารถพูดได้ เ้าก็ใช้ส่ายหน้ากับพยักหน้าพอ ถึงอย่างไรสิ่งที่ข้าถามก็ไม่ใช่เื่สำคัญ ถูกไหม?”
“เ้าค่ะ”
“ท่านแม่ทัพเซี่ยมีพี่สาวอยู่คนหนึ่งใช่หรือไม่?”
เฟิงไหลพยักหน้า
“พี่สาวของเขาตายแล้วหรือยัง?”
เฟิงไหลส่ายหน้า
“พี่สาวเขาหายตัวไปเมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อนใช่ไหม?”
แววตาของเฟิงไหลสั่นไหว ตามคำบอกเล่าที่นางได้ยินมา พี่สาวของแม่ทัพเซี่ยหายตัวไปเมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อน ทว่าฮูหยินรู้ได้อย่างไรกัน? เห็นกู้เจิงจ้องรอคำตอบ นางจึงพยักหน้า
กู้เจิงตื่นเต้นขึ้นมา นางนึกถึงสิ่งที่แม่สามีพูดในวันนั้น “แม่ทัพเซี่ยยังมีน้องสาวอีกคนด้วยใช่หรือไม่?”
เฟิงไหลพยักหน้าอีกครั้ง
“น้องสาวคนนี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับพี่สาว ดังนั้นน้องสาวจึงไล่พี่สาวออกจากบ้าน?”
ในใจเฟิงไหลใยิ่งกว่าเดิม
เห็นสีหน้าของเฟิงไหล กู้เจิงจึงรู้ได้ว่าตนเองเดาถูก นางลองคาดเดาอย่างหาญกล้าอีกครั้ง “น้องสาวคนนี้น่าจะไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ ของแม่ทัพเซี่ยกับพี่สาว” แม่สามีเคยพูดประโยคนี้ตอนอยู่ในบ้านหลังใหม่ ‘นานมาแล้ว มีสาวน้อยคนหนึ่งเคยพูดเช่นนี้กับข้า นางบอกว่า นางอยากจะเรียนการปักลายสองหน้ากับข้า ต่อไปหากข้าไม่้านางแล้ว นางจะได้อาศัยการขายงานเย็บปักถักร้อยมาเลี้ยงชีวิตของตัวเอง’ ถ้าเป็น้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง คงไม่ได้พูดเช่นนี้แน่
เฟิงไหลพยักหน้า แล้วถามว่า “ฮูหยินรู้เื่พวกนี้ได้ยังไงเ้าคะ?”
กู้เจิงได้แต่เอ่ยว่า “เมื่อก่อนเคยไปร่วมงานเลี้ยงมาบ้าง เหล่าฮูหยินในงานเลี้ยงต่างซุบซิบกันถึงเื่นี้"
เฟิงไหลสงสัย ข่าวแพร่สะพัดออกไปได้ละเอียดขนาดนี้เลยหรือ? ข่าวเหล่านี้ต้องใช้กำลังคนของทางเิเป่ยไปไม่น้อยถึงจะสืบมาได้ อย่างไรเสียนี่ก็เป็เื่ส่วนตัวของเซี่ยกงเจวี๋ย
กู้เจิงใจเต้นระรัว มีความเป็ไปได้สูงที่แม่สามีจะเป็พี่สาวของแม่ทัพใหญ่เซี่ย เพียงแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดที่ทำให้นางไม่อยากกลับไปยอมรับน้องชายคนนี้ อีกอย่าง น้องสาวคนนั้นไปไหนเสียแล้วเล่า?
กู้เจิงไม่อาจรวบรวมสมาธิได้จริงๆ นางเลยเลิกสนใจงานแล้วเงยหน้าถามเฟิงไหลว่า “เช่นนั้นเ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดน้องสาวคนนั้นถึงไล่พี่สาวออกจากบ้าน?”
“บ่าวคิดว่าการพูดเื่ครอบครัวคนอื่นในที่ข้างนอกแบบนี้ไม่ดีนักเ้าค่ะ”
ดูเหมือนจะไม่ดีนักอย่างที่นางว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวนี้มีความเป็ไปได้สูงที่จะเป็ครอบครัวของแม่สามี แต่ทว่า หากทำให้ความสัมพันธ์นี้ชัดเจนขึ้น แล้วแม่ทัพเซี่ยจะเป็น้าของเสิ่นเยี่ยนจริงๆ มันมีแต่จะเป็ประโยชน์ต่อเขา
พอคิดได้เช่นนี้กู้เจิงจึงกล่าวขึ้นว่า “ทำเหมือนเมื่อครู่ ข้าจะเดา ถ้าเดาถูกเ้าพยักหน้า ถ้าเดาผิดก็ส่ายหน้า”
เดิมทีเฟิงไหลคิดจะปฏิเสธ เพียงแต่รอบนี้นางอยากทราบว่าฮูหยินน้อยเสิ่นผู้นี้รู้มากน้อยเพียงใดกันแน่ ไม่แน่ว่าอาจจะมีบางอย่างที่นางยังไม่รู้ จึงพยักหน้ารับ
“น้องสาวคนนั้นชอบท่านแม่ทัพเซี่ยใช่ไหม? แต่พี่สาวไม่ยินยอม?” กู้เจิงถามด้วยดวงตาเป็ประกาย
เฟิงไหลคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายศีรษะ
“พี่สาวยินยอมงั้นหรือ?”
เฟิงไหลพยักหน้า
“ในเมื่อพี่สาวยินยอม แล้วทำไมน้องสาวถึงต้องไล่พี่สาวออกไปเล่า?” กู้เจิงพึมพำ เื่นี้แปลกมาก ว่ากันตามตรงความสัมพันธ์ระหว่างน้องสาวสามีกับน้องสะใภ้รวมถึงพี่สะใภ้นั้นยากพอๆ กับลูกสะใภ้กับแม่สามี แต่นิสัยของนายหญิงเสิ่นไม่ใช่คนประเภทนี้แน่นอน
สีหน้าของเฟิงไหลเยือกเย็นเหมือนวันแรกที่พบกัน เห็นกู้เจิงพูดพึมพำกับตัวเอง นางก็แปลกใจนักว่าเหตุใดถึงสนใจเื่ของแม่ทัพเซี่ยถึงเพียงนี้
ตอนเสิ่นเยี่ยนกลับมา กู้เจิงก็สงบใจลงแล้วและกำลังทำงานอยู่อย่างตั้งใจจนไม่ได้สังเกตเห็นว่าเสิ่นเยี่ยนกลับมาแล้ว จนเมื่อนางทำงานเสร็จ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาถึงเพิ่งเห็นว่าเสิ่นเยี่ยนกลับมาแล้วและกำลังมองนางอยู่
“ท่านพี่ กลับมานานเท่าใดแล้ว ทำไมไม่เรียกข้าล่ะเ้าคะ”
สายตาเ็าของเสิ่นเยี่ยนมองภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบภาพบนโต๊ะที่กู้เจิงเพิ่งทำเสร็จขึ้นมาดู เขาเพ่งมองอย่างละเอียดอยู่สักพักจึงพูดว่า “วาดใหม่”
“ทำไมล่ะเ้าคะ?” นางใช้เวลาทำมาครึ่งค่อนวันเลยนะ กู้เจิงคิดจะแย่งกระดาษคืนมา
เสิ่นเยี่ยนเบี่ยงกระดาษหลบออกอย่างง่ายดาย “เ้าเอาข้าไปวาด แต่สตรีที่อยู่ข้างๆ กลับไม่ใช่เ้า”
“นี่ท่านดูออกด้วยหรือเ้าคะ?” กู้เจิงวาดรูปตามโครงร่างจากเขาจริงๆ “แต่ข้าไม่ได้วาดหน้านะเ้าคะ”
“ข้าไม่ชอบ นอกเสียจากว่าสตรีที่วาดอยู่ข้างกายจะเป็เ้า” เขายืนกรานเสียงแข็ง
กู้เจิงรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ได้ๆ ข้างกายท่านจะวาดเป็ตัวข้า พอใจแล้วกระมังเ้าคะ?”
เสิ่นเยี่ยนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขาเอากระดาษจ่อกับเปลวเทียนเผาทิ้งเสีย
“อย่า...” กู้เจิงเอ่ยปากช้าเกินไป กระดาษแผ่นนั้นที่กลายเป็ขี้เถ้าในพริบตา
สีหน้าของเสิ่นเยี่ยนเจือด้วยรอยยิ้ม
ในตอนนั้นเอง เหอเซียงก็เคาะประตูก่อนเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำสำหรับล้างหน้าทำความสะอาด
เสิ่นเยี่ยนล้างหน้า กู้เจิงเริ่มปูผ้าห่มไปพลางและเล่าเื่ที่ฮูหยินเซี่ยเชิญนางไปดื่มชาพรุ่งนี้
“ด้วยนิสัยของฮูหยินเซี่ย คาดว่าคงเชิญสตรีที่ไปเที่ยวในวันนั้นมาดื่มชาทีละคน หากใครรู้เื่ราวในถ้ำ คนๆ นั้นคงลำบากแน่” เสิ่นเยี่ยนกล่าวเสียงเรียบ
คำพูดนี้คล้ายๆ กับที่เฟิงไหลบอกนาง กู้เจิงกำลังใคร่ครวญว่าพรุ่งนี้ตนเองต้องเตรียมตัวอย่างไรดี
“เ้าไม่ต้องใส่ใจหรอก”
กู้เจิงชะงัก “อีกฝ่ายเป็ฮูหยินกงเจวี๋ยผู้ทรงเกียรติ ท่านจะให้ข้าไม่ต้องใส่ใจหรือเ้าคะ?”
“นางเป็ฮูหยินกงเจวี๋ยแล้วยังไง? ในเมื่อระหว่างเราไม่ได้เชื่อมสัมพันธ์ไปมาหาสู่กัน ก็ไม่จำเป็ต้องทนรับอารมณ์จากนาง”
“แต่ถ้าต่อไปมีการติดต่อกันล่ะเ้าคะ?”
“ต่อไปยังไงก็ไม่มี” เขาตอบอย่างมั่นใจ
“มันก็ไม่แน่หรอกเ้าค่ะ” กู้เจิงนึกถึงข้อมูลที่นางได้มาจากเฟิงไหล ระหว่างญาติพี่น้องไหนเลยจะกลายมาเป็ศัตรูกันได้
เสิ่นเยี่ยนก้มหน้ามองภาพสะท้อนของตัวเองในอ่างน้ำ เค้าหน้าของเขาสืบทอดความงามมาจากมารดา ไม่ว่าจะเป็คิ้วหรือดวงตาก็ถอดมาจากมารดา เพียงแต่ไม่มีความอบอุ่นอ่อนโยนติดมาด้วย เวลาอยู่คนเดียวคนอื่นอาจจะดูไม่ออก แต่หากเดินเคียงกับชายคนนั้น ก็จะเหมือนกับในงานเลี้ยงต้อนรับในวังครั้งก่อน หลายคนล้วนคิดว่าเขาคล้ายกับชายคนนั้นมาก
