“แม่งแก๊งเหวินอะไรวะ?” ชายหัวโล้นไม่เคยได้ยินชื่อของพี่ใหญ่เปียวไม่แม้แต่จะรู้จักแก๊งเหวินเขาหมดความอดทนและะโใส่พวกลูกน้องที่อยู่ข้างหลังเขาทันที “ไอ้คนพวกนี้แม่งบ้าไปแล้วกระทืบมันซะพี่น้อง”
ด้วยคำสั่งนี้กลุ่มคนเกือบร้อยก็พุ่งเข้ามายังกลุ่มของฉินเฟิงดั่งกระแสน้ำพวกเขาโดนล้อมอย่างรวดเร็วและไม่มีใครสามารถหลบหนีได้
“มาแล้วสินะได้เวลาโชว์ออฟสักที ฉันล่ะตื่นเต้นจริงๆ!”
“บ๊ะบอกแล้วไงว่าพ่อคือพี่ใหญ่เปียวผู้ชนะคนสิบคนด้วยมือเดียว ไอ้พวกกุ๊ยรนหาที่ตาย!”
“พี่น้องลงมือพร้อมกันและถล่มไอ้กลุ่มเด็กน้อยนี่ซะ!”
ในแง่ของพละกำลังอันธพาลสิบสามคนไม่ได้อ่อนแอแม้แต่นิดเดียวพวกเขายิ้มกว้างเมื่อเผชิญกับคนร้อยคนที่ล้อมรอบพวกเขา
ผลัวะ!
พี่ใหญ่เปียวร่างกำยำโจมตีก่อนด้วยลูกถีบที่ทรงพลังเขาถีบหนึ่งในศัตรูล้มลงกับพื้นและชกต่อด้วยหมัดที่รุนแรงเขาน็อคคนไปอีกสองคนด้านข้างเขา
ฉากนี้ได้ลุกฮือคนในแก๊งเหวินพวกเขามั่นใจว่าคู่ต่อสู้เป็เหล่าพี่น้องที่ฉินเฟิงเรียกมาจริงๆเพราะพวกมันยืนอย่างเดียวโดยไม่กล้าขยับ และปล่อยให้ถูกต่อยอย่างไรก็ได้ตาม้า
เวลานี้อันธพาลทั้งสิบสามคนของแก๊งเหวินเหมือนกับเสือชีตาห์สิบสามตัวพวกเขาวิ่งไปยังแนวการป้องกันแรก บ้างก็ถูกเตะ บ้างก็ถูกต่อยพวกเขารู้ว่านี่มันแค่การแสดง และพวกเขาไม่แม้แต่จะนำอาวุธอะไรไปด้วยพวกเขาสู้ด้วยมือเปล่าและรู้สึกเหมือนเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์ในนิยายกำลังภายใน
พลั่ก!
เสียงทื่อดังออกมา
ครั้งนี้เป็สมาชิกแก๊งเหวินที่เป็ฝ่ายล้มเป็พี่ใหญ่เปียวจอมอวดดีนั่นเอง
ชายหัวโล้นแกว่งไม้เบสบอลหวดไปที่หัวของเขาเืสดๆ ไหลออกมาจากหัวของพี่ใหญ่เปียวทันที ย้อมใบหน้าของเขาจนจำแทบไม่ได้ มันยิ่งดูน่ากลัวอย่างยิ่งในค่ำคืนที่มืดสลัว
พี่ใหญ่เปียวล้มลงทันทีแทนที่เขาจะร้องด้วยความเ็ป แต่เขากลับมองชายหัวโล้นด้วยสีหน้าสับสนปนโกรธแทน
“แม่งเอ๊ยเอ็งเล่นนอกบทนี่หว่า!”
“นอกบทแม่เอ็งสิ!” ชายหัวโล้นมึนงงไปสักพักแล้วเขาก็เอาไม้เบสบอลตีพี่ใหญ่เปียวอย่างบ้าคลั่งยิ่งขึ้น เขาฟาดมันขณะที่ะโ “เอ็งนี่แม่งบ้าจริงๆ!”
เวลานี้ฉินเฟิงได้พาหลิวเหวินจิ้งออกจากสนามต่อสู้นานแล้วเขานั่งบนม้านั่งสาธารณะขณะที่กำลังกอดเอวบางของหลิวเหวินจิ้งและยิ้มไปด้วยดูการต่อสู้ที่เข้มข้นไปด้วยอย่างพอใจ
หลิวเหวินจิ้งไม่ได้มีสีหน้าสบายๆแบบฉินเฟิง เธอมองดูพี่น้องแก๊งเหวินล้มลงไปทีละคนๆ และสีหน้าของเธอก็กระวนกระวาย “ฉินเฟิงรีบลงมือเถอะ ถ้าคุณลงมือ พวกมันทุกคนต้องลงไปกองแน่”
ฉินเฟิงจ้องหลิวเหวินจิ้งอย่างไม่พอใจและตะคอก“ยายเฟอะเธอดูหนังจอมยุทธ์มากไปแล้วเธอคิดว่าฉันเป็เทพที่สามารถพลิกโลกได้เพียงแค่ขยับหรือไง? อยากเห็นฉันยิงลูกไฟไหม? เธอคิดว่าฉันเป็นักกายกรรมเรอะ?”
หลิวเหวินจิ้งย่นจมูกตัวเองและรู้สึกผิดเธอกล่าวด้วยความผิดหวัง “แล้วเราจะทำอะไรล่ะ?ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินความสามารถของแก๊งเหวินสูงไป เราควรจะหนีไปดีไหม? ถ้าคุณอยู่บนูเา คุณก็ไม่จำเป็ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนรอจนกว่าฉันจะกลับมา ฉันจะเกณฑ์คนเข้ามาในแก๊งเหวินอีกครั้งและต่อไปเราจะต้องทำสำเร็จได้อย่างแน่นอน”
“งั้นเธอไม่สนพวกพี่น้องแก๊งเหวินพวกนั้นใช่ไหม?”ฉินเฟิงมองหลิวเหวินจิ้งด้วยรอยยิ้ม
หลิวเหวินจิ้งก้มหัวอย่างละอาย“ฉินเฟิงฉันรู้ว่าคุณฉลาดและเห็นแผนการของฉันทะลุปรุโปร่งั้แ่แรกแล้วคนพวกนั้นไม่มีอะไรดี และฉันรู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไร…ไม่มีใครเป็หนี้อะไรใครทั้งนั้นเรารีบหนีกันเถอะ!”
ฉินเฟิงปล่อยเธอและยอมให้หลิวเหวินจิ้งหนีไปขณะที่เขานั่งอยู่บนม้านั่งและเพลิดเพลินกับฉากต่อสู้อันยุ่งเหยิงต่อสมาชิกแก๊งเหวินทั้งสิบสามคนเหลือแค่ห้าคนที่ยังยืนอยู่ ในทางกลับกันคู่ต่อสู้ของพวกเขาเสียไปแค่สามสิบคน
ไม่ต้องพูดเลยว่าแผนก่อความสับสนของฉินเฟิงได้ผลจริงๆเมื่อเหล่าอันธพาลคิดว่าพวกเขากำลังแสดงอยู่และมีอิสระในการโชว์ความสามารถของตัวเองทำให้ปล่อยความสามารถที่ซ่อนเร้นบางอย่างออกมา คืนนี้พวกเขาเป็นักสู้ที่ดีแต่ละคนสามารถสู้คนห้าคนได้ด้วยตัวคนเดียวปกติแล้วพวกเขาจะไม่กล้าแม้แต่จะคิดลองทำอะไรแบบนี้
“กลับมาทำไมล่ะ?”ไม่นานหลังจากนั้น หลิวเหวินจิ้งก็วิ่งกลับมา ฉินเฟิงจึงถามขณะที่มองเธอด้วยรอยยิ้ม
“ฉินเฟิงรีบวิ่งไปกับฉันเร็ว แก๊งเหวินยัง้าคุณ” หลิวเหวินจิ้งกล่าวด้วยความร้อนรน
“ทำไมฉันต้องออกไปตอนที่กำลังมีการต่อสู้ดีๆอย่างนี้ด้วย? เธอคือผู้หญิงโหดร้ายเหมือนพิษแมงป่องเธอสนด้วยเหรอว่าฉันจะอยู่หรือตาย?” ฉินเฟิงมองหลิวเหวินจิ้งด้วยรอยยิ้ม
หลิวเหวินจิ้งจ้องไปที่สนามรบอย่างกังวลและพบว่าสมาชิกทุกคนของแก๊งเหวินล้มลงหมดแล้วทั้งตัวของชายหัวโล้นเต็มไปด้วยาแ เขานำพี่น้องที่ยังเหลืออยู่ห้าสิบกว่าคนตรงมายังพวกเขาด้วยสีหน้าอำมหิต
หลิวเหวินจิ้งแขนขาอ่อนแรงทันทีและทรุดลงกับพื้นเธอดูสิ้นหวัง เธอก้มหน้าและพูดอย่างเงียบๆ “ฉันมันโหดร้ายเหมือนพิษแมงป่องฉันมันจอมโกหก ฉันมันเืเย็นไร้ความรู้สึก แต่ฉันก็มีเหตุผลของฉัน…ช่างมันเถอะยังไงฉันก็หนีไปไม่ได้แล้ว ฉันจะเผชิญหน้ากับโชคชะตาตัวเอง!”
ปัง!
เมื่อหลิวเหวินจิ้งเพิ่งพูดจบเสียงดังก็ได้ยินเข้ามาตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ของฉินเฟิง “ยายเฟอะเธอหมายความว่าไงเผชิญหน้ากับโชคชะตา? โชคชะตาอยู่ในกำมือของเธอเธออยากจะพิชิตโชคชะตากับฉันไหมล่ะ?”
ขณะที่ฉินเฟิงพูดเขาก็เตะไปอีกครั้งขาของเขามีพลังมหาศาลและกวาดคนไปทั้งแถว แล้วเขาก็หยิบไม้เบสบอลขึ้นมาอย่างลวกๆและโยนมันไปให้หลิวเหวินจิ้ง “สู้ด้วยไอ้นี่ซะ แต่อย่าทำให้มืออันละเอียดอ่อนของเธอาเ็ล่ะ”
ฟ้าว!
เมื่อเขาเพิ่งพูดจบหลิวเหวินจิ้งก็รู้ว่าฉินเฟิงทะยานเข้าสู่การต่อสู้แล้ว เขาเหมือนกับจอมยุทธ์ที่อยู่ในนิยายจีนกำลังภายในแขนและหมัดของเขาเกรี้ยวกราดทรงพลัง
การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เป็แค่การเตะต่อยธรรมดา แต่ทุกครั้งที่เขาต่อยจะมีเสียงเหมือนแหวกอากาศมันมีพลังที่ต้านทานไว้ไม่ได้
กำลังขาของเขาก็น่าสะพรึงกลัวด้วยการเตะครั้งเดียว เขาส่งคนบินไปไกลกว่าสิบเมตรไม่มีใครที่ฉินเฟิงล้มไปแล้วลุกกลับขึ้นมาคลานได้อีก
ั์ตาสดใสของหลิวเหวินจิ้งส่องแสงระยิบระยับเธอมีความสุขมากจนตัวลอย เธอเห็นความหวัง เห็นอนาคตของน้องสาวเธอ…
“เฮ้ ไอ้กุ๊ยตาย!”
หลิวเหวินจิ้งะโด้วยความโกรธทันทีเธอแกว่งไม้และเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย แม้ว่าเธอจะเป็ผู้หญิง แต่กำลังในการต่อสู้ของเธอก็ไม่แพ้ผู้ชายหน้าไหนเธอดุดันและป่าเถื่อน เธอใช้แรงทั้งหมดของเธอฟาดที่หัวของนักเลงพวกนั้นเธอไม่แม้แต่จะกะพริบตาเมื่อเห็นเืพุ่งออกมา
เพราะเธอไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองหลิวเหวินจิ้งตั้งใจจะกลายเป็ปีศาจเพื่อน้องสาวของเธอ!
“ที่รักระวังด้วย ฉันมาช่วยคุณแล้ว…พวกสวะ รีบไปตายเพื่อแม่ซะ ถ้าแกกล้าแตะต้องที่รักของแม่แม่จะฆ่าแกและเก็บกวาดพวกแกให้หมด”
หลิวเหวินจิ้งเห็นทุกคนกำลังล้อมฉินเฟิงและกำลังจะทุบตีเขาเธอรู้สึกเป็ห่วงเขาจริงๆ เธอตั้งใจะโเสียงดังเพื่อดึงดูดกลุ่มใหญ่ของพวกมันมาหาเธอเมื่อเธอเห็นกลุ่มชายโฉดที่ดูเหมือนหมาป่าและเสือกำลังมุ่งหน้ามาหาเธอเธอก็กัดฟันและกระโจนไปหาพวกมัน
“ฉันจะฟาดแกให้ตายแม่จะฟาดพวกแกให้ตาย!”
หลิวเหวินจิ้งเหวี่ยงไม้ในมือของเธอเสียงร้องน่าสงสารดังออกมาเป็บาง่เธอไม่แม้แต่จะรู้ว่ามีกี่คนที่เธอล้มไปเพราะเธอกลัวมาก เธอหลับตาเธอแค่เป็ห่วงตัวเองพร้อมกับแกว่งและตีอย่างบ้าคลั่งและไม่กล้ามองไปที่ฉากนองเื
แม้ว่าแขนของเธอจะปวดจนเกือบยกไม่ขึ้นเธอก็ยังไม่กล้าหยุด
ฉัวะ!
มีดเย็นะเืเฉือนแขนของหลิวเหวินจิ้งทันทีเธอรู้สึกถึงคลื่นของความเจ็บแสบทันที และเือุ่นๆ ก็ไหลออกมาทำให้เธอใ
ฉัวะ!
เธอถูกฟันจากด้านหลังมีดพร้าได้ผ่าเสื้อผ้าด้านหลังของเธอ ทิ้งรอยแผลยาวบนหลัง เธอกัดฟันอย่างแรงเพื่อไม่ให้ร้องออกมา
พวกนักเลงมารวมตัวกันรอบๆหลิวเหวินจิ้งมากขึ้นเธอไม่แม้แต่จะรู้ตัวเลยว่ามีบางคนได้ขโมยไม้จากมือของเธอไปแล้วเธอปิดตาต่อไปและก่นด่าขณะที่แกว่งแขนของเธอ
“นางสำส่อนไปตายซะ!”
ลูกเตะลอยมาจากกลุ่มคนและกระทบเข้าที่ท้องเล็กๆของหลิวเหวินจิ้งทันที เธอเป็เด็กสาวตัวเล็กและอ่อนแอ ดังนั้นเธอจึงกระเด็นทันทีเธอนอนอยู่บนพื้น เ็ปั้แ่หัวยันเท้าถึงขนาดยืนไม่ไหว
เธอเห็นกลุ่มอันธพาลพุ่งมาหาเธอด้วยรอยยิ้มและสายตาลามกหลิวเหวินจิ้งะโด้วยความใ “ที่รัก รีบมาช่วยฉันเร็ว ฉันไม่ไหวแล้ว!”
หลังจากที่เธอะโเสร็จหลิวเหวินจิ้งก็มองไปที่กลุ่มอันธพาลมากกว่ายี่สิบคนจากคนที่ไกลที่สุดมายังคนที่ใกล้ที่สุดของเธอ พวกนั้นล้มลงไปในขณะที่เดินพวกเขาไม่แม้แต่จะมีเวลาร้องออกมา
พวกเขากำลังเดินมาข้างหน้าโดยไม่แม้แต่จะรู้สึกถึงอันตรายที่อยู่ด้านหลังผู้คนเริ่มล้มลงมากขึ้นและอารมณ์ของหลิวเหวินจิ้งก็หวั่นไหวมากขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ตูม!
หลังจากอันธพาลคนสุดท้ายล้มลงหลิวเหวินจิ้งก็เห็นใบหน้าของฉินเฟิงชัดเจน เสื้อผ้าและผมของเขายุ่งนิดหน่อยแต่เขาก้มตัวลงมาเหมือนูเาสูงตระหง่าน ทำให้หลิวเหวินจิ้งรู้สึกปลอดภัย
“ยายเฟอะจะะโดุ่มๆ ออกมาทำแมวอะไร?” ฉินเฟิงรีบมาหาด้วยก้าวที่เหมือนลูกธนูและคุกเข่าอยู่ข้างหลิวเหวินจิ้งเขามองดูเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นและมีรอยเื เขาซื้อยาสมานทองขั้นต้นมาสองขวดทันที
ฉินเฟิงฉีกผ้ารอบๆแผลของหลิวเหวินจิ้ง เทผงยาลงบนตัวของเธอและลูบมันฉินเฟิงใจอ่อนทันทีเมื่อเห็นแผลขนาดใหญ่จนน่าใบนหลังของเธอและเธอยังไม่มีเสียงร้องเ็ป
“ถ้าเธอไม่ะโพวกมันก็แค่ล้อมฉัน ดูสิ่งที่เธอทำกับตัวเองสิ เธอเป็ผู้หญิงหรือเปล่าเนี่ย?” ฉินเฟิงสั่งสอนหลิวเหวินจิ้ง
หลิวเหวินจิ้งาเ็หนักแต่เธอก็ยังคงยิ้มหวาน “ที่รักฉันเห็นพวกมันวิ่งไปรังแกคุณ ฉันแค่ทนดูไม่ได้ฉันเลยดึงดูดความสนใจของพวกมันบางส่วน คุณจะได้หายใจง่ายขึ้นไง”
ฉินเฟิงเขกกบาลของหลิวเหวินจิ้งและกล่าวอย่างรุนแรง“ง่ายตูดสิฟังนะ ต่อไปถ้ามีการต่อสู้อย่างนี้อีก หยิบไม้และไปซ่อนตรงที่มืดๆ ซะถ้าอดใจไม่ไหวก็ไปแอบตีคนสองคนก็พอแล้ว เธอนี่ทำอย่างกับตัวเองเป็นักรบหญิงจริงๆเลย”
