“ในเมื่อเ้ายืนกรานจะทำเช่นนี้ ข้าก็จะส่งเสริมเ้า!”
ลี่โม่เฟิงเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงหยิ่งผยอง แววตาดูแคลน
จากนั้น ทั่วร่างก็เปี่ยมพลังอันเผด็จการ กำลังนั้นทำให้ร่างกายของเขาทรงพลังยิ่งขึ้น แม้แต่เสื้อผ้าก็พองจนเหมือนจะปริออก
สมกับเป็ผู้ฝึกวิชายุทธร่างกาย
ชื่อเสียงสมคำร่ำลือ เพียงความแข็งแกร่งของกายเนื้อก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามารถเทียบได้
แม้จะรู้สึกได้ถึงความจริงจังของลี่โม่เฟิง ทว่าเซียวเฉินกลับยิ้ม
“เ้านึกว่าข้าจะสู้กับเ้าจริงหรือ?”
ประโยคเดียวทำเอาทุกคนที่นั่นอึ้ง ลี่โม่เฟิงมองเซียวเฉินด้วยสายตาเดือดดาล
เมื่อครู่เซียวเฉินบอกว่า หากจะท้าสู้กับซูเฉินเทียนต้องผ่านด่านเซียวเฉินให้ได้ก่อน แต่พูดล้อเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ตรงนั้น เซียวเฉินเห็นเขาเป็อะไร? ตั้งใจหยามเกียรติเขาหรือ?
เพลิงโทสะที่มีต่อเซียวเฉินลุกโชน
อยากกำจัดเซียวเฉินทิ้งเดี๋ยวนี้!
ส่วนผู้คนที่อยู่ด้านข้างก็ชี้มือชี้ไม้ไปที่เซียวเฉิน ถึงขั้นหัวเราะเยาะ
“ยอมแพ้แล้วจริงๆ ด้วย”
“นั่นสิ ข้าเดาผลลัพธ์นี้ได้แต่แรกแล้ว เมื่อครู่ยังปากคอเราะราย ตอนนี้เห็นลี่โม่เฟิงมีโทสะก็ไม่กล้า ท่าทางศิษย์ของสถานศึกษาชางหวงก็แค่นี้”
“ไม่มีใครไม่กลัวตาย เขาก็ไม่ยกเว้น เป็วิสัยของปุถุชน”
“แค่น่าขายหน้าเกินไป”
ได้ยินคำพูดเย้ยหยันสถานศึกษาชางหวงและเซียวเฉินแต่ละประโยค ศิษย์ของสถานศึกษาเทียนเฉินก็อารมณ์ดี มุมปากแย้มรอยยิ้มดูแคลน
ผู้มีพร์ของสถานศึกษาชางหวงอะไรกัน การประลองห้าสถานศึกษาครั้งนี้ สถานศึกษาชางหวงพาเศษสวะแบบนี้มาด้วย?
คนของสถานศึกษาชางหวงสมองมีปัญหาหรือ?
แต่พวกซูเฉินเทียนกลับไม่เอ่ยวาจา แววตาของเซียวหวงลึกล้ำ ยังไม่พูดอะไรดังเดิม แต่เมื่อได้ยินพวกเขาหยามเกียรติสถานศึกษาชางหวงก็ทำให้เซียวหวงรู้สึกไม่สบายใจ กู้สิงเฉินที่อยู่ด้านข้างก็กระซิบบอกเซียวหวงว่า “ศิษย์พี่เซียว พวกเราดูละครเฉยๆ ก็พอ ข้ารับรองว่าเซียวเฉินเล่นงานพวกเขาถึงตายได้”
เซียวหวงไม่รู้ว่า กู้สิงเฉินเห็นความสามารถของเซียวเฉินกับตาตัวเองมาแล้ว
แม้แต่เขาก็รู้สึกใจเต้นรัว
ไม่ใช่กู้สิงเฉินดูถูกความสามารถตนเอง แต่ถ้าเขาเผชิญหน้ากับเซียวเฉินก็ไม่มีโอกาสชนะเลย!
คำพูดของกู้สิงเฉินทำให้ใบหน้าของเซียวหวงค่อยๆ ผ่อนคลาย
ถึงอย่างไร กู้สิงเฉินก็ไม่พูดจาเหลวไหล นี่แสดงว่าพวกเขาเชื่อมั่นในตัวเซียวเฉิน เมื่อพูดแบบนี้ก็สะกิดความสงสัยของเซียวหวงขึ้น ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้ม มองเซียวเฉินที่อยู่เบื้องหน้า
ส่วนซูเฉินเทียนก็เช่นเดียวกัน
ผู้อื่นไม่รู้ แต่เขารู้ดีว่า หลังกลับมาจากเขติญญา เซียวเฉินก็เหนือกว่าเขาแล้ว
ถึงขั้นรู้สึกได้ว่า ระยะห่างระหว่างเขากับเซียวเฉินกว้างขึ้นทุกที
ดังนั้น เขาจึงเชื่อมั่นในตัวเซียวเฉิน
“ความหมายของข้าคือ หากสู้กันที่นี่จะทำลายร้านค้าของผู้อื่น เ้าหรือข้าจะชดใช้ค่าเสียหาย หากพลั้งมือทำร้ายผู้อื่นเ้าหรือข้าจะรับผิดชอบ? ที่นี่คือเมืองชางเซิ่ง ไม่ใช่สถานศึกษาเทียนเฉินของเ้า และไม่ใช่สถานศึกษาชางหวงของพวกเรา ที่นี่คือเมืองหลวง หากเกิดความเสียหายใดขึ้น เ้าคงรับไม่ไหว!” เซียวเฉินเอ่ยช้าๆ
ทำให้ผู้คนเงียบกริบทันที
ลี่โม่เฟิงมองเซียวเฉิน กล่าวว่า “แล้วเ้าจะเอาอย่างไร?”
เซียวเฉินมองเขา ยิ้มกล่าว “พวกเรามาเล่นเกมกัน ในเมื่อเ้าฝึกวิชายุทธร่างกาย ข้าก็จะไม่รังแกเ้า จะเทียบว่าใครมีเรี่ยวแรงมากกว่ากัน เ้าต่อยข้าสองหมัด ข้าต่อยเ้าหนึ่งหมัด ใครลุกไม่ขึ้นถือว่าแพ้ เป็อย่างไร?”
คำพูดของเซียวเฉินทำให้ฝูงชนแตกตื่นอีกครั้ง
ศิษย์ของสถานศึกษาชางหวงถึงกับจะแข่งพละกำลังกับศิษย์ของสถานศึกษาเทียนเฉิน?
นี่มิใช่พุ่งตัวเข้าหาคมหอกหรือ?
หรือว่าเ้าหมอนี่โง่? มีใครไม่รู้บ้างว่าในบรรดาห้าสถานศึกษา สถานศึกษาเทียนเฉินฝึกวิชายุทธร่างกายเป็หลัก มีพละกำลังเทพโดยกำเนิด!
เซียวเฉินรู้ดีแล้วยังจะแข่งด้วย นี่มิใช่พาตัวเองไปตายเปล่าหรือ?
สิ่งที่ทำให้คนใที่สุดคือ เซียวเฉินยังบอกว่าจะไม่รังแก แล้วให้ลี่โม่เฟิงต่อยสองหมัด เซียวเฉินต่อยหนึ่งหมัด!
ทุกคนมองเซียวเฉินด้วยสีหน้าเหมือนมองคนปัญญาอ่อน
ขนาดศิษย์ของสถานศึกษาเทียนเฉินยังอึ้ง ลี่โม่เฟิงก็ตะลึง จากนั้นยิ้มหยัน “ป่านนี้แล้ว เ้ายังกล้าอวดเก่งอีก อย่าว่าแต่สองหมัดเลย หมัดเดียวของข้าเ้าก็รับไม่ไหว”
เซียวเฉินมีสีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อน “เ้าวางใจเถอะ หากข้าถูกต่อยตาย พวกเ้าก็ไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบ แต่กลับกัน หากเ้าถูกข้าทำให้าเ็หรือต่อยตาย อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน!”
เห็นท่าทางเหิมเกริมของเซียวเฉิน ศิษย์ของสถานศึกษาเทียนเฉินที่อยู่ด้านหลังก็พลุ่งพล่าน
“ศิษย์พี่ลี่ ต่อยมันให้ตายเลย ใครใช้ให้มันกำเริบเสิบสาน!”
“นั่นสิ ให้มันเห็นความร้ายกาจของสถานศึกษาเทียนเฉินเรา!”
“ต่อยเ้าตัวไม่รู้จักตายนี่ให้ตาย ใครใช้ให้มันกล้าแข่งพละกำลังกับสถานศึกษาเทียนเฉินเรา”
ลี่โม่เฟิงมองเซียวเฉิน ยิ้มกล่าว “ได้ ในเมื่อเ้าตรงไปตรงมาแบบนี้ ข้าก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดเช่นกัน หากข้าถูกเ้าต่อยตาย ข้าก็จะไม่เอาเื่”
เซียวเฉินผงกศีรษะ มุมปากโค้งขึ้นเป็รอยยิ้มมีเลศนัย
ในเมื่อตนกล้าแข่งพละกำลัง ย่อมมีความมั่นใจ กำลังของตนทะลุสามหมื่นชั่งแล้ว หากเร่งเร้าแรงัเถื่อนยุคกำเนิดโลก พลังของตนต้องทะลุหนึ่งแสนชั่งถึงระดับน่าสะพรึงแน่ ต่อให้อีกฝ่ายเป็ผู้ฝึกวิชายุทธร่างกาย พลังสูงสุดของขั้นเสวียนฟ้าอย่างเขาก็แค่สี่ห้าหมื่นชั่ง ไม่ถึงขั้นเสวียนเต๋า เป็ไปไม่ได้ที่พละกำลังจะขึ้นไปถึงหนึ่งแสนชั่ง ลี่โม่เฟิงจะเอาอะไรมาแข่งกับตน?
ยิ่งกว่านั้น ตนยังมีร่างเทพอัสนี เดิมทีกายเนื้อก็ทนทานอยู่แล้ว เทียบได้กับสัตว์ปิศาจขั้นเสวียนฟ้าห้าชั้นฟ้า และนั่นเป็สัตว์ปิศาจระดับแปดเชียวนะ เขาต่อยหมัดเดียวก็ทำให้สัตว์ปิศาจระดับแปดตายได้หรือ?
เซียวเฉินครองความได้เปรียบหมดทุกประตู ลี่โม่เฟิง เ้าจะอาศัยอะไรมาแข่งกับข้า?
เซียวเฉินหัวเราะในใจ แต่ยังเร่งเร้าคัมภีร์หงสาานิรวาณและร่างเทพอัสนีคุ้มครองร่างกายอย่างเต็มกำลัง จากนั้นมองลี่โม่เฟิงแล้วกล่าว “อย่าหาว่าข้าไม่ให้โอกาสเ้า หากข้าต่อยก่อน เ้าจะไม่มีโอกาสลงมือ ดังนั้น ข้าให้เ้าเริ่มก่อน” ประโยคเดียว โอหังและเหิมเกริมสุดขีด
ลี่โม่เฟิงยิ่งมีสีหน้าอึมครึม
กล้าดูถูกกันถึงขนาดนี้เชียวหรือ? อีกเดี๋ยวจะให้เขาได้รู้จุดจบของตนเอง
ลี่โม่เฟิงไม่ได้ปฏิเสธ เขามาถึงเบื้องหน้าของเซียวเฉิน ความหยิ่งทะนงในตนเองทำให้เขาใช้พลังไปกับหมัดแรกแค่ห้าส่วนเท่านั้น ต่อให้เป็พลังแค่ห้าส่วนก็มหาศาลถึงสามหมื่นชั่งแล้ว!
ตูม!
กลิ่นอายน่าสะพรึงแผ่ซ่าน ทำให้ทุกคนพากันถอยหลัง ด้วยเกรงว่าจะกระทบถึงตนเอง เวลานี้ มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์และเสิ่นเล่ยมีสติแจ่มใสแล้ว เห็นเซียวเฉินต่อสู้กับผู้อื่นก็รู้สึกไม่เข้าใจ
“เกิดอะไรขึ้น?” เสิ่นเล่ยขมวดคิ้วถาม
เมื่อครู่ยังพูดคุยยิ้มแย้มอยู่ชัดๆ ทำไมจู่ๆ ก็ต่อยตีกัน?
“ทำไมเซียวเฉินต่อยตีกับพวกขี้ขลาดต่ำช้าของสถานศึกษาเทียนเฉิน?” มู่หรงเชี่ยนเอ๋อร์เห็นเครื่องหมายสถานศึกษาเทียนเฉินก็อึ้งทันควัน แล้วนึกถึงบุรุษที่กำลังชมละครสนุกห้าคน
คนทั้งห้ามองพวกนางสองคน พร้อมใจกันบอกว่า “ก็เพราะพวกเ้าสองคนก่อเื่ขึ้น”
กู้สิงเฉินอธิบายสถานการณ์ให้สตรีสองนางฟัง สตรีสองนางอับอายจนหน้าแดงทันที
ตนเองก่อเื่ขึ้นจริงๆ หรือ...
จากนั้น สตรีสองนางก็มองเซียวเฉินด้วยแววตาซับซ้อน
กำปั้นของลี่โม่เฟิงกระทบร่างของเซียวเฉิน เสียงทึบหนักๆ พกพาลมแรงเป็ระลอก แต่ลี่โม่เฟิงกลับสีหน้าแปรเปลี่ยน เพราะหมัดของเขาไม่ได้สร้างความเสียหายให้เซียวเฉินสักกระผีก ส่วนกำปั้นของเขากลับเ็ปรวดร้าวเหมือนต่อยลงบนแผ่นเหล็กแทน ถึงขั้นรู้สึกว่ามีไฟช็อตจนหนึบชาด้วย
เขาใสุดขีด!
มองเซียวเฉินด้วยสายตาอันตราย กายเนื้อของเ้าหมอนี่ทนทานถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ถึงกับต้านทานพลังมหาศาลสามหมื่นชั่งได้โดยไม่บุบสลาย
แน่นอนว่าเซียวเฉินรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของลี่โม่เฟิง เขาจึงยิ้ม
“เ้ากำลังเกาให้ข้ากระมัง?”
ประโยคเดียว ตบเข้าที่ใบหน้าของลี่โม่เฟิงอย่างหนักหน่วง
พลังมหาศาลสามหมื่นชั่งยังบอกว่าเป็การเกาให้ หากเ้าไม่คุยโวแล้วจะตายหรือ!
แต่คราวนี้ลี่โม่เฟิงเริ่มเอาจริงขึ้นมา ในหมัดแฝงพลังเสวียนอันแกร่งกร้าวทรงพลัง เจิดจ้าจับตาดุจอัสนีแลบแปลบปลาบ จากนั้นต่อยเซียวเฉินอย่างหนักหน่วง
คราวนี้ เขาทุ่มสุดกำลัง
ใช้พลังสิบส่วนซึ่งมหาศาลถึงเจ็ดหมื่นชั่ง เขาไม่เชื่อว่าเซียวเฉินจะยังไม่บุบสลายเลยสักนิดเหมือนเมื่อครู่ได้!
