เมื่อได้รับภารกิจเร่งด่วนฟู่หลงเหยียนไม่อาจรีรอได้ จึงต้องเก็บสัมภาระที่จำเป็เพื่อออกเดินทาง เซี่ยฮูหยินและสามียังทำเช่นทุกครั้ง คือการกำชับเื่ความปลอดภัย ไม่ประมาทศัตรูในที่ลับ มิเช่นนั้นคนที่จะเป็อันตรายย่อมเป็ฟู่หลงเหยียน และผู้ติดตามอีกสองคนอย่างแน่นอน
“อาเหยียนครั้งนี้ลูกต้องระวังให้มากนะ แม้แต่ข่าวที่ได้รับยังระบุไม่ได้ว่าผู้ใดอยู่เื้ั จงมีสติคิดการณ์ให้รอบคอบก่อนจะทำสิ่งใด หากสถานการณ์หนักหนาเกินรับมือ จงรีบส่งข่าวมาบอกพ่อเข้าใจหรือไม่” ฟู่กั๋วกงย่อมเตรียมคนไว้สนับสนุนบุตรชายอยู่เสมอ
“ขอรับท่านพ่อ”
“อาเหยียนของแม่ เ้าอย่ามัวแต่ทำงานจนลืมอาหารการกินเล่า”
“ข้าไม่ลืมแน่ขอรับ หากท่านแม่เหงาก็ไปพูดคุยกับท่านป้าจาง หรือจะแวะไปหาจิ่นเอ๋อร์ที่ตำหนักของนางก็ได้นะขอรับ นี่ก็ไม่เช้าแล้วข้าคงต้องออกเดินทางแล้วขอรับท่านพ่อท่านแม่”
“อืม เดินทางปลอดภัยพ่อจะรอรับข่าวจากเ้า”
“เฉินอู่ อู๋จิ้ง พวกเ้าดูแลนายน้อยให้ดีล่ะ” เซี่ยฮูหยินยังคงหันไปกำชับคนสนิทของบุตรชาย
“พวกบ่าวจะดูแลนายน้อยอย่างดีขอรับ”
แน่นอนว่าอีกสถานที่หนึ่งสำหรับฟู่หลงเหยียน เขาจะออกเดินทางโดยไม่บอกกับเ้าของหัวใจได้หรือ เนื่องจากเวลาไม่คอยท่าภารกิจลับต้องเร่งเดินทาง ฟู่หลงเหยียนจึงแวะพบอวี้จิ่นยังตำหนักชั่วคราวของนาง
“คารวะนายน้อยขอรับ” ตงลู่รีบคำนับเมื่อเห็นเ้านายดูเร่งรีบพิกล
“อืม จิ่นเอ๋อร์ว่างอยู่หรือไม่ ข้า้าพูดคุยกับนางสักหนึ่งจิบชา ก่อนจะเร่งเดินทางไปเมืองซุยโจว” ฟู่หลงเหยียนยืนถามตงลู่อยู่ด้านหน้าห้องทำนายดวง
“คุณหนูเพิ่งจะขอหยุดพักไปก่อนนายน้อยจะมาถึงขอรับ ตอนนี้น่าจะนั่งพักดื่มน้ำชาและทานของว่างขอรับ” ถือว่าเป็โชคดีของฟู่หลงเหยีนที่มาถึงเร็ว
“ขอบใจ”
ฟู่หลงเหยียนก้าวเท้าเข้าไปด้านในทันที และอวี้จิ่นก็มองเห็นเขาผ่านผ้าม่านผืนบาง จึงชะโงกหน้าออกมามองผู้มาเยือน ที่แสนคุ้นเคยกันเป็อย่างดี
“พี่ชายฟู่ เหตุใดท่านถึงแต่งกายเช่นนี้เ้าคะ หรือว่ามีภารกิจต้องไปต่างเมืองเช่นนั้นรึ” อวี้จิ่นเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ใช่แล้วจิ่นเอ๋อร์ พี่ได้รับภารกิจบางอย่างจากฝ่าา”
“ตึก ตึก แล้วต้องไปเมืองไหน ทิศไหน ไปกันเพียงสามคนอีกเช่นเคยหรือเ้าคะ?” เมื่อได้ฟังคำตอบอวี้จิ่นจึงนั่งเฉยไม่ได้อีกต่อไป
“เมืองซุยโจวทิศบูรพา ครั้งนี้ต้องใช้เวลาเดินทางนานเล็กน้อย พี่จึงแวะมาบอกเ้าเอาไว้ ยามพี่ไม่อยู่อย่าได้ซุกซนเด็ดขาด ไม่ว่าจะไปที่ใดต้องมีตงลู่กับเฟยอินติดตามไปเสมอ เข้าใจหรือไม่” ฟู่หลงเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เช่นนั้นขอข้าช่วยแบ่งเบาเื่งาน ที่พี่ชายฟู่ต้องเดินทางไกลสักนิดได้หรือไม่เ้าคะ” อวี้จิ่นจ้องตากลับท่าทางเอาจริง
“ได้สิ พี่เคยปฏิเสธเ้าด้วยรึ”
“ฮึ ไม่เคยเ้าค่ะ ส่งมือมาให้ข้าเสียดี ๆ”
“หมับ!! วูบ!”
มือบางเรียบเนียนจับมือหนาไว้แน่น จนนางมองเห็นเื่ราวที่ฟู่หลงเหยียนต้องทำ ดูจะเป็งานยากเล็กน้อยมิหนำซ้ำ ยังมีโอกาสได้รับาเ็จากฝีมือคนร้ายอีกด้วย
“พี่ชายฟู่!! ครั้งนี้อันตรายจริง ๆ ศัตรูปลอมตัวได้แเีมาก ถ้าท่านไม่แวะมาพบข้าเสียก่อนละก็ เมื่อไปถึงเมืองซุยโจวคงรอดยากแล้วเ้าค่ะ” อวี้จิ่นขอบคุณฟู่หลงเหยียนอยู่ในใจที่เขาตัดสินใจมาพบนาง มิเช่นนั้นอาจหลงกลคนร้ายได้
“เ้าหมายความว่าเช่นไร ศัตรูปลอมตัวได้แเีมากเลยรึ ถึงสามารถลงมือทำร้ายพวกพี่ได้น่ะจิ่นเอ๋อร์” ฟู่หลงเหยียนนึกดีใจที่ตนเองตัดสินใจถูก
“เ้าค่ะ เ้าเมืองคนที่ท่านจะได้พบเป็ตัวปลอม ที่เขียนตัวอักษรไม่เป็หรือจะบอกว่า เป็คนร้ายที่มีความสามารถด้านอื่นไม่เลว ส่วนเ้าเมืองตัวจริงถูกสังหารไปนานแล้ว ทหารและเ้าหน้าที่ถูกปลดออก ส่วนคนที่คอยดูแลความปลอดภัยของเมืองซุยโจว เป็ลูกน้องของเ้าเมืองตัวปลอมทั้งสิ้นเ้าค่ะ ดังนั้นข้าขอแนะนำให้ท่านนำทหารติดตามไปด้วย คาดว่าอาจเป็การสู้รบขนาดย่อมก็ว่าได้”
“นายน้อยนี่มันอันตรายจริง ๆ ด้วยขอรับ ถ้าคนทั้งหมดเป็คนร้ายนั่นหมายความว่า พวกมันมีฝีมือการต่อสู้ไม่ธรรมดาเป็แน่ขอรับ” เฉินอู่ได้ยินคำพูดนี้ของอวี้จิ่นก็เชื่อแล้ว เพราะนางไม่เคยดูพลาด
“อืม เช่นนั้นพี่จะทำตามที่จิ่นเอ๋อร์แนะนำ อู๋จิ้งเ้าไปตามคนของสำนักตรวจสอบ จำนวนหนึ่งร้อยคนแล้วไปรอข้าที่ประตูเมือง” ในเมื่ออวี้จิ่นเตือนเขาถึงเพียงนี้ ฟู่หลงเหยียนจะไม่ทำตามได้อย่างไร
“ขอรับนายน้อย”
“ถึงอย่างไรก็หลบหลีกการต่อสู้ไม่พ้น พี่ชายฟู่ท่านรอประเดี๋ยวนะเ้าคะ ข้ายังมียาติดไว้ที่นี่พอสมควรจะไปหยิบมาให้เ้าค่ะ” นาง้าให้ทุกคนมียาไปเผื่อเ้าหน้าที่คนอื่นเช่นกัน
อวี้จิ่นเดินหายกลับไปด้านหลังผ้าม่าน เปิดตู้ที่ตนเองนำยาบางส่วนมาเก็บไว้ที่นี่ เพื่ออนุเคราะห์ให้กับคนที่ป่วยหนักจริง ๆ อวี้จิ่นนำยาออกมาครบทุกชนิดที่เป็ยาเม็ด ซึ่งมันสะดวกสำหรับการเดินทางของฟู่หลงเหยียน
“นี่เ้าค่ะพี่ชายฟู่ ข้ารวบรวมให้ท่านครบทุกอย่าง โดยเฉพาะยาถอนพิษหมื่นบุปผา ยาถอนพิษนี้สามารถใช้ได้กับยาพิษทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็ยาพิษที่ไม่เคยรู้จักมันย่อมช่วยชีวิตได้เ้าค่ะ ส่วนกระดาษแผ่นนี้คือยันต์แปดทิศมันจะช่วยคุ้มครองท่าน จากภัยอันตรายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ อีกสองแผ่นมอบให้น้าเฉินอู่กับน้าอู๋จิ้งนะเ้าคะ”
“ขอบคุณจิ่นเอ๋อร์” ฟู่หลงเหยียนมองอวี้จิ่นด้วยสายตาซาบซึ้ง
“ขอบคุณคุณหนูเจียงขอรับ!” เฉินอู่ไม่คิดว่าตนกับสหาย จะได้รับเครื่องรางมงคลจากอวี้จิ่นจึงรีบเก็บไว้อย่างดี
“อย่าได้ขอบคุณไปเลยเ้าค่ะ ก็ท่านเป็คนสำคัญของข้านี่นา ดูแลตนเองให้ดีและกลับมาอย่างปลอดภัยนะเ้าคะ” อวี้จิ่นพูดจบก็จ้องมองบุรุษตรงหน้า ด้วยดวงตาคล้ายเมล็ดชิ่งที่บ่งบอกว่า สิ่งที่นางพูดมิได้พูดเล่นแม้แต่น้อย
“อืม พี่จะกลับมาหาเ้าอย่างปลอดภัย พี่ต้องไปแล้วเ้าเองก็ต้องดูแลตนเองให้ดีเช่นกัน” ฟู่หลงเหยียนรับแผ่นยันต์ที่พับอย่างเรียบร้อย เก็บไว้ในอกเสื้อด้านซ้ายของตนทันที
อวี้จิ่นเดินมาส่งฟู่หลงเหยียนด้านหน้าตำหนัก ยืนมองจนกระทั่งเขาขี่ม้าไปจนลับสายตา นางจึงกลับไปทำหน้าที่ของตนอีกครั้ง
ฟู่หลงเหยียนมาถึงประตูเมือง ก็พบว่าอู๋จิ้งนำเ้าหน้าที่มาตามจำนวนที่เขาได้บอกไว้ จากนั้นขบวนจากสำนักตรวจการขนาดย่อม ต่างควบม้าออกจากเมืองหลวงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉินอู่ไม่ลืมส่งแผ่นยันต์ของอวี้จิ่นให้กับสหายพกติดตัว
ด้านสองพ่อลูกทหารกล้าของแคว้นจ้าว ช่วยกันเตรียมกำลังทหารสี่แสนนาย พร้อมอาวุธประจำกายของทุกคน ท่าทีของทหารที่ฝึกฝนมาตลอดหลายปี พวกเขาจะได้ลงมือฟาดฟันศัตรูเสียที และก่อนจะถึงวันเดินทางหนึ่งสัปดาห์ แม่ทัพใหญ่กับบุตรชายได้นัดแนะกับอวี้จิ่น เพื่อนำอาวุธที่เคยพูดคุยกันไว้ออกมา ซึ่งแม่ทัพเส่าหลิงและรองแม่ทัพซีซิ่ว นำกำลังทหารมารอรับอยู่ที่ประตูด้านหลังจวน
ก่อนถึงเวลานัดหมายกับบิดา อวี้จิ่นจำต้องพูดคุยกับตงลู่และเฟยอิน เกี่ยวกับมิติวิเศษของนางให้เข้าใจ หากทั้งสองคิดแพร่งพรายความลับของนาง ยาพิษมากมายจะตกอยู่ในร่างกายของคนทั้งสองทันที
“น้าตงลู่ พี่เฟยอิน พวกท่านเข้ามาพบข้าสักประเดี๋ยวเถิดเ้าค่ะ”
“แอ๊ด ปึง”
“คุณหนูเรียกพวกเราเข้ามาพบ มีสิ่งใดให้พวกเราช่วยเหลือหรือขอรับ”
“ข้ามีเื่สำคัญมากที่ต้องบอกให้พวกท่านรับรู้ เพียงแต่พวกท่านต้องสาบานต่อฟ้าดิน หากไม่ได้รับอนุญาตห้ามพวกท่านพูดถึงเด็ดขาด เพราะเื่นี้อาจนำอันตรายมาอย่างคาดไม่ถึง” อวี้จิ่นยืนจ้องมององครักษ์ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“คุณหนูโปรดวางใจพวกข้าสองคนย่อมรักษาสัจจะ ยิ่งเกี่ยวกับความปลอดภัยของท่านแล้ว จะกล้านำไปบอกกล่าวกับผู้อื่นได้อย่างไรขอรับ” ตงลู่คิดเพียงว่าถ้าอวี้จิ่นเป็อันตราย ยามฟู่หลงเหยียนกลับมา ตนเองจะยังรอดได้อีกหรือ
“ใช่เ้าค่ะคุณหนูท่านไว้วางใจถึงเพียงนี้ พวกข้าไฉนเลยจะกล้าพูดเื่สำคัญของท่านได้” เฟยอินก็ไม่ต่างกับตงลู่ ที่กลัวการลงโทษจากฟู่หลงเหยียน
“เช่นนั้นพวกท่านมองที่มือของข้าให้ดี และอย่าส่งเสียงดังจนเป็ที่น่าสงสัย เข้าใจหรือไม่” อวี้จิ่นพยายามบอกให้ทั้งสองคน เก็บเสียงที่จะเกิดจากอาการใให้ดี
“ขอรับคุณหนู/เ้าค่ะคุณหนู”
ทั้งตงลู่และเฟยอินเพ่งสายตาอยู่บนฝ่ามือบาง เพียงชั่วพริบตาปรากฏว่ามีขวดยาหน้าตาคุ้นเคย โผล่ออกมาให้เห็น คล้ายกับว่าอวี้จิ่นกำลังเล่นแร่แปรธาตุกับพวกตน
“พรึ่บ!!”
“เฮ้ย!! อุ๊บ!”
“ชู่ว์ อย่าเสียงดังสิเ้าคะ”
“คะ คะ คุณหนูทำได้อย่างไรกันขอรับ ท่านไปฝึกเื่พวกนี้ั้แ่เมื่อใดกัน” ตงลู่ยังเข้าใจว่าอวี้จิ่นเลียนแบบ พวกเล่นแร่แปรธาตุที่เขาเคยพบ
“ไม่ใช่! คุณหนูไม่ได้ทำเช่นคนพวกนั้น ขวดยานี้มันออกมากลางอากาศจริง ๆ” เฟยอินที่จ้องมองตาไม่กระพริบ ตอบคำถามของสหายแทนอวี้จิ่น
“สิ่งที่พวกท่านสองคนเห็น ข้าเอามันออกมาจากสถานที่หนึ่ง ซึ่งสถานที่นี้มันอยู่ในตัวของข้าเท่านั้น พวกท่านเคยได้ยินเสียงหั่นยาหรือบดยาหรือไม่เล่า ยาสมุนไพรทุกอย่างถูกข้าโยนเข้ามิติ และมอบให้ร้านสมุนไพรวิเศษในมิติปรุงเป็ยาชนิดต่าง ๆ ก่อนจะนำมันออกมาต่างหากเ้าค่ะ”
“ห๊า!!/นี่!!”
“ทีนี้พวกท่านเข้าใจแล้วใช่ไหม ว่าเหตุใดข้าถึงบอกให้พวกท่านสาบาน ถ้าคนชั่วรู้เข้าย่อมมีคนหลายกลุ่ม ส่งคนจับตัวข้าไปใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน”
“คุณหนูอย่าได้กังวลเื่นี้พวกข้าจะปิดปากให้สนิทขอรับ”
“อืม ในเมื่อเข้าใจตรงกันเช่นนี้แล้ว รบกวนน้าตงลู่นำยาสลบชนิดอ่อน จัดการกับบ่าวไพร่ในจวนให้ทีเ้าค่ะ หลังยามจื่อที่ลานหลังจวน ข้าต้องนำอาวุธออกมาให้ท่านพ่อจำนวนมาก ฉะนั้นเื่นี้จึงไม่อาจให้บ่าวไพร่รู้เป็อันขาดเ้าค่ะ” ถึงจะเห็นอยู่ทุกวันแต่ใจคนยากแท้หยั่งถึง
“ทราบแล้วขอรับคุณหนู ข้าน้อยจะรีบไปจัดการให้ท่านเดี๋ยวนี้”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
อวี้จิ่นนั่งรออยู่ในเรือนของตนกับเฟยอิน ปล่อยหน้าที่วางยาสลบเป็ของตงลู่ เมื่อทำการสำเร็จรอจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตื่น จึงกลับมารายงานต่ออวี้จิ่น จากนั้นถึงได้เดินไปยังด้านหลังจวนอย่างรวดเร็ว
ยามที่ทั้งสามคนมาถึงนั้น แม่ทัพใหญ่และเจียงหยวนก็มาถึงเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ด้านหลังประตูมีแม่ทัพเส่าหลิง รวมถึงรองแม่ทัพซีซิ่วพร้อมกำลังทหารจำนวนสองร้อยนาย ยังมีเกวียนวัวอีกหลายเล่มสำหรับขนกล่องลูกธนู
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ขออภัยที่ข้ามาช้าเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไรพ่อกับพี่ของเ้าเพิ่งมาถึงเช่นกัน เรามาเริ่มกันเลยดีหรือไม่ ยามนี้มีแม่ทัพและทหารมารอรับอาวุธจากเ้าแล้วล่ะ” แม่ทัพใหญ่ไม่อยากให้คนด้านนอกรอนานเกินไป
“เ้าค่ะท่านพ่อ”
‘ตลาดของข้าจงส่งอาวุธที่บิดาและพี่ชายของข้าเลือกไว้ พร้อมกับลูกธนูออกมาจำนวนห้าสิบเครื่อง ขอบใจมาก’
“วูบ!! พรึ่บ ๆ ๆ ๆ”
ไม่ถึงหนึ่งลมหายใจเครื่องยิงลูกธนูทั้งห้าสิบเครื่อง และกล่องลูกธนูอีกอีกหลายร้อยกล่อง ทั้งหมดวางอยู่ตรงหน้าอย่างอัศจรรย์ แม้จะทำใจกับเื่นี้มาแล้ว แต่พวกเขาก็อดที่จะตกตะลึงไม่ได้ เจียงหยวนรีบเก็บอาวุธของตนแยกไว้ทันที
“ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ได้เตรียมผ้าคลุมไว้หรือยังเ้าคะ?”
“อืม เื่สำคัญที่จิ่นเอ๋อร์เตือนพ่อไม่ลืมอยู่แล้วล่ะ อาหยวนเ้าไปบอกเจียงเล่อกับหลี่อี้ ให้เปิดประตูพาแม่ทัพเส่าหลิงเข้ามาเถิด พวกเราต้องเร่งมือนำอาวุธนี้ออกจากเมืองหลวง”
“ขอรับท่านพ่อ”
เจียงหยวนเดินไปเคาะประตูส่งสัญญาณ เพียงแค่ประตูเปิดให้แม่เส่าหลิงนำทหารเข้ามา พวกเขามีอาการไม่ต่างจากคนด้านในนัก โดยเฉพาะแม่ทัพเส่าหลิงและรองแม่ทัพซีซิ่ว ทั้งสองไม่คิดว่าอาวุธที่ผู้บังคับบัญชากล่าวถึง จะมีจำนวนมากเช่นนี้แค่คันธนูที่แข็งแรง พร้อมลูกธนูที่แหลมคม หากมีฝีมือย่อมสังหารคนได้แล้ว แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขา มันสามารถยิ่งได้จำนวนมากในครั้งเดียว ทั้งยังสังหารศัตรูได้หลายคนอีกด้วย
“นะ นะ นี่คือ! ทะ ทะ ท่านแม่ทัพใหญ่สิ่งนี้ก็คืออาวุธ ที่พวกเราจะนำไปใช้ในา เพื่อปราบแคว้นต้าเหลียนหรือขอรับ” แม่ทัพเส่าหลิงยังไม่หายตกตะลึง แต่ยัง้าทราบเพื่อความแน่ใจ เพราะเขามิใช่ตะลึงกับอาวุธใหม่ของกองทัพ แต่เป็จำนวนของอาวุธต่างหาก
“ถูกต้อง มันคืออาวุธที่พวกเราจะใช้สังหารศัตรู ท่านรีบให้ทหารขนมันกลับไปที่ค่ายโดยเร็วเถิด มิเช่นนั้นหากมีใครมาเห็นเข้าจะทำให้ผู้คนแตกตื่นได้” แม่ทัพใหญ่ยืนยันให้แม่ทัพเส่าหลิงมั่นใจ ว่าจะใช้อาวุธนี้สังหารศัตรูกลางสนามรบ
“ขอรับ” ‘ท่านแม่ทัพใหญ่ช่างคิดอ่านรอบคอบ ยอดเยี่ยมจริง ๆ’
“เอ้า ทุกคนช่วยกันนำกลับไปที่ค่ายทหารได้แล้ว ก่อนจะมีชาวบ้านมาพบเห็นจนสร้างความแตกตื่นได้ อย่าลืมนำผ้าที่เตรียมไว้มาคลุมพวกมันด้วยเล่า” แม่ทัพเส่าหลิงกำชับลูกน้องตามที่แม่ทัพใหญ่บอกกับตนเอาไว้
“รับทราบขอรับท่านแม่ทัพ”
ทหารที่มานำอาวุธนี้กลับค่ายทหาร พวกเขาล้วนคิดไม่ต่างจากแม่ทัพเส่าหลิง แอบชื่นชมความคิดของแม่ทัพใหญ่อยู่ในใจ ทั้งที่ความจริงสิ่งนี้คืออาวุธที่เข้าตาแม่ทัพใหญ่ และเลือกมันจากในมิติของบุตสาว อวี้จิ่นที่สังเกตเห็นสายตาของพวกเขา ก็มีแอบกลั้นขำอยู่บ้างแต่เื่นี้ถือว่า ตัวของนางช่วยเพิ่มศรัทธาของบิดาให้มากขึ้นก็แล้วกัน
คนที่ตกตะลึงและฉงนสนเท่ห์ มิได้มีเพียงเหล่าทหารเท่านั้น แต่รวมถึงเจียงเล่อและหลี่อี้เข้าไปด้วย ยามที่พวกเขาเดินผ่านที่แห่งนี้มันยังว่างเปล่า แค่ไม่กี่ลมหายใจยามเปิดประตูอีกครา ไฉนถึงมีอาวุธที่เหล่าทหารกำลังขนออกไปได้เล่า อยากจะถามผู้เป็นายของตนเสียเหลือเกิน แต่ไม่อาจสอดรู้สอดเห็นเกินขอบเขตได้ แม่ทัพใหญ่และบุตรชายย่อมมองเห็นท่าทางของคนสนิท จึงคิดเอาไว้ว่าจะบอกทั้งสอง หลังจากทหารขนอาวุธกลับค่ายทหารไปแล้ว
อวี้จิ่นอยู่ต่อเพียงไม่นานก็ขอตัวกลับเรือน เนื่องจากเป็เวลาดึกมากแล้วนางต้องเข้านอน เพื่อเช้าวันใหม่ต้องทำงานของตนเช่นกัน
“ท่านพ่อเ้าคะ ข้าขอตัวกลับเรือนไปพักผ่อนก่อนนะเ้าคะ พรุ่งนี้ต้องใช้พลังอีกมากในการทำงานเ้าค่ะ”
“อืม เ้ากลับไปพักผ่อนเถิด พ่อขอบใจลูกมากที่มอบอาวุธนี้ให้กับกองทัพ หลังจากดูแลเื่นี้เสร็จพ่อจะกลับเรือนเช่นกัน ส่วนพี่ชายเ้าคงต้องตามแม่ทัพเส่าหลิงไปที่ค่ายทหาร”
“อ้าว ท่านพ่อไฉนกลายเป็ข้าคนเดียวเล่าขอรับ มิใช่ว่าท่านพ่อจะเป็คนอธิบายเื่อาวุธเหล่านี้หรอกหรือ” เจียงหยวนถึงกับงงงันเมื่อบิดาจะกลับเรือนไปหามารดาเสียอย่างนั้น
“ทำไมรึ เ้าเป็แม่ทัพแล้วตอนนี้แม่ทัพใหญ่มีคำสั่ง หรือผู้ใต้บังคับบัญชาจะไม่ยอมทำตาม หือออ”
“เฮ้อ รับทราบขอรับท่านแม่ทัพใหญ่”
“หึ ดีมากแม่ทัพเจียง ไปทำหน้าที่ของเ้าได้แล้วอย่าได้ชักช้า” แม่ทัพใหญ่ได้โอกาสกลั่นแกล้งบุตรชาย
“คิ คิ คิ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะท่านพ่อ พี่ใหญ่”
เมื่อบิดาและพี่ชายพยักหน้าให้กับตน อวี้จิ่นและองครักษ์ทั้งสองจึงแยกตัวกลับเรือน ส่วนสองพ่อลูกยังคงทำหน้าที่ของตน จนกระทั่งลานแห่งนี้กลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง
่เวลาก่อนที่กองทัพจะออกเดินทาง แม่ทัพใหญ่อนุญาตให้ทหารที่ครอบครัวอยู่ใกล้ ๆ สามารถกลับไปบอกกล่าวกับพวกเขาได้ ส่วนทหารที่ครอบครัวอยู่ไกลให้เขียนจดหมาย โดยมีเ้าหน้าที่คอยนำจดหมายเหล่านี้ไปส่งให้ถึงมือคนในครอบครัว
เช่นเดียวกับในเรือนของอวี้จิ่น หลายวันนี้นางให้ตงลู่ตระเวนซื้อยาสมุนไพร ที่ยังมีร้านเปิดขายอยู่ไม่กี่ร้าน เพื่อส่งมอบให้กับเฉินหนงทำการปรุงยาให้กับบิดา โดยอวี้จิ่นขอเป็ยาที่มีสรรพคุณเต็มสิบส่วน เพื่อช่วยชีวิตทหารที่มีโอกาสรอดจากความตาย ทำให้บิดากับพี่ชายอดซาบซึ้งในสิ่งที่นางทำไม่ได้
และแล้วรุ่งเช้าของวันใหม่ ซึ่งเทพธิดาพยากรณ์ได้บอกเอาไว้ว่า วันนี้คือวันที่มีฤกษ์มงคล ที่จะช่วยให้กองทัพของแคว้นจ้าว เดินทางไปถึงชายแดนอย่างปลอดภัย
กองทัพแคว้นจ้าวเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทาง เสียงฝีเท้าม้ากระทบพื้นดินดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ ขุนพลและทหารในชุดเกราะเต็มยศ ต่างยืนเรียงรายเป็แถวอย่างสง่างาม บางคนจับเชือกม้าไว้มั่น บ้างตรวจสอบอาวุธอย่างถี่ถ้วน เหล่าอาวุธทั้งหอก ดาบ ธงทิวสีแดงเข้ม ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ของแคว้น
ขุนพลใหญ่แห่งแคว้นจ้าว แม่ทัพใหญ่เจียงซือกุ่ย นั่งอยู่บนหลังม้าหน้ากองทัพด้วยท่าทางสง่างาม ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองทหารทุกนายด้วยความภาคภูมิใจ เขาควบม้าไปยังตำแหน่งหน้าสุดของกองทัพ เสียงฮือฮาของผู้คนดังเบา ๆ เมื่อเห็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ขยับเคลื่อนไหว และมีใบหน้าอันเด็ดเดี่ยวเต็มไปด้วยความแน่วแน่
“พี่น้องทั้งหลาย!” แม่ทัพใหญ่ะโเสียงดังกึกก้องไปทั่ว
“วันนี้พวกเราจะออกเดินทางไปทำศึก เพื่อปกป้องแผ่นดินของเรา! เพื่อเกียรติยศแห่งแคว้นจ้าว! เพื่อครอบครัว!" เสียงเขาดังไปทุกทิศทุกทาง ทหารในกองทัพต่างะโรับดังกึกก้องเป็เสียงเดียวกัน
เสียงแตรศึกถูกเป่าขึ้น บรรเลงเสียงแหลมสูงกังวาน กองทัพเริ่มเคลื่อนขบวน ม้าหลายร้อยตัวย่ำเท้าจนฝุ่นตลบ เสียงล้อเกวียนบรรทุกเสบียงและอาวุธบดขยี้พื้นดิน กองธงโบกสะบัดเหนือศีรษะเป็สัญลักษณ์ของชัยชนะ ที่กำลังรออยู่ข้างหน้า ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเกวียนตัวประกัน ที่ต้องนำตัวไปส่งคืนแผ่นดินแคว้นต้าเหลียน
ทหารทุกนายต่างรู้ดีว่า หนทางข้างหน้ายาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย แต่ในใจของทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือพิทักษ์แผ่นดินแคว้นจ้าวและหวนคืนพร้อมชัยชนะ
ด้านหลังมีญาติพี่น้องลูกเมียของเหล่าทหาร มาร่วมส่งพวกเขาไปทำาเพื่อปกป้องแว่นแคว้น แม้จะมียาที่ดีที่สุดของอวี้จิ่นติดไปกับกองทัพ แต่สำหรับคนที่หมดอายุขัยนั้น อย่างไรเสียก็ต้องกลับคืนสู่วัฏสงสารอยู่ดี
