หลี่อันหรานยังคงรู้สึกไม่พอใจนัก ด้านหนึ่งคือไม่พอใจที่บ้านใหญ่กับบ้านรองเห็นพวกนางมีเงินแล้วรีบแย่งกันมาประจบเอาใจเพื่อหาผลประโยชน์ อีกด้านหนึ่งคือโกรธที่เสิ่นอิ๋นหวนใจอ่อนเกินไป ไม่มีหลักการเป็ของตัวเองแม้แต่น้อย เื่บางเื่เราก็สามารถให้อภัยได้ คนบางจำพวกยังรู้สึกสำนึกในบุญคุณเมื่อเราทำดีด้วย แต่ขณะเดียวกันก็มีคนอีกจำพวกหนึ่งที่จิตใจโฉดชั่ว ไม่ว่าเราจะทำดีด้วยอย่างไรก็ไม่เคยจดจำความดีของเรา มีแต่จะตักตวงผลประโยชน์จากเราอย่างเดียว
เสิ่นอิ๋นหวนตามนางเข้ามาในครัวพร้อมกับเกลี้ยกล่อมว่า “ไม่นานมานี้ความเป็อยู่ของครอบครัวเราเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี อย่าได้พูดถึงเื่ในอดีตพวกนั้นอีกเลย เห็นแก่ที่เป็ครอบครัวเดียวกันเถิด หากเ้ามีเงินเหลือก็ช่วยเหลือพวกนางหน่อย”
หลี่อันหรานกลอกตามองบนแล้วซาวข้าวเตรียมทำมื้อเย็น นางไม่สนใจถ้อยคำพวกนั้นของเสิ่นอิ๋นหวนสักนิด
เสิ่นอิ๋นหวนเห็นนางมีท่าทีเช่นนี้ก็เกลี้ยกล่อมต่อ “แม่รู้ว่าเ้าขุ่นเคืองในตัวพวกนาง แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็ครอบครัวเดียวกัน เอาแบบนี้ดีหรือไม่ เ้าไม่ต้องช่วยเหลือพวกนางมากมาย ช่วยเพียงเล็กน้อยก็พอ”
หลี่อันหรานหันขวับกลับมาจ้องเสิ่นอิ๋นหวนเขม็ง “ไม่มีทาง ข้าจะไม่ให้เงินพวกนางแม้แต่อีแปะเดียว ให้ไปก็เหมือนให้อาหารสุนัข ท่านอย่าพูดเื่พวกนี้กับข้าอีกเลย ข้าไม่มีทางเห็นด้วยแน่”
นางวางของในมือลงแล้วเดินออกจากห้องครัวไปดูบ่อปลาหลังบ้านอย่างเดือดดาล ไม่สนใจเสิ่นอิ๋นหวนอีก
ครานี้เสิ่นอิ๋นหวนไม่ได้ไล่ตามไปเพราะรู้แล้วว่าหลี่อันหรานไม่สบอารมณ์และไม่ยินดีจะคุยเื่นี้ นางทำเพียงมองเงาหลังที่จากไปของหลี่อันหรานพร้อมกับพ่นลมหายใจยาวๆ จากนั้นค่อยกลับเข้าห้องครัวไปเตรียมมื้อเย็นต่อ
ครอบครัวซึ่งเคยรักใคร่กลมเกลียวต้องมามีปัญหาเพราะคนนอก
หลี่อันหรานมายังบ่อปลาหลังบ้าน นางมองอาหารปลาในถัง พวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็ของที่นางซื้อกลับมาจากในเมืองภายใต้การดูแลเอาใจใส่เป็อย่างดีของนาง เหล่าลูกปลาเติบโตกันไวมาก คาดว่าเมื่อถึงฤดูหนาวปีนี้คงโตจนได้ที่ ไม่แน่ว่าถึงยามนั้นแล้วจะนำไปขายได้
หลี่อันหรานให้อาหารปลาเสร็จแล้วนั่งโมโหอยู่ข้างบ่อปลาจนฟ้ามืด
“ท่านพี่ ท่านพี่” นางลุกขึ้นปัดดินที่ก้นแล้วเดินไปตามเสียงเมื่อได้ยินเสียงของหลี่อันอันลอยมาจากไกลๆ
“ท่านแม่ตามท่านกลับไปกินข้าวเ้าค่ะ ท่านมาทำอันใดที่นี่เพียงลำพัง มีเื่หมองใจหรือว่าทะเลาะกับท่านแม่หรือ?”
หลี่อันหรานลูบศีรษะน้องสาวอย่างแ่เบา หลี่อันอันหน้าตาน่ารักสะสวย แม้นตอนนี้จะอายุเพียงไม่กี่ขวบแต่ก็เห็นเค้าแล้วว่าจะเติบโตมาเป็หญิงสาวโฉมสะคราญ นอกจากนี้ยังเป็เด็กที่รู้ความและเชื่อฟังนางมาก
ด้วยเหตุนี้นางจึงรักใคร่เอ็นดูหลี่อันอันเป็พิเศษ “พี่ไม่ได้ทะเลาะกับท่านแม่ พี่เพียงแต่มาให้อาหารปลาก็เท่านั้น ไปกันเถอะ กลับบ้านไปกินข้าวกัน”
สองวันต่อมา เหอชุนฮวามาเยือนบ้านของเสิ่นอิ๋นหวนอีกครั้ง คราวนี้หลี่อันหรานอยู่บ้านพอดี
เสิ่นอิ๋นหวนเห็นเหอชุนฮวามาเยือนก็เร่งร้อนออกไปต้อนรับ ทว่าหลี่อันหรานกลับชิงวิ่งไปขวางประตูไว้ก่อน นางกล่าวทักทายเหอชุนฮวาอย่างมีมารยาท “ป้าสะใภ้รอง ลมอันใดพัดท่านมาบ้านพวกข้าได้เ้าคะ”
เหอชุนฮวาชำเลืองตามองเข้าไปยังลานบ้านพวกนาง ยามนี้มีลูกจ้างสองสามคนกำลังนั่งเตรียมพริกกับวัตถุดิบอย่างอื่นอยู่ด้านใน
ดูท่าว่าข่าวลือข้างนอกจะเป็ความจริง ครอบครัวหลี่อันหรานจ้างชาวบ้านหลายคนให้ทำงาน มิน่าเล่าถึงได้มีเงินขนาดนี้
“อันหราน วันนี้เ้าก็อยู่บ้านด้วยหรือ ป้ามีเื่จะหารือกับแม่ของเ้า”
เหอชุนฮวาพูดแล้วทำท่าจะเข้ามาในลานบ้านแต่ถูกหลี่อันหรานขวางไว้ “ป้าสะใภ้รองมีธุระอันใดก็ว่ามาได้เลยเ้าค่ะ เพราะถึงท่านจะนำเื่เ่าั้ไปคุยกับท่านแม่ของข้า สุดท้ายแล้วข้าก็เป็ผู้ตัดสินใจอยู่ดี”
เหอชุนฮวาผงะเล็กน้อย แต่ยังคงแย้มยิ้มอยู่ “ดูท่าว่าแม่เ้าคงเล่าให้ฟังแล้วสินะ?”
หลี่อันหรานพยักหน้า “เล่าแล้ว ข้าทราบว่าท่าน้ายืมเงิน ท่านควรทราบก่อนว่าเงินไม่ได้อยู่กับท่านแม่ข้า หากท่าน้ายืมเงินก็ควรมาคุยกับข้า ดังนั้น ท่านคุยเื่นี้กับข้าโดยตรงน่าจะดีกว่า”
สีหน้าของเหอชุนฮวามืดมัวโดยพลัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังพยายามปั้นหน้ายิ้ม ทว่าสำหรับหลี่อันหรานแล้วช่างน่าเกลียดเหลือเกิน
เหอชุนฮวากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเสแสร้ง “ตอนนี้เ้ามีเงินแล้ว ซ้ำยังมีมากจนส่งลูกคนข้างบ้านไปเรียนได้ จิ่งเทียนเป็ญาติผู้น้องของเ้า เงินที่ใช้ส่งเขาไปเรียนในเมืองเป็เงินที่พวกป้าต้องไปขอยืมมาจากที่อื่น ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ควรช่วยเหลือคนในครอบครัวเดียวกัน ่นี้ป้าเงินขาดมือ อยากขอยืมเงินจากเ้า ป้าไม่ได้จะนำเงินนี้ไปทำอย่างอื่น จะนำไปใช้กับการเรียนของญาติผู้น้องของเ้าเท่านั้น”
นางนำถ้อยคำที่กล่าวกับเสิ่นอิ๋นหวนเมื่อวันก่อนออกมาพูดอีกครั้ง
“โอ้ ที่แท้ก็เป็เช่นนี้หรอกหรือ ข้าเคยเจอจิ่งเทียนยามที่ไปเยี่ยมอันหลินในเมือง เขาเป็เด็กที่รู้ความไม่น้อย”
“ใช่ ในฐานะที่เป็ครอบครัวเดียวกัน พวกเราก็ควรช่วยเหลือกันเข้าไว้ เ้าคงไม่อยากเห็นจิ่งเทียนหมดโอกาสเรียนเพราะไม่มีเงินหรอกกระมัง”
“แน่นอนเ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้จิ่งเทียนเติบใหญ่แล้วรู้หนังสือเพียงไม่กี่คำ” หลี่อันหรานเอ่ย
เหอชุนฮวาได้ยินดังนี้ก็ยิ้มหน้าบานเป็บุปผา นางมองว่าวันนี้ตัวเองคงยืมเงินสำเร็จแน่แล้ว นางรีบกล่าวต่ออีกว่า “เช่นนั้นก็ดีเลย ่นี้ป้าไม่มีเงิน เ้าช่วยให้หยิบยืมหน่อยได้หรือไม่ เอาแค่พอให้ส่งจิ่งเทียนไปเรียนก็พอ”
“แต่ตอนนี้จิ่งเทียนได้ไปเรียนที่สำนักศึกษาแล้วมิใช่หรือ มายืมตอนนี้ไม่สายเกินไปหรือเ้าคะ?”
“ไม่สายๆ ตอนนั้นป้าไปยืมมาจากที่อื่น ป้ายืมเ้าแล้วจะได้นำไปคืนก่อน อย่างน้อยคนในครอบครัวเดียวกันก็คุยกันง่ายกว่า”
หลี่อันหรานแค่นเสียงเย็นในใจ สุดท้ายก็เป็เพราะเห็นว่าครอบครัวนางรังแกง่าย “ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ ท่านมองว่าคนในครอบครัวเดียวกันเอาเปรียบได้ง่ายกว่าใช่หรือไม่?”
เหอชุนฮวารู้สึกไม่ชอบมาพากล สีหน้าของนางพลันบึ้งตึง “เ้ากล่าวเช่นนี้มันหมายความว่าเยี่ยงไร? ก็แค่คนในครอบครัวช่วยเหลือครอบครัวเดียวกันก็เท่านั้น”
หลี่อันหรานไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก นางไม่อยากเสียเวลาคุยกับเหอชุนฮวาต่อจึงกล่าวตัดบทเสียดื้อๆ “เอาแบบนี้ดีหรือไม่ ข้าจะให้ท่านยืมเงิน แต่ข้าจะไม่ให้เปล่า ข้าจะให้ท่านยืมห้าตำลึง ทว่าท่านต้องนำเงินห้าตำลึงนี้กลับมาคืนก่อนฤดูใบไม้ผลิ”
“ข้าจะไม่คิดดอกเบี้ยเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรเสียก็เป็ครอบครัวเดียวกัน แต่ท่านต้องทำสัญญากับข้า หากครบกำหนดแล้วท่านไม่นำเงินมาคืน เช่นนั้นข้าจะไปยึดสิ่งของจากบ้านพวกท่าน”
เหอชุนฮวามีสีหน้าตื่นใ “นี่มันอะไรกัน? นี่ใช่สิ่งที่คนในครอบครัวเดียวกันจะทำต่อกันหรือ?”
“ท่านอย่านำความเป็ครอบครัวมาอ้างเลย แม้นจะเป็พี่น้องกัน แต่เื่เงินเื่ทองต้องชัดเจน ข้าจะให้ท่านยืมเงิน แต่หากท่านใช้คืนไม่ได้ ข้าก็จะยึดวัวของบ้านท่าน”
