เมื่อเห็นว่าฮูหยินเยี่ยนเรียกให้เยวี่ยเจาหรานมาที่ห้องเตรียมที่จะสาดะุปืนใหญ่ใส่โดยแม้แต่ไพ่ก็ไม่สนใจ หลิงหลงก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา รู้สึกว่าวันคืนแสนสุขของเยวี่ยเจาหรานกำลังจะมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ในขณะเดียวกันก็คิดว่าตนควรจะปลีกตัวออกไปตามเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วมาช่วยภรรยาของตนอย่างไรดี
นิ้วมือของฮูหยินเยี่ยนงอเข้ามาเล็กน้อย แล้วเคาะลงบนโต๊ะอย่างไม่หนักไม่เบาส่งเสียงตึกๆ เคาะลงแต่ละทีก็ทำให้เยวี่ยเจาหรานที่เดิมทีนั้นค่อนข้างกังวลใจอยู่แล้วกลายเป็ยิ่งกลัดกลุ้มมากขึ้นไปอีก
“ท่านแม่...”
เยวี่ยเจาหรานที่พยายามจะหาทางหนีไปจากที่แห่งนี้โดยเร็วเอ่ยขึ้นอย่างใจดีสู้เสือ แต่สุดท้ายกลับถูกสายตาคมกริบของฮูหยินเยี่ยนปราดมาจนใกลัว แล้วรีบร้อนส่งสายตาอันแสนอ่อนแอของตนกลับไป ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม ฉีกยิ้มเสียจนกลายเป็ดอกไม้ที่มีรอยยับย่นเต็มหน้า “ท่านพูดเถอะๆ ... ความจริงข้าไม่ได้มีอะไรจะพูดหรอกเ้าค่ะ...”
“ไม่มีอะไรจะพูดหรือ?!” ฮูหยินเยี่ยนหรี่ตา แล้วปราดมองเยวี่ยเจาหรานอย่างนึกสนุก “ยามปกติข้าเห็นเ้าพูดถึงสวี่ชิวเยวี่ยก็พูดอย่างสนุกปากเลยไม่ใช่หรือ หืม?” ???
คำที่ฮูหยินเยี่ยนพูดนั้นทำให้เยวี่ยเจาหรานรู้สึกสับสนงุนงงอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังไม่รู้ว่าตนได้ไปยั่วโมโหฮูหยินเยี่ยนอย่างไรกันแน่ ถึงขนาดทำให้ฮูหยินเยี่ยนไม่สนใจแม้แต่รถม้าที่จะพานางไปเล่นไพ่นกกระจอก แล้วเปลี่ยนมาสั่งสอนตนได้ เยวี่ยเจาหรานเม้มปาก ในหัวสมองก็ได้ใคร่ครวญดูอย่างคร่าวๆ อยู่ครู่หนึ่ง แต่ช่างน่าสงสารนัก เขาหาต้นสายปลายเหตุอะไรไม่เจอเลย
“ข้า...” แต่เยวี่ยเจาหรานก็รู้สึกว่าต้องแก้ต่างให้ตัวเองสักสองสามประโยค จะเอาแต่ไม่มีปากไม่มีเสียงเป็คนที่เสียเงินไปเปล่าๆ โดยไม่รู้อะไรเช่นนี้ไม่ได้!
แต่เยวี่ยเจาหรานนั้นพลาดไปจริงๆ ยังไม่ทันที่เขาจะคิดถ้อยคำมาใช้แก้ต่างเสร็จ ฮูหยินเยี่ยนก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างไร้ความปรานี “เ้าอะไร? เ้าคิดจะบอกว่าเ้าไม่ได้รังแกชิวเยวี่ยใช่หรือไม่ เ้าเห็นข้าเป็คนโง่อย่างนั้นหรือ! ข้าเองก็มีตา ข้ามองเห็นได้!”
เมื่อเผชิญกับคำพูดของฮูหยินเยี่ยน เยวี่ยเจาหรานก็ตกตะลึง กระทั่งอยากจะพยักหน้าตามหลังจากที่สิ้นเสียงของฮูหยินเยี่ยนอย่างมาก จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น “ใช่แล้ว ข้าอยากจะพูดเช่นนั้น เพราะว่าข้าไม่ได้รังแกสวี่ชิวเยวี่ยจริงๆ เ้าค่ะ”
แต่ในเมื่อคำพูดพวกนี้ถูกฮูหยินเยี่ยนชิงพูดไปก่อนแล้ว เยวี่ยเจาหรานจึงได้แต่เปลี่ยนคำพูดของตนแทน “อืม ท่านแม่พูดถูกแล้ว”
......
เมื่อได้ยินเยวี่ยเจาหรานเอ่ยเช่นนั้น ฮูหยินเยี่ยนก็พลันโมโหขึ้นไปอีก เ้าถามว่าทำไมน่ะหรือ? นั่นแน่นอนว่าเป็เพราะนางรู้สึกได้ถึงการยั่วยุในน้ำเสียงของเยวี่ยเจาหรานน่ะสิ!
ถึงอย่างไรตนก็ปกครองบ้านมานาน ยังไม่เคยเจอผู้น้อยคนไหนกล้าพูดกับตนเช่นนี้มาก่อนเลย! ฮูหยินเยี่ยนโมโหจนหน้ามืดตาลาย ยกมือขึ้นตบลงที่โต๊ะอย่างแรงทีหนึ่ง “เ้า… กำลังพูดบ้าอะไรของเ้า!”
“ข้าไม่พูดบ้าอะไรนะเ้าคะ ข้าคิดว่าท่านพูดถูกจริงๆ ข้าก็แค่อยากจะบอกว่าข้าไม่ได้รังแกสวี่ชิวเยวี่ย...”
หลิงหลงที่ยืนอยู่ด้านหลังฮูหยินเยี่ยนมาตลอดเองก็ทนดูต่อไปไม่ไหว นางดึงสาวใช้อีกคนหนึ่งเข้ามาอย่างเงียบๆ ก่อนจะแอบวิ่งออกไปทางประตูด้านหลัง รีบเร่งวิ่งไปตามเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่กำลังจะเลิกชั้นเรียนจากอาจารย์อวี้
“คุณหนู... คุณหนู...” หลิงหลงเห็นเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเดินออกมาจากห้อง ก็ร้องเรียกขึ้นเสียงเบาอย่างเร่งร้อน โชคดีที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วหูดี จึงวิ่งเข้ามาในทันที “เ้ามาได้อย่างไร? เกิดเื่ขึ้นหรือ?”
ทั้งสองพบกัน หลิงหลงรีบลากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเดินไปพลางอธิบายเื่ที่เยวี่ยเจาหรานถูกฮูหยินเยี่ยนรั้งตัวเอาไว้อย่างคร่าวๆ ไปพลาง เมื่อนั้นเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถึงถอนหายใจ รำพึงขึ้นว่าไม่ดีแล้ว ก่อนจะเร่งฝีเท้ารุดไปยังห้องฮูหยินเยี่ยนโดยไม่รู้ตัว เมื่อเดินมาถึงที่หมาย หลิงหลงก็อยู่กับนางไม่ได้แล้ว
“เอาล่ะคุณหนู ข้าไม่สะดวกเข้าไป ท่านเข้าไปคนเดียวเถิด... แต่อย่าเปิดโปงข้านะเ้าคะ!”
ในตอนที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วมาถึงหน้าประตู หลิงหลงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของฮูหยินเยี่ยน่นี้รุนแรงขึ้นมากจริงๆ ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากจะรับเคราะห์กับนางในยามนี้หรอก เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตอบรับด้วยรอยยิ้มอย่างเร่งรีบ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของมารดาตนอย่างไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย
เวลานั้นเยวี่ยเจาหรานและฮูหยินเยี่ยนยังคงอลหม่านว่าใครถูกใครผิด พลันถูกการมาถึงของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วขัดจังหวะ
“ท่านแม่... ข้าเลิกเรียนแล้ว! ไอ้หยา ช่างบังเอิญนัก... เยียนหรานเ้าก็อยู่ด้วยหรือ?” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเดินไปเบื้องหน้าเยวี่ยเจาหรานโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง พลันคว้าข้อมือของเยวี่ยเจาหรานเอาไว้ คิดจะให้เป็กำลังแก่เยวี่ยเจาหรานสักนิด เยวี่ยเจาหรานเหลือบมองเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเล็กน้อย เอ่ยในใจว่าในที่สุดก็ไม่ต้องแก้ตัวเื่ที่ตนไม่เคยรังแกสวี่ชิวเยวี่ยเพียงลำพังแล้ว พร้อมกับเบนสายตาไปมองฮูหยินเยี่ยนที่ยิ่งโกรธเกรี้ยวขึ้นไปกว่าเดิม
“อย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าในใจเ้ามีความคิดอะไรอยู่นะ เ้ากลัวว่าข้าจะรังแกแก้วตาดวงใจของเ้าใช่หรือไม่?”
ฮูหยินเยี่ยนมองเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่รีบมาจนแทบจะกระหืดกระหอบ แล้วเอ่ยอย่างรู้เท่าทัน เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเกาหัวอย่างเก้อเขิน แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “อะไรกัน ท่านแม่ต่างหากที่เป็แก้วตาดวงใจของข้า...”
“ปากมันลิ้นลื่น!” [1] แม้ว่าในใจของฮูหยินเยี่ยนจะยังมีความขุ่นเคือง แต่กับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วแล้ว นางเองก็ไม่อาจบันดาลโทสะได้มากไปกว่านี้ จึงได้แต่ขมวดคิ้วมองไปยังเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว “พวกเ้าสองสามีภรรยานี่นะ ช่างรู้จักแต่รวมหัวกันทำให้ยายแก่อย่างข้าโมโหนัก ข้าจะบอกกับพวกเ้า หากครั้งนี้พวกเ้าไม่ยอมปลอบขวัญชิวเยวี่ย พวกเ้าจะไม่ได้มีจุดจบที่ดีแน่นอน!”
เหตุใดถึงเป็เพราะสวี่ชิวเยวี่ยอีกแล้ว? ตอนนี้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้ยินชื่อของสวี่ชิวเยวี่ยก็ปวดหัวขึ้นมาแทบจะะเิ แต่เยวี่ยเจาหรานและฮูหยินเยี่ยนก็เอาแต่ผลัดกันพูดถึงชื่อที่ทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วปวดหัวต่อหน้านาง อีกทั้งยังวันละสามครั้งห้าครั้ง ขยันพูดยิ่งกว่ากินข้าวเสียอีก…
“ท่านแม่ เปี่ยวเม่ยชิวเยวี่ยที่่นี้อารมณ์ไม่ดี ไม่ได้เป็เพราะข้ากับเยวี่ยเจา... เยวี่ยเยียนหรานจริงๆ นะ!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตื่นเต้นจนเกือบจะพลั้งปากพูดชื่อของเยวี่ยเจาหรานออกมา เยวี่ยเจาหรานหยิกที่เอวของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอย่างแรงด้วยความแตกตื่น จึงทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพลิกลิ้นเปลี่ยนคำพูด
โชคดีที่ฮูหยินเยี่ยนไม่ได้ใส่ใจและสังเกตถึงการพูดผิดเช่นนั้น เพียงเห็นนางขมวดคิ้วเอ่ยตำหนิ “ไม่ใช่เพราะพวกเ้าสองคนแล้วจะเป็เพราะใคร หรือเป็เพราะข้าอย่างนั้นหรือ?!”
“เปล่าๆ ๆ ย่อมไม่ได้เป็เพราะท่านแม่อยู่แล้ว!” เมื่อเห็นว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกำลังถูกฮูหยินเยี่ยนไล่ต้อน เยวี่ยเจาหรานก็ออกหน้าได้ทันเวลา พลันรีบเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่ ข้าเดาว่าเปี่ยวเม่ยชิวเยวี่ยอาจจะ... ไม่พอใจเื่การแต่งงานนัก ดังนั้นนางจึงอารมณ์ไม่ดีเ้าค่ะ!”
“แต่อวิ๋นเฟยก็บอกว่าจะไปจัดการให้แล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดนางยังอารมณ์ไม่ดีอีก?” ฮูหยินเยี่ยนเอ่ยถามอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เยวี่ยเจาหรานเม้มปาก แล้วจึงเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “โธ่เอ๊ย เปี่ยวเม่ยชิวเยวี่ยจะต้องกังวลว่าอวิ๋นเฟยจะจัดการได้ไม่ดีเป็แน่ คงกลัวว่าจะก่อความวุ่นวายให้กับพวกเรา ดังนั้นจึงอารมณ์ไม่ดีอย่างไรล่ะเ้าคะ! ท่านแม่วางใจเถอะ ยิ่งกว่านั้นเหล่าแม่นางน้อย ล้วนมี่เวลาที่อารมณ์ไม่ดีโดยไม่มีสาเหตุพวกนั้นอยู่ทุกเดือนไม่ใช่หรือเ้าคะ~ ท่านเองก็อย่ากังวลเกินไปเลย...”
ฮูหยินเยี่ยนจ้องมองเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ชมเื่สนุกอย่างข้างๆ เล็กน้อย เมื่อนั้นเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถึงรีบเอ่ยขึ้นมา “ใช่ๆ ๆ เหล่าแม่นางน้อยล้วนเป็เช่นนี้แหละ ท่านแม่เองก็มีประสบการณ์เหมือนกันไม่ใช่หรือ...”
“พอๆ ๆ พวกเ้าสองคนอย่ามาพูดไร้สาระกับข้า ทางฝั่งตระกูลจ้าว ข้ามอบให้พวกเ้าจัดการก็แล้วกัน อย่ายืดเยื้อต่อไปอีก เข้าใจหรือไม่?”
โชคดีที่ฮูหยินเยี่ยนคลายโทสะลงบ้างแล้ว เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรีบเอ่ยตอบรับ “เข้าใจแล้ว ท่านวางใจเถอะ! เช่นนั้นหากไม่มีเื่อะไรแล้วพวกเราขอตัวก่อนนะท่านแม่!”
พูดจบก็ลากเยวี่ยเจาหรานหายวับไปทันที
เชิงอรรถ
[1] ปากมันลิ้นลื่น (油嘴滑舌) หมายถึง กะล่อนปลิ้นปล้อน ฝีปากลื่นไหลเฉไฉไปเรื่อย
