ครั้นฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินได้ยินเสียงนุ่มหวานก็หันไปมองทางองค์หญิงซีเยวี่ย แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะกลับมาราบเรียบดังเดิม “ั้แ่เราให้ตำแหน่งเฟยแก่เ้า เรายังไม่เคยเรียกเ้าเข้าปรนนิบัติเลย จะว่าไปแล้วถือเป็ความผิดของเรา วันนี้สุขภาพร่างกายเ้าดีหรือไม่”
“ทำให้ฝ่าาต้องเป็กังวลแล้ว ร่างกายซีเยวี่ยแข็งแรงดีเพคะ” องค์หญิงซีเยวี่ยยอบกายคำนับ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินนิ่งไปครู่หนึ่ง ท่าทางและน้ำเสียงเช่นนี้ของซีเยวี่ยเหมือนฮองเฮาองค์ก่อนของเขาไม่มีผิดเพี้ยน ที่วันนี้เขามาที่ตำหนักแห่งนี้ก็เพราะมีจุดประสงค์
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ที่ตอนนั้นเราให้เ้าอยู่ที่ตำหนักิฉือกับซูเฟย เพื่อที่พวกเ้าทั้งสองจะได้ดูแลกันและกันได้ ตอนนี้ซูเฟยป่วยไม่สบาย พวกเ้าทั้งสองคงลำบากมาก เราจึงกำลังคิดว่าจะหาตำหนักให้เ้าใหม่ดีหรือไม่”
องค์หญิงซีเยวี่ยเป็คนฉลาด มองตาฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะลองใจนาง “ฝ่าาไม่จำเป็ต้องเปลืองแรงคิดเื่นั้นหรอกเพคะ ซีเยวี่ยอยู่ที่ตำหนักของพี่ซูเฟย มีพี่ซูเฟยคอยดูแล ซีเยวี่ยสบายดีเพคะ”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินจ้องมององค์หญิงซีเยวี่ยนิ่ง แววตาคมปลาบที่มองมาทำให้หัวใจนางเต้นแรง
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินคลี่ยิ้ม “เช่นนั้นก็ดี สนมรักอยู่ที่ตำหนักนี้แล้วสุขสบาย เราก็วางใจ”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินหันไปมองซูเฟย ก่อนจะยื่นมือไปลูบผมสีดำสนิท “เรายังมีงานราชกิจที่ต้องจัดการ จางกงกง อ่านคำสั่งเราเถิด”
จางกงกงได้ฟัง เดินไปยืนข้างฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินอย่างระมัดระวัง “พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเดินไปยืนข้างองค์หญิงซีเยวี่ย มององค์หญิงซีเยวี่ยด้วยแววตาลุ่มลึกผาดหนึ่ง องค์หญิงซีเยวี่ยระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที ลอบกลืนน้ำลายพร้อมกับก้มหน้างุด
จางกงกงเดินไปยืนตรงหน้าองค์หญิงซีเยวี่ย ค่อมกายก่อนจะเอ่ย “ยินดีกับพระสนมด้วย ฝ่าามีรับสั่งให้ท่านปรนนิบัติในคืนนี้ ซึ่งเป็โอกาสที่หาได้ยากยิ่ง พระสนมช่างโชคดียิ่งนัก” จางกงกงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเล็กแหลม “พระสนมรีบขอบพระทัยเร็วเข้าพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ” แม้จะเอ่ยเช่นนั้น หากแววตากลับมีแววรังเกียจอย่างชัดเจน
ซูเฟยมองตามหลังจนฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเดินจากไปไกล นางทรุดนั่งอย่างอ่อนแรงบนเก้าอี้ มององค์หญิงซีเยวี่ยซึ่งมีสีหน้าสมใจ ในใจรู้สึกเปล่าเปลี่ยวยิ่ง “น้องซีเยวี่ยพอใจแล้วใช่หรือไม่”
องค์หญิงซีเยวี่ยยิ้มอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก ทว่าไม่อาจปิดบังดวงตาที่แฝงความรังเกียจเอาไว้ได้ “พี่สาวพูดอะไรเพคะ ซีเยวี่ยได้รับโอกาสนี้ก็เพราะพี่สาว เพียงแต่ซีเยวี่ยคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าเหตุใดฝ่าาถึงต้องทรงเอาอำนาจในมือพี่สาวกลับคืนไปด้วย”
ซูเฟยกำหมัดแน่น ลุกขึ้นยืน เดินไปข้างหน้าสองก้าว ก่อนจะเตะเก้าอี้ตัวเล็กล้มกระเด็นไปอีกด้าน “เต๋อเฟยมีหรือจะเทียบข้าได้ ข้ามีเื้ัที่ดีกว่านาง สวยกว่านาง เหตุใดฝ่าาถึงทรงทำเช่นนี้!”
“เหตุใดพี่สาวต้องโมโหด้วย เื่นี้ถือเป็เื่ปกติ”
ซูเฟยหันไปมององค์หญิงซีเยวี่ยอย่างไม่เข้าใจ
“หากพี่สาวมีจุดประสงค์เดียวกับซีเยวี่ย ซีเยวี่ยก็จะช่วยให้พี่สาวได้ตำแหน่งฮองเฮา” องค์หญิงซีเยวี่ยนั่งลง หยิบโสมคนขึ้นมาขยำจนแหลกเหลว
หนิงมู่ฉือตื่นขึ้นมาพร้อมกับขอบตาดำคล้ำ สะลืมสะลือตื่นไม่เต็มตาเดินไปที่ห้องครัว เมื่อวานนางทำน้ำแกงบำรุงร่างกายสิบชนิด ทำให้ทุกคนพากันเืกำเดาไหล เช่นนั้นวันนี้นางจะทำอาหารที่มีรสอ่อนหน่อยให้ทุกคนได้ทาน
นางเปิดถังข้าวสาร มองเม็ดข้าวสีขาวที่อยู่ในนั้น นางตื่นเต็มตาทันที นางคิดออกแล้ว ทำโจ๊กไก่ฉีกดีกว่า!
นางตักข้าวใส่ในหม้อ เติมน้ำ จุดไฟเพื่อต้มข้าว จากนั้นนำไก่ที่สุกแล้วมาหั่นเป็เส้นๆ เพียงแค่ไม่กี่วินาทีไก่ก็ถูกหั่นเป็เส้นยาวเล็กๆ เรียบร้อย
สายป่านนี้แล้ว เฉินเกอน่าจะตื่นแล้ว นางอาศัยตอนที่ข้าวยังไม่สุกไปดูอีกฝ่ายสักหน่อย นางเดินไปที่ห้องที่เฉินเกอพักอยู่ เปิดประตูเข้าไป เห็นอีกฝ่ายนอนขดตัวจนเป็รูปวงกลม
ที่หน้าผากมีเหงื่อผุดพรายเต็มไปหมด ริมฝีปากก็เป็สีม่วง ตัวก็สั่นเทา
นางรู้สึกใยิ่ง เอามืออังที่หน้าผาก ปรากฏว่าตัวเขาร้อนราวกับไฟ นางตื่นเต็มตาทันที เรียกชื่ออีกฝ่าย ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ตื่น
นางเลิกชายเสื้อเขาขึ้นจนเห็นแผล ก่อนจะพบว่าแผลอักเสบ มีเืไหลซึมและมีหนองสีเหลืองๆ ไหลออกมา
นางะโเรียกหลิงชีทันที หลิงชีหาวพร้อมกับเดินเข้ามาหา “คุณหนู เกิดเื่ใดขึ้นหรือขอรับ”
“หลิงชี เร็วเข้า รีบไปตามหมอมาเร็ว แผลบนตัวจอมยุทธ์น้อยเฉินอักเสบ!”
หลิงชีรับคำก่อนจะรีบวิ่งออกไป
ไม่นานหมอซึ่งถือล่วมยาก็รีบวิ่งตรงมา นางเห็นเช่นนั้นรีบพาหมอเข้าไปในห้องเฉินเกอ
ทันทีที่หมอเห็นแผลของเฉินเกอ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เอ่ยอย่างร้อนใจว่า “คุณหนู าแบนร่างกายคุณชายมีการอักเสบ หากไม่รีบรักษา อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิต”
นางได้ยินเช่นนั้นใจนเหงื่อซึม นางใช้มือปาดเหงื่อ เอ่ยถามอย่างกังวล “ถ้าเช่นนั้นต้องรักษาอย่างไร”
หมอถอนหายใจออกมา มองแผลบนตัวเฉินเกอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “คุณหนู บนตัวคุณชายมีาแเยอะมาก การจะรักษาไม่ใช่เื่ง่าย มีวิธีหนึ่งที่รักษาการอักเสบได้ชะงักงัน เพียงแต่มันอาจจะเจ็บไปสักหน่อย”
“ท่านหมอ เชิญพูดมาเถิด” แววตาของนางเต็มไปด้วยความร้อนใจและกระวนกระวาย
“สุราต้ม นำสุราต้มราดบนตัวคุณชาย เท่านี้แผลบนตัวก็จะหายอักเสบ”
นางนิ่งอย่างใช้ความคิดครู่หนึ่ง มองเฉินเกอที่มีท่าทางทรมาน ในเมื่อไม่มีวิธีอื่น นางจึงพยักหน้ารับกับหมอ ก่อนจะหันไปสั่งหลิงชี “หลิงชี ไปนำสุรากุ้ยฮวาในห้องเก็บสุรามา สุรากุ้ยฮวามีฤทธิ์ความเป็สุรามากที่สุด นำมาต้มแล้วค่อยนำมาราดตัวจอมยุทธ์น้อยเฉินเพื่อให้แผลหายอักเสบ”
สุราต้ม หากนำมาราดบนตัวคน คนผู้นั้นไม่อาจทนได้แน่ คิดถึงตรงนี้นางรู้สึกเ็ปแทนเฉินเกอเป็ยิ่งนัก
หลิงชีพยักหน้า เช็ดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะรีบวิ่งไปยังห้องเก็บสุรา
นางมองหน้าผากของเฉินเกอที่มีเหงื่อผุดพราย ตัวของเฉินเกอยิ่งปล่อยให้นานก็จะยิ่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ นางเอ่ยถามหมออย่างกังวล “ท่านหมอ แล้วอาการตัวร้อนเล่า จะลดอย่างไร”
หมอจัดการเอาหนองออก ใส่ยาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หากแผลหายอักเสบ อาการไข้ก็จะลดลงเอง คงต้องขึ้นอยู่กับวาสนาของคุณชายผู้นี้แล้ว แล้วแต่เวรแต่กรรม”
โจ๊กไก่ฉีกสุกแล้ว ทั้งห้องครัวเต็มไปด้วยกลิ่นหอม กลิ่นหอมลอยโชยมาเข้าจมูกของหมอ ท้องของหมอจึงส่งเสียงร้องออกมา
ขณะที่หนิงมู่ฉือกำลังจะไปหยิบเงินมาให้หมอเป็ค่ารักษา หมอกลับเอ่ยออกมาว่า “คุณหนูไม่จำเป็ต้องให้เงินข้าหรอกขอรับ ได้รักษาให้ท่านจอมยุทธ์ผู้นี้นับเป็เกียรติของข้ายิ่งนัก เพียงแต่ข้ามีเื่เล็กน้อยที่อยากจะขอ”
เอ่ยจบสีหน้าหมอเปลี่ยนเป็ลังเลแกมกระดากใจ
