ณ ตำหนักติงเฉวียน
ตึก ตึก ตึก
“คารวะฟู่กั๋วกงขอรับ”
“ช่วยรายงานฝ่าาว่าข้าขอเข้าเฝ้า มีเื่ด่วนมากต้องรีบถวายรายงานต่อฝ่าา” ฟู่กั๋วกงได้รับจดหมายจากบุตรชาย จึงรีบเข้าวังหลวงเพื่อพบฮ่องเต้ทันที
“ข้าน้อยจะรีบเข้าไปรายงานเดี๋ยวขอรับ”
ขันทีหน้าตำหนักหายเข้าไปด้านในไม่นาน ก็กลับออกมาเชิญฟู่กั๋วกงเข้าพบฮ่องเต้ได้
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าา”
“อืม ตามสบายเถิดฟู่กั๋วกง ได้ยินขันทีด้านนอกบอกว่าท่านมีเื่สำคัญ ยามนี้นอกจากเื่ของแคว้นต้าเหลียน ก็ยังมีเื่ขององค์หญิงใหญ่ แล้วเื่ของท่านเกี่ยวข้องกับเื่ใดงั้นรึ” ฮ่องเต้ยังทรงกังวลเื่ท่าทีของแคว้นต้าเหลียน ที่ยังไม่มีทีท่าจะส่งสาสน์
ตอบกลับมา เกี่ยวกับสิ่งที่เหลียนเป่ยอ๋องคิดจะทำกับพระองค์
“กระหม่อมขอแสดงความยินดีกับฝ่าา ตอนนี้องค์หญิงใหญ่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว และอยู่ระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
“พรึ่บ!! ท่านพูดว่าอะไรนะ!”
“ยินดีกับฝ่าาด้วยพ่ะย่ะค่ะ ในที่สุดองค์หญิงใหญ่ก็ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ฝ่าานี่เป็เื่ที่น่ายินดีมากยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” ฉีกงกงย่อมดีใจที่ได้ยินเื่นี้ เนื่องจากเห็นองค์หญิงใหญ่มาั้แ่เล็ก ๆ ว่าเป็ที่โปรดปรานมากเพียงใด
“ฟะ เฟยเอ๋อร์ของเจิ้นยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ เจี๋ยเอ๋อร์เ้าดีใจหรือไม่เฟยเอ๋อร์ยังปลอดภัย และจะกลับมาหาพวกเราแล้วนะ” ฮ่องเต้ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองท้องฟ้า และทรงตรัสถึงซู่เจี๋ยหวงกุ้ยเฟยเบา ๆ
“ฟู่กั๋วกงแล้วตามหาองค์หญิงเจอได้อย่างไรหรือ ทั้ง ๆ ที่การสืบหาข่าวเื่พวกโจรลักพาตัว ขาดหายไปนานถึงสองปีเช่นนี้” ฉีกงกงอยากรู้ว่าใครที่สามารถสืบเื่นี้มาได้
“นั่นสิ ไม่ง่ายเลยนะเพราะไม่มีผู้ใดรอดจากเื่ครั้งนั้น”
“เอ่อ ฝ่าาหากกระหม่อมจะขอทูลว่า ที่บุตรชายของกระหม่อมกับรองแม่ทัพเจียง สามารถตามหาองค์หญิงใหญ่ได้สำเร็จ มาจากการช่วยเหลือของคุณหนูเจียงพระองค์จะทรงเชื่อหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านกำลังจะบอกว่าคุณหนูเจียงผู้นี้ คือคนที่ปะติดปะต่อเื่ราวของเหตุการณ์ลักพาตัว ไปสู่ความช่วยเหลือลูกของเจิ้นเช่นนั้นรึ” ฮ่องเต้ทรงนึกถึงสตรีร่างบาง ที่ยืนอยู่กลางท้องพระโรงเมื่อหลายวันก่อน แม้จะตกอยู่ในกำมือของคนร้ายกลับไม่มีท่าทีเกรงกลัวสักนิด
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ เหตุการณ์ลักพาตัวที่เกิดกับองค์หญิงใหญ่ เป็ฝีมือของน้องสาวต่างมารดาของพระสนมหวงกุ้ยเฟย นางเก็บงำความแค้นที่คนรักถูกปะา เพราะคนรักของนางเขียนบทกวีต่อว่าพระสนม ฝ่าาน่าจะทรงจำได้ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เพราะเื่นี้เป็ที่โจษจันทั่วเมืองหลวง
“ช่างบังอาจนัก! กล้าวางแผนร้ายกับลูกของเจิ้นเชียวรึ ตอนนี้สตรีผู้นั้นออกเรือนไปอยู่ที่ตระกูลใด”
“ทูลฝ่าานางเซี่ยผู้นี้แต่งเป็อนุให้คหบดีตู้ เ้าของร้านเครื่องประทินโฉมในเมืองหลวง บุตรชายของกระหม่อมกำลังนำตัวพยานกลับมา เพื่อใช้ในการจับนางเซี่ยจากตระกูลตู้พ่ะย่ะค่ะ”
“ดี! เมื่อกลับมาถึงนำตัวพยานส่งกรมอาญา เจิ้นจะทำการไต่สวนด้วยตนเอง” หลังจากทรงรอมาเนิ่นนาน ฮ่องเต้้าทอดพระเนตรคนร้าย ที่กล้าลงมือกับองค์หญิงคนโปรดของพระองค์
“กระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าา ยามนี้เื่ขององค์หญิงใหญ่ก็คลี่คลายได้แล้ว ทรงพักผ่อนพระวรกายสักนิดดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ฉีกงกงย่อมเป็ห่วงพระวรกายของฮ่องเต้ ที่ทรงงานหนักและยังมีปัญหาที่คิดไม่ตกเกี่ยวกับแคว้นต้าเหลียนอีก
“กระหม่อมเห็นด้วยกับฉีกงกง ทรงพักผ่อนสักนิดเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“เฮ้อ จะให้เจิ้นพักได้อย่างไรผ่านมาหลายวันแล้ว สาสน์ด่วนจากนกพิราบแคว้นต้าเหลียนยังไม่ตอบกลับมา เจิ้นเกรงว่าฮ่องเต้เหลียนหวู่จินจะยอมเปิดศึกมากกว่าช่วยโอรสน่ะสิ”
“หากพระองค์ทรงเป็กังวลเื่นี้ มิสู้ให้แม่ทัพใหญ่นำกองทัพพร้อมตัวประกัน เดินทางไปยังชายแดนถ้าสามารถเจรจาตกลงกันได้ย่อมเป็ทางเลือกที่ดี ทว่าหากการตกลงเจรจาไม่สำเร็จคิดจะเปิดศึกระหว่างแคว้น กองทัพที่ยิ่งใหญ่ของเราย่อมพร้อมรบมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม แผนนี้ของท่านไม่เลวฟู่กั๋วกง เช่นนั้นเจิ้นรบกวนท่านแจ้งกับแม่ทัพใหญ่ด้วย ส่วนราชการโองการจะส่งไปที่ตระกูลเจียง หลังจากองค์หญิงใหญ่กลับมาถึงเมืองหลวงสามวัน”
แผนการที่ฟู่กั๋วกงคิดอยู่หลายวัน เป็เื่ที่ตัดสินใจจากข่าวที่สายลับส่งมา เนื่องจากฮ่องเต้เหลียนหวู่จินเป็คนขี้ระแวง ไม่ว่าจะเป็บุตรหรือขุนนางเมื่อไร้ประโยชน์ ย่อมตัดทิ้งอย่างไม่ไยดียิ่งได้รู้ว่าเหลียนเป่ยอ๋องถูกพิษ องค์ชายคนอื่นย่อมมีโอกาสในการสร้างผลงาน
เพื่อ่ชิงตำแหน่งรัชทายาทอีกครั้ง
ทางด้านขบวนเดินทางของอวี้จิ่น ตลอดสามวันที่ผ่านมาคอยทายาและดูแลองค์หญิงเป็อย่างดี เมื่อถึงเช้าวันที่สี่ยามที่องค์หญิงลงจากรถม้า ได้สร้างความตกตะลึงให้ทุกคนในขบวนอย่างมาก เนื่องจากใบหน้าที่เคยมีแผลเป็มากมาย แต่ตอนนี้มันหายไปราวกับไม่เคยมี
ยิ่งเผยความงดงามให้ทุกคนได้ยลโฉม โดยเฉพาะเจียงหยวนพอหายตกตะลึง ก็รู้สึกว่าไม่อยากให้ใครมาจ้องมององค์หญิง ร้อนถึงน้องสาวอย่างอวี้จิ่นต้องหาผ้าปิดหน้ามาให้ เจียงหยวนถึงจะยอมออกเดินทางต่อ อวี้จิ่นที่เริ่มเข้าใจในท่าทีของพี่ชายได้ลาง ๆ แต่นั่นเป็เื่ความรู้สึกของคนสองคน หากเป็คู่แห่งโชคชะตาอย่างไรก็ต้องได้อยู่คู่กัน
การเดินทางจากเมืองเหลียวโจวครั้งนี้ ใช้เวลาถึงเจ็ดวันกว่าจะถึงเมืองหลวง ด้วยมีเกวียนนักโทษตระกูลล่ายอีกเกือบสิบชีวิต ทำให้การเดินทางล่าช้ากว่าเดิมเล็กน้อย ถึงกระนั้นขบวนรถม้าที่มีสองพี่น้องตระกูลเจียง และใต้เท้าผู้ตรวจการฟู่เป็ผู้นำเข้าเมืองหลวง จนขบวนเดินทางไปหยุดที่หน้าประตูวังหลวง ย่อมเรียกความสนใจจากผู้คนได้เป็อย่างดี
ฮ่องเต้ทรงรอพร้อมขุนนางในราชสำนัก กระทั่งทอดพระเนตรเห็นสตรีรูปร่างซูบผอม ที่มีอวี้จิ่นคอยประคองลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง ก็ทรงทราบในทันทีว่านั่นคือองค์หญิงใหญ่ การพลัดพรากนานถึงสองปีและไม่รู้ชะตากรรม บัดนี้นางหงส์ได้กลับคืนสู่รังอันใหญ่โต
ที่มีพระบิดาผู้เป็ถึงโอรส์มารอต้อนรับเสียที
ฮ่องเต้เสด็จตรงไปหาองค์หญิงโดยไม่ลังเล พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ให้ พระสุรเสียงนุ่มลึกเปล่งออกมาเบาๆ แต่หนักแน่น “เฟยเอ๋อร์ เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?”
องค์หญิงใหญ่แม้จะอ่อนล้า ก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงแ่เบา.“หม่อมฉันถวายพระพรเสด็จพ่อเพคะ เพียงได้พบเสด็จพ่ออีกครั้งหม่อมฉันรู้สึกปลอดภัยเสมอเพคะ” ดวงพระเนตรขององค์หญิงใหญ่คลอไปด้วยน้ำตาสีใสที่พร้อมจะร่วงหล่นได้ทุกเมื่อ
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรดูองค์หญิงใหญ่อย่างอ่อนโยน และโล่งในพระทัยบัดนี้พระองค์มิใช่แค่ผู้ปกครองแคว้น แต่เป็พระบิดาผู้รอคอยการกลับมาของบุตรสาวสุดที่รัก
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าา/ถวายบังคมเพคะฝ่าา”
“พวกเ้าลุกขึ้นเถิด เจิ้นขอบใจพวกเ้าทุกคนมากจริง ๆ ที่ตามหาและช่วยเหลือองค์หญิงกลับมาอย่างปลอดภัย” ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรมองทั้งสามคน ทรงระลึกถึงความกล้าหาญและเป็ผู้มีพระคุณในครั้งนี้
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมล้วนทำตามหน้าที่ของขุนนาง อีกทั้งยังลบล้างความรู้สึกผิดที่ติดค้างอยู่ในใจ ซึ่งยามนั้นกระหม่อมไม่อาจช่วยเหลือองค์หญิงได้ทัน” เจียงหยวนรู้สึกไม่มีอันใดค้างคาในใจ เมื่อเื่นี้ได้ชำระล้างออกไปจากใจของเขา
“เสด็จพ่อต้องตกรางวัลกับทุกคนให้มาก หากรองแม่ทัพเจียงไม่นำคนไปช่วยลูก ชาตินี้คงมิได้กลับมาพบเสด็จพ่ออีกแล้วเพคะ”
“เฟยเอ๋อร์ไม่ต้องห่วง ทุกคนที่ช่วยเหลือเ้านับว่ามีผลงาน ย่อมได้รับรางวัลอย่างทั่วถึงแน่ ๆ” แม้องค์หญิงใหญ่จะไม่พูดฮ่องเต้ก็ทรงตั้งพระทัยไว้แล้ว
“ทูลฝ่าา หม่อมฉันคิดว่าเื่รางวัลเอาไว้ทีหลังดีหรือไม่เพคะ ยามนี้องค์หญิงใหญ่ควรได้รับการพักผ่อน และเสวยพระกระยาหารอ่อน ๆ รวมถึงยาบำรุงเพื่อฟื้นฟูพระวรกาย หม่อมฉันคิดว่าระยะเวลาสองปีที่ทรงถูกใช้ทำงานอย่างหนัก พระองค์ต้องดื่มยาบำรุงเป็เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนเพคะ” อวี้จิ่นช่วยรักษาแผลภายนอกให้หายได้ แต่ยาบำรุงที่ต้องดื่มนางไม่อาจใช้ยาที่ดีที่สุดได้ มิฉะนั้นพวกหมอหลวงคงเกิดข้อสงสัยและตั้งแง่เป็ศัตรูกับนางแทน
“เจิ้นดีใจจนลืมเื่นี้ไปเสียได้ เฟยเอ๋อร์เ้ากลับไปพักผ่อนที่ตำหนักก่อนนะ ประเดี๋ยวพ่อจะให้หมอหลวงตามไป จะได้จัดยาบำรุงที่เหมาะสมกับเ้า ฉีกงกงอย่าลืมส่งคนไปแจ้งสำนักหมอหลวงด้วยเล่า”
“เสด็จพ่อเพคะ ลูกขอเป็ยาบำรุงจากร้านคุณหนูเจียงได้หรือไม่ ระหว่างทางก็ได้ยานี้ถึงทำให้ลูกไม่ล้มป่วยหนัก อาการอ่อนล้ากลับดีขึ้นและทานอาหารได้มากด้วยเพคะ” ที่ทรงขอกับพระบิดาเช่นนี้เพราะรู้สึกว่ายาของอวี้จิ่นช่วยให้อาการต่าง ๆ ดีขึ้นจริง ๆ
“ได้ ๆ ๆ เป็ยาจากร้านของคุณหนูเจียงทุกอย่าง ตามที่เฟยเอ๋อร์้าเป็อย่างไร”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อเพคะ”
“เช่นนั้นหม่อมฉันจะจัดยาที่จำเป็ต่อองค์หญิง ทางด้านคนที่จะนำยามาส่งคือผู้ช่วยที่ร้านยา แต่ผู้ที่มารับยาทั้งหมดขอฝ่าาส่งคนที่ทรงไว้วางพระทัย หม่อมฉันไม่้าให้มีใครฉวยโอกาสสับเปลี่ยนยา เพื่อปลุกปั่นใส่ร้ายว่าตระกูลเจียงใช้ความดีความชอบ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากองค์หญิงใหญ่เพคะ” อวี้จิ่นต้องระวังเกี่ยวกับเื่นี้เป็อย่างมาก เนื่องจากมีโอกาสที่จะถูกคนใส่ร้ายได้
“ฝ่าากระหม่อมก็คิดเช่นเดียวกับคุณหนูเจียงพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรเสียย่อมมีคนอยากลดทอนอำนาจของแม่ทัพใหญ่ ไม่ว่าจะอิจฉาริษยาหรือเจรจาให้อยู่ฝ่ายของตนไม่สำเร็จ หากยาดี ๆ ถูกสับเปลี่ยนและใส่ยาพิษเข้าไปแทน ตระกูลเจียงจะรอดพ้นจากข้อกล่าวหาได้หรือพ่ะย่ะค่ะ” เื่นี้ฟู่หลงเหยียนย่อมเห็นด้วยเต็มสิบส่วน คนที่อยู่ในมุมมืดจะไม่ฉวยโอกาสเล่นงานแม่ทัพใหญ่ได้หรือ
“อืม พวกเ้าทั้งฉลาดและรอบคอบมาก เจิ้นจะมอบป้ายเงินอนุญาตให้คนของร้านสารพัดยา นำยาไปส่งให้ถึงตำหนักองค์หญิงใหญ่โดยตรง จะไม่มีการส่งยาผ่านมือของผู้ใดทั้งสิ้น”
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าา”
“เอาล่ะทีนี้เฟยเอ๋อร์จะกลับไปพักผ่อนได้หรือยังเล่า” ฮ่องเต้ทรงหันไปตรัสกับพระธิดาคนโปรด ที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับอวี้จิ่น
“เพคะ เช่นนั้นลูกทูลลาเสด็จพ่อเพคะ”
“พวกเ้าดูแลองค์หญิงใหญ่ให้ดี หากเกิดอันใดขึ้นระวังเงาหัวของพวกเ้าไว้”
“พวกหม่อมฉันรับพระบัญชาเพคะ”
เมื่อนางกำนัลพาองค์หญิงใหญ่กลับตำหนัก เจียงหยวนทำเพียงปรายตามองไปชั่วครู่ ก่อนจะกราบทูลเื่ของเซี่ยเยว่เสี่ยงต่อฮ่องเต้
“ทูลฝ่าานักโทษจากตระกูลล่ายถูกส่งตัวไปยังกรมอาญาแล้ว หลังกลับจากวังหลวงกระหม่อมและใต้เท้าฟู่ จะนำกำลังคนไปจับตัวอนุภรรยาของคหบดีตู้ ผู้ที่อยู่เื้ัการลักพาตัวองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ” เจียงหยวน้าให้เซี่ยเยว่เสี่ยงได้รับโทษโดยเร็ว
“ดี เจิ้นจะรอพวกเ้าอยู่ที่กรมอาญา วันนี้นางต้องได้รับโทษที่ทำกับเฟยเอ๋อร์อย่างสาสม” เมื่อพูดถึงเื่ตัวการของเื่นี้ พระพักตร์ของฮ่องเต้ทรงมีโทสะขึ้นมาไม่น้อย
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมทูลลา” เจียงหยวนหันหลังเดินออกจากวังหลวงพร้อมสหาย จุดหมายคือจวนของคหบดีตู้ผู้ร่ำรวย ซึ่งเ้าของจวนมิได้อยู่ที่เมืองหลวง มีเพียงฮูหยินเอกที่มารับหน้าเท่านั้น
“พวกท่านทุกคนแยกย้ายกันกลับไปเถิด ยกเว้นใต้เท้าถงท่านไปพร้อมกับเจิ้นก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ทรงทราบแก่พระทัยดีว่าขุนนางที่มามีใครบ้างที่มิได้รู้สึกยินดี กับการกลับมาขององค์หญิงใหญ่
“พวกกระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”
