“พี่ลืมไป ว่าเธอขายตัวให้พี่เพราะเงิน” พิมพ์มาดานิ่งอึ้งกับคำพูดห่างเหินของชายหนุ่ม เธอค่อย ๆ เลื่อนสายตาขึ้นมองเทวทิณณ์พร้อมกับน้ำตาไหลรินออกมา อย่างเข้าใจความหมายว่าความผิดครั้งนี้ไม่มีทางที่ชายหนุ่มอภัยให้
“ไปเก็บเสื้อผ้าของเธอซะ” ชายหนุ่มกลั้นใจพูดคำนั้นออกมา ในขณะที่หัวใจของเขาแตกสลายแล้วเป็เสี่ยง ๆ คนอย่างเทวทิณณ์ไม่เคยต้องเสียน้ำตาเพราะความรัก แต่นี่เป็ครั้งแรก ที่เขารับรู้ถึงความผิดหวัง ก่อนที่พิมพ์มาดาจะปาดน้ำตาบนแก้มออก รู้ชะตาตัวเองในทันทัน
“ถ้าพิมพ์เรียนจบ พิมพ์จะพยายามหาเงินมาคืนนะคะ”
“ไม่ต้อง” เสียงแข็งกระด้างทำให้หญิงสาว เดินเข้ามาหา แล้วเอื้อมไปจับมือเขา ทว่าชายหนุ่มปัดออกด้วยความเ็ป พิมพ์มาดาชะงักนิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความอ่อนโยนของเขาหายไปในพริบตา หลงเหลือเพียงความเ็าเข้ามาแทนที่ ก่อนที่เธอจะฝืนยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ
“พิมพ์รู้ค่ะ ว่าสิ่งที่พิมพ์ทำมันยากจะให้อภัย พิมพ์ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ นอกจากคำว่าขอโทษ พิมพ์ขอโทษนะคะ ถ้าครอบครัวของพิมพ์กลับมาอยู่พร้อมหน้าเมื่อไหร่ พิมพ์จะหาเงินมาคืนพี่ทิณณ์ให้ได้ค่ะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับน้ำตาไหลอาบแก้ม มือหนาของชายหนุ่มค่อย ๆ กำแน่น แล้วเดินหลบไปเพราะไม่อยากฟังคำโกหกหลอกลวงของเธออีก
สองเท้าเล็กเดินเข้ามาในห้องนอน ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงแล้วก้มหน้าร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เธอไม่เคยรู้ว่าได้มอบหัวใจให้เขาแล้วทั้งดวง กระทั่งถึงวันนี้ หญิงสาวค่อย ๆ เก็บเสื้อผ้าทีละชิ้นใส่กระเป๋าพร้อมกับความเ็ปอย่างแสนสาหัส ภาพที่เขาเคยโอบกอดและบอกรักซ้ำ ๆ ยังคงดังก้องอยู่ในหัว
เมื่อเวลาผ่านไปเธอเก็บข้าวของทุกอย่างหมดสิ้นแล้ว หญิงสาวจึงเดินออกจากห้องนอน แล้วทอดสายตามองร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟา พร้อมกับเสียงกดกริ่งดังขึ้นถี่ ๆ ทำให้เทวทิณณ์เดินไปเปิดประตู พบกับปุยนุ่นและชนกันต์อยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” ปุยนุ่นแสร้งถาม
“นุ่นกับกันต์ เห็นสถานการณ์ไม่ดีั้แ่อยู่ที่บ้าน ก็เลยตามมาค่ะ แล้วพิมพ์เก็บเสื้อผ้าทำไม มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันนะคะ” ปุยนุ่นทำทีเดินมาจับกระเป๋าของพิมพ์มาดา ก่อนที่มือของเทวทิณณ์จะดึงเธอกลับไป
“เรากับพิมพ์เลิกกันแล้ว ตอนนี้พิมพ์กับเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก” คำพูดตัดขาดของชายหนุ่ม ทำให้พิมพ์มาดาน้ำตาไหลพรากลงมา แล้วเบี่ยงตัวเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำมากมายที่ติดอยู่ในใจของเทวทิณณ์
เขาค่อย ๆ หันมองเธอที่เดินจากไป สองจิตสองใจจะเหนี่ยวรั้งไว้ เพราะหัวใจเ็ป เกินจะทนเห็นเธอหันหลังให้เขา แต่แล้วศักดิ์ศรียังคงค้ำคอ เมื่อเธอเป็เพียงผู้หิวเงิน ที่มองความรักของเขาเป็สิ่งไร้ค่า ก็ควรปล่อย....แล้วเก็บความเ็ปไว้แต่เพียงผู้เดียว ใบหน้าหล่อเหลาตัดสินใจละจากภาพตรงหน้า แล้วทิ้งมือลงอย่างคนหมดเรี่ยวแรง
“พวกนายกลับไปก่อนนะ ฉันไม่พร้อมรับแขก” น้ำเสียงสั่นเครือที่เปล่งออกมา แสดงถึงความเ็ปภายใจของเขาที่ซ่อนไว้ มือหนาเตรียมปิดประตู ทว่าหญิงสาวก้าวเท้ามาดักได้ทัน
“ทิณณ์ เดี๋ยวก่อนสิ” ยังไม่ทันที่ปุยนุ่นพูดจบ ชนกันต์ก็ดึงร่างเล็กออก ปล่อยให้เทวทิณณ์ปิดประตูไปต่อหน้าต่อตา หญิงสาวนิ่งอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าควรดีใจที่พิมพ์มาดาออกไปจากชีวิตเทวทิณณ์ หรือควรเสียใจที่เห็นเขารักพิมพ์มาดามากเพียงใด
“กันต์...เราตาฝาดใช่ไหม ที่เห็นเขาร้องไห้” ปุยนุ่นเอ่ยถามชนกันต์เพื่องปลอบใจตัวเอง
“เธอไม่ได้ตาฝาดหรอก ทิณณ์ร้องไห้จริง ๆ” ชายหนุ่มตอบตามความเป็จริง
“ฉันไม่เคยรู้ว่าเขารักพิมพ์มากขนาดไหน จนได้เห็นกับตาในวันนี้ เธอว่าฉันจะทำให้เขาเลิกรักพิมพ์ได้ไหม” สองเท้าของปุยนุ่นก้าวเดินออกมาพร้อมคำถาม หวังว่าคำพูดของอีกฝ่ายจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น
“นั่นมันก็อยู่ที่ความสามารถของเธอแล้วล่ะ ตอนนี้เราทำหน้าที่เสร็จแล้ว ช่วยโอนเงินให้เรา ตามข้อตกลงด้วย” เขาส่งยิ้มให้หญิงสาวราวกับว่าทุกอย่างกำลังผ่านพ้นไปด้วยดี โดยไม่สนใจว่าน้องสาวของเขานั้นจะเสียใจผิดหวังมากแค่ไหน
“นุ่นถามอะไรอย่างสิ”
“ว่ามา”
“ทำไมถึงยอมช่วยนุ่น”
“จะให้เราตอบแบบไหน ถ้าตอบตรง ๆ ก็ตอบเลยว่า ที่ยอมช่วยเธอ ก็เพราะค่าตอบแทนไงล่ะ” ปุยนุ่นชะงักนิ่ง ก่อนเธอจะควานหามือถือในกระเป๋า แล้วกดโอนเงินจำนวนดังกล่าวให้ตามข้อตกลง
“ต่อไปนี้ น้องสาวเราจะหลุดจากวงโคจรของเทวทิณณ์ไปตลอด หวังว่าเธอจะทำให้เขารักเธอได้ในที่สุดนะ” ปุยนุ่นเงยหน้ามองอีกฝ่าย แล้วฝืนยิ้มออกมา
“เธอลืมไปหรือเปล่า ว่าเราเป็ถึงดารา ฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ต่างจากเขา ไม่มีใครเหมาะสมกับเขาเท่าเราอีกแล้วล่ะ เพียงแค่ไม่มีน้องสาวเธอ เราจะทำให้เขารักเราให้ได้”
“งั้นก็ดี”
หลังจากเทวทิณณ์ปิดประตูขังตัวเองอยู่ในห้องแล้ว ทุกอย่างรอบกายคล้ายกำลังหยุดหมุน หัวใจของเขาแตกสลายเป็เสี่ยง ๆ เ็ปเกินกว่าใครจะเข้าใจ เทวทิณณ์หอบเอาสังขารทิ้งตัวนั่งยังโซฟาพร้อมน้ำตาค่อย ๆ ไหลรินออกมา
