มู่หลินหว่านใช้เวลาอยู่ในมิติพักใหญ่ถึงได้กลับออกมา และหยุดฟังเสียงโดยรอบกระท่อมหลังเล็กอยู่สักพัก เมื่อไม่มีเสียงของใครจึงวางใจได้ว่าวันนี้คงไม่เกิดเื่เช่นเมื่อเช้าอีก คืนนี้มู่หลินหว่านย่อมได้นอนหลับอย่างสบายใจเสียที แต่ในยามเช้าก่อนเวลาอาหารนางต้องไปที่ห้องครัวเสียหน่อย เพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัยว่าเหตุใดนางยังมีชีวิตอยู่ได้หลายวัน ทั้งที่ถูกทำโทษหนักและไม่ได้ทานข้าวหรือยาแม้แต่น้อย จนพวกบ่าวไพร่บางคนยังคิดว่ามู่หลินหว่านตายอยู่ในกระท่อมหลังเล็กไปแล้ว แต่ที่นางยังไม่รู้ก็คือพวกบ่าวไพร่ที่ห้องครัวรอหาเื่นางอยู่ต่างหาก
คืนแรกของการได้เข้ามาใช้ชีวิตในยุคโบราณที่ตนชื่นชอบเช่นนี้ ไม่มีอะไรทำให้นางหนักใจขอเพียงหลังจากนี้บำรุงตนเองให้มากเข้าไว้ ร่างกายย่อมกลับมาแข็งแรงได้ในเร็ววันอย่างแน่นอน ต้นยามเหม่ามู่หลินหว่านตื่นล้างหน้าแปรงฟันในห้องนอนของตนในมิติ หลังจากนั้นเดินมุ่งหน้าไปยังห้องครัวตามความทรงจำของร่างเดิม เมื่อมาถึงก็ถูกมองด้วยสายตาไม่เป็มิตรอย่างมาก
แต่แล้วอย่างไรใครสนใจกันเพราะนางมาหาของกิน ไม่ได้มาหาเื่ใครเสียหน่อยถึงจะเป็เช่นนั้น ใช่ว่าเื่จะไม่วิ่งเข้ามาหาเสียเมื่อไหร่ แม้จะพอเดาได้จากสีหน้าทุกคนแต่มู่หลินหว่านคนใหม่ ใช่จะยอมให้รังแกกันได้โดยง่ายเช่นแต่ก่อนอีกต่อไป ยามนี้ใครเปิดมานางยินดีสวนกลับไม่มีการออมมือ
“โย้ว พวกเราดูสิว่าเช้านี้ใครเดินมาถึงห้องครัวแต่เช้ามืดได้ สงสัยจะนอนพักอย่างเต็มที่ถึงได้รีบกลับมาทำงานกระมัง”
“ฮึ ก็นึกว่าใครที่แท้ก็คุณหนูตกอับที่แม้แต่นายท่านก็ไม่แลนี่เอง จิ๊ ๆ ๆ ช่างน่าสงสารเหลือเกินวันนี้เดินมาถึงห้องครัว จะนำความโชคร้ายเสนียดจัญไรอันใดมาปล่อยทิ้งไว้หรือไม่นะ”
“อี๋ ทำไมห้องครัวถึงได้เหม็นสาบสิ่งสกปรกไปทั่วเช่นนี้เล่า เหล่าเ้านายในจวนแห่งนี้ทนไปได้อย่างไรกันนะ ดั่งคนไม่ได้อาบน้ำมาเป็ปียามที่ทำอาหารสิ่งสกปรกไม่ลงไปในหม้อด้วยหรือเนี่ย แหวะ!! แค่คิดก็จะอาเจียนออกมาอยู่แล้ว ดูสิผักก็เหี่ยวเฉาหมูก็เริ่มมีกลิ่นแล้วแต่เ้านายทุกคนในบ้านก็ยังทานต่อไปได้ ข้าล่ะนับถือความกล้าหาญกับการทานอาหารที่จะเน่าเสียพวกนี้จริง ๆ” เมื่อมีคนเปิดประเด็นก่อนจะปิดปากไม่ตอบโต้ก็กลัวจะเสียมารยาท
“พวกเราดูสิวันนี้คุณหนูตกอับกล้าเถียงกลับด้วยล่ะ ที่ได้แอบอู้งานไปหลายวันเพราะมัวแต่ฝึกคำพูดพวกนี้ล่ะสิ ถ้าเ้าคิดว่าในห้องครัวมันสกปรกแล้วมาที่นี่ทำไม นู่นกลับไปนอนในกระท่อมสะอาด ๆ ของเ้าต่อไปสิข้าว่านะพื้นห้องครัวยังสะอาดกว่าเสื้อผ้าของเ้าเสียอีก ฮ่า ๆ ๆ”
“อ้อ ข้าเข้าใจแล้วเพราะพ่ออย่างเสนาบดีมู่ไม่สนใจใยดีในตัวบุตรสาว ถูกเฉดหัวให้มากระท่อมโทรม ๆ ท้ายจวนทำงานเยี่ยงทาส พวกบ่าวไพร่ทั้งหลายจึงสามารถพูดจาดูถูกอย่างไรก็ได้งั้นหรือ อือ ถ้าเื่นี้ถูกพูดถึงเป็วงกว้างอำนาจในมือของเสนาบดีมู่จะสั่นคลอนหรือไม่นะ น่าสน ๆ ยามนี้ข้าเป็แค่สาวใช้ไม่ใช่บุตรสาวของเสนาบดีมู่ หากจะไปซุบซิบนินทาเื่เ้านายในตลาดบ้างคงไม่เป็ไรหรอกเนอะพวกเ้าว่าไหม คิ คิ คิ”
“หนอยแหน่ นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคิดจะสุมไฟให้นายท่านรึ อย่าได้ฝันไปเลยพวกข้าจะช่วยให้เ้าได้นอนพักผ่อนต่ออีกหน่อย จะได้รู้ว่าสิ่งใดควรพูดสิ่งใดไม่ควรพูด พวกเ้าสองคนจับตัวนางเอาไว้ข้าจะอบรมสั่งสอนแทนมารดาของนางเอง” หัวหน้าแม่ครัวสั่งสาวใช้สองคนที่อยู่ข้าง ๆ เพื่อจับตัวมู่หลินหว่านจะได้ตบตีอย่างถนัดมือ
“เ้าค่ะ/เ้าค่ะ”
มู่หลินหว่านที่ระวังตัวอยู่แล้วเมื่อเห็นว่าสาวใช้สองคนนี้ กำลังจะเข้ามาจับตนเองจึงหยิบไม้กระบองที่ยืดได้หดได้ออกมา ซึ่งเป็สิ่งที่เ้าจอมมีไว้สำหรับป้องกันตัวในโลกก่อน ไม่ต้องรอให้สาวใช้สองคนนี้ถึงตัวก็รีบกดปุ่มสะบัดไม้กระบองออก จากนั้นเริ่มฟาดไปตามตัวของสาวใช้รวมถึงหัวหน้าแม่ครัวปากดี คิดจะอบรมสั่งสอนตนเองแทนมารดาที่ตายไปแล้ว จนทั้งสามคนมีรอยฟกช้ำจากการถูกตีไปทั่วร่างกาย และอาจจะเจ็บไปถึงกระดูกก็เป็ได้
“อยากเจ็บตัวก็เข้ามาจับตัวข้าให้ได้สิ”
“อวดเก่งดีนักประเดี๋ยวเ้าต้องร้องขอชีวิตจากป้าจางแน่”
“ฟึบ! เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! โอ๊ย เพี๊ยะ!! อ๊าย เพี๊ยะ!! โอ๊ย เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!! กรี๊ดดด เพี๊ยะ!!”
“พอแล้ว ๆ ๆ หยุดตีเถิดข้าเจ็บไปหมดทั้งตัวแล้ว ข้าแค่ทำตามคำสั่งไม่ได้คิดจะทำร้ายท่านเลยจริง ๆ โอย”
“เข้ามาอีกสิอยากเจ็บตัวกันมากนักก็เข้ามา จะจับตัวข้ามิใช่หรือ ที่ผ่านมาตั้งหลายปีข้าก็เจ็บเช่นนี้เหมือนกัน แต่ไม่เห็นมีผู้ใดหยุดมือที่เอาแต่ตบตีข้าสักครั้งเลยนี่ พอพบเจอกับตนเองกลับจะขอให้หยุดมือมันไม่ยุติธรรมสำหรับข้า เมื่อครู่เ้าหัวหน้าแม่ครัวจางเป็คนออกคำสั่งสินะ เช่นนั้นก็ลองลิ้มรสความเ็ปดูบ้างจะเป็ไร” มู่หลินหว่านพูดจบก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาป้าจางและฟาดไม้กระบองลงไปไม่ยั้ง
“มะ มะ ไม่อย่าทำข้าเหมือนพวกนางหากข้าาเ็แล้วใครจะทำอาหาร มู่หลินหว่านเ้ากำลังหาเื่ใส่ตนเองอย่างแท้จริง” นางจางพูดไปเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ
“มาถึงขึ้นนี้แล้วเ้าคิดว่าข้ากลัวอย่างที่พวกเ้าพูดหรือไม่เล่า พวกเ้าที่ยืนมองอยู่ด้านนอกหากใครกล้านำเื่นี้ไปฟ้องฮูหยิน ข้าจะตามไปตัดลิ้นให้หมดทุกคนอย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำ พวกเ้าก็คงเห็นเื่ในตอนนี้แล้วว่าข้าจะกล้าทำจริงหรือไม่ เอาล่ะถึงเวลาที่คนแก่เช่นเ้าจะต้องนอนพักบ้างแล้วล่ะ”
“เพี๊ยะ!! กรี๊ด เพี๊ยะ!! โอ๊ย เพี๊ยะ!! โอ๊ย เพี๊ยะ!! หมับ! ปึก”
“โอ๊ย จะ จะ เ้าจะทำอะไรกับมือของข้าคงไม่ได้จะไม้นั่นที่อยู่ในมือของเ้า ทุบมันลงมาบนมือของข้าใช่ไหมมู่หลินหว่าน คิดทบทวนให้ดีหากข้าไม่สามารถทำอาหารได้ละก็ นายท่านกับฮูหยินต้องลงโทษเ้าหนักกว่าเดิมแน่ อึก”
“เช่นนั้นหรือน่ากลัวเสียจริงแต่บังเอิญว่ามันคือสิ่งที่ข้า้า อย่ามัวโน้มน้าวให้เสียเวลาจะดีกว่าเรามาลงมือกันเถิดจะได้จบ ๆ เสียที”
“ไม่นะ ไม่ ๆ ๆ ม่ายยยยยยยยย!! กรี๊ดดดดดด”
“ปึง! ปึง! อ๊ายยยย กร๊อบ!”
“ตุบ เฮ้อ เหนื่อยใช่ย่อยนะเนี่ยไม่ไหวผอมแห้งเช่นนี้ทุบตีคนไม่สนุกเลย เอาไว้คราวหน้ารอให้ข้าแข็งแรงมากกว่านี้อีกสักหน่อย ค่อยกลับมาเล่นกับพวกเ้าอีกครั้งก็แล้วกัน ฟู่ว อาหารเน่า ๆ ไม่เห็นจะน่ากินตรงไหนกลับไปหาผักมาทำอาหารเองดีกว่า”
‘นี่นางยังคิดจะกลับมาทุบตีพวกเราอีกงั้นหรือ ยามนี้ยังไม่ค่อยแข็งแรงก็ช้ำไปทั้งตัวแล้วถ้านางแข็งแรงเช่นคนทั่วไป พวกเราทุกคนไม่ตายคามือนางไปเลยรึ’
มู่หลินหว่านหันหลังเดินออกจากห้องครัวไปอย่างสบายอารมณ์ คราแรกยังนึกว่าห้องครัวจะมีอะไรดี ๆ มากกว่านี้เสียอีก เมื่อลองเทียบดูแล้วบ้านสวนของนางยังดีกว่าไม่รู้กี่เท่า จึงกลับมายังกระท่อมและทำอาหารง่าย ๆ ทานเอง โดยไม่รู้ว่ามีคนไม่กลัวคำข่มขู่ของนาง และนำเื่ราวที่เกิดขึ้นในห้องครัวไปรายงานต่อนายท่านของจวนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเื่นี้ทำให้นายท่านอย่างมู่อวี่เฉินถึงกับโมโหจนควันออกหู ยิ่งมีซุนฮูหยินคอยพูดจาโน้มน้าวให้จัดการมู่หลินหว่าน จึงเข้าทางทั้งสองเมื่อมีเื่ร้ายแรงเช่นนี้เกิดขึ้นพอดี
“ตึก ตึก ตึก นายท่านขอรับเกิดเื่ใหญ่ขึ้นที่ห้องครัว แม่ครัวจางได้รับาเ็กระดูกมือหักไม่สามารถทำอาหารได้ขอรับ” พ่อบ้านมู่นำเื่นี้จากบ่าวไพร่ในห้องครัวมารายงานต่อมู่อวี่เฉิน
“เกิดเื่อะไรขึ้นที่ห้องครัวเ้ารีบพูดมาสิจะรอช้าอยู่ใย เหตุใดแม่ครัวถึงาเ็จนกระดูกมือหักได้ นี่ก็ใกล้จะได้เวลาที่ข้าต้องไปทำงานแล้วหากไม่ใช่เื่ใหญ่ จะได้มอบหมายให้ฮูหยินเป็คนจัดการเื่นี้แทน”
“เอ่อ คือเมื่อเช้านี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูรอง นางไปยังห้องครัวและหาเื่ทะเลาะกับพวกแม่ครัวที่กำลังเตรียมอาหาร ถึงขั้นลงไม้ลงมือทุบตีจนแม่ครัวได้รับาเ็กระดูกมือหัก ไม่สามารถทำอาหารได้อีกนานหลายเดือนเชียวขอรับ”
“อะไรนะ!! นี่นางจะกำเริบเสิบสานมากเกินไปแล้วกระมัง ใยเมื่อก่อนไม่เห็นนางจะตอบโต้กลับผู้ใด ท่านพี่เ้าคะคราแรกข้าเองก็ยังไม่อยากเชื่อสักเท่าใดนัก เพราะหย่าเออร์เล่าให้ฟังว่ามู่หลินหว่านตบตีฮุ่ยเหมยาเ็เมื่อวานยามเช้า แต่พอวันนี้กลับเกิดเื่กับพวกแม่ครัวจนกระทบเื่อาหารไปทั้งจวน ปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้วนะเ้าคะท่านพี่ อีกไม่กี่วันที่จวนของเราจะมีงานเลี้ยงน้ำชาแเื่มากมาย หากนางเกิดเป็บ้าขึ้นมาในวันงานละก็พวกเราคงขายหน้าแย่เ้าค่ะ”
“หึ นังเด็กคนนี้ข้าอุตส่าห์ให้ที่อยู่ที่กินไม่ต้องไประเหเร่ร่อนข้างนอก ยังไม่รู้จักสำนึกบุญคุณสร้างปัญหาไม่รู้จักจบจักสิ้น ในเมื่อนางปีกกล้าขาแข็งถึงเพียงนี้ก็ให้ออกไปใช้ชีวิตเองก็แล้วกัน พ่อบ้านมู่ไปตามนางมาพบข้าที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้” มู่อวี่เฉินเองก็ไม่อยากให้บุตรสาวคนนี้อยู่ในจวนเท่าใดนัก เพราะตนเองมิได้รักใคร่เอ็นดูอะไรในตัวนางแม้จะได้ชื่อว่าเป็บุตรของตนก็ตาม
“ขอรับนายท่าน”
พ่อบ้านมู่รับคำและรีบไปยังกระท่อมเก่า ๆ ด้านหลังจวนทันที มู่หลินหว่านกำลังนั่งคิดอยู่ว่าจะเลือกใครเป็เหยื่อ เพื่อสร้างเื่ในวันจัดงานเลี้ยงก็มีเสียงเรียกดังขึ้นเสียก่อน
“มู่หลินหว่านนายท่านเรียกให้เ้าไปพบที่ห้องทำงาน รีบตาม
ข้าไปเดี๋ยวนี้อย่ามัวชักช้ายืดยาดออกมาได้แล้ว”
“แอ๊ด หือ ท่านเสนาบดีมู่้าพบข้าด้วยเื่อันใด รบกวนพ่อบ้านมู่แจ้งให้ทราบสักหน่อยเถิด ข้าจะได้รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรยามที่เข้าไปพบท่านเสนาบดีมู่”
“หึ แล้ววันนี้เ้าไปก่อเื่อันใดเอาไว้ที่ห้องครัวเล่า อย่าบอกว่าเ้าลืมสิ่งที่ตนเองเพิ่งกระทำไปนะมู่หลินหว่าน”
“อ้อ ที่แท้ก็เื่นี้นี่เองสงสัยจะโมโหหิวกันสินะ ขอบใจที่อุตส่าห์มาตามเชิญพ่อบ้านมู่นำทางเถิด”
‘นายหญิงหรือว่าเราจะได้ออกจากจวนนี้ก่อนเวลา หากเป็เช่นนั้นย่อมดีกับตัวท่านน่ะสิเ้าคะ’
‘จริงด้วยเสี่ยวลวี่หากเป็เช่นที่เ้าว่ามาก็ดี แต่พวกเรายังไม่ได้ไปที่ห้องเก็บสมบัติเลยนะ หากถูกไล่ออกจากจวนทันทีจะทำอย่างไรเล่า’
‘เื่นี้นายหญิงไม่ต้องห่วงเ้าค่ะปล่อยให้เสี่ยวลวี่จัดการเอง ท่านต้องได้หนังสือตัดขาดกับตระกูลนี้มาให้ได้ก็พอเ้าค่ะ’
‘ได้ฝากเ้าด้วยนะเสี่ยวลวี่ไว้ข้าได้รับอิสระเมื่อไหร่ จะทำขนมของโปรดที่ข้าชอบให้เ้าลองกินดู’
‘ขอบคุณเ้าค่ะนายหญิง’
เสี่ยวลวี่คุยกับมู่หลินหว่านเสร็จก็หายไปทันที สถานที่ที่เสี่ยวลวี่ไปนั้นไม่ใช่ที่ไหนแต่เป็ห้องเก็บสมบัติ เมื่อเห็นว่าคนตระกูลนี้ทำร้ายเ้านายของตนมากเพียงใด ความเมตตาที่จะทิ้งเงินทองไว้ให้สักเล็กน้อยก็ไม่มีอีกต่อไป เสี่ยวลวี่เก็บสมบัติทั้งหมดเข้าในมิติบ้านสวนทั้งหมด เพียงพริบตาในห้องที่เคยอัดแน่นไปด้วยหีบมากมาย กลับว่างเปล่าเหลือเพียงเศษฝุ่นละอองไว้ให้ดูต่างหน้าเท่านั้น
เมื่อมาถึงภายในห้องทำงานของเสนาบดีมู่ นางเองยังไม่ทันจะได้ทำความเคารพมู่หลินหว่านต้องออกแรงปกป้องตนเอง เนื่องจากคนเป็บิดาลุกขึ้นเดินเข้ามาหาหวังจะตบหน้า เพราะสัญชาตญาณที่มีจึงยกมือขึ้นปัดมือหนาได้ทัน ก่อนที่มันจะฟาดลงมาบนใบหน้าเรียวอย่างแรงเสียก่อน
“หมับ! ยังไม่ทันให้ข้าได้ทำความเคารพตามมารยาท เสนาบดีมู่ก็คิดจะใช้ความรุนแรงต่อสตรีอ่อนแอแล้วงั้นหรือ”
“นี่เ้า! ดี ดีจริง ๆ อยู่อาศัยกินนอนในจวนของข้ายังกล้าโต้เถียงกับเ้าของจวน ไหนจะทำร้ายบ่าวไพร่จนาเ็อีกหลายคนใครให้ความกล้านี้แก่เ้า” เสนาบดีมู่ไม่คิดว่าจะถูกมือบางยกขึ้นมาปัดป้อง มิหนำซ้ำแรงที่นางใช้จับมือตนคล้ายกับคนไม่เคยเจ็บป่วยสักนิด
“เื่แค่นี้ไม่จำเป็ต้องให้ใครมามอบความกล้าให้ข้าหรอกเ้าค่ะ และใช่จวนนี้เป็ของตระกูลมู่ที่มีท่านเป็เ้าของ แต่ก่อนที่ตระกูลท่านจะยิ่งใหญ่ได้ถึงทุกวันนี้ คิดทบทวนดูสักนิดก่อนจะพูดมันออกมาจะดีกว่าไหมเ้าคะ ว่าใครที่คอยช่วยเหลือท่านทุกอย่างเพื่อสนับสนุนท่าน ขอเพียงให้คนเช่นท่านสอบผ่านจอหงวนเข้ารับราชการ ใครจะคิดว่าคนที่มารดาของข้ารักมากกลับเป็คนที่ร้ายกาจ ทรยศหักหลังเมื่อได้ดิบได้ดีเป็ขุนนางเรืองอำนาจ ท่านคงจะภูมิใจในตนเองมากกระมังเสนาบดีมู่” มู่หลินหว่านตอบกลับอย่างไม่กลัวและสบตายามที่พูดอยู่ตลอดเวลา
“เ้าอย่ามาเปลี่ยนเื่ที่ตนเองกระทำความผิด จะยอมรับโทษแต่โดยดีหรือจะให้ข้าออกคำสั่งไล่เ้าออกไปจากที่นี่ จวนของข้าไม่เลี้ยงคนอกตัญญูไว้ให้เปลืองเงินทอง หากจะอยู่ที่นี่ต้องรู้จักสงบเสงี่ยมอย่าได้สร้างปัญหาขึ้นมาอีก ข้าจะให้โอกาสเ้าเป็ครั้งสุดท้ายนะมู่หลินหว่าน” มู่อวี่เฉินไม่ยอมรับว่าสิ่งที่บุตรสาวคนรองพูดออกมาคือเื่จริง
“ฮึ ใครจะไปอยากอยู่ในจวนที่เหมือนนรกกันล่ะเ้าคะ ยามนี้สบโอกาสที่จะกำจัดข้าไปให้พ้นได้เสียที เมื่อข้าไปตายอยู่ด้านนอกท่านก็ไม่ต้องถูกผู้คนครหา แต่จะได้รับความเห็นอกเห็นใจจากชาวบ้านแทน เอาเป็ว่าข้ามู่หลินหว่านไม่้าอยู่ที่นี่อีก รบกวนท่านเสนาบดีมู่มอบหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ เป็ตายไม่เผาผีไม่ว่าจะยากจนหรือร่ำรวยเงินทองมีชื่อเสียง จะไม่ขอมีส่วนข้องเกี่ยวใด ๆ ต่อกันอีกไปตลอดชีวิต หรือจะให้ดีรบกวนท่านตัดชื่อข้ากับท่านแม่ออกจาก
ผังตระกูลได้ก็ยิ่งดีเ้าค่ะ”
“อวดดีเหมือนแม่ของเ้าไม่มีผิดหากข้ารู้ว่าแม่ของเ้า จะเป็สตรีหัวแข็งต่อต้านสามีก่อนที่นางจะตายเช่นนี้ คงไม่คิดแต่งนางมาเป็ภรรยาให้เสียเวลาหรอก หน้าที่ของสตรีมิคิดจัดการแต่ชอบสอดมือมายุ่งเื่ของบุรุษ หากเ้า้าเช่นนั้นก็ดีเหมือนกันข้าจะได้เชิญไต้ซือมาทำบุญล้างความอัปมงคล ที่อยู่ในจวนมานานหลายปีให้หมดไปซะ พ่อบ้านมู่เตรียมหมึกกับกระดาษให้ข้าวันนี้ต้องไม่มีนางเสนอหน้าอยู่ในจวนนี้อีก อย่าลืมลบชื่อของนางออกจากผังตระกูลทั้งแม่ทั้งลูก”
“ไอหยา ขอบคุณท่านเสนาบดีมู่มาก ๆ เลยเ้าค่ะ หากไม่เป็การรบกวนจนเกินไปขอเพิ่มอีกหนึ่งอย่างได้หรือไม่ ป้ายิญญาของท่านแม่ข้า้านำติดตัวไปด้วย หวังว่าท่านจะยกให้แต่โดยดีถึงอย่างไรท่านก็ไม่้าอยู่แล้ว มิสู้มอบให้ข้าเป็สมบัติติดตัวไปเสียจะดีกว่าเ้าค่ะ” มู่หลินหว่านลอยหน้าลอยตาเอ่ยขอป้ายิญญามารดา โดยไม่สนใจว่ายามนี้เสนาบดีมู่จะมีสีหน้าท่าทางเช่นไร
เสนาบดีมู่รีบนั่งลงเขียนหนังสือตัดขาดให้มู่หลินหว่าน ที่สำคัญเขาไม่อนุญาตให้นางใช้แซ่มู่อีกต่อไป แต่นั่นไม่ใช่เื่ที่มู่หลินหว่านให้ความสนใจ นางกลับไปใช้แซ่ของมารดาแทนก็มิได้มีปัญหาอันใด หรือจะสร้างตระกูลใหม่ขึ้นมาเป็ของตนเองก็ย่อมได้ ตราประทับของตระกูลมู่ประทับบนกระดาษเรียบร้อย นี่คือสิ่งที่มู่หลินหว่าน้ามากที่สุดในเวลานี้ เมื่อได้มันมาอยู่ในมือนางไม่รอช้ารีบก้มหัวลงขอบคุณ และกล่าวอำลาเสนาบดีมู่อย่างรวดเร็ว
“หมับ! ขอบคุณท่านเสนาบดีมู่ที่ยินดีมอบหนังสือฉบับนี้ให้ข้า หวังว่านับต่อจากไปพวกเราจะไม่ต้องพบกันอีกนะเ้าคะ ลาก่อน ลาขาด ลาจากตระกูลที่น่ารังเกียจตลอดไปเ้าค่ะ อ้อ แต่หากบังเอิญได้พบเจอรบกวนอย่าได้เอ่ยทักทาย หรือชวนพูดคุยเนื่องจากั้แ่วันนี้เป็ต้นไป พวกเราไม่รู้จักมักจี่เป็เพียงคนแปลกหน้าเท่านั้น ขอตัว” มู่หลินหว่านชิงพูดขึ้นอย่างรวดเร็วจากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
“........!?”
เสนาบดีมู่ยังไม่ทันได้ตอบโต้อันใดมู่หลินหว่านก็ออกไปจากห้องทำงานแล้ว นางรับป้ายิญญาของมารดามาจากมือพ่อบ้านมู่ และออกจากจวนโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย พวกบ่าวไพร่ที่แอบดูอยู่ต่างพากันแปลกใจไปตาม ๆ กัน ที่มู่หลินหว่านไม่มีท่าทีอาลัยอาวรณ์ให้เห็นสักนิด ส่วนในใจของมู่หลินหว่านนั้นกลับกล่าวคำสาบานอยู่
เงียบ ๆ ให้กับทุกคนในจวนตระกูลมู่
‘พวกเ้าทั้งหมดใช้ชีวิตกันให้มีความสุขไปก่อนเถิด หากวันใดที่ข้าสามารถมีขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่า ขอสาบานว่าจะทำให้พวกเ้าทั้งนายทั้งบ่าวอยู่มิสู้ตายกันทุกคน’
