“กระแสความคิดอันบริสุทธิ์แพร่กระจายไปทั่วสำนักศึกษาหลวง บัณฑิตต่างถกเถียงกันไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าเื่เล็กหรือเื่ใหญ่ ล้วนถูกนำมาเป็หัวข้อในการโต้วาที ทว่ามีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่การโต้วาทีจะถูกจัดขึ้นที่ลานกว้างใจกลางสำนักศึกษาหลวง”
ครั้งล่าสุดที่ลานแห่งนี้ถูกใช้เป็ลานประลอง คือ คดีที่เจิ้งก่วงอี้ บุตรเขยผู้หนึ่งในเจียงโจว ที่ฟ้องร้องต่อฮ่องเต้ว่าตระกูลภรรยา สกุลโจว ก่อเื่อัปยศ สังหารพ่อแม่ของตน ครั้งนั้นการโต้วาทีจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายเจิ้งก่วงอี้ เหล่าบัณฑิตต่างได้รับชื่อเสียงจากการโต้วาทีครั้งนั้น ทำให้ผู้คนหันมาสนใจคดีนี้มากขึ้น จนกลายเป็ที่สนใจ สุดท้ายตระกูลโจว ตระกูลใหญ่ในเจียงโจวที่สืบทอดอำนาจมานานนับร้อยปีก็ถูกกำจัดจนสิ้นซาก ชนชั้นสูงต่างหวาดกลัวอิทธิพลของตระกูลเซี่ย ที่อยู่เื้ักองกำลังทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดิน จนทำให้ตระกูลเซี่ยกลายเป็ตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดในราชสำนัก
ครั้งนี้หัวหน้าอาจารย์ สั่งให้ตั้งลานประลองขึ้นอีกครั้ง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าจะเกิดเื่ใดขึ้น บรรยากาศในสำนักศึกษาหลวงจึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เหล่าบัณฑิตต่างเตรียมตัวกันอย่างขะมักเขม้น บางคนดูตื่นเต้น บางคนก็รีบร้อน การโต้วาทีเล็กๆ น้อยๆ ที่เคยเกิดขึ้นเป็ประจำก็เงียบหายไป ทุกคนต่างขะมักเขม้นอยู่กับการเตรียมตัว บรรยากาศในสำนักศึกษาหลวงเงียบสงบอย่างน่าประหลาด ราวกับผืนน้ำแข็งที่ปกคลุมทะเลสาบอันเดือดพล่าน รอวันที่จะปะทุ
ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง หอฝู่เหรินตั้งเวทีั้แ่รุ่งสาง นี่ไม่ใช่เวทีแท่นสูงทางทหาร แต่เป็เวทีที่สร้างขึ้นจากพื้นดิน ปูด้วยแผ่นไม้หนาและกระดูกงู สูงเพียงสามฉื่อ มีทั้งหมดสี่ถึงห้าขั้น บนเวทีสามารถจุคนได้ประมาณห้าคน ลักษณะพิเศษของเวทีแห่งนี้ คือไม่มีพิธีกร มีเพียงเ้าหน้าที่ตีฆ้องคนเดียวเท่านั้น ผู้ใด้าแสดงความคิดเห็น ให้เดินขึ้นไปบนเวที กล่าวสิ่งที่ตนเองคิด หากกล่าวได้ดี ผู้คนด้านล่างจะปรบมือให้กำลังใจ แต่หากกล่าวได้ไม่ดี ก็จะถูกขับไล่ลงจากเวที จนกว่าผู้ใดจะสามารถโน้มน้าวใจทุกคนได้จึงจะเป็ผู้ชนะ
การโต้วาทีในสำนักศึกษาหลวงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ดังนั้นนอกจากบัณฑิตแล้ว ยังมีนักปราชญ์ ขุนนางทั้งในและนอกราชสำนัก ต่างปลอมตัวมาเข้าร่วมงานนี้ การโต้วาทีถือเป็งานรื่นเริงของชนชั้นสูง หากบังเอิญพบปะเพื่อนร่วมงาน ก็ทำได้เพียงยิ้มทักทาย ไม่สะดวกทักทายเสียงดัง
เมื่อถึงเวลา เหล่าบัณฑิตล้อมรอบเวทีอย่างแน่นขนัด เ้าหน้าที่ในชุดดำยืนหันหน้าเข้าหาบัณฑิต ยกฆ้องขึ้น ก่อนที่จะเหวี่ยงค้อนในมือลงไป
ก๊อง!
เ้าหน้าที่คนนั้นเดินถือฆ้องไปยืนอยู่ที่มุมหนึ่ง เป็สัญญาณว่าการโต้วาทีเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ไม่นานนัก ก็มีบัณฑิตคนหนึ่งะโขึ้นไปบนเวที
“การโต้วาทีในสำนักศึกษาหลวงเช่นนี้หาได้ยากยิ่งนัก เหตุใดทุกท่านจึงเอาแต่นิ่งเงียบเช่นนี้ ให้ข้าเป็ผู้เริ่มต้นก็แล้วกัน” บัณฑิตคนนั้นกล่าวพลางประสานมือ “ข้าน้อย เฉิงปู้เจี๋ย มาจากเมืองเซ่าหยาง ขอกล่าวความเห็นส่วนตัว ข้าคิดว่าเื่นี้มิจำเป็ต้องมาโต้วาทีให้มากความ ใต้หล้าต้องมีกฎเกณฑ์ บทลงโทษของสำนักศึกษาหลวงก็มีกำหนดไว้อย่างชัดเจน หม่านหรง สอบตก อีกทั้งยังขาดการสอบซ่อม จึงสมควรโดนไล่ออก หากกฎระเบียบไม่ชัดเจน ทุกคนต่างก็มีเหตุผลเป็ของตนเอง เช่นนั้นค่อยมาโต้วาทีกัน ทว่าตอนนี้กฎก็มีอยู่ท่ามกลางสายตาของทุกคน หม่านหรงจงใจฝ่าฝืน จะมีสิ่งใดให้โต้วาทีอีก?”
ทันทีที่เขาแนะนำตัว เบื้องล่างก็ดังระงมไปด้วยเสียงหัวใจสลาย ต่างเสียใจที่ตนเองไม่ยอมขึ้นไปเป็คนแรก เพราะไม่ว่าจะพูดสิ่งใดออกไป อย่างน้อยทุกคนก็ต้องจดจำชื่อของตนเองได้
เฉิงปู้เจี๋ยพูดยังไม่ทันขาดคำ บัณฑิตอีกคนก็ะโขึ้นไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะประสานมือ “ข้าไม่เห็นด้วยกับท่าน กฎระเบียบเป็เพียงกรอบความประพฤติโดยทั่วไป ส่วนการที่หม่านหรงช่วยเหลือสหายร่วมชั้นจนพลาดการสอบนั้นเป็เหตุการณ์เฉพาะ ย่อมต้องใช้กฎระเบียบเฉพาะ ยึดถือตามกฎระเบียบเดิมๆ มิได้”
เดิมทีเฉิงปู้เจี๋ยไม่ได้เตรียมตัวมาดี เพียงแต่อยากเป็คนแรกที่ได้ขึ้นมาแสดงความคิดเห็นเท่านั้น พอถูกโต้แย้งจึงพูดไม่ออก โชคดีที่ฝ่ายของเขามีคนมาช่วยทัน บัณฑิตคนหนึ่งลุกขึ้นโต้แย้งทันที บัณฑิตคนนั้นก็คือหลิวเฉิงจือที่พ่ายแพ้ในการแข่งขันประพันธ์กวีก่อนหน้านี้ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “การกำหนดกฎเกณฑ์ ย่อมไม่แบ่งแยกสถานการณ์ปกติหรือเฉพาะ”
จากนั้น จับชายกระโปรงและเหยียบขึ้นไปบนเวที “กฎหมายไม่แบ่งแยกสถานการณ์ กฎระเบียบไม่แบ่งแยกชนชั้น! เพราะกฎถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมคนและสถานการณ์ต่างๆ หากทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบ แล้วไยจึงต้องมีกฎ? องค์รัชทายาทแห่งแคว้นฉินยังถูกลงโทษตัดจมูกและใช้ทรายผสมข้าวเป็อาหาร นั่นไม่ใช่สถานการณ์เฉพาะหรือ? หากทุกคนต่างอ้างเหตุผลร้อยแปด วันนี้ข้าทำความดี วันต่อไปเขาก็ช่วยเหลือสหาย เช่นนั้นกฎระเบียบจะมีไว้เพื่อเหตุใด?”
“หึ” บัณฑิตฝ่ายตรงข้ามหัวเราะในลำคอราวกับกำลังเยาะเย้ยเขา “ศิษย์พี่ช่างไร้เดียงสา องค์รัชทายาททำผิดกฎหมาย ย่อมต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับสามัญชน แต่ท่านลองไปค้นดูในบันทึกประวัติศาสตร์สิ มีฮ่องเต้องค์ใดบ้างที่ปฏิบัติเช่นนั้นจริงๆ ? ในรอบหนึ่งปีมีนักโทษถูกปะาชีวิตนับพันคน ในจำนวนนั้นมีกี่คนที่เป็ขุนนางชนชั้นสูง? ในรัชศกไท่เหอปีที่สอง ซื่อจื่อเฉินอ๋องทะเลาะกับบุตรชายของขุนนาง แล้วพลั้งมือฆ่าบุตรชายของขุนนางคนนั้น สุดท้ายถูกลงโทษกักบริเวณเพียงสามเดือนเท่านั้น จริงหรือไม่? ในรัชศกไท่หยวนปีที่สาม น้องชายภรรยาของขุนนางชั้นสูงข่มขืนบัณฑิตละแวกใกล้เคียงจนฆ่าตัวตาย สุดท้ายเขาก็แค่จ่ายเงินค่าทำศพ แล้วเื่ก็จบลง จริงหรือไม่? ในรัชศกอี้ซีปีที่ห้า ผู้ว่าการอี้โจว ยึดที่ดินของชาวบ้าน บังคับให้คนทั้งครอบครัวฆ่าตัวตาย สุดท้ายเพียงแค่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง แล้วถูกย้ายไปประจำที่อื่น จริงหรือไม่? ไม่ต้องพูดถึงเื่ไกลตัว เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาชิงโจวประสบภัยพิบัติ เ้าหน้าที่สมรู้ร่วมคิดกับพ่อค้าเผาทำลายเสบียงอาหาร ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัย สุดท้ายพวกเขาถูกลงโทษตามกฎหมายหรือไม่?”
ทุกคนต่างพากันตกตะลึง แม้สำนักศึกษาหลวงจะเป็สถานที่ที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ราชสำนักได้ แต่การพูดถึงเื่ราวอันเลวร้ายของราชสำนักเช่นนี้ ถือว่าอุกอาจเกินไป หากเื่นี้รู้ไปถึงหูคนในวัง ต่อให้ไม่ถูกตั้งข้อหาิ่พระบรมเดชานุภาพ แต่ก็ไม่มีวันได้ก้าวหน้าอีกต่อไป
“ไม่ต้องพูดถึงเื่กฎหมาย มาพูดถึงกฎระเบียบของสำนักศึกษาหลวงกันดีกว่า กฎระเบียบของสำนักศึกษาหลวงมีมากมายซับซ้อน ในหนึ่งปีทุกคนต้องเคยทำผิดกฎกันบ้าง สำนักศึกษาหลวงห้ามดื่มสุรา มีกี่คนที่ไม่เคยแอบดื่ม? สำนักศึกษาหลวงห้ามเล่นการพนัน มีกี่คนที่ไม่เคยแอบเล่นพนันหมากล้อม หรือพนันแข่งม้า? สำนักศึกษาหลวงห้ามเที่ยวย่านโคมแดง มีกี่คนที่ไม่เคยไปหาความสำราญ มีกี่คนที่ไม่เคยเที่ยวย่านโคมแดง! หากตรวจสอบอย่างจริงจัง เกรงว่าพวกท่านคงไม่รู้ว่าสำนักศึกษาหลวงยังห้ามตั้งสมาคม ห้ามชุมนุม และห้ามวิพากษ์วิจารณ์การเมือง!”
บัณฑิตคนนั้นสะบัดแขนเสื้อ เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน “ข้าขอถามท่าน การห้ามดื่มสุรา ห้ามเที่ยวย่านโคมแดง มิใช่กฎหรือ? การห้ามเล่นการพนันมิใช่กฎหรือ? การห้ามวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่กฎหรือ? เหตุใดจึงปล่อยปละละเลยเื่พวกนี้ แต่กลับมาเอาผิดหม่านสือชีที่อายุเพียงสิบเจ็ดปี ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาทำผิดกฎ?”
น้ำเสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งลาน ประกอบกับเนื้อหาที่เฉียบแหลม ชัดเจน ทำให้ผู้คนเบื้องล่างปรบมือชื่นชม
“ดีมาก!”
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
