เสิ่นเล่อเหยียนเดินไปได้สักพัก ก็รู้สึกถึงความเงียบ นางหันกลับมายังชายหนุ่มอีกครั้ง พบว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิม
“ทำอะไรอยู่ตรงนั้น รีบไปกันเถอะ ข้าซื้อของกลับเรือนสักหน่อย” ชายหนุ่มที่กำลังเหม่อลอยรีบพยักหน้ารับ แล้ววิ่งตามหญิงสาวไปยังร้านค้าด้านใน ท่ามกลางสายตาของผู้คน ที่ยังคงมึนงงต่อการกระทำของทั้งสอง
ไม่มีใครรู้เลยว่า เหตุการณ์เล็กๆ ในวันนั้น จะกลายเป็ชนวนเริ่มต้นของคลื่นอารมณ์ที่กำลังจะถาโถมเข้ามาในชีวิตของทั้งคู่
และคำพูดของตงหยางในวันนั้น กลับไม่จบลงเพียงแค่ในอำเภอเฟิงหลิน เพราะมีชาวบ้านจากหมู่บ้านสกุลจางที่บังเอิญอยู่ในอำเภอได้ยินเข้าโดยบังเอิญ และเพียงไม่กี่วัน ข่าวลือก็ได้แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้าน
คืนนั้น หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว แม่นมหลี่ก็ได้เรียกทั้งคู่เอาไว้ สีหน้าหญิงชรายามนี้ดูเคร่งขรึมยิ่งกว่าปกติ
“เหยียนเหยียน เื่ที่เกิดขึ้นในอำเภอ ข้าได้ยินหมดแล้ว” แม่นมหลี่หันไปมองชายหนุ่ม
“ตงหยาง เ้ารู้หรือไม่ว่าคำพูดของเ้า ทำให้นางเสียชื่อเสียง”
หญิงชรากล่าวตำหนิอย่างไม่ไว้หน้า
“สตรีเมื่อถูกเข้าใจผิดว่ามีชายอื่นมาพัวพัน ก็ไม่สามารถแต่งงานได้อีก จะมีแม่สื่อหรือชายหนุ่มดีดีที่ใด กล้ามาแต่งงานกับนาง ต่อให้เื่นั้นไม่ใช่เื่จริง เ้าก็ไม่ควรนำมาพูดเล่น”
ตงหยางเบิกตากว้างด้วยความใ
“ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็เช่นนั้น...ต้องขอโทษด้วยขอรับ เป็ข้าที่ผิดเอง” ชายหนุ่มแสดงสีหน้าสำนึกผิด
“เฮ่อ! ถึงจะยอมรับผิด จะอย่างไรเ้าก็ได้ทำให้ชีวิตของนางเปลี่ยนไปแล้ว” แม่นมหลี่พูดเสียงเศร้า
“แล้วเ้าจะรับผิดชอบเช่นไร” ชายหนุ่มนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น พร้อมกับคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงชรา
“เื่นี้เป็ข้าที่ก่อ ข้าก็จะเป็ผู้รับผิดชอบเอง”
“อย่างไร...”
“ข้าจะรับผิดชอบ ข้าจะทำตามคำพูดของตน ข้าจะขอแต่งงานกับเหยียนเหยียน เพื่อปกป้องชื่อเสียงของนาง และเพื่อ...ปกป้องนางให้มีชีวิตที่ดีต่อจากนี้ไป”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบงัน เสิ่นเล่อเหยียนเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความใและสับสน แม่นมหลี่มองชายหนุ่มนิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้า
“ก็ได้ เื่นี้เ้าเป็คนพูดเอง ข้าจะถือว่าเป็คำมั่น”
ตงหยางกำมือแน่น พร้อมดวงตาที่แน่วแน่
“ข้าจะไม่เปลี่ยนคำแน่นอนขอรับ ขอสัญญา”
ในคืนนั้น เสิ่นเล่อเหยียนนั่งอยู่เงียบๆ ข้างหน้าต่างห้อง ดวงจันทร์ส่องแสงอ่อนผ่านม่านไม้ไผ่ นางยังไม่รู้ว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวของชายหนุ่มในวันนั้น จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของทั้งสองไปตลอดกาล
ทางด้านแม่นมหลี่ หลังได้ฟังคำมั่นของตงหยาง นางก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป วันต่อ...มาหญิงชราเรียกแม่สื่อประจำหมู่บ้านมาพูดคุยภายในเรือน
เพื่อให้นางช่วยจัดการเื่งานแต่งงานของเสิ่นเล่อเหยียนและตงหยาง เพราะนางไม่้าให้ชื่อเสียงของหญิงสาวต้องมัวหมองไปมากกว่านี้
แม่สื่อพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ในหมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้ ชื่อเสียงของสตรีคือสิ่งสำคัญที่สุด หากปล่อยให้ข่าวลือค้างคา ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้หญิงสาวอีก
ไม่กี่วันต่อมา ข่าวการแต่งงานของเสิ่นเล่อเหยียนและตงหยางก็ได้แพร่ไปทั่วหมู่บ้านสกุลจาง เหล่าสตรีในหมู่บ้านแม้จะรู้สึกว่าตนเองอกหัก ทว่าก็แวะเวียนมาร่วมยินดีกับหญิงสาว คนในหมู่บ้านนี้ล้วนพึ่งพาโชคลาภของนาง แม้จะรู้สึกริษยาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครคิดร้าย
เสิ่นเล่อเหยียนแม้จะไม่ได้เอ่ยปากคัดค้านการแต่งงาน แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน นางไม่เคยคิดว่าชีวิตจะพลิกผันเช่นนี้ ชายหนุ่มที่นางเคยช่วยชีวิต กลับกลายเป็คนที่จะมาเป็สามีของนางในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
อีกอย่าง...หากต้องแต่งงาน ในใจลึกๆ นางยังคงหวังว่าท่านอาจารย์จะกลับมาทัน เพราะอยากให้ท่านเป็ผู้ให้พรแก่ชีวิตใหม่ของตน ทว่าเวลาผ่านไปหลายวันก็ยังไร้วี่แวว ทางด้านแม่นมหลี่เองก็เร่งรัด
“คิดอะไรอยู่” หญิงชราเอ่ยถามยามเมื่อทั้งสองอยู่ตามลำพัง
“ข้า...อยากให้ท่านอาจารย์อยู่ร่วมอวยพรในงานแต่งงานของข้า” หญิงสาวตอบเสียงเศร้า
“เหยียนเหยียน อย่ารออีกเลย ยิ่งช้าเท่าไหร่คนก็ยิ่งพูดกันไปใหญ่” แม่นมเร่งเร้าให้นางตอบรับ เพื่อจะได้หาฤกษ์ดี
ในใจแม้จะไม่เต็มใจนัก แต่สุดท้ายนางจำต้องยอมตามความ้าของแม่นมหลี่
วันแต่งงานของทั้งสองถูกกำหนดขึ้นอย่างเรียบง่ายในอีกไม่กี่วันต่อมา ที่ลานหน้าเรือนถูกประดับด้วยผ้าสีแดงและกลิ่นหอมของดอกเหมยที่ปลิวตามลม ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างตบเท้าเข้ามาร่วมอวยพร
ตงหยางสวมชุดเ้าบ่าวที่แม่นมหลี่เย็บให้ด้วยมือ ส่วนเสิ่นเล่อเหยียนอยู่ในชุดเ้าสาวผ้าไหมสีแดงสด ดวงตานางซ่อนความรู้สึกหลากหลายไว้ภายใต้ผ้าคลุมหน้า
ชายหนุ่มผู้ไม่รู้แม้แต่ชื่อจริงของตน กำลังจะกลายมาเป็สามีของหญิงสาวผู้มีหัวใจอ่อนโยนในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้
เสิ่นเล่อเหยียนในชุดเ้าสาวสีแดงยืนเคียงข้างตงหยาง ทั้งสองกำลังจะทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเพื่อประกาศเป็สามีภรรยาอย่างเป็ทางการ ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้คำนับ เสียงะโพลันดังขึ้นจากหน้าประตูเรือน
“เ้าหน้าที่ทางการมาถึงแล้ว! เปิดทาง!”
ความโกลาหลพลันบังเกิดขึ้นทันที ชาวบ้านต่างแตกตื่นเมื่อเห็นเ้าหน้าที่หลายคนในชุดเครื่องแบบสีดำ บุกเข้ามาในลานหน้าเรือน นำโดยหัวหน้าเ้าหน้าที่ ผู้ถือเอกสารตราประทับของนายอำเภอเฟิงหลิน
“เสิ่นเล่อเหยียน!” ชายผู้นั้นะโเสียงดัง
“ใครคือเสิ่นเล่อเหยียน” หญิงสาวที่สวมผ้าคลุมหน้าสีแดง เปิดผ้าคลุมหน้าออก ก่อนจะก้าวมาเบื้องหน้าเ้าหน้าที่ผู้นั้น
“ข้าเองเ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างละเอียด
“เ้าถูกกล่าวหาว่าขายสมุนไพรปลอม หลอกลวงประชาชน ขอให้ติดตามเราไปสอบสวนที่ศาลาว่าการอำเภอ!”
สิ้นเสียงของเ้าหน้าที่ เสียงซุบซิบพลันดังขึ้นรอบลานเรือน แม้ในใจของพวกเขาจะหวาดกลัว แต่ก็ไม่เชื่อว่าหญิงสาวจะกระทำเช่นนั้น
“เื่นี้...มีการเข้าใจผิดอะไรหรือไม่ เสิ่นเล่อเหยียนรักษาชาวบ้านและขายสมุนไพรมานานหลายปี ไม่เคยมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นเลยสักครั้งนะขอรับ” หัวหน้าหมู่บ้านแซ่จาง ก้าวออกมาปกป้องหญิงสาว
“เื่นี้มิใช่ธุระของเ้า! หลีกทางไปเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะจับพวกเ้าข้อหาขัดขวางการทำงานของเ้าหน้าที่”
เสิ่นเล่อเหยียนไม่้าให้คนในหมู่บ้านต้องเดือดร้อนเพราะตน นางก้าวออกเพื่อหวังจะแก้ต่างให้กับตนเอง
“ข้าไม่เคยขายสมุนไพรปลอม สมุนไพรทุกอย่างข้าขุดได้จากูเาและเป็คนแปรรูปเองกับมือ” หญิงสาวเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าจะขายสมุนไพรของจริงหรือปลอม แต่คนที่แจ้งต่อทางการก็คือเ้าของร้านขายยาจินเป่าถัง” คำตอบของเ้าหน้าที่ผู้นั้นราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงบนหัวของนาง เสิ่นเล่อเหยียนทรุดกายลงกับพื้นด้วยสีหน้าตกตะลึง
“เป็ไปไม่ได้! เ้าของร้านขายยาจินเป่าถังรู้จักกับข้ามานานหลายปี เขามีเหตุผลใดที่ต้องใส่ร้ายข้า”
“เื่นั้นเ้าไปแก้ต่างที่ศาล ตามเราไปได้แล้ว” เ้าหน้าที่สองคนคิดเข้ามาควบคุมตัวหญิงสาว ทว่าตงหยางกลับก้าวออกมาขวางเอาไว้
“วันนี้เป็วันแต่งงานของข้าและนาง พวกท่านไม่มีสิทธิ์มาทำลายพิธี!”
“ไสหัวไปซะ! อย่าได้คิดขัดขวาง ไม่เช่นนั้นเราจะพาเ้าไปขังด้วยอีกคน!” เ้าหน้าที่คนหนึ่งผลักชายหนุ่มออก
ยิ่งเป็เช่นนั้น ตงหยางกลับยิ่งพยายามปกป้องหญิงสาว ร่างสูงถูกเ้าหน้าที่หลายคนรุมจับตัวเอาไว้ และทุบตีจนเขาล้มลงไปกับพื้น เสิ่นเล่อเหยียนเห็นเช่นนั้น จึงรีบเข้าไปประคองชายหนุ่ม
“ตงหยาง! หยุดเถอะ! อย่าขัดขืนอีกเลย” นางพูดเสียงสั่น
“ข้าจะไปกับพวกเขาเอง อีกไม่นานข้าจะกลับมา เ้ารอข้าที่นี่ ฝากดูแลแม่นมหลี่แทนข้าด้วย” ชายหนุ่มจับมือหญิงสาวเอาไว้แน่น พร้อมดวงตาที่เต็มไปด้วยความเ็ป
“ไม่! ข้าไม่ยอมให้พวกเขาพาเ้าไป!”
“ตงหยาง เชื่อข้าเถอะ ข้าไม่เป็ไร” เสิ่นเล่อเหยียนเอ่ยปลอบชายหนุ่มเสียงเบา ส่วนแม่นมหลี่ ทำได้เพียงส่งเสียงร้องไห้โดยที่ช่วยเหลือสิ่งใดไม่ได้เลย
เ้าหน้าที่เข้ามาพาตัวหญิงสาวออกไป ชาวบ้านในหมู่บ้านสกุลจาง ต่างมองภาพนั้นด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
ตงหยางพยายามจะลุกขึ้น แต่กลับถูกเ้าหน้าที่อีกคนผลักจนล้มลงอีกครั้ง เขาทำได้เพียงมองว่าที่เ้าสาวของตน ถูกพาออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ จนลับสายตา
