ถังฮ่าวไม่ได้เลือกที่จะอยู่ในโรงแรมจิงไท่เหมือนกับตอนที่เขากลับชาติมาเกิดครั้งก่อน!
เพราะเขารู้ดีว่าพอยุคมหาภัยพิบัติมาเยือน ดวงจันทร์สีเืที่ลอยอยู่บนฟ้าไม่เพียงแต่จะทำให้มนุษย์บนโลกมากกว่าเจ็ดในสิบส่วนกลายเป็ซอมบี้ที่น่ากลัวไปอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่นาที แต่ในขณะเดียวกันก็จะสาดเทแสงศักดิ์สิทธิ์สีเงินลงมาด้วย
และบนชั้นดาดฟ้าของห้องสมุดมหาวิทยาลัยหยุนจิงก็มีลำแสงศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งสาดส่องลงมาพอดี
ในความเป็จริงนอกจากที่มหาวิทยาลัยหยุนจิงแล้ว ในเมืองหลวงหยุนจิงยังมีอีกสามแห่งที่มีลำแสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่องลงมา
ลำแสงศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้มีอยู่เก้าร้อยเก้าสิบเก้าสายทั่วโลก
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ถูกแสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่องจะเกิดการวิวัฒนาการ สิ่งสำคัญที่สุดคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดการวิวัฒนาการชุดแรกนี้จะมีทักษะพิเศษเกิดขึ้น ทักษะนี้จะเติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กับระดับวิวัฒนาการที่เพิ่มขึ้น
ในชาติที่แล้วถังฮ่าวรู้ว่าเหล่าผู้วิวัฒนาการระดับเจ็ดเกือบทั้งหมดล้วนเป็ผู้ที่เคยอาบแสงศักดิ์สิทธิ์มาก่อน
ในยุคต่อมาคนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่าบุตรแห่งเทพและวันนี้ถังฮ่าวก็ตั้งใจที่จะเป็บุตรแห่งเทพที่เป็ผู้วิวัฒนาการรุ่นแรก
โรงแรมจิงไท่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยหยุนจิงมากที่สุด
ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ถังฮ่าวก็มาถึงมหาวิทยาลัยหยุนจิง เขารู้จักสถานที่ที่มีแสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่องลงมาอีกสามแห่ง แต่เวลานี้ก็เป็ไปไม่ได้ที่จะรีบไปถึงที่นั่นภายในเวลาไม่กี่นาที
ตอนถังฮ่าวอายุเก้าขวบ พ่อแม่ ปู่ย่าตายายของเขาได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก
ปู่ของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งั้แ่ตอนถังฮ่าวอายุได้ห้าขวบ ยายของเขาไม่สามารถทนต่อความเศร้าโศกจากการสูญเสียลูกชายและลูกสะใภ้ จึงตรอมใจตายตอนที่ถังฮ่าวอายุได้สิบขวบ
นับจากนั้นมาถังฮ่าวก็กลายเป็เด็กกำพร้า ทว่าตอนอายุได้สิบขวบ เขาได้รับการอุปการะจากเชียนซือหยวนและภรรยาเขาซึ่งเป็เพื่อนสนิทของพ่อแม่
เชียนมู่เซวี่ยก็เป็ลูกสาวคนเดียวของเชียนซือหยวนและภรรยา เธออายุยี่สิบสามปี ซึ่งมีอายุมากกว่าถังฮ่าวปีหนึ่ง เชียนมู่เซวี่ยเป็นักศึกษาปริญญาโทปีสองของคณะสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ที่มหาวิทยาลัยหยุนจิง
หากจะพูดถึงคนที่ถังฮ่าวห่วงใยมากที่สุดในชีวิตนี้ ก็คงหนีไม่พ้นครอบครัวตระกูลเชียนทั้งสามคนนี้
สำหรับถังฮ่าวแล้ว เชียนซือหยวนและภรรยาก็ไม่ต่างจากพ่อแม่ของเขา!
ในปีนั้น ถังฮ่าวสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คะแนนสูงถึง 699 คะแนน และเลือกเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยหยุนจิง สาเหตุที่ทำเช่นนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็เพราะเชียนมู่เซวี่ย
ถังฮ่าวเองก็ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่พี่สาวอย่างเชียนมู่เซวี่ยที่อายุมากกว่าเขาปีเดียวนี้ จะไม่ใช่เด็กหญิงตัวน้อยที่ชอบแกล้งเขาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็เทพธิดาที่มิอาจล่วงเกินไปแล้ว
ใน่เวลาสี่ปีที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ถังฮ่าวผู้หล่อเหลาและมากความสามารถก็เนื้อหอมและไม่ได้ขาดแคลนสาวๆ ที่ชม้ายชายตามา แต่เขาไม่สนใจเลยสักคน เพราะในใจของเขาได้ถูกร่างสูงระหงผู้นั้นไปทั้งใจ จึงไม่สามารถรองรับใครอื่นได้อีก
ในชาติที่แล้ว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเชียนมู่เซวี่ยเป็อย่างไรก็ตายไปเสียก่อน!
ในชาติก่อน!
เขาพยายามอย่างหนักเพื่อช่วยเชียนมู่เซวี่ย แต่กลับถูกคนสองคนทรยศ จนเชียนมู่เซวี่ยต้องจบชีวิตลง และนี่ก็เป็สาเหตุสำคัญที่ทำให้ถังฮ่าวรู้สึกสิ้นหวังใน่เวลาเกือบสองปีในชาติที่แล้ว ท้ายที่สุดเขาก็ได้เป็เพียงผู้นำของฐานทัพเล็กๆ แห่งหนึ่ง
โชคดีที่์ยังมีตา ให้ถังฮ่าวกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง!
ชาตินี้ถังฮ่าวจะไม่มีวันปล่อยให้คนที่เขาห่วงใยที่สุดต้องจบชีวิตลงอีก ดังนั้นเขาจึงรีบโทรหาเชียนมู่เซวี่ยทันที และยัง้าให้เชียนมู่เซวี่ยได้วิวัฒนาการเป็บุตรแห่งเทพกลุ่มแรกของโลกใบนี้
“พี่ฮ่าว รถติด!” หวังเส้าผิงบีบแตรรถ ทว่าด้านหน้ากลับมีรถติดเป็แถวยาว!
ถังฮ่าวหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา 18:54
เหลือเวลาอีกเพียงหกนาที!
บัดนี้ยังห่างจากมหาวิทยาลัยหยุนจิงอีก 800 เมตร เมื่อเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ยังเหลือระยะทางอีกเกือบห้าร้อยเมตรกว่าจะถึงห้องสมุด
ให้ตายสิ!
ลงรถ วิ่ง!
ถังฮ่าวตัดสินใจทันที!
วิ่งหรอ! จางเสี่ยวเหา หลิวอิง และหวังเส้าผิงต่างก็ตกตะลึง
ถังฮ่าวไม่มีเวลาอธิบาย
หลังจากเปิดประตูแล้วก็ทำท่าทางให้ทั้งสามคนที่นั่งอยู่เบาะหลังลงจากรถ ก่อนจะะโทิ้งท้ายออกมา
“เร็วเข้า! วิ่งสุดชีวิตเลยนะ ก่อนหนึ่งทุ่มพวกเราต้องไปถึงชั้นดาดฟ้าของห้องสมุดให้ได้!” สิ้นเสียงถังฮ่าวก็ออกวิ่งทันที
จางเสี่ยวเหา จวินจื่อ จ้าวอี้เหมี่ยว และเฉียนเจิงทั้งสี่คนที่อยู่ด้านหลังเห็นแล้วก็รีบวิ่งตามถังฮ่าวไปอย่างไม่ลังเล!
แต่หวังเส้าผิงทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะเขาไม่อาจทิ้งหลิวอิงเอาไว้คนเดียว
จึงทำได้เพียงลากหลิวอิงออกวิ่ง แต่หลิวอิงวิ่งไม่ไหว หลังจากวิ่งไปได้ไม่ถึงร้อยเมตรก็หยุด และวางท่าไม่ยอมวิ่งต่อ!
“พวกนายไปก่อนเลย! ฉันกับอิงอิงจะตามไปทีหลัง!” หวังเส้าผิงไม่มีทางเลือก จึงทำได้เพียงะโบอกถังฮ่าวและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหน้า
ถังฮ่าวหันกลับมามอง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเ็ป บางทีเขาอาจจะต้องเสียเพื่อนอีกคนไปในชาตินี้! เขากำหมัดแน่นก่อนจะะโบอกจวินจื่อและคนอื่นๆ อีกสี่คนที่วิ่งตามหลังมา
“วิ่ง! วิ่งสุดชีวิต!”
จางเสี่ยวเหาและคนอื่นๆ อีกสี่คนวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดฝีเท้า
ถังฮ่าววิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับกดต่อสายโทรศัพท์
หลังจากที่ก้าวเดินออกจากประตูลิฟต์ เชียนมู่เซวี่ยก็กดรับสาย ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงหวาน
“ออกจากลิฟต์แล้ว อีกครึ่งนาทีก็ถึงชั้นดาดฟ้า!”
ถังฮ่าวหอบหายใจ “ดี พี่เสวี่ย จำไว้นะว่าต้องยืนอยู่ตรงกลางดาดฟ้า!”
“อืม นายทำอะไรอยู่เนี่ย ทำไมถึงหอบขนาดนี้?” คิ้วเรียวสวยของเชียนมู่เซวี่ยขมวดเข้าหากัน
แต่วินาทีต่อมา ถังฮ่าวก็ตัดสายไป
เด็กบ้านี่!
เชียนมู่เสวี่ยกัดฟันเบาๆ จากนั้นก็เดินก้าวฉับไปยังชั้นดาดฟ้า
ถังฮ่าวและคนอื่นๆ อีกสี่คนวิ่งสุดชีวิต!
18:57 น. ร่างทั้งห้าวิ่งผ่านประตูมหาวิทยาลัยเข้าไป
จ้าวอี้เหมี่ยวชะลอความเร็วลง!
“ฉัน... ฉัน... วิ่งไม่ไหวแล้ว... พวก... พวกนายไปก่อนเถอะ!”
ให้ตายเถอะ!
ถังฮ่าวหันกลับมา ดึงมือของจ้าวอี้เหมี่ยวแล้วะโว่า “ไป!”
“พี่... พี่ฮ่าว วิ่ง... วิ่งไม่ไหวแล้วจริงๆ... พวก... พวกนายไปก่อนเถอะ!” จ้าวอี้เหมี่ยวถูกถังฮ่าวดึงให้วิ่งอย่างโซเซได้สองสามก้าวก็สะบัดมือของถังฮ่าวออก
“ไปห้องสมุด!” ถังฮ่าวอับจนปัญญาจึงต้องยอมแพ้ ต่อให้เขาแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่อาจลากจ้าวอี้เหมี่ยวไปยังชั้นดาดฟ้าของห้องสมุดภายในเวลาสองนาที!
คนสี่คนวิ่งสุดชีวิต!
ตอนเวลา 18:59 น. คนทั้งหมดก็พุ่งเข้าไปในห้องโถงของห้องสมุด! ก่อนจะกดปุ่มลิฟต์อย่างรวดเร็ว
หลังจากคนทั้งสี่พุ่งเข้าไปในลิฟต์แล้ว เฉินจวินและจางเสี่ยวเหาก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นโดยไม่สนใจภาพลักษณ์เลยสักนิด ส่วนเฉียนเจิงที่ดูเหมือนผอมบางกลับยังมีเรี่ยวแรงเหลืออยู่
ถังฮ่าวกดปุ่มชั้นห้าอย่างรวดเร็ว!
ก่อนจะเปิดโทรศัพท์มือถือดูเวลา!
18:59:32 น.
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออก!
“ไป!” ถังฮ่าวะโลั่น! ก่อนจะวิ่งนำออกไป!
ด้านหลัง จางเสี่ยวเหา เฉินจวิน และเฉียนเจิงทั้งสามคนก็วิ่งตามมาติดๆ พร้อมกับหอบหายใจหนัก
ตรงกลางชั้นดาดฟ้า!
เชียนมู่เซวี่ยในชุดกระโปรงสีขาวกำลังยืนอยู่ ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องลงมา เธอจึงงดงามราวกับนางฟ้าในภาพวาด ภาพนี้งดงามมากจนยากจะละสายตาได้ หลัวจื้อจวินที่อยู่ด้านหน้าเอ่ยด้วยสีหน้าเป็สุข
“มู่เซวี่ยเธอขึ้นมาที่ทำไมเหรอ?”
ใบหน้าสวยของเชียนมู่เซวี่ยบึ้งตึงเล็กน้อย
“ชั้นดาดฟ้านี้ไม่ใช่บ้านของนายสักหน่อย ทำไมฉันจะมาไม่ได้?”
“มู่เซวี่ย เธอยังโกรธเื่เมื่ออาทิตย์ก่อนอยู่หรือเปล่า? มันเป็ความผิดของฉันเอง เป็ความผิดของฉัน!” พูดจบ หลัวจื้อจวินก็ยื่นมือออกไปกุมมือเล็กของเชียนมู่เซวี่ย!
เชียนมู่เสวี่ยดึงมือขวากลับพร้อมกับก้าวถอยหลัง ก่อนจะกล่าวตอบอย่างเ็า
“หลัวจื้อจวิน อย่ามาทำอะไรบ้าๆ นะ!”
“บ้าๆ หรือ? เชียนมู่เซวี่ย ถ้าไม่มีตระกูลหลัวของฉันช่วยเหลือ ธุรกิจของพ่อเธอคงเจ๊งไปแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะบอกแม่ ให้ท่านไปสู่ขอเธอที่ตระกูลเชียน ถ้าไม่ตกลง ตระกูลเชียนของเธอก็เตรียมตัวล้มละลายไปได้เลย!” หลัวจื้อจวินเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว ก่อนจะเอื้อมมือออกไปจับเชียนมู่เซวี่ยอีกครั้ง!
“ล้มละลายบ้าบออะไรของแก!” มีเสียงะโดังขึ้น!
พริบตาถัดมาก็มีเท้าใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ตุ้บ! มีเสียงกระทืบดังหนึ่งขึ้น ก่อนจะพบว่าหลัวจื้อจวินถูกเตะจนกลิ้งตลบไปกับพื้น!
ถังฮ่าวปรากฏตัวข้างๆ เชียนมู่เซวี่ยด้วยอาการหอบหนัก
“เสี่ยวฮ่าว นาย...” เชียนมู่เซวี่ยร้องด้วยความใ
ถังฮ่าวยังไม่มีเวลาพูดอะไร!
ครืน!
ท้องฟ้าเกิดเสียงร้องดัง!
ดวงจันทร์สีเืได้ปรากฏขึ้นอย่างน่าประหลาดบนฟ้าที่กำลังจะเปลี่ยนจากกลางวันเป็กลางคืน!
แสงสีเืสาดส่องลงมา!
ท่ามกลางแสงสีเืที่สาดส่องลงมา ก็มีลำแสงสีขาวนับร้อยสายส่องลงมา!
วิ้ง!
มีแสงสว่างวาบขึ้นตรงหน้าถังฮ่าว!
ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ได้ห่อหุ้มร่างของเขาไว้!
ถังฮ่าวเหลือบมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว!
โชคดีที่ลำแสงศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณสิบเจ็ดถึงสิบแปดตารางเมตร ไม่เพียงแต่จะห่อหุ้มร่างเขาและเชียนมู่เซวี่ยไว้ แต่ยังสาดส่องไปถึงจางเสี่ยวเหา เฉินจวิน และเฉียนเจิงด้วยเช่นกัน แถมยังมีแขกไม่ได้รับเชิญอีกหนึ่งคนพลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย และคนคนนั้นก็คือหลัวจื้อจวิน
แสงศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนจางแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย!
ถังฮ่าวรู้สึกราวกับว่าเซลล์กล้ามเนื้อทั่วร่างกำลังลุกไหม้!
ความเ็ปอย่างรุนแรงทำให้เขาส่งเสียงคำรามออกมาราวกับสัตว์ร้าย
ข้างๆ จางเสี่ยวเหา เฉินจวิน และเฉียนเจิงทั้งสามคนคุกเข่าลงพร้อมกับร้องโอดครวญด้วยความเ็ป!
ส่วนหลัวจื้อจวินนั้นแย่ยิ่งกว่า หลังจากที่เขาส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา ดวงตาก็เบิกโพลงก่อนจะสลบไป!
ในทางตรงกันข้าม ใบหน้าสวยของเชียนมู่เซวี่ยได้บิดเบี้ยวไปด้วยความเ็ป แต่เธอก็กัดฟันแน่น เล็บได้จิกเข้าไปในเนื้อนุ่มๆ บนฝ่ามือ ทว่าต่อให้เป็เช่นนี้ก็ไม่ส่งเสียงร้องออกมาสักคำเดียว เห็นได้ชัดว่าเธอไม่อยากเสียกิริยาต่อหน้าชายหนุ่มทั้งหลายตรงหน้า ยิ่งไม่อยากกรีดร้องออกมาอย่างเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าถังฮ่าว
