สีหน้าฉือไจ่ชุนเหวอหวา ค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบร้อนถลาเข้าไปดึงฉือเซี่ยงหัว “หัวจื่อ ใจเย็นก่อนนะ เดี๋ยวจะเกิดเื่ใหญ่!” การเอาตัวเองเข้าไปพัวพันเพราะคนแบบนี้ มีแต่จะเสียมากกว่าได้
ชาวบ้านอีกสองคนเข้ามาช่วย แต่กลับไม่มีใครดึงฉือเซี่ยงหัวให้ขยับได้เลยแม้แต่น้อย
“เจียเจียกับหยางหยางกำลังมองแกอยู่นะ!” ฉือไจ่ชุนพลิกสถานการณ์ด้วยไหวพริบ
สิ้นคำนั้น ฉือไจ่ชุนััได้ถึงกล้ามเนื้อที่เคยตึงเครียดของฉือเซี่ยงหัวคลายลง เขารีบดึงอีกฝ่ายออกมาให้ห่างไกลจากที่ตรงนั้น
หลิวหงเจินที่หลุดพ้นจากพันธนาการ ถูกดึงขึ้นมาจากน้ำ พอพ้นจากน้ำเท่านั้น เธอก็ไอค่อกแค่กเสียงดังลั่นราวกับโลกจะถล่มทลาย
เมื่อได้ยินเสียงไอของเธอ ฉือไจ่ชุนก็รู้ว่าเธอไม่เป็อะไร จึงรู้สึกโล่งใจ เขามองฉือเซี่ยงหัวอีกครั้ง ในดวงตามีแววใที่เ้าตัวไม่รู้ตัว
เขาแก่กว่าฉือเซี่ยงหัวเพียงหนึ่งเดือน ทั้งสองคนเล่นด้วยกันมาั้แ่ยังใส่กางเกงขาดก้น แต่เขาไม่เคยเห็นฉือเซี่ยงหัวเป็แบบนี้มาก่อน สีหน้าไร้อารมณ์นั้นทำให้ขาของทุกคนอ่อนแรง
เมื่อครู่ฉือเซี่ยงหัวทำสีหน้าเ็ากดหลิวหงเจินลงไปในน้ำ มันทำให้พวกเขาใจริงๆ ไม่อย่างนั้นสามชายฉกรรจ์คงไม่สามารถดึงฉือเซี่ยงหัวคนเดียวให้หลุดออกมาไม่ได้ นั่นเป็เพราะพวกเขาถูกความน่ากลัวของเขาทำให้มืออ่อนแรงไปเอง
ฉือไจ่ชุนอ้าปาก แต่คำพูดที่ตั้งใจจะเอ่ยกลับเปลี่ยนไป “พาเด็กๆ ไปที่บ้านฉันก่อนเถอะ ไปทายา” เด็กชายทั้งสองดูเหมือนจะปลอดภัย แต่ก็ไม่รู้ว่ามีาแซ่อนอยู่ที่ไหนบ้าง ส่วนฉือชิงเจีย รอยเล็บหลายรอยบนใบหน้านั้นช่างน่าสะดุดตาเสียจริง เด็กสาวไม่ควรมีแผลเป็บนใบหน้า
ฉือเซี่ยงหัวพยักหน้า พลางเลิกแขนเสื้อที่เปียกขึ้น และจ้องมองหลิวหงเจินที่สั่นเทิ้มเหมือนรำข้าวตาขวาง
เมื่อถูกเขามอง หลิวหงเจินที่นอนกองเป็กองโคลนอยู่บนหาดทรายก็สั่นสะท้านหนักกว่าเดิม ราวกับว่าสายตานั้นเย็นะเืดุจน้ำแข็ง คมกริบกว่าตอนที่ถูกกดอยู่ในน้ำเสียอีก
“อย่าคิดว่ามีคนหนุนหลังแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรเธอ ถ้าเธอแตะต้องเจียเจียกับหยางหยางแม้แต่ปลายเล็บ ลองดูสิ” ฉือเซี่ยงหัวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คำว่า “จำไม่ได้ว่าเ็ปจากการถูกตี” นั่นเป็เพราะว่าการถูกตีนั้นยังไม่เ็ปพอ ถ้าครั้งนี้เขาไม่ทำให้หลิวหงเจินหวาดกลัว ครั้งหน้าเธอก็จะกล้าลงมือทำอีกเป็ครั้งที่สอง
ความหนาวเย็นะเืเจาะลึกเข้าไปถึงกระดูก ความเ็ปจากการสำลัก ความหวาดกลัวความตายถาโถมเข้ามาในใจ หลิวหงเจินสั่นสะท้านไปทั้งตัว ส่ายหัวรัวๆ “ไม่กล้าแล้ว ไม่กล้าแล้ว”
ฉือเซี่ยงหัวไม่มองเธออีกต่อไป ขึ้นฝั่งไป
ชาวบ้านไม่รู้ตัวว่าถอยหลังไปหนึ่งก้าว เคยเห็นการทะเลาะวิวาท แต่ไม่เคยเห็นใครที่พูดไม่กี่คำก็กดคนลงไปในน้ำ ในความทรงจำของพวกเขา ฉือเซี่ยงหัวมักจะเป็คนกตัญญู รักครอบครัว และชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะทำเื่แบบนี้ได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับไม่รู้สึกว่าเขาทำผิด แม้แต่คนที่มีเืร้อนนิดๆ ก็ไม่สามารถปล่อยให้ลูกหลานของตัวเองถูกรังแกแบบนี้ได้ อย่างมากก็แค่ซ้อมหลิวหงเจินสักครั้งสองครั้ง
เมื่อเห็นฉือเซี่ยงหัว ฉือเจียหยางก็พุ่งเข้าไปกอดคอเขาด้วยความผูกพัน เขายังเด็ก ไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก รู้แต่เพียงว่าพ่อช่วยเขาแก้แค้นแล้ว
ส่วนฉือชิงเจีย กลับตกตะลึงกับการกระทำของฉือเซี่ยงหัวจริงๆ พ่อราคาถูกคนนี้ช่างแข็งแกร่งเสียจริง!
มองเห็นใบหน้าซีดเซียวของลูกสาว ฉือเซี่ยงหัวจึงเริ่มรู้สึกเสียใจเล็กน้อย ไม่ใช่เสียใจกับการกระทำ แต่เสียใจที่ทำให้ลูกสาวใ
ฉือเซี่ยงหัวเดินเข้าไป อุ้มฉือชิงเจียด้วยแขนอีกข้าง และพูดปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจียเจียอย่ากลัวนะ พ่ออยู่ตรงนี้”
เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกผิดของเขา ฉือชิงเจียก็ส่ายหน้า “หนูไม่กลัว” นี่คือพ่อที่รักลูกๆ อย่างแท้จริง
เธอขยับตัวเล็กน้อยแล้วพูดเสียงเบา “หนูเดินเองได้ค่ะ” เธอไม่ชินกับการถูกอุ้มแบบนี้ รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
“พ่ออุ้มได้สบายมาก” ฉือเซี่ยงหัวคิดว่าลูกสาวสงสารเขา “พวกเราไปทายาที่บ้านอาไจ่ชุนก่อนนะ”
ฉือไจ่ชุนรับฉือเจียเป่าที่กำลังสะอึกสะอื้นเบาๆ จากคนอื่นมา “เด็กดีนะ เสี่ยวเป่าไม่ร้องแล้ว ไปบ้านอาแล้วกินขนมข้าวดีไหม”
“โอ๊ย หงเจิน เธอฉี่ราดกางเกงแล้วเหรอ!” มีคนจ้องไปที่เป้ากางเกงของหลิวหงเจินแล้วร้องออกมาด้วยความใ
เสียงหัวเราะหึๆ ดังขึ้นหลายครั้ง
ฉือชิงเจียหันไปมอง เห็นหลิวหงเจินจากไปอย่างน่าสังเวชภายใต้การชี้หน้าซุบซิบของชาวบ้าน ฉือเจียเฉวียนก็วิ่งตามแม่ของเขาไปด้วย
เื่เมื่อสามวันก่อน บวกกับเื่วันนี้ การแยกบ้านจึงเป็สิ่งจำเป็อย่างยิ่ง และสาธารณชนก็จะเข้าข้างพวกเขา ฉือชิงเจียลูบหน้าตัวเอง จึงรู้สึกเจ็บน้อยลง
“เจียเจีย หยางหยาง เสี่ยวเป่า!” ซุนซิ่วฮวาซึ่งกำลังร้อนรนรีบวิ่งมา เมื่อเห็นรูปร่างของเด็กๆ หลายคน เธอก็รู้สึกปวดใจทันที แล้วพูดอย่างโกรธจัด “หลิวหงเจินอยู่ไหน? ไอ้เลวนั่นอยู่ไหน?”
หญิงชรากำไม้เท้าแน่น ไม่โดนตีสามวันก็ก่อเื่อีกแล้ว นางช่างเก่งกาจอะไรขนาดนี้!
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ฉือเหล่าโถ่วขมวดคิ้วมองฉือเซี่ยงหัว และพูดอย่างไม่พอใจ “ได้ยินมาว่าแกตีพี่สะใภ้ใหญ่ของแก แกจะ...” พูดได้ครึ่งทาง ก็รู้สึกถึงสายตาเย็นะเืของฉือเซี่ยงหัวที่พุ่งเข้ามา ราวกับมีหนามแหลม
หัวใจของฉือเหล่าโถ่วหดตัวลง คำพูดที่เหลือถูกแช่แข็งเป็น้ำแข็งก้อน ตกลงไป
“แม่ ไม่เป็ไรแล้วครับ” ฉือเซี่ยงหัวพูดประโยคหนึ่ง อุ้มลูกทั้งสองเดินต่อไป ซุนซิ่วฮวารีบตามไป
ฉือเหล่าโถ่วแข็งค้างอยู่กับที่ ภาพสายตาของฉือเซี่ยงหัวยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง ความรู้สึกเย็นเยียบอย่างไร้เหตุผลพุ่งขึ้นมาจากฝ่าเท้า
หร่วนจินฮวาเหลือกตาไปมา เห็นชาวบ้านจำนวนมากที่เพิ่งมาถึงต่างสอบถามเื่ราวด้วยความงุนงง เธอจึงเปิดปากเล่าด้วยความโกรธแค้น เธอพรรณนาอย่างละเอียดถึงวิธีที่ฉือเจียเฉวียนขโมยลูกอมของลูกพี่ลูกน้องอย่างหยาบคายและเอาแต่ใจ ฉือชิงเจียปกป้องน้องชาย แต่กลับถูกหลิวหงเจินที่ยังคงฝังใจในความแค้นรังแกผู้อ่อนแอ ราวกับว่าเธอได้เห็นเหตุการณ์นั้นด้วยตาตัวเอง
“พวกคุณไม่ได้เห็นหรอกว่าหลิวหงเจินลงมือหนักแค่ไหน” หร่วนจินฮวาตบต้นขา พูดอย่างเ็ป “หยางหยางยังเด็กแค่ไหน เธอกลับเตะคนออกไปแบบนั้น โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นคงเป็เื่ใหญ่แน่ๆ และเจียเจีย ผมของเด็กสาวถูกเธอดึงหลุดไปหลายเส้น บนใบหน้าก็มีรอยขีดข่วนหลายรอย ไม่รู้ว่าจะทิ้งรอยแผลเป็ไว้ไหม เป็เด็กสาวที่งดงามขนาดนี้ ถ้ามีรอยแผลเป็จะทำอย่างไร!”
เมื่อหร่วนจินฮวาพูดจบ สีหน้าของฉือเหล่าโถ่วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
“ลุงครับ ไม่ใช่ว่าผมจะพูดนะ แต่หงเจินก็เกินไปหน่อย ทำไมถึงได้ตีเด็กได้ขนาดนี้!” ชาวบ้านบางคนเห็นฉือเหล่าโถ่วก็อดไม่ได้ที่จะพูด การตีลูกตัวเองเป็เื่ของคุณ แต่การตีลูกคนอื่น มันใช่เื่ที่คุณจะทำได้เหรอ? โดยเฉพาะฉือเซี่ยงหัว เขาช่วยลดภาระให้เธอไปตั้งเท่าไหร่แล้ว
ถ้าเป็พวกเขามีน้องสะใภ้ที่ช่วยเหลือขนาดนี้ ก็คงจะรักหลานๆ เหมือนลูกตัวเองเลยทีเดียว
ส่วนเื่ที่ฉือเซี่ยงหัวกดหลิวหงเจินลงไปในน้ำ ทุกคนต่างพากันละเลยไปโดยพร้อมเพรียงกัน
ฉือเหล่าโถ่วสีหน้าไม่ดี อกอักอ่วนใจเป็พักๆ ทำไมตอนนั้นลูกชายคนโตถึงได้ไปคว้าเอาแม่ม่ายโง่ๆ แบบนี้มาได้
ฉือเหล่าโถ่วขมวดคิ้ว เรียกหลานชายคนหนึ่งให้ไปตามฉือเซี่ยงกั๋วที่กำลังประชุมอยู่ที่สำนักงาน หลังจากกำชับแล้ว เขาก็เดินกลับบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือไขว้หลัง
ชาวบ้านที่พูดถึงก่อนหน้านี้เบิกตากว้าง “เขาจะไม่ไปดูลูกๆ เหรอ?” นั่นมันหลานชายหลานสาวแท้ๆ ของเขานะ
“ในสายตาของฉือไหลเกินก็มีแต่ลูกชายคนโตคนเดียว นายก็รู้ไม่ใช่เหรอ” บางคนพูดพลางเบะปาก
หัวใจของฉือไหลเกินเอนเอียงไปทางลูกสาวคนเล็กมานานแล้ว ไม่เช่นนั้นจะกดดันไม่ให้แยกบ้านมาหลายปีขนาดนี้ได้ยังไง
แท้จริงแล้วฉือเหล่าโถ่วไม่ใช่ไม่อยากไปดูลูกหลานที่าเ็ แต่เขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับฉือเซี่ยงหัวที่กำลังโกรธจัด จึงเลือกที่จะทำตัวเหมือนนกกระจอกเทศ
เพียงแค่คิดว่าถ้าปล่อยเวลาไปนานขึ้น ความโกรธของฉือเซี่ยงหัวก็จะลดลงไปบ้าง แล้วค่อยให้ฉือเซี่ยงกั๋วไปสั่งสอนหลิวหงเจินอีกครั้ง และขอโทษเขา ความโกรธของฉือเซี่ยงหัวก็จะหายไปเกือบหมดแล้ว
ฉือไจ่ชุนตรวจดูเด็กทั้งสามคนแล้ว ฉือเจียเป่าไม่เป็อะไร แค่ใ ตอนนี้ยังซบอยู่ในอ้อมแขนของโจวชุ่ยชุ่ยร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เลย
ฉือเซี่ยงตั่งกับโจวชุ่ยชุ่ยสองสามีกำลังตัดฟืนอยู่บนูเา ถูกคนรีบร้อนเรียกให้ลงมา ฉือเจียเป่าที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเบาๆ เมื่อเห็นพ่อแม่ ก็ร้องไห้โฮออกมาทันที ทำให้ขอบตาของโจวชุ่ยชุ่ยแดงก่ำ ครู่หนึ่งเสียงร้องไห้ของฉือเจียเป่าก็เบาลง
ฉือเจียหยางอาการค่อนข้างหนัก ฝ่ามือถลอก ต้นขาด้านนอกก็ช้ำ เป็ผลมาจากการถูกหลิวหงเจินเตะ โชคดีที่ไม่เตะโดนท้อง ไม่อย่างนั้นด้วยแรงขนาดนี้ อาจจะทำให้เครื่องในมีปัญหาได้ คำพูดนี้ ฉือไจ่ชุนไม่กล้าพูดออกมา ไม่เห็นหรือว่าเส้นเืบนหลังมือของฉือเซี่ยงหัวปูดโปนขึ้นมาแล้ว
ฉือชิงเจียดูเลอะเทอะที่สุด มีรอยเล็บสองรอยบนใบหน้า โชคดีที่ไม่ลึก ฉือไจ่ชุนจึงทายาและกำชับว่าอย่าโดนน้ำ อย่ากินอาหารที่อาจทำให้แผลอักเสบ ส่วนที่อื่นไม่เป็อะไร
เมื่อได้ยินว่าจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็ หัวใจของฉือชิงเจียที่แขวนอยู่ก็กลับมาอยู่กับที่
ซุนซิ่วฮวาโกรธและสงสาร “หลิวหงเจิน ไอ้สารเลวคนนี้ ไอ้คนชั่วร้ายใจทมิฬ เธอทำลงไปได้ยังไง”
“ข้าวสาลี ไปเชิญท่านลุงหกกับอาสองไปที่บ้านฉัน” ฉือเซี่ยงหัวเรียกฉือม่าย ลูกชายคนโตของฉือไจ่ชุน
ฉือม่ายไม่ถามว่าทำไม รีบวิ่งออกไปทันที ฉือเซี่ยงหัวกับฉือไจ่ชุนสนิทกัน ลูกหลานเหล่านี้ได้รับขนมอร่อยๆ จากเขาไม่น้อย จึงเชื่อฟังเขาเป็พิเศษ
ฉือไจ่ชุนมองฉือเซี่ยงหัวด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจ “แกจะทำอะไร?” ท่านลุงหกเป็ลุงแท้ๆ ของพ่อของเขาและพ่อของฉือเหล่าโถ่ว และเป็ผู้สูงศักดิ์ที่สุดในสายตระกูลนี้ ส่วนอาสอง ฉือไหลฟา เป็อาแท้ๆ ของฉือเซี่ยงหัว
ฉือเซี่ยงหัวหัวเราะรอยยิ้มเยือกเย็น “ก็แยกบ้านไงครับ เธอยังกล้าตีลูกผมอีก ยังอยากให้ผมเลี้ยงดูเธอ ให้เธอกิน ให้เธอดื่ม แถมยังช่วยเลี้ยงลูกชายของเธออีกหรือไง” ก่อนหน้านี้เขายังคิดจะรอแยกบ้านหลังตรุษจีน แต่ตอนนี้เขาไม่อยากรอแม้แต่นาทีเดียว
พูดตามตรง ฉือไจ่ชุนไม่แปลกใจที่ฉือเซี่ยงหัว้าแยกบ้าน ถ้าเป็เขา เขาก็อยากแยกเหมือนกัน แต่เขารู้สึกว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น ลุงไหลเกินจะยอมไหม? แล้วก็คุณยายด้วย ฉือไจ่ชุนมองไปที่ซุนซิ่วฮวา
แต่ซุนซิ่วฮวาเท้าไม้เท้าลงกับพื้น กัดฟันพูดอย่างโกรธจัด “แยก! ต้องแยกแน่นอน!”
ทำให้ฉือไจ่ชุนเบิกตากว้างด้วยความใ
แม้แต่ฉือเซี่ยงหัวก็ยังรู้สึกแปลกใจ ครั้งก่อนที่เขาพูดเื่นี้ แม่ของเขาก็ยังคัดค้านอยู่ดี ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ตกลง แต่กลับยอมจำนนด้วยความจำใจ
ซุนซิ่วฮวาถูกพวกเขามองแล้วรู้สึกอึดอัด ไอค่อกแค่กทีหนึ่ง “ทะเลาะกันสามวันสองหน นี่มันชีวิตคู่หรือเปล่า?”
“คุณย่าคะ คุณย่ามาอยู่กับพวกเราดีไหมคะ แล้วก็พี่ชายรองด้วย พวกเราครอบครัวเดียวกันจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขค่ะ” ฉือชิงเจียใช้โอกาสนั้นจับมือซุนซิ่วฮวาแล้วเขย่าเบาๆ
ฉือเซี่ยงหัวมองหญิงชราด้วยความคาดหวัง แน่นอนว่าเขา้าให้แม่มาอยู่กับเขา
ซุนซิ่วฮวาพยักหน้าโดยไม่ลังเล
ฉือเซี่ยงหัวดีใจจนเนื้อเต้น ความสัมพันธ์ที่มีกับฝั่งนั้นแทบไม่เหลืออะไรแล้ว แต่ถ้าซุนซิ่วฮวาอยู่กับฝั่งนั้น เขาก็คงจะลำบากใจ ตอนนี้เขาก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
ฉือเซี่ยงหัวมักจะทำงานอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เขามอบเด็กๆ ให้ภรรยาของฉือไจ่ชุนดูแลทันที แล้วพาซุนซิ่วฮวาและฉือเซี่ยงตั่งออกจากบ้าน
ทางฝั่งบ้านสกุลฉือ หลิวหงเจินทั้งละอายใจ ทั้งน้อยใจ และหวาดกลัวเพิ่งจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็เห็นฉือเหล่าโถ่วกลับมา เธอรีบวิ่งออกไปร้องไห้ฟ้อง
แน่นอนว่าเธอเน้นเล่าเื่ที่พี่น้องฉือชิงเจียรุมตีฉือเจียเฉวียน และเื่ที่ฉือเซี่ยงหัวกดเธอลงไปในน้ำเพื่อจะจมน้ำให้ตาย ส่วนเื่ที่เธอตีพี่น้องฉือชิงเจียนั้น เธอพูดเพียงแค่ว่า “โมโหจนพลั้งมือไป”
แต่ฉือเหล่าโถ่วรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นจากคนอื่น แม้จะรู้ว่าเธอถูกฉือเซี่ยงหัวกดลงไปในน้ำ เขาก็ไม่โกรธ แต่กลับรู้สึกใจหาย ฉือเซี่ยงหัวแสดงอาการรุนแรงขนาดนี้ แสดงว่าเขาโกรธมากแค่ไหน
เมื่อไม่กี่วันก่อน หญิงชราเพิ่งจะพูดถึงเื่การแยกบ้าน เขาก็สงสัยว่าฉือเซี่ยงหัวคงจะพูดอะไรกับเธอ ไม่อย่างนั้นหญิงชราจะพูดถึงเื่การแยกบ้านขึ้นมาลอยๆ ได้อย่างไร
ทันใดนั้น ลางสังหรณ์ไม่ดีก็พุ่งเข้ามาในใจอย่างไม่หยุดยั้ง ฉือเหล่าโถ่วที่โกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าหลิวหงเจินแล้วะโว่า “เธอเป็ตัวทำลายครอบครัว!” โดยไม่ตั้งใจเงยหน้าขึ้น ฉือเหล่าโถ่วก็เหลือบเห็นฉือเซี่ยงหัวเดินนำกลุ่มคนเข้ามา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขาเตะเข้าที่ไหล่ของหลิวหงเจินอย่างแรง
หลิวหงเจินที่ล้มลงไปนั่งกับพื้นงงงวย มองฉือเหล่าโถ่วที่โกรธจัดอย่างไม่อยากเชื่อ ตลอดหลายปีที่แต่งเข้ามา ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ฉือเหล่าโถ่วก็แค่ด่าทอไม่กี่คำ ไม่เหมือนซุนซิ่วฮวาที่พอไม่ถูกใจ ก็คว้าไม้ขนไก่มาฟาดทันที
“ไอ้สารเลว! กล้าดียังไงมาทำร้ายเด็ก!” เขามองซ้ายมองขวา เห็นไม้กวาดอยู่ข้างๆ ฉือเหล่าโถ่วก็เหวี่ยงมันเข้าใส่ “ฉันจะตีแกให้ตาย ไอ้สารเลว! คอยดูสิว่าต่อไปแกจะกล้าตีเด็กลูกหลานอีกไหม!”
ฉือเจียเฉวียนตอนแรกยังหวังให้ปู่ช่วยเขาและแม่แก้แค้น แต่กลับไม่คิดว่าปู่จะลงมือตีแม่ของเขาเอง เขาใจนซุกตัวอยู่ในมุมห้องร้องไห้โฮ
ส่วนหลิวหงเจินยิ่งคาดไม่ถึง พยายามดิ้นรนจะลุกขึ้นวิ่งหนี แต่ถูกปู่ใช้ไม้กวาดตีเข้าที่ขา ทำให้เธอเสียหลักล้มลงกับพื้น เธอจึงทำได้แค่กอดศีรษะ ร้องขอความเมตตาด้วยเสียงอันแหบแห้ง
ทุกคนที่ก้าวเข้าสู่ลานบ้านต่างเห็นภาพความวุ่นวายนี้ ฉือเซี่ยงหัวยกมุมปากขึ้นอย่างเยาะหยัน ตาแก่นั่นทำท่าจะตีให้เขาดู คนถูกตีจนอาการหนักขนาดนี้ ถ้าเขายังไม่ยอมเลิกรา ก็จะกลายเป็คนที่ไม่รู้จักกาละเทศะไปแล้ว
ตีไปหลายครั้งแล้ว ฉือเหล่าโถ่วก็ยังไม่เห็นมีใครเข้ามาห้าม ใจเขาก็เริ่มหวั่นไหว การเคลื่อนไหวของมือจึงช้าลงโดยไม่รู้ตัว
“ตีสิ ตีให้ตายไปเลย เื่นี้ถือว่าจบกันไป ถ้าไม่ตายก็แยกบ้าน” ฉือเซี่ยงหัวพูดอย่างเ็า
