“ผมชื่อแทนคุณ ทวีศักดิ์ เป็เ้านายของนันทิชา” แทนคุณจงใจประกาศชื่อตัวเอง ก่อนที่เสียงแก้วจะตกกระทบพื้นไม้ดังสนั่น น้ำกระจายทั่วบริเวณรอบ ดวงตาเหี่ยวย่นเบิกกว้าง เป็ชื่อที่ชายชราฟังเพียงครั้งเดียวก็จำได้ขึ้นใจไม่มีวันลืม ชายชราพยายามพินิจทบทวนโครงหน้าของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ ทว่าเมื่อเห็นแน่ชัดว่าเป็ใคร ชายชราแทบทรุดลงกอง เืสูบฉีดออกไปทั่วร่างกาย สถานการณ์บีบบังคับให้เขาต้องต่อสู้กับความจริงอีกครั้ง นันทิชารีบวิ่งเข้ามาดูบิดาทันทีที่เสียงกระทบของแก้วน้ำสงบลง
“พ่อเป็อะไรคะ” ร่างบางเข้ามาประคองผู้เป็บิดาแล้วถามด้วยความห่วงใย พลางเลื่อนสายตามองบิดาที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง หน้าซีดไร้คำตอบ
“ทิชา พ่อขอคุยกับเ้านายลูกหน่อย ลูกเข้าไปในบ้านก่อน” เสียงสั่นเครือเปล่งออกมา เป็คำสั่งแรกที่เขาใช้กับลูกสาว นันทิชาหันมองแทนคุณอย่างสงสัยก่อนจะเดินลับเข้าบ้านไปตามคำสั่งเสียงแข็งจากชายชรา
“ขอบคุณที่ยังจำผมได้” แทนคุณพูดหน้านิ่ง พลางแสยะยิ้มมุมปาก สองเท้าก้าวเข้ามาหาชายชรา เขาพินิจเพ่งตรงเข้าไปยังใบหน้าที่เหี่ยวย่นของชายชราอีกครั้ง นี่หรือผู้ที่ดึงเอาชีวิตบิดาและมารดาไป นี่หรือผู้ทำลายชีวิตของเขาจนเหมือนตกอยู่ในนรก ไม่คาดฝันว่าชีวิตนี้จะได้กลับมาพบกับฆาตกรผู้นี้อีก นับว่ากรรมยังพอทำหน้าที่อยู่บ้าง
“ผมชดใช้ให้คุณหมดแล้ว” ชายชราตอบเด็กหนุ่มทั้งที่เขายังไม่ทันได้เอ่ยถาม เมื่อสายตาพยาบาทของแทนคุณในวันนี้ กับเด็กอายุเก้าขวบในวันนั้น ยังคงมองเขาด้วยความอาฆาตแบบเดียวกันไม่เคยเปลี่ยน
“หึ ชดใช้อย่างนั้นหรือ ทำไมคุณยังกลับมามีความสุขกับครอบครัวคุณได้อยู่เลย ชดใช้แบบไหนกัน” เสียงพูดกึ่งหัวเราะในลำคอ แสดงให้เห็นชัดว่าชายหนุ่มไม่เชื่อในคำแก้ตัวของคนชราแม้แต่น้อย ก่อนจะหันหน้าไปมองยังต้นไม้ใหญ่ที่กำลังพัดโบกไสว หากแต่มือทั้งสองกำแน่นบดเข้าหากัน นายดินลดสายตาลงต่ำ มองตามมือของแทนคุณที่กำลังสั่นระริก เป็การเสียเวลาที่ชายชราจะอธิบายเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมาเกือบยี่สิบปี แทนคุณจำฝังใจกับภาพเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนั้นไปแล้ว ยากที่จะเปลี่ยนใจ
“คุณ้าอะไรจากผม” ชายชราย่างเท้าเข้าไปหาชายหนุ่ม กัดฟันถามเสียงเบา เขากลัวว่านันทิชาอาจได้ยินบางอย่างที่ไม่ควร
“เมื่อคืนลูกสาวคุณไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้ทานข้าวกับลูกสาวหนึ่งวัน รู้สึกอย่างไรบ้าง” ชายหนุ่มตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม หากแต่รอยยิ้มนั้นเสมือนกำลังถากถางให้ชายชราต้องหน้าถอดสี ขาอ่อนแรงในทันที ก่อนจะหันตัวเอื้อมมือไปคว้าโต๊ะเพื่อพยุงตัวเองไว้
“หมายความว่าไง” เสียงสั่นเครือย้ำถาม หัวใจของนายดินตอนนี้แทบแตกสลาย แทนคุณได้เข้ามาในชีวิตของลูกสาวก่อนที่เขาจะรู้ตัว รวดเร็วจนแทบตั้งตัวไม่ติด ไม่คิดว่าผลจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นจะทำให้เด็กคนหนึ่งโกรธแค้นได้ถึงเพียงนี้ แม้เวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่ เด็กคนนั้นยังคงไม่วางความอาฆาตแค้นลง
“คุณไม่ได้ทานข้าวกับลูกคุณหนึ่งวันรู้สึกแบบไหนครับ ผมไม่ได้ทานข้าวกับพ่อแม่มาร่วมเกือบยี่สิบปี คุณคงไม่รู้รสชาติความเ็ปนั้นล่ะสิ เอาเป็ว่านับแต่นี้ไปผมจะทำให้คุณเข้าใจผมทุกอย่าง” แทนคุณใช้น้ำเสียงราบเรียบคล้ายกับว่าพยายามซ่อนบางอย่างเอาไว้ คำพูดอันแสนเยือกเย็นของชายหนุ่มทำให้คนชราเสียวสันหลังวาบ เขาเชื่อหมดหัวใจว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าสามารถทำทุกอย่างที่้าได้
“อย่าทำอะไรลูกสาวผม ไม่อย่างนั้นต่อให้ผมต้องตาย ผมก็ไม่เอาคุณไว้” หน้าเหี่ยวย่นจ้องเขม็งมายังแทนคุณ เพราะกำลังเข้ามาแตะต้องลูกสาวคนเดียวของเขา พลางยกมือขึ้นมาชี้หน้าชายหนุ่มอย่างเอาเื่ แทนคุณลดสายตามองตามมือของชายชราที่โกรธจนสั่นครู่หนึ่ง แล้วเลื่อนสายตาคมขึ้นไปสบตาชายชรา อย่างไม่รู้สึกเกรงกลัวแม้สักนิด
“ผมพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง ว่าคุณยอมแลกชีวิตเพื่อลูกสาวได้ ดี! มันชักจะสนุกแล้วสิ ผมจะทำให้คุณเป็เหมือนผมทุกอย่าง” แทนคุณกัดกรามแน่น แล้วค่อยๆ จับมือชายชราที่กำลังชี้หน้าเขาลง
“ตอนนี้ลูกสาวคุณจะปลอดภัย” เป็คำพูดแล้วเดินออกจากบ้านไป เด็กหนุ่มคนนี้ทั้งเก่งและฉลาดสมกับเป็ทายาทของตระกูล “ทวีศักดิ์” หากแต่กำลังบ้าคลั่ง ไร้เหตุผลใดที่จะอธิบายให้เข้าใจได้
สายตาของชายชราหันมองตามหลังชายหนุ่ม ที่เดินห่างออกไปช้าๆ นายดินรู้สึกจุกอยู่ในอก ดวงตากลอกกลิ้งไปมาด้วยความกังวลใจเกี่ยวกับลูกสาว แทนคุณใช้นันทิชาเป็เครื่องมือทำลายลมหายใจของเขา ก่อนที่ชายชราค่อยๆ ประคองร่างของตัวเองไปนั่งลงที่เก้าอี้ พลางยกมือเหี่ยวย่นที่ไม่ค่อยมีแรงนักขึ้นมากุมศีรษะ
“เขาไปแล้วหรือคะ” นันทิชาเดินออกมาหลังจากรถหรูสีขาวแล่นออกไป เสียงลูกสาวทำให้ชายชราเงยหน้าขึ้น มองหน้านันทิชาอย่างคนรู้สึกผิด
“ลาออกจากงานนั้นได้ไหมลูก” ดวงตาเหี่ยวย่นลดต่ำลง ก่อนพูดเชิงขอร้อง
“ทิชาทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะพ่อ ทิชาเซ็นสัญญาทำงานกับเขาไปแล้วหลังจากเรียนจบ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของชายชราดังขึ้นขัดจังหวะ มือเหี่ยวย่นหันไปหยิบมือถือที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะขึ้นมาดู เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะเป็เบอร์แปลกที่ดูไม่ค้นตา ก่อนจะกดรับสาย
“อย่าบอกเื่นี้กับลูกสาวคุณ หากอยากให้เธอปลอดภัย”
เสียงปลายสายทำให้ชายชราพยุงร่างตัวเองเดินห่างออกจากลูกสาว เขาหลับตาลงช้าๆ พลางสูดอากาศเข้าเต็มปอดเพื่อตั้งสติต่อรองกับเด็กหนุ่ม
“คุณจะเอายังไงกับผม” คนชราถามเด็กหนุ่ม อย่างจนใจที่จะต่อล้อต่อเถียง
“ผมจะทำให้คุณเข้าใจผมทุกอย่าง ความเ็ป ความอ้างว้าง คุณต้องได้รับ คุณรู้ใช่ไหม ว่าผมมีเงิน มีอำนาจมากพอที่จะทำให้ครอบครัวคุณพังในพริบตา อย่าคิดหนีไปไหน คุณไม่มีวันหนีผมพ้น เพราะผมจะไม่มีวันปล่อยคุณ ตอนนี้นันทิชาไม่รู้เื่เธอก็จะอยู่ในโอวาทผม หากแต่เธอรู้เื่แล้วเกิดดื้อดึงไม่เชื่อฟัง ผมก็ไม่รับรองความปลอดภัยของเธอ คุณเลือกเอาแล้วกันว่าจะเจ็บคนเดียว หรือเอาลูกสาวมาเจ็บด้วย และอีกไม่กี่วัน ผมจะทำให้คุณรู้ว่าการพลัดพรากมันเ็ปแบบไหน” ชายชรากำมือแน่น คำขู่ของแทนคุณทำให้ชายชรานึกย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาช่างเป็หัวหน้าครอบครัวที่ไม่เอาไหน อีกทั้งยังมีสัญญาที่บีบบังคับนันทิชาเอาไว้ แทนคุณวางแผนไว้แล้วอย่างรัดกุม หากไม่ได้ดังใจคงส่งทีมทนายหัวกะทิเข้ามาเล่นงานครอบครัวเขา ชายชราหน้ามืดทรุดลงในทันที ร่างบางของนันทิชารับไว้ได้ทันก่อนจะพยุงร่างของคนสูงอายุไปนั่งพัก
“พ่อค่อยๆ นั่งนะคะ เดี๋ยวทิชาเข้าไปเอายาดมมาให้นะคะ”
“ไม่ต้องทิชา เมื่อคืนลูกไปนอนที่ไหน” นันทิชาเปลี่ยนสีหน้าในทันที เธอมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย
“นอนที่ร้านค่ะ” หญิงสาวก้มหน้า หลบตาผู้เป็พ่อและตอบเสียงเบาชนิดแทบไม่ได้ยิน
“ลูกไม่เป็อะไรใช่ไหม” ชายชราค่อยๆ เอื้อมมือไปจับมือเรียวเล็กนั้น เธอคือแก้วตาดวงใจของเขาที่เหลืออยู่ในเวลานี้ ดวงตาของชายชราเก็บซ่อนความเ็ปเอาไว้ไม่ให้เธอได้เห็น มือหนาค่อยๆ ลูบศีรษะเด็กสาวอย่างเบา ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอด เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวประกันอย่างเธอปลอดภัย
“พ่อคะ ทิชาปลอดภัยดีค่ะ พ่อมีอะไรหรือเปล่า” คำตอบของหญิงสาวแสนใจซื่อทำให้เขาเ็ปจนพูดอะไรไม่ออก เธอกำลังตกเป็เครื่องมือของแทนคุณ ชายชรามองตาหญิงสาวพลางส่ายหน้า ในตอนนี้นันทิชาจะยังปลอดภัยตามที่เขาประกาศ
