“จวนค่ำแล้ว... กลับเถอะนะครับ”
ไททันเป็ห่วงเื่ความปลอดภัย แถวนี้เคยมีสัตว์นักล่าจำพวกเสือออกมาหากินตอนค่ำ
ครู่ต่อมาหญิงสาวก็ก้าวขึ้นจากลำธารด้วยสีหน้ากระเง้ากระงอด โกรธที่โดนเร่ง ทั้งที่ยังอยากเล่นน้ำต่อ
“ไททัน”
หญิงสาวเรียกชื่อคนที่เดินนำหน้าออกมาจากลำธาร
“ครับ”
เขาขานรับโดยไม่มองหน้าหล่อน เหตุการณ์เมื่อครู่ยังเขินไม่หาย
“ถามอะไรหน่อยได้ไหม... แต่นายต้องตอบตามตรงนะ”
“ครับ”
“นายไม่ชอบผู้หญิงหรือไง... นายเป็ประเภทชอบไม้ป่าเดียวกันใช่ป่ะ”
ไททันหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกล่าวว่า
“อะไรทำให้คุณหนูคิดอย่างนั้น”
“ก็... ”
มินตราเกือบจะตอบไปว่า ‘ก็ตอนลงเล่นน้ำนายดูไม่สนใจฉันเลย’ ความสงสัยทำให้หล่อนคาดเดาไปต่างๆ นานา ว่าบางทีไททันอาจจะมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศไปชอบไม้ป่าเดียวกัน เพราะงานที่ต้องคลุกคลีกินนอนอยู่กับทีมบอดี้การ์ดของบิดาซึ่งล้วนเป็ผู้ชาย
“เอาเป็ว่านายไม่ได้เป็เกย์ใช่ไหม”
คุณหนูถามย้ำ เพราะยังไม่ได้คำตอบ
“ผมเป็ผู้ชายทั้งแท่งครับ”
ไททันตอบเสียงหนักแน่น
“ฉันรู้... นายเป็ผู้ชายทั้งแท่ง... แล้วยัง... ”
มินตราเกือบจะเอ่ยออกมาแล้วเชียวว่า ‘แล้วยังแท่งใหญ่เสียด้วยสิ’ เพราะเมื่อกี้หล่อนััมาแล้วด้วยมือของตัวเอง ความเป็ชายชาตรีของไททันทำเอาหล่อนเกิดอาการใจเต้นระทึก แก้มร้อนวูบวาบ
ในเวลาต่อมา เมื่อไททันกับคุณหนูมินตราพากันกลับมาถึงบ้าน
“ผงซักฟอกกับกะละมังอยู่ตรงนี้นะครับคุณหนู”
ไททันที่ยืนอยู่หลังบ้านชะโงกใบหน้าเข้ามาบอก มินตราเดินอ้อมมาหลังบ้าน มองตะกร้าผ้าแล้วทำหน้างงๆ
“อย่าบอกนะว่าฉันต้องซักผ้าเอง... เอ่อ... ฉันซักผ้าไม่เป็”
มินตรากล่าว
“นายช่วยซักให้ทีได้ไหม”
เสียงหวานวิงวอน ถามพลางเหลือบมองหน้าบอดี้การ์ดหนุ่ม
“กางเกงในกับเสื้อในคุณหนูควรจะซักเองนะครับ เพราะว่ามันเป็ของส่วนตัว”
“ไม่เอา... ก็บอกแล้วไงว่าซักไม่เป็”
พูดจบก็เดินหน้าง้ำกลับเข้าไปในห้อง สุดท้ายไททันก็ต้องมานั่งซักผ้าแทนคุณหนู เขาไม่โทษหล่อน เพราะมินตราไม่เคยซักเสื้อผ้าเอง เพราะใช้ชีวิตอย่างคุณหนูที่ห้อมล้อมไปด้วยคนรับใช้
มินตราหายเข้าไปในห้องพักครู่ใหญ่ๆ ก่อนจะเดินออกมาแอบชะโงกหน้ามองว่าไททันซักผ้าให้หล่อนหรือเปล่า
“ว้าย... ไท... นายทำอะไร”
เสียงของคุณหนูทำเอาบอดี้การ์ดสะดุ้งโหยง หันมายิ้มแหยๆ ไม่คิดว่าหล่อนจะออกมา
“โรคจิตหรือเปล่า... อย่าบอกนะว่านายแอบดมกางเกงในฉัน”
“ก็... ”
ไททันค่อยๆ หย่อนกางเกงในลายลูกไม้สีชมพูหวานของคุณหนูที่กำลังยกขึ้นมาดมพิสูจน์กลิ่น วางลงในกะละมังด้วยท่าทางเขินๆ
“น่าเกลียดอ่ะ”
มินตราว่า
“แหะๆ... ผมแค่อยากรู้ว่าซักสะอาดแล้วหรือยัง... ก็เลยต้องพิสูจน์กลิ่น... หอมจัง”
คืนเดียวกันนั้น
มินตรานอนไม่หลับ กระสับกระส่ายเพราะแปลกที่แปลกทาง หล่อนเปิดประตูออกมา เห็นไททันนอนเหยียดยาวเป้าตุงอยู่บนแคร่ไม้หน้าห้อง
“ไท... ”
หล่อนเรียกชื่อเขา ปกติจะเรียกบอดี้การ์ดคนนี้ว่า ‘ไท’ สั้นๆ
“มีอะไรครับคุณหนู”
บอดี้การ์ดหนุ่มสะดุ้ง รีบลุกขึ้นนั่ง ถือตะเกียงเข้ามาวางใกล้หน้าประตู มองหน้าคุณหนูด้วยความสงสัยที่เห็นว่าหล่อนยังไม่หลับ
“ฉันนอนไม่หลับ... ที่นี่ทั้งมืดทั้งเงียบ... นายเข้ามานอนกับฉันได้ไหม”
“เอ่อ... จะ... จะดีหรือครับ”
ไททันอึกอัก เหมือนรู้ว่าผู้หญิงกับผู้ชายก็เหมือนไฟกับน้ำมัน
“มาเถอะน่ะ... นอนเป็เพื่อนฉันหน่อย”
คำพูดที่ได้ยินทำให้ชายหนุ่มจำต้องเข้ามานอนร่วมห้องเดียวกันกับคุณหนู
“นอนนะครับ... เดี๋ยวผมจะนอนกับพื้น”
ไททันคว้าเสื่ออีกผืนเอามาปูลงที่พื้น
“ไม่ต้อง... ขึ้นมานอนด้วยกัน”
“ผมเป็ผู้ชาย... คุณหนูเป็ผู้หญิง... นอนเตียงเดียวกันไม่ได้ครับ”
ไททันเป็สุภาพบุรุษ มินตราไม่สงสัยเลยว่าเพราะเหตุใดบิดาของตนจึงไว้วางใจให้ผู้ชายคนนี้ดูแลหล่อน
“อย่าขัดคำสั่งฉัน... ลืมหรือไงว่าฉันเป็นาย”
เสียงเข้มและสายตาดุ เจอประโยคนี้เข้าไปไททันก็เถียงไม่ออก จำต้องขึ้นมานอนทอดร่างเคียงข้างคุณหนูผู้เลอโฉม ไททันรีบตะแคงข้าง หันหลังให้คุณหนู เพราะไม่อยากเห็นเนื้อขาวๆ สองเต้าเย้ายวนและสะโพกอวบอัดที่ทำเอาหัวใจเต้นเมื่อมีโอกาสขึ้นมานอนใกล้ๆ
“ไท... ทำไมนายต้องหันหลังให้ฉัน... ฉันน่าเกลียดน่ากลัวมากหรือยังไง”
คุณหนูจอมวีนยังไม่เลิกราวี
“นอนเถอะครับคุณหนู”
ไททันไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด
“ก็ฉันหนาว... ”
มินตราทำเสียงอ้อน
“หนาวก็ห่มผ้าสิครับ”
ไททันชันศอกขึ้นมามอง ก็เห็นผ้าห่มวางอยู่ข้างหมอนของคุณหนู
“ไม่อยากห่มผ้า... แต่อยากกอดนาย”
