อีกด้านมุมหนึ่งของเมือง กลับมีความเงียบสงบที่น่ากลัวยิ่งกว่าสนามรบเสียอีก
ทิศตะวันตก โรงเตี๊ยมเก่าโทรมที่เหมือนถูกลืมเลือนจากคนทั้งเมือง
แผ่นป้ายไม้เก่าห้อยเอียง กลิ่นสุราเก่าและไม้ชื้นฝังแน่นในอากาศ ประตูไม้ถูกเปิดออกช้า ๆ
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทีสบาย ๆ ราวกับไม่ได้ยินเสียงะเิจากทั่วเมือง เขาสวมเสื้อคลุมเรียบ ๆ แต่สะอาดเกินกว่าจะเป็คนที่หลงเข้ามาโดยบังเอิญ
รอยยิ้มของเขาแสดงถึงความเป็มิตร
ชายชราหลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้น เขานั่งนิ่งเหมือนคนง่วงตลอดเวลา ดวงตาปรือเหมือนหลับอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่เสียงกลับสุภาพเป็ทางการ
“ยินดีต้อนรับ แต่ต้องขออภัยด้วยหากท่าน้ามาใช้บริการ เนื่องจากตอนนี้โรงเตี๊ยมกำลังอยู่ใน่ปิดทำการกรุณามาอีกครั้งในภายหลัง…ท่านหวังเฉียง”
หวังเฉียงยิ้มเล็กน้อยเหมือนพอใจที่ถูกเรียกชื่อ
“เ้ารู้จักข้าด้วยงั้นเหรอ?”
ชายชรายิ้มตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
“แน่นอนอยู่แล้วขอรับ”
หวังเฉียงเดินเข้าไปอีกก้าว เงาของเขาทาบลงบนพื้นไม้เก่า ๆ
“งั้นเ้าไม่ให้ข้าเข้าพักหน่อยเหรอ ข้า้าห้องหมายเลข 777”
คำว่า ห้องหมายเลข 777 หลุดจากปากเขาช้า ๆ ราวกับเป็รหัสอะไรบางอย่าง
ชายชรานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้ม
“ขออภัยด้วย ตอนนี้ทางโรงเตี๊ยมปิดให้บริการชั่วคราว โอกาสหน้าเชิญใหม่แล้วทางเราจะให้บริการที่น่าพึงพอใจแก่ท่านแน่นอน”
รอยยิ้มของหวังเฉียงยังไม่หาย แต่แววตากลับเ็าลงเล็กน้อย
และในเสี้ยววินาทีถัดมา ออร่ามหาศาลพุ่งทะลุออกจากร่างกายของเขา
พลังระดับนักบุญขั้นที่ 9 กดทับโรงเตี๊ยมทั้งหลังจนไม้เก่าร้องลั่น ผนังสั่น กระจกแตกเป็เสี่ยง ๆ ตะเกียงสั่นไหวจนเปลวไฟแทบดับ
ชายชราที่เคยดูเหมือนจะหลับตลอดเวลา ลืมตาขึ้นเต็มที่ในทันที
ใบหน้ายังคงสงบ แต่ภายในกลับเหมือนถูกไฟเผา
“นี่มันบ้าอะไรกัน… ใครบอกว่าไอ้เด็กเวรนี่ถูกตระกูลหวังขับไล่ออกมาเพราะไร้ความสามารถกัน”
“นี่มันนักบุญขั้นที่ 9 แล้ว”
อายุของหวังเฉียงนั้นยังไม่ถึงร้อยแน่นอน แต่นี่…จากข้อมูลที่เขารู้ หวังเฉียงน่าจะยังไม่เกินยี่สิบห้าปีด้วยซ้ำ
นักบุญขั้นที่ 9 ในวัยนี้ มันคือพร์แห่งยุคแล้ว
เหงื่อเย็นเริ่มไหลลงขมับของชายชรา แม้เขาจะพยายามคุมสีหน้า แต่กล้ามเนื้อใต้ิัก็เกร็งจนสังเกตได้
หวังเฉียงเอนตัวเล็กน้อยเหมือนกำลังคุยเล่น
“เอางี้เข้าเื่กันเลยดีกว่า สมาคมหนูท่อคิดราคาเท่าไหร่สำหรับข่าวของข้าในตอนนี้”
คำว่า สมาคมหนูท่อ ทำให้ชายชรารู้สึกเหมือนเืทั้งร่างหยุดไหล
เขาเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับถ้ำ์ขั้นสูงสุด ต่อหน้านักบุญ เขาเหมือนมดใต้เท้า
เด็กคนนี้…รู้ว่าที่แห่งนี้เกี่ยวข้องกับอะไรและทำงานยังไง และเขาพอจะเดาจุดประสงค์ของหวังเฉียงออกได้ทันที นั้นคือมาที่นี่เพื่อลบเื่ราวทั้งหมดให้จางหายไป
ความเงียบกัดกินโรงเตี๊ยม
เสียงหยดเหงื่อดังชัดเจนจนเกินจริง
ชายชรากลืนน้ำลาย ฝืนยิ้ม แต่เสียงสั่นเล็กน้อย
“ขออภัย… เดียวข้าขอคุยกับผู้ดูแลสาขาก่อน…”
หวังเฉียงพยักหน้าเหมือนรับรู้ เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
“งั้นข้าคงต้องให้พวกเ้าหายไปพร้อมกับความลับนี้ซะแล้ว”
แรงกดดันพุ่งขึ้นทันทีเหมือนูเาทับ ชายชรารู้สึกว่ากระดูกแทบจะแตก เพียงขยับนิ้วก็เหมือนจะถูกบดเป็ผง
แต่ในวินาทีที่ความตายกำลังจะปิดปากเขา
เสียงหวานใสของหญิงสาวก็ดังขึ้นจากด้านใน
“ขออภัยด้วยสำหรับความไร้มารยาทของพนักงาน ขอให้นายน้อยโปรดใจเย็น ๆ”
ที่บันไดสำหรับเดินทางไปชั้นสองเสียงเดินดังออกมาเบา ๆ
หญิงสาวก้าวออกมาจากเงามืดอย่างสง่างาม เส้นผมยาวสีดำเงางาม ใบหน้าสงบนิ่งแต่ดวงตาคมกริบ เสื้อผ้าของนางเป็สีดำเรียบง่าย พร้อมกับพลังการบ่มเพาะระดับนักบุญขั้นที่ 8 ที่ปะทุออกมา
นางย่อกายเล็กน้อยอย่างมีมารยาท ราวกับกำลังรับมือแขกคนสำคัญ
หวังเฉียงยืนอยู่กลางโถง ท่าทางสบายราวกับไม่ได้กำลังยืนอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เ้าเป็ใครกัน?”
หญิงสาวที่เพิ่งก้าวออกมาจากด้านในยืนตัวตรง ท่าทีสงบนิ่ง แม้จะรับรู้แรงกดดันมหาศาลตรงหน้า
“ข้าชื่อกุ่ยอิง เป็ผู้นำสมาคมหนูท่อสาขาเมืองดาบ์”
ดวงตาของนางนิ่งลึก ไม่มีความหวาดกลัวให้เห็นชัด แม้จะรู้ว่ากำลังยืนต่อหน้าคนที่มีการบ่มเพาะมากกว่านางก็ตาม
หวังเฉียงหัวเราะเบา ๆ เหมือนพอใจในคำตอบ เขายกมือขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะโยนหินิญญาระดับสูงสุดจำนวนมากไปตกตรงหน้ากุ่ยอิง
เคร้ง…
เสียงหินกระทบพื้นดังสนั่น
หินิญญาระดับสูงสุดจำนวนหนึ่งหมื่นก้อน กองเป็กองเล็ก ๆ เปล่งประกายแสงอ่อน ๆ จนทั้งห้องสว่างขึ้นเล็กน้อย
พลังบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากหินทำให้แม้แต่ชายชรายังเผลอกลืนน้ำลาย
หวังเฉียงพูดต่ออย่างสบาย ๆ
“ข้าไม่้าให้ใครรับรู้เื่นี้อีก เ้าว่าไง”
กุ่ยอิงเงียบไปครู่หนึ่ง สายตามองหินิญญาเ่าั้เล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้น
“ขออภัยด้วย สมาคมหนูท่อเราไม่ได้ทำงานแบบนั้น….”
คำตอบของนางชัดเจน ไม่มีการลังเล
และในวินาทีถัดมา
ฉึกกกก!
เสียงคมดาบเฉือนเนื้อดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ศีรษะของกุ่ยอิงสะบั้นขาดในพริบตา ร่างของนางยังยืนค้างเสี้ยววินาทีก่อนที่ศีรษะจะร่วงลงกระแทกพื้น เสียงดังทึบ
เืพุ่งกระเซ็นเป็ฝอยสีแดงสด สาดลงบนพื้นไม้และเคาน์เตอร์เป็หย่อม ๆ
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่ใครจะตั้งตัว
ชายชราตัวสั่นทันที มือเกาะเคาน์เตอร์แน่นจนข้อนิ้วขาว เขามองไปยังต้นทางของดาบด้วยหัวใจที่เหมือนจะะเิออกมา
คนชุดดำสี่คนยืนอยู่ด้านหลังโดยไม่รู้ว่าปรากฏตัวมาั้แ่เมื่อไร
ออร่าระดับาานักบุญทั้งสี่แผ่ออกมาพร้อมกัน กดทับบรรยากาศจนหนักเหมือนูเาขนาดมหึมากำลังทับเขาเอาไว้อยู่
ภาพตรงหน้าทำให้ชายชรารู้สึกว่าความกลัวตลอดชีวิตที่ผ่านมาไม่เคยมีอะไรเทียบได้กับตอนนี้แล้ว
กลิ่นคาวเืฟุ้งกระจายทั่วห้อง
หัวใจของเขาเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกจากอก
ในขณะนั้นเอง ร่างของคนชุดดำอีกคนก็เดินเข้ามาอย่างเงียบงัน
ฝีเท้าของเขาเบาจนแทบไม่ได้ยิน ชายชราหันไปมองโดยสัญชาตญาณ
คนคนนั้นสวมชุดสีดำสนิทปิดทุกสัดส่วนของร่างกาย ชายคนนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกน่าสะพรึงแบบสี่คนก่อนหน้า แต่มันกลับให้ความรู้สึกนิ่ง เงียบ และลึกเกินกว่าจะอ่านออก
แต่สิ่งที่คนชุดดำทำต่อไปนั้น… ทำให้ชายชรารู้สึกว่ากำลังเห็นสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในโลก
ชายชุดดำยกมือขึ้นช้า ๆ พลังสีใสโปร่งก่อตัวเป็ฟองน้ำทรงกลม ก่อนจะครอบร่างไร้ศีรษะของกุ่ยอิงเอาไว้
จากนั้นเขาเพียงขยับนิ้ว
ศีรษะที่ตกอยู่บนพื้นก็ลอยขึ้นอย่างช้า ๆ เหมือนถูกแรงที่มองไม่เห็นดึงดูด ก่อนจะถูกโยนเข้าไปในฟองใสนั้น
ในทันทีที่ศีรษะััร่าง
เนื้อและกระดูกเริ่มสมานตัวกันต่อหน้าต่อตา เืที่เคยไหลหยุดลง เส้นเืเชื่อมต่อ ิัปิดสนิทเหมือนไม่เคยถูกตัด
ชายชราอ้าปากค้าง
พลังการฟื้นฟูระดับนี้โดยไม่พึ่งพาโอสถ…เขาไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งชีวิต
มันเหมือนกำลังพลิกกฎของชีวิตและความตายโดยตรง
แต่เื่ยังไม่จบ
ชายชุดดำคนนั้นยกมือแตะศีรษะของกุ่ยอิงทันทีเพื่อเริ่มค้นหาความทรงจำของนางอย่างไร้ความลังเล
ทันใดนั้น
ปังงงง!
ศีรษะของกุ่ยอิงะเิออกทันที
เศษเืและเนื้อกระจายภายในฟองใส แต่ไม่ทะลุออกมาแม้แต่นิดเดียว
ชายชราสะดุ้งเฮือก เขารู้ทันทีว่านี่คือข้อจำกัดของสมาคมหนูท่อ ที่ฝังไว้เพื่อป้องกันความลับรั่วไหลหรือหากว่ามีคนบังคับค้นหาความทรงจำ ข้อจำกัดนี้จะสังหารสมาชิกผู้นั้นทันที
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา…ทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเริ่มผิดเพี้ยน
เศษเนื้อที่กระจายอยู่เริ่มรวมตัวกันใหม่อย่างรวดเร็ว กลายเป็ศีรษะที่สมบูรณ์อีกครั้งภายในไม่กี่ลมหายใจ พลังชีวิตของกุ่ยอิงกลับมาอีกครั้งแต่ทว่าข้อจำกัดนั้นกลับไม่ทำงานอีกต่อไป
ปากของชายชราเริ่มอ้าออกโดยไม่ได้ควบคุมพร้อมกับคนชุดดำยังได้เริ่มทำการค้นหาความทรงจำต่อไปอย่างเืเย็น
….
….
….
ไม่นาน ทุกอย่างก็สงบลง
ฟองใสสลายไปช้า ๆ
กุ่ยอิงลืมตาขึ้นอีกครั้ง เหมือนคนที่เพิ่งฟื้นจากความตายจริง ๆ ใบหน้าซีดเล็กน้อย ดวงตายังมีความสับสนปะปนความเ็ป
นางมองไปยังชายชุดดำทั้งห้า…และหวังเฉียง
ความเงียบกดทับทั้งห้อง
คนชุดดำดีดนิ้วเบา ๆ
แปะ!
หยดน้ำใสสองหยดลอยขึ้นจากปลายนิ้ว ก่อนจะลอยไปหยุดตรงหน้าผากของชายชราและกุ่ยอิง
เสียงของเขาดังขึ้น
“อย่าต่อต้าน ไม่งั้นความตายจะเป็สิ่งเดียวที่พวกเ้าโหยหานับจากนี้ไป”
ทั้งสองคนไม่กล้าขยับแม้แต่นิดเดียว หยดน้ำไหลผ่านิัเข้าไปในร่างของพวกเขาอย่างเงียบงัน
คนชุดดำพูดต่อ
“หยดน้ำที่ข้าฝังไว้ในร่างพวกเ้า มีไว้กันการทรยศ ส่วนอะไรที่เรียกว่าการทรยศนั้น พวกเ้าก็ไปคิดกันเอง แต่ว่าเื่ในวันนี้นั้นเก็บเอาไว้เป็ความลับละ”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังคุยเื่ธรรมดา
“หลังจากนี้พวกเราคงได้ทำงานด้วยกันอีกมาก ข้าให้รางวัลกับคนที่ทำงานได้ดีเสมอ ดังนั้นพยายามเข้าละ”
คำพูดนั้นเรียบง่ายอย่างน่าประหลาดใจ
“ส่วนถ้าพวกเ้าอยากลองถอนข้อจำกัดของข้าออกก็ลองดู ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันมีวิธีไหน เพื่อที่จะได้เอาไปพัฒนาต่อในอนาคต”
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่แทงลึกเข้าไปในใจของกุ่ยอิง
เมื่อครู่สติของนางดับวูบไปโดยไม่รู้ตัว นางรู้สึกเหมือนหัวมันหล่นไปกระแทกพื้น ก่อนจะฟื้นขึ้นมาพร้อมความเ็ปเหมือนศีรษะกำลังแตกออก แล้วก็หมดสติไปอีก
ตอนนี้นางเข้าใจแล้ว… ชีวิตของนางไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วใน่ไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา
คนชุดดำโยนแหวนมิติวงหนึ่งไปให้ก่อนที่กุ่ยอิงรับไว้โดยสัญชาตญาณ มือของนางยังสั่นเล็กน้อย
“ข้าจะติดต่อเ้าผ่านแหวนนี้ เก็บมันไว้ให้ดี”
เขาหันหลังเล็กน้อยก่อนพูดทิ้งท้าย
“จำไว้ ทุกอย่างในวันนี้เป็ความลับไม่ต้องบันทึกไปที่สมาคมหนูท่อสาขาอื่นๆ แล้วถ้ามีใครมาติดต่อขอซื้อข้อมูลชนิดนี้ให้ติดต่อมาหาข้าก่อน แล้วเจอกัน”
ทันทีที่คำพูดจบลง
ทั้งหกคนก็หายวับไปพร้อมกันเหมือนเงาที่ถูกลบออกจากโลก
เหลือเพียงความเงียบงัน
