แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องลงบนที่ราบหน้าเมืองหลี่เฉิงเผยให้เห็นภาพที่ทำให้ทหารบนกำแพงเมืองต้องกลั้นหายใจ ธงรบสีดำทมิฬรูปหัวหมาป่าโบกสะบัดพรึ่บพรั่บ กองทัพหมาป่าเงาสามพันนายในชุดเกราะหนังสีดำยืนเรียงแถวเป็ระเบียบ เงียบกริบดั่งรูปปั้น แผ่รังสีอำมหิตกดดันจนอากาศรอบข้างดูเหมือนจะหนักอึ้ง
เบื้องหน้ากองทัพคือแม่น้ำสายกว้างที่ไหลเชี่ยวกรากและสะพานหินโบราณเพียงแห่งเดียวที่เป็เส้นทางเข้าสู่เมือง บนหลังม้าสีนิลตัวใหญ่ ผู้นำทัพสวมหน้ากากเหล็กสีดำสนิทนามว่า แม่ทัพหน้ากากเหล็ก ยกดาบเล่มั์ชี้ขึ้นไปบนกำแพงเมือง
"ส่งตัวฏหลี่หยางและนังหมอปีศาจออกมา!" เสียงของมันดังก้องกังวานด้วยลมปราณอันแก่กล้า “แล้วข้าจะไว้ชีวิตชาวเมืองทุกคน หากขัดขืน ข้าจะฆ่าล้างเมืองไม่ให้เหลือแม้แต่ไก่สักตัว"
เ้าเมืองจางที่ยืนขาสั่นอยู่หลังกำแพงเมืองหันมามองเซียวหลัน หน้าซีดเผือด "มะ... แม่นางเซียวเอาไงดี พวกมันขู่จะฆ่าล้างเมืองนะ"
เซียวหลันยืนกอดอกอยู่ข้างป้อมสังเกตการณ์สวมชุดเกราะอ่อนที่นางสั่งทำพิเศษ ใบหน้านิ่งสงบราวกับผิวน้ำ "คำพูดของโจรเชื่อถือไม่ได้หรอกเ้าค่ะ" นางตอบเสียงเรียบ "เป้าหมายของพวกมันคือยึดเมืองเป็ฐานที่มั่น ต่อให้ส่งพวกข้าออกไปพวกมันก็ฆ่าทุกคนปิดปากอยู่ดี สั่งพลธนูเตรียมพร้อม"
เ้าเมืองจางกลืนน้ำลายรวบรวมความกล้าะโสั่ง "พลธนู! ประจำสถานี!!”
แม่ทัพหน้ากากเหล็กเห็นว่าไม่มีการตอบรับ มันแค่นเสียงหัวเราะ “รนหาที่ตายสินะ ทหาร! บุกข้ามสะพาน!! ยึดประตูเมือง!!!”
"เฮ้!!!"
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทหารม้ากองหน้ากว่าห้าร้อยนายควบม้าตะบึงลงสู่สะพานหิน เสียงกีบม้ากระทบแผ่นหินดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้อง
หลี่หยางยืนซุ่มดูอยู่หลังแนวป้องกันหน้าประตูเมือง เขากำดาบแน่นรอสัญญาณจากเซียวหลัน
บนสะพานทหารม้าข้าศึกควบตะบึงเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนถึงกึ่งกลางสะพาน ความยาวของขบวนทัพทำให้สะพานแน่นขนัดไปด้วยม้าและคน
"อีกนิด" เซียวหลันพึมพำ สายตาจ้องมองไปยังจุดกึ่งกลางสะพานที่มีถังดินะเิฝังซ่อนอยู่ใต้ท้องสะพานนับสิบถัง
เมื่อทัพหน้าของข้าศึกเข้ามาอยู่ในโซนสังหารจนเต็มพื้นที่ เซียวหลันก็ชูธงสีแดงขึ้นสูงแล้วสะบัดลงอย่างแรง
"ยิง!"
พลธนูมือดีที่สุดที่นางคัดเลือกมายิงธนูหัวไฟพุ่งแหวกอากาศลงไปที่ตอหม้อสะพาน แม้จะพลาดเป้าไปบ้าง แต่ดอกสุดท้ายก็ปักเข้าที่ชนวนน้ำมันที่นางลากยาวออกมา
ไฟลุกพรึ่บวิ่งไปตามเชือกชนวนด้วยความเร็วสูงมุดหายเข้าไปใต้สะพาน
ทหารม้าข้าศึกชะงักเมื่อเห็นไฟลุก "เฮ้ย! อะไรวะ!!”
เสี้ยววินาทีต่อมาโลกทั้งใบก็สั่นะเื
ตูมมมมม!!!
เสียงะเิกัมปนาทดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก ลูกไฟขนาดมหึมาพวยพุ่งขึ้นจากกลางสะพาน แรงะเิจากดินปืนอัดเม็ดสูตรพิเศษฉีกกระชากโครงสร้างหินที่แข็งแกร่งให้แตกเป็เสี่ยงๆ ราวกับเศษขนมปัง ร่างของทหารม้าและม้าศึกปลิวว่อนขึ้นไปในอากาศก่อนจะร่วงกราวลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง เศษหินคมกริบพุ่งกระจายกลายเป็สะเก็ดะเิสังหารผู้ที่อยู่ใกล้เคียง
สะพานหินขาดสะบั้นตรงกลาง กองทัพหน้าห้าร้อยนายหายวูบไปกับสายน้ำในพริบตา
"นะ... นั่นมันเวทมนตร์อะไรกัน!" แม่ทัพหน้ากากเหล็กที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำเบิกตาโพลง ม้าของมันตื่นใจนยกขาหน้า
บนกำแพงเมืองทหารฝ่ายหลี่เฉิงต่างยืนตะลึงอ้าปากค้างก่อนจะโห่ร้องด้วยความสะใจ
"สะพานพังแล้ว! พวกมันข้ามมาไม่ได้แล้ว!”
แต่เซียวหลันไม่ได้ยิ้ม นางรู้ดีว่านี่ยังไม่จบ
"อย่าเพิ่งดีใจ!" นางะโแข่งกับเสียงอื้ออึง “ทหารที่รอดชีวิตฝั่งเรา เก็บกวาดพวกมันให้หมด!!”
ทหารม้าข้าศึกส่วนหน้าสุดประมาณร้อยนายที่ข้ามสะพานมาได้ก่อนะเิ บัดนี้ตกอยู่ในสภาพขวัญหนีดีฝ่อถูกตัดขาดจากทัพใหญ่และติดอยู่ในวงล้อม
“ฆ่ามัน!” หลี่หยางนำทหารกองรบพิเศษพุ่งออกจากประตูเมือง เข้าประจัญบานทันที
ฉากการสังหารหมู่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลี่หยางดุจพยัคฆ์ร้ายในฝูงแกะ ดาบของเขาตวัดฟันศัตรูที่กำลังสับสนจนล้มตายเป็ใบไม้ร่วง แต่ท่ามกลางความโกลาหลาย่อมมีการสูญเสีย ทหารฝ่ายหลี่เฉิงหลายนายถูกลูกหลงจากธนูสวนกลับของข้าศึกฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ร่างที่โชกเืถูกหามเข้ามาหลังกำแพงเมือง
"หมอ! หมออยู่ไหน!” เซียวหลันรีบวิ่งลงจากกำแพงเมือง ตรงไปยังลานกว้างที่นางจัดตั้งเป็โรงพยาบาลสนาม
ภาพเบื้องหน้าคือขุมนรก เสียงร้องโอดโอย กลิ่นคาวเื และภาพอวัยวะที่ขาดวิ่น
"เสี่ยวชุน! เอาผ้าพันแผลมา! อาหลง ต้มน้ำเกลือ!"
เซียวหลันสวมบทบาทแพทย์สนามทันที นางหยิบพู่กันจุ่มสีขึ้นมาเดินตรวจคนเจ็บอย่างรวดเร็วเพื่อทำการคัดแยกผู้ป่วยทันที โดยสีดำสำหรับผู้ที่าเ็ที่สมองหรือหัวใจ รวมถึงพวกที่หยุดหายใจด้วย ความหมายคือให้ปล่อยวางเพราะหมดหนทางรอด ส่วนสีแดงสำหรับผู้ที่มีเืออกมาก ทางเดินหายใจอุดกั้นแต่ยังมีสติ เป็กลุ่มที่ต้องรักษาทันที สีเหลืองคือพวกกระดูกหัก าแไม่ลึก เป็กลุ่มที่ยังรอคอยการรักษาได้ และสีเขียวคือพวกแผลถลอก เดินได้ เป็กลุ่มที่ให้เตรียมกลับไปสู้ต่อ
"ท่านหมอ! ช่วยเพื่อนข้าด้วย! ไส้เขาไหลออกมาแล้ว!" ทหารนายหนึ่งร้องไห้กอดเพื่อนที่นอนนิ่งไปแล้ว
เซียวหลันก้มลงจับชีพจรก่อนจะพบว่ามันว่างเปล่า นางกัดริมฝีปากแน่น แล้วป้ายสีดำลงบนหน้าผากศพ “เขาไปสบายแล้ว วางเขาลง แล้วไปช่วยคนอื่น" นางสั่งเสียงเฉียบขาด แม้ในใจจะเ็ปแต่นางไม่มีเวลามาฟูมฟาย
วินาทีนั้นเองทหารนายหนึ่งถูกหามเข้ามา ขาข้างหนึ่งขาดสะบั้นจากแรงะเิ เืพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ
"เส้นเืใหญ่ที่ต้นขาขาด" เซียวหลันวินิจฉัยทันที "อาหลง! สายรัดห้ามเื” นางใช้ท่อนไม้และแถบผ้าขันชะเนาะเหนือแผลจนเืหยุดไหล แล้วใช้คีมหนีบเส้นเืแดงใหญ่ไว้ "เตรียมเข็มและไหม ข้าต้องเย็บปิดปากแผลเดี๋ยวนี้"
ท่ามกลางเสียงะเิและเสียงกรีดร้อง เซียวหลันทำงานแข่งกับเวลา มือของนางอาบย้อมด้วยเืของมิตรและศัตรูแต่ดวงตายังคงมุ่งมั่นไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย
หนึ่งชั่วยามผ่านไป...
การต่อสู้หน้าประตูเมืองยุติลง ทหารม้าข้าศึกที่ติดฝั่งนี้ถูกสังหารจนหมดสิ้น ส่วนทัพใหญ่ฝั่งตรงข้ามทำได้เพียงยืนมองด้วยความแค้นเคือง เพราะสะพานขาดจนไม่สามารถข้ามมาได้
หลี่หยางเดินกลับเข้ามาในเขตพยาบาล เกราะของเขาชุ่มโชกไปด้วยเืแต่ไม่มีาแฉกรรจ์ เขาเดินตรงมาหาเซียวหลันที่กำลังล้างมือในอ่างน้ำสีแดงฉาน
"เราชนะยกแรก" หลี่หยางกล่าวเสียงเหนื่อยอ่อน
"แต่แลกมาด้วยชีวิตทหารเรา 50 นาย และาเ็อีกร้อยกว่า” เซียวหลันตอบเสียงสั่นเครือ นางเงยหน้ามองเขา “นี่สินะ า"
"มันยังไม่จบ" หลี่หยางมองไปทางแม่น้ำ “พวกมันกำลังตัดไม้ทำแพ พรุ่งนี้พวกมันจะบุกข้ามน้ำมา"
เซียวหลันพยักหน้า แววตาแข็งแกร่งขึ้น "ให้พวกมันมา ข้ายังมีของขวัญเตรียมไว้ให้อีกเยอะ"
ทันใดนั้นนกพิราบสื่อสารตัวหนึ่งก็บินร่อนลงมาเกาะที่ไหล่ของเซียวหลัน ที่ขาของมันผูกกระบอกไม้ไผ่ที่มีตราประทับรูปเมฆ
เซียวหลันแกะสารออกมาอ่าน สีหน้าของนางเปลี่ยนจากเคร่งเครียดเป็ตื่นตระหนก
"ข่าวจากไป๋อวิ๋น" นางกระซิบ
"ว่าไงบ้าง"
"ทัพหน้า 3,000 นี่เป็แค่ตัวล่อ" เซียวหลันมือสั่น "องค์ชายสามส่งทัพหลวงอีก 10,000 นายอ้อมมาทางหุบเขาด้านหลัง และคนที่นำทัพมา คือแม่ทัพปีศาจโลหิตผู้ที่ไม่เคยแพ้ใครในสนามรบสักครั้งเดียว"
หลี่หยางเบิกตากว้าง “เขาคือ จ้าวมู่ ศิษย์พี่ร่วมสำนักดาบของข้าเอง"
