ในวันที่ตระกูลฟงได้รับข่าวน่ายินดี เมื่อมีจอหงวนคนใหม่อยู่ในตระกูลแม่ทัพใหญ่ การหารือเื่งานเลี้ยงจึงเสร็จสิ้นภายในวันเดียวกัน จินเยี่ยนหลิงกับแม่สามีช่วยกันทำงานไม่ให้ตกหล่น รายชื่อแขกที่เชิญมาร่วมงานได้มอบให้พ่อบ้านจัดการเป็ที่เรียบร้อย
มีเพียงหนังสือเชิญของตระกูลหยาง ที่สองพี่น้องฝาแฝดตระกูลฟงนำไปส่งด้วยตนเอง เพื่อเยี่ยมคารวะท่านน้ากับน้าเขย แต่สิ่งที่ทุกคนต่างรู้กันดีย่อมหนีไม่พ้นญาติผู้น้อง ไม่ว่าครั้งไหนทั้งสี่คนมักจะนั่งพูดคุยจนลืมเวลาได้เสมอ
“พวกเ้าสองคนอย่าไปถึงงานเลี้ยงช้านักล่ะ พี่สั่งให้พ่อครัวทำอาหารที่พวกเ้าชอบไว้หลายอย่าง ไปถึงช้าจะถูกคนอื่นแย่งกินจนหมดนะ”
“พี่เหยาเหวินท่านไม่ต้องห่วง ข้ากับพี่ใหญ่จะไปถึงเป็คนแรกแน่นอนเ้าค่ะ”
แต่หยางซิวหรงกลับคิดต่างกับน้องสาวเล็กน้อย “เซียนเอ๋อร์แน่ใจหรือว่าเ้าจะเป็คนแรกที่ไปถึง พี่กลับคิดว่าคงมีคุณหนูอีกหลายตระกูล ที่เร่งเร้าให้บิดามารดาพาไปร่วมงานแต่หัววัน เมื่อเ้าไปถึงพวกนางก็เดินให้เกลื่อนจวนแล้วกระมัง”
“เื่นี้ข้าเห็นด้วยกับอาหรงนะ นอกจากตระกูลที่เป็มิตรกับท่านปู่แล้ว อย่างไรเสียพวกที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามจะไม่เชิญก็ไม่ได้ เพราะเป็ขุนนางใหญ่ในราชสำนัก
ที่สำคัญอาจมีคุณหนูที่ไม่ชอบเซียนเอ๋อร์ของเรา พวกนางต้องแต่งกายด้วยเครื่องประดับราคาแพง เพื่อมาข่มความงามของน้องสาวพวกเราเป็แน่” ฟงเสวี่ยหลินที่เคยเห็นเกี่ยวกับเื่นี้ผ่านตามาบ้าง
ส่วนฟงเหยาเหวินกลับมีความเห็นไปอีกทาง “แต่ข้ากลับมองว่านอกจากการแต่งกายประชันความงาม คงมิใช่จุดหมายที่แท้จริงของพวกนางแน่นอน พวกเราควรระวังคุณหนูที่ตัวติดกันให้ดี ข้าคิดว่าพวกนางต้องมีแผนการมากลั่นแกล้งเซียนเอ๋อร์ ท่ามกลางแเื่มากมายหากเกิดเื่กับเซียนเอ๋อร์ ย่อมเป็เื่เล่าลือไปทั่วเมืองหลวงในชั่วข้ามคืน”
ป๊าบ! “ถูกต้องเ้าค่ะพี่เหยาเหวิน ข้าก็คิดเื่นี้คล้ายกับท่านเช่นกัน การระวังตัวไว้ย่อมดีกว่าเพราะสามารถรับมือได้ทัน แต่ข้าจะเอาคืนพวกนางอย่างไรโดยไม่ให้ถูกตำหนิ ขอเวลาข้าคิดแผนการอีกสักหน่อย หากคิดออกแล้วจะรีบบอกพวกท่านทันทีเ้าค่ะ”
หยางเฟิ่งเซียนเข้าใจสิ่งที่ฟงเหยาเหวินพูดอย่างรวดเร็ว ถึงตนจะอยู่นิ่ง ๆ แต่สตรีเ่าั้ก็คิดลงมือกับนางอยู่ดี ดังนั้นนางย่อมทำตามปณิธานของตนเสียหน่อยแล้ว
“เอาเช่นนี้เถิด วันนี้พวกท่านกลับจวนไปกำชับกับพ่อบ้าน เพื่อจัดกำลังบ่าวไพร่ให้มากกว่าปกติ ในบริเวณที่สุ่มเสี่ยงกับการเกิดเื่ ส่วนแผนการของเซียนเอ๋อร์ค่อยให้หลี่เจินไปบอกพวกท่านทีหลังขอรับ” หยางหยางซิวหรงเสนอแผนการป้องกันเอาไว้อีกทางกับทุกคน
“ข้าเห็นด้วย /ข้าก็เห็นด้วย”
ฟงเสวี่ยหลินยอมรับแผนการของญาติผู้น้อง เมื่อการส่งหนังสือเชิญเสร็จสิ้นก็ถึงเวลากลับจวน พร้อมนำแผนการนี้ไปกำชับกับพ่อบ้านฟงอีกครั้ง “เช่นนั้นพวกพี่ต้องกลับจวนก่อนนะ จะได้จัดการเื่กำลังคนให้เรียบร้อย”
“ขอรับ /เ้าค่ะ”
ญาติผู้น้องฝาแฝดเดินมาส่งญาติผู้พี่แค่หน้าเรือนใหญ่ เพราะทั้งสองไม่อยากให้หยางเฟิ่งเซียนต้องเดินไปถึงประตูจวน ภายหลังส่งญาติผู้พี่กลับออกไปแล้ว ด้านหลังของทั้งสองก็ปรากฏร่างของอวี้เหลียน เข้ามารายงานว่าเ้านายของตน้าพบสองพี่น้องในยามนี้
“หือ อวี้เหลียนเ้ามีอะไรกับพวกข้าสองคนเช่นนั้นหรือ”
“เรียนคุณชาย คุณหนู นายหญิงให้ข้ามาเชิญพวกท่านไปพบที่เรือนตอนนี้ขอรับ”
“อืม ขอบคุณเ้ามากข้ากับน้องเล็กจะไปเดี๋ยวนี้”
หยางเฟิ่งเซียนทำท่าครุ่นคิดกับการไปพบมารดา ว่าจะเป็เื่เกี่ยวกับสิ่งที่ทั้งสองคนเฝ้ารอหรือไม่ เนื่องจากนางลองคำนวณเวลาดูแล้ว นี่ก็ครบสามวันตามที่จีจี้ได้บอกเอาไว้ “พี่ใหญ่ท่านว่าที่ท่านแม่ให้คนมาตามพวกเราสองคนไปพบ จะเกี่ยวกับเื่ที่คุยกันเอาไว้เมื่อวันก่อนหรือไม่เ้าคะ”
“อาจใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ พวกเรารีบไปพบท่านแม่ก่อนเถิด ไปถึงคงจะรู้เองว่าใช่อย่างที่พวกเราคิดหรือไม่” หยางซิวหรงย่อมคิดไม่ต่างจากน้องสาว บางครั้งความคิดของพวกเขาก็คล้ายกันมากจนน่าใ ถึงขั้นมองตาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกคนคิดจะทำสิ่งใด
“ไปเร็วเข้าพี่ใหญ่”
ซูอันที่ส่งอวี้เหลียนไปตามบุตรทั้งสองให้มาพบ กำลังนั่งรออย่างสบายใจไม่มีทีท่ากลัดกลุ้ม หรือเป็กังวลอย่างที่มารดาผู้อื่นเป็สักนิด จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้ามากกว่าสองคน ก็รู้แล้วว่าบุตรของตนมาถึงเรือนแล้วนั่นเอง
เสียงของหยางเฟิ่งเซียนดังขึ้นก่อนจะเปิดประตูเรือนของมารดา “ท่านแม่ข้ากับพี่ใหญ่มาแล้วเ้าค่ะ ท่านให้อวี้เหลียนไปตามพวกเรามาพบ มีเื่สำคัญอันใดอยากจะชี้แนะกับพวกเราหรือเ้าคะ”
ซูอันมิได้ตอบบุตรสาวแต่หันไปสั่งการกับอวี้เหลียน “เ้าเฝ้าด้านนอกไว้ให้ดีนะอวี้เหลียน ข้ามีเื่สำคัญจะพูดคุยกับลูก ๆ ของข้าสักประเดี๋ยว ใครกล้าไม่เชื่อฟังลงโทษทันที”
“ทราบแล้วขอรับนายหญิง”
เมื่ออวี้เหลียนปิดประตูเรือนจนสนิท และยืนถือดาบเฝ้าด้านหน้าอยู่เงียบ ๆ ซูอันถึงหันมาหาบุตรทั้งสองอีกครั้ง “เอาล่ะ ที่แม่เรียกพวกเ้ามาพบในวันนี้ เพราะเื่ที่รับปากเอาไว้จีจี้ทำสำเร็จแล้ว จีจี้ส่งของออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
[รับทราบเ้าค่ะนายหญิง]
พรึบ! สิ้นเสียงคำสั่งของซูอันก็ปรากฏกล่องไม้เล็ก ๆ สี่ชิ้น และยังมีกล่องขนาดแตกต่างกันอีกสี่ชิ้นบนโต๊ะกลางห้อง หลังจากนั้นยังคงเป็เสียงของจีจี้ ที่อธิบายว่าสิ่งของในกล่องไม้มีอะไรบ้าง
[อะ แฮ่ม ต่อไปจีจี้จะอธิบายถึงสิ่งที่อยู่ด้านในแล้วนะเ้าคะ กล่องเล็ก ๆ ทั้งสี่จีจี้ใช้หยกดำหายาก ในการทำเป็แหวนให้คุณชายกับคุณหนูรวมถึงคุณชายฟงทั้งสอง โดยด้านในแหวนทั้งสี่วงได้ใส่สิ่งจำเป็มากมายเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค ยาพิษหรือยาถอนพิษชนิดต่าง ๆ อาวุธร้ายแรงที่มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งนายหญิงเคยสอนพวกท่านใช้ทั้งหมดไปแล้ว]
“ว้าว พี่ใหญ่นี่มันยอดเยี่ยมมากจริง ๆ เ้าค่ะ ต่อไปยามเดินทางไปทำการค้าต่างแคว้น พวกเราย่อมมีอาวุธที่ร้ายกาจจัดการศัตรูได้ทันที ขอบคุณท่านแม่ ขอบคุณจีจี้ข้าชอบสิ่งนี้มาก”
“น้องเล็กพูดถูก อาวุธร้ายกาจพวกนี้ค่อยใช้ในยามอันตราย จะให้คนอื่นเห็นง่าย ๆ ไม่ได้เป็อันขาด เหมาะกับการพกพาไปทำการค้าที่สุดแล้วล่ะ ขอบคุณท่านแม่กับจีจี้นะขอรับ ลูกก็ชอบสิ่งนี้เหมือนน้องเล็ก”
ซูอันยกยิ้มพอใจกับท่าทางของบุตรทั้งสอง แต่นางรู้ว่าจีจี้มิได้มีเพียงเท่านี้ที่จะมอบให้บุตรของนาง “จีจี้ เอาออกมาให้หมดเสียในคราวเดียวไม่ดีกว่าหรือ เ้าจะหมกเม็ดเอาไว้เพื่ออันใดกัน”
[ไอหยา ยังคงเป็นายหญิงที่รู้ทันจีจี้เช่นเคย ใช่เลยเ้าค่ะสิ่งที่เตรียมไว้มิได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีกระพี่พกขนาดสองฉื่อให้คุณชาย วัสดุทำจากเหล็กชั้นดีประดับด้วยหยกม่วง ความคมของกระบี่พกแค่ออกแรงตวัดเพียงสองส่วน ก็สามารถเชือดคอให้ขาดลึกไปหลายชุ่น
ในส่วนของคุณหนูเป็ปิ่นปักผมทำจากเหล็กขาว เมื่อจับหัวปิ่นดึงออกมาจะเป็มีดสั้นอันคมกริบเช่นกัน สามารถใช้ในการลอบทำร้ายหรือลอบสังหารได้ดี ยังมีอีกหนึ่งอย่างของคุณหนูนั่นก็คือแส้เหล็กอันบางเฉียบ มีน้ำหนักเบาปลายแส้ฝังใบมีดขนาดเล็กทุก ๆ สามปล้อง สามารถสร้างาแและตัดเส้นเอ็นได้ในพริบตาเ้าค่ะ]
หยางเฟิ่งเซียนได้ฟังจีจี้พูดถึงอาวุธของตน ยิ่งชื่นชอบความรู้ใจนี้มากกว่าเดิมหลายเท่า “โอ้ยยย ท่านแม่เหตุใดจีจี้ถึงได้รู้ใจลูกเช่นนี้เ้าคะ มีทั้งอาวุธต่อสู้ในระยะประชิด ไหนจะแส้เหล็กใช้ต่อสู้ในระยะไกล ล้วนใช้สังหารคนได้โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว”
“กระบี่พกชิ้นนี้ความคมของมันไม่อาจดูเบาได้จริง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ประโยชน์กับลูกและน้องเล็กทั้งสิ้นนะขอรับท่านแม่”
“พวกลูกชอบก็ดีแล้ว แต่ต้องใช้มันอย่างระมัดระวังด้วยล่ะ ในเมื่อพวกเ้ารับปากแล้วว่าจะทำการค้าให้เจริญรุ่งเรือง ดังนั้นจงใช้สิ่งที่แม่มอบให้ปกป้องตนเองและการค้า
หากวันหนึ่งพวกเ้าพบเจอเื่ใหญ่เกินจะรับมือได้ อย่าลืมว่าข้างหลังพวกเ้ายังมีพ่อและแม่ ที่พร้อมจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเสมอ อย่าได้อวดเก่งนั่นมิใช่ความคิดของคนฉลาด เข้าใจที่แม่พูดหรือไม่”
สองพี่น้องมองหน้ากันเป็อันเข้าใจ ว่าสิ่งที่มารดาสั่งสอนนั้นเป็สิ่งที่สมควรที่สุดแล้ว “ลูกกับน้องเล็กจดจำเอาไว้แล้วขอรับ พวกเราจะไม่อวดเก่งจนถูกมองว่า แก้ไขปัญหาด้วยวิธีอันโง่เขลาแน่นอนขอรับ”
หยางเฟิ่งเซียนนึกถึงเื่ที่พูดคุยกับพี่ชายทั้งสามก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ “ลูกก็จดจำคำสอนของท่านแม่ไว้แล้วเ้าค่ะ เอ่อ ท่านแม่เ้าคะลูกมีเื่อยากปรึกษาสักเล็กน้อย เกี่ยวกับงานเลี้ยงของญาติผู้พี่เ้าค่ะ”
ซูอันเห็นสีหน้าของบุตรสาวเปลี่ยนไป จึงสงสัยว่าเื่ที่บุตรสาวอยากปรึกษาคืออะไรกันแน่ “เซียนเอ๋อร์อยากปรึกษาอันใดหรือ ลองบอกแม่มาเถิดจะได้ช่วยกันแก้ไขเสียแต่เนิ่น ๆ”
“ลูกคิดว่างานเลี้ยงของญาติผู้พี่ในวันมะรืน อาจเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นเป็แน่ ซึ่งสาเหตุคงไม่พ้นความอิจฉาริษยาของคุณหนูทั้งหลาย หรือคนที่เกลียดชังลูกไม่ว่าจะเป็เื่อันใดก็ตาม
ลูกจึงอยากถามความเห็นของท่านแม่ว่า พอจะมีเครื่องมือที่เราสามารถใช้สอดส่องผู้คนในงาน โดยไม่ทำให้พวกเขารู้สึกผิดสังเกตบ้างหรือไม่เ้าคะ ลูกกับพวกพี่ชายจะได้ระวังตัว ไม่ตกเป็ผู้ถูกกระทำตามแผนสกปรกของคนเ่าั้ให้อับอายเ้าค่ะ”
[เื่ง่าย ๆ เช่นนี้ยกให้เป็หน้าที่ของจีจี้เองเ้าค่ะนายหญิง]
ซูอันถึงกับถามจีจี้ทันทีเมื่อได้ยินว่าผู้ช่วยของตนมีวิธีจัดการ “หือ เ้าคิดจะใช้สิ่งใดช่วยบุตรหลานของข้าหรือจีจี้ ไหนลองบอกพวกเรามาสิกับแผนการของเ้าน่ะ”
[ง่ายมากเ้าค่ะ จีจี้จะใช้กล้องวงจรปิดติดไว้ให้ทั่วทุกจุดในจวนตระกูลฟง ส่วนนายหญิงกับคุณชายและคุณหนู ก็ใส่หูฟังไว้รอจีจี้รายงานสถานการณ์ให้ทราบ หากมีกลุ่มคนคิดจะวางแผนกลั่นแกล้งคุณหนูอย่างไรล่ะเ้าคะ]
ซูอันพยักหน้าช้า ๆ อย่างเห็นด้วยกับวิธีนี้ เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าจีจี้จะวางกล้องไว้ตรงจุดไหนบ้าง “ดีมากจีจี้ ข้าอนุญาตให้เ้าทำตามแผนนี้ได้ทันทีที่ไปถึงตระกูลฟง ส่วนพวกลูกสองคนคอยรับอุปกรณ์จากแม่ ก่อนจะลงจากรถม้าเมื่อไปถึงที่นั่นก็แล้วกัน”
หยางเฟิ่งเซียนได้รับการช่วยเหลือก็สบายใจ เมื่อตนไม่ต้องคอยใช้สายตาสอดส่องไปทั่วงาน “ขอบคุณท่านแม่มากเ้าค่ะ เ้าด้วยนะจีจี้ เช่นนั้นตอนนี้ลูกขอไปทดลองใช้อาวุธใหม่สักหน่อยนะเ้าคะ ครั้งต่อไปจะได้ใช้อย่างคล่องมือพี่ใหญ่ไปที่สนามฝึกกันเถิดเ้าค่ะ”
และซูอันย่อมรู้ใจบุตรทั้งสองของตนเช่นกัน “ไปเถิด ระวังอย่าให้าเ็ก็แล้วกัน ส่วนของญาติผู้พี่พวกเ้าแม่จะเก็บไว้ และค่อยนำไปมอบให้ในงานเลี้ยงที่ตระกูลฟงเอง”
“ลูกทราบแล้วเ้าค่ะท่านแม่”
“ลูกขอตัวก่อนขอรับท่านแม่”
สองพี่น้องมีของวิเศษสวมไว้ที่นิ้วมืออย่างพอดี พร้อมกันนี้ยังถืออาวุธที่เพิ่งได้รับตรงไปยังลานฝึก เพื่อทดลองใช้ให้คล่องมือของตนโดยเร็ว ยามเผชิญหน้าศัตรูจะได้ไม่ติดขัดยามต่อสู้ ที่ฝาแฝดสองตระกูลมีนิสัยกล้าได้กล้าเสียเหมือนกัน ล้วนเป็ผลมาจากการสั่งสอนของซูอันทั้งสิ้น
