จางกุ้ยหลานหันหลังไปรินน้ำ ฮวาเจาไม่ได้ห้ามปราม การที่ลูกสะใภ้รินน้ำให้แม่สามีเป็สิ่งที่สมควรทำ
เฒ่าหลิวสำรวจคนบนโต๊ะด้วยสายตา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า "พวกเธอช่วยลุกให้พวกเรานั่งหน่อยได้ไหม? ที่นี่บ้านลูกสะใภ้ฉัน พวกเราเดินทางมาไกล ตื่นแต่เช้ามาขึ้นรถ ไม่ได้กินข้าว แถมยังเดินมาตั้งไกล เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว"
ป้าหม่าก็เสริมด้วยน้ำเสียงประชดประชันไม่แพ้กัน "ไม่ได้หรอก ถึงที่นี่จะเป็ของลูกสะใภ้เธอ แต่โต๊ะเก้าอี้พวกนี้เป็ของฉัน ไม่มีเหลือให้พวกเธอใช้หรอกนะ"
บ้านใหม่ของจางกุ้ยหลานยังไม่มีแม้แต่เสื่อปูพื้น อย่าว่าแต่โต๊ะเก้าอี้เลย แม้ว่าจะให้คนในหมู่บ้านช่วยทำของใหม่ให้แล้ว แต่ก็ยังทำไม่เสร็จ
เฒ่าหลิวถึงกับตาเบิกโพลงด้วยความโมโห ของๆ คนอื่น เธอจะไปบังคับให้เขาลุกให้ก็คงไม่ได้
หลิวเซี่ยงเฉียนยืนเงียบๆ อยู่ข้างหลังเธอ
ชาวบ้านพูดถูก คนตระกูลหลิวเก่งแต่กับคนในบ้าน โดยเฉพาะหลิวเซี่ยงเฉียน ที่บ้านเขาทำกับจางกุ้ยหลานราวกับเป็พระคุณ เป็ผู้กำหนดชีวิตของเธอ
แต่พอออกมาข้างนอก เขาก็ไม่ต่างอะไรจากคนไร้ค่า
เมื่อคนอื่นกดดันแม่ของเขา เขาก็ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร
หลิวชงยังดูดีกว่าหน่อย แต่ก็แค่หมดแรงที่จะทำอะไร เขารู้สึกปวดไปทั้งตัว ไม่อยากมีเื่กับพวกป้าๆ พวกนี้ เพราะเมื่อวานเขาได้ลิ้มรสฝีมือพวกป้าๆ มาแล้ว มันเจ็บเหลือเกิน!
ตามตัวเขามีรอยช้ำเป็ปื้นม่วงจากการถูกพวกป้าๆ หยิกไปทั่ว!
จางกุ้ยหลานถือแก้วน้ำออกมา
เฒ่าหลิวดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะยกมือขว้างแก้วลงกับพื้น
"เพล้ง!" แก้วแตกกระจาย
"มีน้ำแค่แก้วเดียว! ไม่เห็นหรือไงว่าลูกชายฉันก็กระหายน้ำเหมือนกัน! ไหนจะหลานชายสองคนของฉันอีก! พวกเราเดินทางมาไกลขนาดนี้ ทำไมไม่ห่วงใยพวกเขาบ้าง! เธอเป็แม่ประสาอะไรกัน! แม้แต่น้ำให้ลูกๆ ดื่มก็ยังไม่มีให้! ใจดำอำมหิต!"
หลิวต้าเหว่ยและหลิวเสี่ยวเหว่ยจ้องมองจางกุ้ยหลานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
จางกุ้ยหลานยืนทำอะไรไม่ถูก เธอร้อนใจจนน้ำตาคลอ
ทุกคนได้เห็นถึงความร้ายกาจของเฒ่าหลิวแล้ว ช่างเป็นักยุแยงตะแคงรั่วโดยแท้
"คุณเข้าใจผิดแล้ว" ฮวาเจาเอ่ยขึ้น "บ้านมีแก้วอยู่ใบเดียว ก็ต้องรินน้ำให้คุณดื่มก่อนเป็ธรรมดา จากนั้นก็เป็ลูกชายของคุณ สุดท้ายก็เป็ลูกๆ ของเธอ ปกติก็เป็แบบนี้ไม่ใช่หรือไง? บ้านคุณมีอะไรดีๆ ก็ต้องให้คุณก่อนเสมอหรือเปล่า? แล้วลูกๆ ถึงจะได้กิน ได้ดื่ม ส่วนเธอเองไม่มีส่วน?"
คนตระกูลหลิวชะงักไป พวกเธอรู้เื่นี้ได้อย่างไร? หรือจางกุ้ยหลานเป็คนบอก?
ฮวาเจาพูดต่อ "ถ้าจะว่าไม่ห่วงลูก ก็ต้องเป็คุณที่ไม่ห่วงลูกสิ! ทำไมคุณไม่เอาน้ำให้หลานๆ ดื่มก่อน? ปกติคุณไม่แบ่งอะไรให้หลานๆ กินบ้างเหรอ? กลับมาโทษคนที่ไม่มีอะไรเลย และทำอะไรไม่ได้ ไม่ห่วงลูก เธอเองก็อยากจะห่วงลูก เอาน้ำให้ลูกๆ ดื่มก่อน แต่คุณยอมหรือไง?"
ฮวาเจาหัวเราะเยาะ "ช่างเป็การใส่ร้ายป้ายสีที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"
หลิวต้าเหว่ยและหลิวเสี่ยวเหว่ยจ้องมองฮวาเจาด้วยความงุนงง พวกเขาเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่ามันก็เป็แบบนั้นจริงๆ ...
ฮวาเจาเสริมอีก "ตอนนี้คุณก็ยังทำลายแก้วใบเดียวที่มีอยู่ ทำท่าทางเหมือนจะหาเื่ทะเลาะกัน คุณเคยคิดถึงหลานสองคนบ้างไหมว่าเขากระหายน้ำและเหนื่อยแค่ไหน? พวกเขาต้องรอกว่าคุณจะทะเลาะกันเสร็จอีกชั่วโมงถึงจะได้ดื่มน้ำเหรอ?
"คุณดูไม่เหมือนคนห่วงใยลูกตรงไหนเลย คุณก็แค่้ายุแยงตะแคงรั่วและหาเื่แกล้งคนเท่านั้นแหละ"
เฒ่าหลิวถึงกับพูดไม่ออก
ความตั้งใจทั้งหมดถูกจับได้ แถมยังถูกพูดออกมาอย่างชัดเจนต่อหน้าลูกหลาน แล้วหลังจากนี้เธอจะทำยังไง?
เธอหันไปมองต้าเหว่ยและเสี่ยวเหว่ย ก็พบว่าสายตาที่พวกเขามองเธอแตกต่างออกไปจากเดิม มีแต่ความสงสัยและจับผิด
เด็กอายุ 10 ขวบกับ 8 ขวบโตพอที่จะรู้เื่แล้ว
แย่แล้ว
"แกเป็ใครถึงมายุ่งเื่ชาวบ้านชาวช่อง! เื่ของพวกเรา แกจะไปรู้เื่อะไร! ไปให้พ้น!" เฒ่าหลิวตวาด
ฮวาเจาชี้ไปที่แก้วที่แตกอยู่บนพื้น "คุณทำแก้วของฉันแตก แก้วละ 5 เหมา จ่ายมา"
เฒ่าหลิวชะงัก
ฮวาเจาหันไปพูดกับจางกุ้ยหลานว่า "อย่ามัวแต่ยืนเฉยๆ ไปรินน้ำให้ลูกๆ ดื่มเร็วเข้า ไม่งั้นคนอื่นจะว่าเธอไม่ห่วงลูกอีก ไปเถอะ เขาไม่กล้าตีไม่กล้าด่าเธอหรอก ลูกๆ เหนื่อยและกระหายน้ำมากแล้วนะ เขาห่วงใยลูกจะตาย"
ประโยคสุดท้ายนั้นแฝงด้วยน้ำเสียงประชดประชันอย่างชัดเจน
เฒ่าหลิวเองก็ทำท่าทางเข้ากัน เหมือนอยากจะทะเลาะแต่ก็ต้องกล้ำกลืนเอาไว้ ที่ไหนจะห่วงใยกัน ที่จริงก็แค่ถูกจับได้ว่าคิดอะไร จึงไม่กล้าอาละวาด
"ฮ่าๆๆ" พวกผู้หญิงที่นั่งอยู่รอบโต๊ะหัวเราะออกมา ฮวาเจานี่ช่างมีวาทศิลป์จริงๆ สามารถทำให้คนโมโหจนแทบคลั่งได้โดยที่ยังพูดจาสุภาพ ไม่เหมือนพวกเธอ ที่ต้องด่าทอไปถึงบรรพบุรุษถึงจะสะใจ
จางกุ้ยหลานรีบไปตักน้ำใส่กระบวย เดินกลับมาพร้อมจะยื่นให้หลิวเซี่ยงเฉียนตามความเคยชิน
ในตระกูลหลิว ลำดับการให้ก็เป็แบบนี้
"ทำไมถึงไม่ห่วงลูกเลยล่ะ!" ฮวาเจาเตือนเธอเสียงดัง "รีบเอาน้ำให้ลูกๆ ดื่มสิ ไม่ได้ยินหรือไงว่าแม่สามีเธอพูดถึงแต่เื่ความห่วงใยลูก? ถ้าลูกๆ ได้ดื่มน้ำช้าไปอีกนิด เขาจะร้อนใจจนทำลายแก้วแล้ว! ห่วงใยลูกมากขนาดนี้ ต่อไปเธอต้องทำแบบนี้อะไรก็ต้องให้ลูกๆ ก่อน คนอื่นๆ ค่อยว่ากันทีหลัง"
จางกุ้ยหลานรีบยื่นกระบวยน้ำให้ลูกทั้งสองคน
"แกกล้า!" เฒ่าหลิวถึงกับเดือดดาล
ลูกทั้งสองคนใจนมือสั่น พวกเขาไม่กล้ารับกระบวยน้ำ
"เห็นไหม" ฮวาเจาหัวเราะเยาะ "ก็แค่เสแสร้ง ยุแยงตะแคงรั่ว! ทั้งที่ตัวเองไม่ยอมให้ลูกดื่มน้ำก่อน แต่กลับโทษคนอื่นว่าไม่ห่วงลูก เื่แบบนี้ เธอทำมาไม่น้อยแล้วใช่ไหม?"
คำพูดที่ตรงไปตรงมา ทำให้หลิวต้าเหว่ยและหลิวเสี่ยวเหว่ยได้ตระหนักถึงความจริง
ในอดีต เหตุการณ์แบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งทำให้พวกเขาไม่ชอบแม่ของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ
เป็อย่างนี้นี่เอง...
เฒ่าหลิวแทบคลั่ง "แกเป็ใครกัน มานั่งในบ้านฉันทำไม! ไปให้พ้น! ไปให้หมด!"
คนอื่นๆ เริ่มโกรธ
"ที่นี่บ้านของจางกุ้ยหลาน ถึงเธอจะเป็แม่สามีก็ไม่มีสิทธิ์! บ้านหลังนี้เป็ชื่อของจางกุ้ยหลานคนเดียว ไม่เกี่ยวกับเธอ!"
"ชิ! เธอเป็ลูกสะใภ้ของฉัน พวกเราก็เป็คนในครอบครัวเดียวกัน ของของเธอ ก็เป็ของพวกเรา! ถ้าบ้านนี้เป็ของเธอ ก็เป็ของพวกเราด้วย!" เฒ่าหลิวกล่าว
"ในเมื่อเป็คนในครอบครัวเดียวกัน แล้วบ้านในเมืองของพวกคุณก็เป็ของเธอด้วยใช่ไหม? ถ้าขายเมื่อไหร่ เธอต้องได้ส่วนแบ่งด้วยสิ?" ฮวาเจาถาม
"ชิ! เพ้อเจ้อ! นั่นมันบ้านบรรพบุรุษของตระกูลหลิว ไม่เกี่ยวกับเธอ!" เฒ่าหลิวชี้หน้าด่าฮวาเจา
ทุกคนถึงกับทนไม่ได้
"ยายแก่นี่หน้าไม่อายจริงๆ"
"ยุคสมัยไหนแล้ว ยังจะมาทำตัวเป็ใหญ่ในบ้านแบบสมัยโบราณอีก ลูกสะใภ้ทุกอย่างก็เป็ของเธอหมด? นี่ขายตัวให้บ้านเธอแล้วหรือไง?"
"พวกเราไปฟ้องเธอ!"
เฒ่าหลิวถึงกับอ่อนแรง
เดือนกรกฎาคม ปี 1976 การปฏิวัติวัฒนธรรมยังไม่สิ้นสุดอย่างเป็ทางการ สำหรับชาวบ้านธรรมดาแล้ว ชีวิตก็ยังคงเหมือน 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีคนทำตัวไม่ดี ประชาชนก็พร้อมที่จะจัดการ
พวกผู้หญิงในหมู่บ้านเขาสันต์เห็นด้วยกับความคิดนี้ พวกเขาเริ่มฮึกเหิมมากขึ้นเรื่อยๆ และมีคนจะไปหาคุณเหลียงไฉ เพื่อมาจัดการยายแก่นี่ในหมู่บ้าน
แต่ฮวาเจารู้ว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คนในหมู่บ้านเขาสันต์ พวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาจัดการ
เธอไม่ได้คิดจะต่อสู้กับเฒ่าหลิว เพราะถ้าเกิดความวุ่นวายขึ้นมา แล้วเฒ่าหลิวเกิดเป็อะไรไป เธอจะต้องเป็คนรับผิดชอบ
ฮวาเจาห้ามทุกคน ก่อนจะหันไปมองเฒ่าหลิวที่หมดฤทธิ์หมดเดชแล้ว พร้อมกับหัวเราะ "ถ้าทำตัวดีๆ ั้แ่แรกก็คงจบเื่ไปแล้ว บอกมาเถอะ วันนี้พวกคุณมาทำไมกัน"
พูดจบ เธอก็ผายมือให้จางกุ้ยหลานยื่นกระบวยน้ำให้ลูกๆ อีกครั้ง คราวนี้เฒ่าหลิวไม่กล้าห้าม ลูกทั้งสองก็กล้ารับและดื่มน้ำในที่สุด
