หลิวเหวินจิ้งมึนงงสีหน้าของเธอเปลี่ยนแบบไม่คาดฝัน
อย่างที่ฉินเฟิงบอกผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาตลอดเวลาเธอใช้ความสวยของเธอล่อลวงให้เหล่าอันธพาลเข้าแก๊งเหวินแล้วเธอถึงเริ่มแสดงพลังแม้จะเห็นว่าเธอดูอ่อนโยนและน่าดึงดูด แต่เธอก็ไม่เคยให้สมาชิกในกลุ่มฉวยโอกาสเธอแน่นอนว่าฉินเฟิงเป็ข้อยกเว้น
หลิวเหวินจิ้งมีความคิดและเป้าหมายของตัวเองเธอไม่โง่อย่างที่เห็น เธอสามารถบ่งบอกเจตนาของสมาชิกเหล่านี้ได้ั้แ่ต้นแต่เธอก็ยังพยายามอย่างหนักเพื่อคิดหาทางที่จะให้คนพวกนี้ช่วยเธอล้มแก๊งเฟิง
เมื่อเธอเห็นคนเ่าั้ออกจากห้องน้ำด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและมีความเร่าร้อนแน่วแน่เธอก็ตื้นตันเป็อย่างมาก เธอคว้าแขนของฉินเฟิงและยิ้มหวานพวกเขาดูเหมือนพี่ชายและน้องสาวที่กำลังนำกลุ่มของน้องๆแล้วเดินออกจากโรงแรมหรูเจียอย่างองอาจ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขามาถึงถนนคนเดินทางตอนเหนือ นี่เป็การเดินขบวนที่ใหญ่มาก มีคนมากมายจ้องพวกเขาระหว่างทาง
เราจะไม่พูดถึงว่าเหล่าอันธพาลทั้งสิบสามคนดูเร่าร้อนแค่ไหนแต่ตอนนี้ใบหน้าของฉินเฟิงดำมืด “หลิวเหวินจิ้ง เธอเป็บอสหญิงของแก๊งเหวินนี่คือการต่อสู้แรกของเรา และถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีรถเธอจะเช่ารถตู้สักสามคันให้หน่อยไม่ได้เหรอ? ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีเงินเช่ารถตู้แต่เธอช่วยพาคนที่กำลังจะสู้กับเราให้มาในที่ที่เราอยู่ได้ไหม? ดูพี่น้องพวกนี้สิความเร่าร้อนฮึกเหิมของพวกเขาระเหยออกเป็ไอน้ำระหว่างทางกันหมดแล้วแล้วพวกเขาจะฆ่าคนได้ยังไง?”
หลิวเหวินจิ้งดูหดหู่เธอเกาะติดอ้อมกอดของฉินเฟิงและกระซิบข้างหูของเขา “ฉินเฟิง ในกระเป๋าฉันมีแค่ 20 หยวนเอง มันไม่พอที่จะเรียกแท็กซี่ด้วยซ้ำ ทำไมคุณไม่ให้ฉันยืมสักหน่อยล่ะ?”
มุมปากของฉินเฟิงกระตุก“ถนนคนเดินอยู่ไม่ไกล เดินให้ไวขึ้นอีกหน่อยเดี๋ยวก็ถึงแล้ว”
หลังพูดจบฉินเฟิงแอบล้วงกระเป๋าและส่งข้อความหาเ้าผมยาว ในไม่ช้าโทรศัพท์ก็เข้า
“นายน้อยฉินครับ พวกเราทุกคนพร้อมแล้วตอนนี้เรามีแผนจะสู้กับแก๊งหมาป่าที่ลานกว้างด้านทิศเหนือของถนนคนเดินครับคนของพวกมันร้อยกว่าคนมาถึงแล้วและคนของเราตอนนี้กำลังยึดรังเปล่าและถนนลานกว้างของพวกมันที่อยู่ตรงข้ามจากถนนคนเดินครับ”
ฉินเฟิงพยักหน้าเขาทำเป็กระแอมและะโ “บ้าเอ๊ย เราจะถึงแล้ว ไปเรียกคนมาเพิ่มซะไม่งั้นจะกี่คนก็ไม่พอสำหรับพ่อหรอกโว้ย”
หลังจากวางสายฉินเฟิงก็หันหน้าไปส่งสายตาให้กับพวกผู้ชายทั้งหลาย แล้วเขาก็บอก “พี่น้องแก๊งเฟิงอยู่ที่นั่นแล้ว มุ่งหน้าไปกันเถอะ ทุกคนไหวไหม?”
“ไหว!” พวกเขาะโอย่างพร้อมเพรียงกัน
ฉินเฟิงและเหล่าอันธพาลทั้งสิบสามคนกำลังเล่นละครกันอยู่ขณะที่เขาเองก็ร่วมกับเ้าผมยาวเพื่อเล่นละครอีกทีหนึ่ง
เขามีเ้าผมยาวที่วางแผนจะสู้กับแก๊งหมาป่าและหลอกสมาชิกของพวกมันในลานกว้างตรงถนนคนเดินเวลานี้เ้าผมยาวจะนำแก๊งเฟิงไปถล่มรังเปล่าบนถนนลานกว้างและฉินเฟิงก็จะพากลุ่มของเขาไปที่ลานกว้างเพื่อเผชิญหน้ากับแก๊งหมาป่าเขาวางแผนจะให้ไอ้พวกบ้าสิบสามคนนี้ไปสู้กับพวกมันหลายร้อยคน
ในเมื่อไอ้กุ๊ยพวกนี้มันชอบเล่นละครมากนักฉินเฟิงก็จะให้มันเล่นซ้อนเล่นอีกที!
ฉินเฟิงนำคนพวกนั้นมาที่ลานกว้างบนถนนคนเดินอย่างรวดเร็วซึ่งมันมืดแล้วและลานกว้างก็อยู่ห่างไกลมากไม่มีใครไปๆ มาๆ อยู่แถวนี้
แต่ตอนนี้พวกมันได้รวมตัวกันหนาแน่นเป็เงาดำกลุ่มใหญ่เมื่อหลิวเหวินจิ้งและอันธพาลทั้งสิบสามคนเห็น พวกเขาก็ตะลึง
ทันใดนั้นอันธพาลที่ยืนอยู่ข้างฉินเฟิงเขาสะกิดฉินเฟิงจากด้านข้างและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พี่น้องไม่ใช่ว่าโชว์นี้มันสมจริงไปเหรอ? นายเป็คนของพวกไหนเหรอ?นายต้องเป็คนสำคัญแน่เลยที่สามารถเรียกพี่น้องมากมายมาแกล้งทำเป็คนไม่ดีเพียงแค่กริ๊งเดียวเนี่ย...แล้วเราจะเอาจริงกันเลยหรือว่าแค่แกล้งทำเป็ต่อยมันนิดหน่อยพอ?”
“อัดมันเลย! กระทืบมันให้ตาย!” ฉินเฟิงยิ้ม “ด้วยวิธีนี้ยายเด็กนั่นจะได้จับพิรุธเราไม่ได้”
“แต่…พวกนั้นเป็พี่น้องของนาย ดูเหมือนจะไม่ใช่เื่ดีเลยนะ”
“พี่น้องอะไร? พวกมันทุกคนเป็ลูกน้องฉัน พวกมันจะมีแต่ความสุขถ้าพวกนายทุกคนสู้อย่างเอาจริงเพราะพวกมันจะได้รับความดีความชอบจากฉันเมื่อพวกมันกลับไปไง”ฉินเฟิงกล่าวด้วยความสงบ
“เข้าใจแล้ว ฉันจะไปบอกให้เหล่าพี่น้องรู้อย่างเงียบๆ”
อันธพาลคนนั้นวิ่งกลับไปยังกลุ่มที่เหลือเพื่อถ่ายทอดคำสั่งเขาบอกได้ว่าฉินเฟิงเป็คนใหญ่คนโตไม่เพียงแค่เขามีฝีมือแต่ยังมีพี่น้องมากมายด้วย
“เฮ้ย มาทำอะไรที่นี่กันวะ? ที่นี่มันถิ่นของเราโว้ยถ้าไม่มีธุระอะไรที่นี่จะไปไหนก็ไปไป๊” เสียงตวาดดังออกมาจากแก๊งหมาป่าชายหัวโล้นที่มีแผลเป็ก้าวออกมาและจ้องฉินเฟิงอย่างเืเย็น
ชายหัวโล้นคนนี้เป็คนที่พากลุ่มของเขามาเพื่อสู้กับแก๊งเฟิงเห็นได้ว่าเขาไม่เห็นกลุ่มของฉินเฟิงเป็สมาชิกแก๊งเฟิงแม้แก๊งเฟิงจะเป็ขยะแต่พวกมันก็ไม่มีทางที่จะนำคนมาแค่สิบกว่าคนแน่
ฉินเฟิงเมินชายหัวโล้นเขายิ้มและเดินไปหามัน อันธพาลทั้งสิบสามคนด้านหลังก็เชิดอกอย่างมั่นใจและเดินตามไป
“เฮ้ย หาเื่เหรอวะไอ้หนุ่ม? พ่อบอกให้ไสหัวไปไงนี่เอ็งหูหนวกรึไง?” คิ้วของชายหัวโล้นเลิกขึ้นและสีหน้าของเขาก็อำมหิต
“เฮ้ย พูดจาอย่างนั้นกับลูกพี่เราได้ไงวะ? แกอยากตายมากสินะ!”ครั้งนี้ ฉินเฟิงไม่ได้เปิดปาก แต่มีคนก้าวออกมาจากด้านหลังของเขา
ไม่ใช่เพียงแค่คนเดียวที่ก้าวออกมาแต่เป็คนทั้งกลุ่ม
“ไอ้เหม่ง แกคิดว่าพ่อไม่รู้เหรอว่าแกสักรอยแผลเป็ไว้ตรงหน้าน่ะ? พ่อก็คุมแถวนี้อยู่เหมือนกันนะโว้ย ถ้าแกกล้าตวาดใส่ลูกพี่เราพ่อจะฆ่าแกด้วยมือเดียว”
“บ๊ะ คิดว่ามีคนเยอะแล้วเจ๋งเหรอ? ทำตัวอย่างกับไม่เคยเห็นโลก...แกรู้ไหมว่าพ่อคือใคร?ไปถามเื่พี่ใหญ่เปียวในวงการนักเลงดูซะ ห้าปีก่อนพ่อใช้มือข้างเดียวชนะคนสิบคนและทำให้พวกมันฉี่ราดตอนนั้นเกรงว่าแกยังไม่เกิดด้วยซ้ำเลยมั้งแล้วตอนนี้ยังกล้าทำหยาบคายต่อหน้าผู้ใหญ่อีกเหรอ? พ่อจะขำให้ฟันร่วง!”อาเปียวก็ก้าวออกมาด้วยเช่นกัน
เมื่อเห็นฉากนี้ท่าทีผ่าเผยของชายหัวโล้นก็อ่อนแรงลงทันที เขาส่ายหัวและกำลังคิดว่าใครคือ“พี่ใหญ่เปียว”
หลิวเหวินจิ้งตื้นตันจนน้ำตาไหลเธอรู้ เธอรู้ว่าสมาชิกแก๊งเหวินทุกคนเป็ฤๅษีฝึกตนผู้ยิ่งใหญ่แม้จะไม่ได้เคลื่อนไหวแต่ยามลงมือ ผลลัพธ์อาจจะทำให้โลกะเืได้ตอนแรกที่เธอเห็นคู่ต่อสู้มีร้อยกว่าคนหลิวเหวินจิ้งก็กลัวนิดหน่อยแต่ตอนนี้เธอไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว เธอกอดแขนฉินเฟิงและะโพลางชี้หน้าชายหัวโล้น
“ไอ้เหม่ง กล้าดียังไงมาะโใส่ผู้ชายของฉัน? ฉันจะสับแกให้ตาย!”
“เอาจริงๆ พวกเอ็งเป็ใครกันวะ?” ชายหัวโล้นเกลียดตอนที่มีคนเรียกเขาว่า“ไอ้เหม่ง” ดังนั้นเขาจึงโกรธมาก เขาถามคำถามขณะที่จ้องไปที่ทุกคนอย่างอำมหิต
“ฉันไม่เคยปกปิดตัวเอง ฉันคือคนของแก๊งเหวินพวกนั้นคือวีรบุรุษของแก๊งเหวิน!” หลิวเหวินจิ้งเชิดอกและทุบมันด้วยความกล้าหาญเธอวางตัวเหมือนวีรสตรี
อย่างไรก็ตามไม่มีใครให้ความสนใจในท่าทีสง่าผ่าเผยของเธอเลยทุกคนสนใจแต่หน้าอกที่คับแน่นของเธอ
