“ข้าพูดจริง ๆ” จางซินเอียงศีรษะเล็กน้อย แล้วจับมือนางขึ้น
“หรือว่า...พลังิญญาของเ้าเปิดออกแล้ว ไหนข้าตรวจดูหน่อย” ก่อนจางซินจะยิ้มออกมาแล้ววางมือิเยว่ลง
“เ้าเด็กดื้อ เ้าคิดว่าข้าจะเชื่อคำพูดเ้างั้นเหรอ พลังิญญาของเ้ายังน้อยนิดเช่นเดิม เอาล่ะ ๆ ข้าไม่อยากรู้แล้ว ว่าเ้าช่วยข้าด้วยวิธีใด ข้านอนดีกว่า”
“เดี๋ยวสิ งั้นข้าจะแสดงให้ท่านดู” ว่าแล้วิเยว่ก็พยายามเค้นเอาพลังมหาศาลออกมา ทว่าพยายามอยู่หลายครั้ง นางก็ไม่อาจนำพลังนั้นออกมาได้
“เ้าเด็กดื้อ เ้าอย่าฝืนเลย ข้าไม่เชื่อคำพูดเ้าหรอก” จางซินพูดขึ้น
“ข้ามิได้โกหก ข้าพูดจริง ๆ ข้าทำได้จริง ๆ นะ”
“เอาล่ะ ๆ ระวังหม้อต้มยาจะล้นนะ”
“ท่านต้องเชื่อข้าสิ ข้ามิได้โกหก” เสียงของทั้งสองปะทะกันอยู่ในบ้านไม้หลังน้อย พร้อมสายลมเย็นพัดโชยมาเป็ระลอก ความสัมพันธ์ระหว่างจางซินและิเยว่ แน่นแฟ้นขึ้นทีละน้อยโดยที่ทั้งสองไม่ทันรู้ตัว
ณ หอระฆังใหญ่ เหล่าเทพและตัวแทนของเผ่าต่าง ๆ เดินทางเข้าร่วมงามฉลองครบรอบการครองตำแหน่ง ของราชันจางเหว่ย ทั้งอาหารและสุราเลิศรส และการแสดงร่ายรำ ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ขณะที่สายตาของราชันจางเหว่ยทอดมองไปด้านหน้าพร้อมรอยยิ้มนั้น สองเท้าของประมุขเจี้ยนเถาพร้อมลูกสาวคนโตจะเดินมาน้อมกายลงเคารพจางเหว่ย และประมุขตงหยางด้วยกิริยานอบน้อม
“ข้านำขนจิ้งจอกทองคำมาเป็ของกำนัลเนื่องในวันครบรอบการครองตำแหน่งด้วยขอรับ”
“ขอบใจท่านมาก ที่มีน้ำใจต่อข้า เช่นนั้น ร่วมโต๊ะกับข้าและประมุขตงหยางเสียหน่อยเถิด” จางเหว่ยเอ่ยชวนพร้อมรับของกำนัลด้วยความเต็มใจ ท่ามกลางสายตาเป็ประกายของเจี้ยนเหมยที่จับจ้องมองความงามของประมุขตงหยางไม่วางตา
“อ่อ...นี่คือเจี้ยนเหมย ลูกสาวคนโตของข้าเอง นางอยากมาร่วมยินดีกับราชันจางเหว่ย และรบเร้าข้าว่าอยากพูดคุยกับประมุขตงหยางสักครั้ง ข้าเห็นว่าสิ่งที่นางขอไม่เกินกำลังไปนัก จึงพานางติดตามมาด้วย” จางเหว่ยหันมองหน้าตงหยาง ที่นั่งนิ่งไม่พูดจา
“เจี้ยนเหมย ข้าเคยแต่ได้ยินเพียงนามเท่านั้น ตัวจริงงดงามสมดั่งเป็ธิดาของประมุขเผ่าจิ้งจอกจริง ๆ” จางเหว่ยพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนเจี้ยนเหมยจะค้อมตัวลงเล็กน้อยแล้วหันไปยังประมุขตงหยางทันทีด้วยความดีใจ
“ข้าได้ยินว่า ทั้งธิดาเผ่าวิหค และเทพธิดาแห่งเผ่าเทพ ล้วนแล้วแต่อยู่ในความดูแลของประมุขตงหยาง ข้าในฐานะธิดาเผ่าจิ้งจอก ข้าอยากไปที่เผ่ามารด้วยเช่นกันเ้าค่ะ” ตงหยางเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาว ที่มีอายุขัยราวห้าพันปี ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ิเยว่กับจางซินอยู่ในความดูแลของข้าจริง แต่นั่นก็เพื่อสรรพชีวิตในภายหน้า ส่วนเ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเื่นี้ อยู่ที่เผ่าจิ้งจอกกับบิดาของเ้าจะดีกว่า” เขาปฏิเสธทันทีพลันยกชาขึ้นดื่มช้า ๆ เมื่อเจี้ยนเถาเห็นท่าทีของตงหยาง จึงรีบหันไปบอกธิดาของตนด้วยความหวาดหวั่น
“อย่าได้รบกวนประมุขตงหยางเลย วันนี้เ้าได้พูดคุยกับท่านประมุขตงหยางแล้ว เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ”
“ไม่พอเ้าค่ะ” นางพูดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ ก่อนสีหน้าของจางเหว่ย และเจี้ยนเถาจะเปลี่ยนลงในฉับพลัน
“ใคร ๆ ต่างก็พูดกันว่าเทพธิดาจางซินขอติดตามท่านกลับไปยังเผ่ามารด้วย จะว่าไปนางเองก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ แต่ท่านก็เมตตาให้นางไป ส่วนข้า..ข้าเป็ธิดาแห่งเผ่าจิ้งจอก ข้าควรมีสิทธิ์เช่นเดียวกับนาง” เจี้ยนเถาเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าธิดาจะแผลงฤทธิ์ต่อหน้าทุกคนเช่นนี้จึงพูดห้าม
“หยุดเดี๋ยวนะ เ้าบังอาจล่วงเกินประมุขตงหยางเกินไปแล้ว” เมื่อเสียงของประมุขเจี้ยนเถาดังขึ้น ทำให้เหล่าเทพและผู้มาเยือนเริ่มหันมองเป็จุดเดียว ขณะที่ตงหยางยังคงนั่งจิบชาด้วยสายตาแน่นิ่งไม่ขยับไปไหน
“ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าประมุขตงหยางเป็คนมีคุณธรรม เที่ยงตรง และเป็ธรรมมากที่สุด เช่นนั้นเมื่อเทพธิดาจางซินได้ไปอยู่ในความดูแลของท่าน ข้าในฐานะธิดาเผ่าจิ้งจอก ก็ควรได้ไปด้วยเช่นกัน” นางพูดอย่างเอาแต่ใจ ท่ามกลางสายตามากมายจับจ้องมองมายังตงหยาง และสีหน้าของเจี้ยนเถาก็ซีดลง
“เ้าเป็ถึงธิดาเผ่าจิ้งจอก มีเหตุผลเพียงนี้เองเหรอ” เจี้ยนเถารีบน้อมกายลง
“ขอท่านประมุขตงหยางอย่าได้ถือโทษนางเลย ข้าไม่ดีเองที่ไม่อบรมนาง ข้าจะพานางกลับเผ่าจิ้งจอกแล้วทำการลงโทษนางเองขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวลาก่อน” ว่าแล้วเขาก็กระชากลูกสาวตัวดีกลับไป ท่ามกลางสายตานับพันที่จับจ้องมองเจี้ยนเหมย ที่พยายามยื้อยุดกับบิดาด้วยความดื้อดึง
“ท่านพ่อปล่อยข้า ข้าจะอยู่กับประมุขตงหยาง”
“ยังจะพูดเช่นนี้อีก ข้ามิได้อบรมเ้าให้เป็คนเยี่ยงนี้ กลับไปพร้อมข้า”
“ปล่อยข้า ข้าไม่กลับ” ไม่นานนักร่างของเจี้ยนเถาก็หายลับไปพร้อมพลังิญญาของเขา ก่อนเทพรับใช้ที่ยืนอยู่จะหันไปกระซิบกันพร้อมรอยยิ้ม
“ประมุขตงหยางเพียงผู้เดียว ทำให้ทั้งพิภพวุ่นวายเพราะเสน่ห์ของเขา ขนาดเหล่าธิดาผู้นำเผ่า ต่างก็แย่งชิงเขาทั้งนั้น สำหรับพวกเราที่เป็เพียงเทพรับใช้ คงได้ทำได้เพียงมองตาปริบ ๆ” เทพรับใช้ยังไม่ทันพูดจบ ร่างของธิดาเผ่ามารก็ปรากฏขึ้น พร้อมเดินตรงไปยังแท่นประทับของตงหยางและราชันจางเหว่ย
“นั่นคือไป่เอ๋อ ธิดาเผ่ามารใช่หรือไม่” เทพรับใช้ดวงตาเบิกกว้างแล้วหันไปกระซิบต่อ
“ใช่แล้ว ๆ แม้กระทั่งนางเอง ก็ปรารถนาในตัวประมุขตงหยางเช่นกัน แบบนี้แล้วข้าอยากรู้นัก ว่าผู้ใดจะครองใจประมุขตงหยางได้”
ประมุขตงหยางเห็นไป่เอ๋อเดินเข้ามาจึงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“เ้ามาหาข้าถึงเผ่าเทพ มีเื่ใดสำคัญงั้นเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ก่อนไป่เอ๋อจะพูดขึ้น
“ในฐานะที่ข้ารับหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในเผ่ามารเวลาที่ท่านไม่อยู่ ตอนนี้เทพธิดาจางซินและิเยว่ ได้หนีออกไปเที่ยวเล่นยังเมืองมนุษย์หลายวันแล้วเ้าค่ะ” จางเหว่ยสำลักสุราที่ยกดื่ม ก่อนจะรีบเช็ดปากแล้วพูดขึ้น
“จางซินและิเยว่ไปแดนมนุษย์ด้วยกันงั้นเหรอ”
“เ้าค่ะ” ไป่เอ๋อตอบรับด้วยกิริยางดงาม ก่อนราชันจางเหว่ยจะส่ายศีรษะไปมา“เป็ไปไม่ได้ จางซินกับิเยว่จะไปแดนมนุษย์ด้วยกัน ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด เทพธิดาจางซินมีนิสัยเช่นไรข้ารู้ดีที่สุด” ก่อนไป่เอ๋อจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
