“ว่างครับคุณราตรี”
คมน์กรอกเสียงหวานกลับไปสู่ปลายสาย
“ครับๆ... ผมจะรอนะครับ”
ตอบสั้นๆ แล้วคมน์ก็กดวางสาย เจมส์เดาได้ว่าคงเป็กิ๊กสักคนของพ่อเลี้ยง เพราะป้าต้อยเคยบอกเอาไว้ว่าพ่อคมน์ไม่เคยเหงา ชีวิตเขาไม่เคยขาดผู้หญิง เพราะว่ามีสาวใหญ่รายหนึ่งแวะเวียนมาหาบิดาของเขาบ่อยๆ
“งั้นผมไปดีกว่า... ดูเหมือนวันนี้พ่อคมน์จะมีเพื่อนดื่มแล้ว”
เจมส์แซว จูงมือแพรนวลออกมา
“ขอบคุณสำหรับอาหารค่ำค่ะพ่อคมน์”
แพรนวลสิ่งยิ้มหวานให้พ่อผัว เรียกเขาว่า ‘พ่อ’ เพราะผู้ชายคนนี้คือพ่อของสามี
คมน์ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก จ้องมองเรือนร่างเอิบอิ่มของสะใภ้ก้าวเดินออกไปกับลูกเลี้ยงด้วยความรู้สึกอิจฉาน้อยๆ ที่เจมส์ได้เมียสวยเหลือเกิน
เมื่อขึ้นมาถึงห้องนอน
โทรศัพท์มือถือของเจมส์ดังขึ้นเบาๆ เพราะเขาลดระดับเสียงเอาไว้ เจมส์หยิบโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
“เออ... กูมาถึงแล้วโว้ย”
เจมส์กรอกเสียงกลับไปหาต้นสายด้วยความสนิทสนม เพราะว่าคนที่โทรเข้ามาเป็หนึ่งในก๊วนเพื่อนสนิท
“ได้สิ... กูขอไปดูก่อนว่ารถกูยังโอเคอยู่ไหม... ”
แก๊งค์บิ๊กไบค์รีบชักชวนเจมส์ออกไปซิ่งทดสอบความแรง แต่รถของเจมส์ไม่ได้ใช้งานมานาน ตอนนี้คงยังจอดอยู่ในโรงจอดรถ
“ใครคะ”
นวลถามถึงคนที่โทรมา
“เพื่อนผม... พวกแก๊งบิ๊กไบค์... ชวนกันออกไปบิด นวลไปด้วยกันนะ”
เจมส์ชวน
“ไม่ดีกว่า”
แพรนวลส่ายหน้า เพราะหล่อนเคยเห็นคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์มากับตา มาถึงทุกวันนี้ก็ยังหวาดกลัวไม่หาย
“ผมรู้ว่าคุณกลัว... งั้นคุณอยู่บ้านนะ... ผมไปไม่นาน”
เจมส์บอก
“ค่ะ... ”
นวลพยักหน้า อันที่จริงหล่อนอยากจัดข้าวของอยู่บ้านมากกว่า เจมส์หอมแก้มหล่อนเสียงดังฟอด
“ดูแลตัวเองด้วยนะคะ... ”
แพรนวลห่วง หอมแก้มเขากลับเสียงดังฟอด
ที่โรงเก็บรถ
“คุณเจมส์ลงมาทำอะไรครับ”
ลุงแสงถาม เมื่อเห็นชายหนุ่มลูกชายเ้าของไร่องุ่นเดินมาที่โรงเก็บรถ
“รถผมเป็ไงบ้าง... ทิ้งไว้นานคงหยากไย่จับสินะ”
เจมส์หมายถึงรถบิ๊กไบค์คันโปรดที่พ่อคมน์ซื้อให้เป็ของขวัญวันเกิด มันถูกจอดทิ้งเอาไว้นาน เพราะว่าหลังจากเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เจมส์ก็แทบไม่ได้แตะมันอีกเลย
“เดี๋ยวผมจะให้ดูอะไรครับ”
ลุงแสงเดินนำเข้ามาในโรงจอดรถ กระชากผ้าคลุมสีดำออกจากรถมอเตอร์ไซค์ราคาแพง
“ว้าว... ”
