“อั่ก...อั่ก...อึก...อ่า...อ่า...”
ชายร่างผอมดิ๊กอ้าปากพะงาบๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าลำคอของเขากลับทำได้แค่ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ออกมา ราวกับเสียงร้องของสัตว์ที่ได้รับาเ็หนักและกำลังคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังแขนของแลมพาร์ดที่กำลังชักมือของตัวเองออกมาจากอกของเขาอย่างช้าๆ สีหน้าสุดท้ายของใบหน้าแสนหยิ่งผยองที่แสดงออกมาก็คืออ้อนวอน จากนั้นดาบที่ถือไว้ในมือก็ค่อยๆ ตกลงบนพื้นดังตุบ! ลมหายใจสุดท้ายขาดห้วงไปในที่สุด
แลมพาร์ดใช้มือที่เปื้อนเืผลักศพที่เย็นชืดให้ล้มลงไปกองกับพื้น
ตอนนี้เอง เสียงะโว่าฆ่าดังลอยมากับสายลมพร้อมกับควันไฟสีดำที่กำลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสว่างสีแดงเพลิงลุกไหม้อยู่ตรงปลายขอบฟ้า
แลมพาร์ดรู้สึกแปลกใจ เขาะโขึ้นไปบนต้นไม้ั์ที่สูงกว่าร้อยเมตรต้นหนึ่ง
ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังพื้นที่อันห่างไกล เขามองเห็นเปลวเพลิงกำลังเผาไหม้ทุ่งหญ้าอยู่ เพียงเท่านี้แลมพาร์ดก็เดาออกว่า นี่น่าจะเป็แผนการของเกอเทอ บรู๊ค แม่ทัพใหญ่ของเมืองแซมบอร์ด ทว่าแผนการนี้คงใช้ไม่ได้ผลมากเท่าที่ควร เพราะในกองทัพของศัตรูมียอดฝีมือระดับสี่ดาวขั้นปลายอยู่คนหนึ่ง แลมพาร์ดเกิดความกังวลใจขึ้นมา เปลวไฟพวกนี้อาจจะเผาพวกทหารม้าสีดำกว่าหนึ่งพันคนตายได้ แต่แน่นอนว่าเปลวไฟนี้กลับทำอะไรยอดฝีมือไม่ได้ อีกทั้งข้างกายของบรู๊คก็ไม่มีใครที่สามารถต้านทานยอดฝีมือคนนี้ได้เลย เมื่อใดก็ตามที่อีกฝ่ายทะลวงฝ่าทะเลเพลิงออกมาได้...
สถานการณ์ฝั่งนั้นจะแย่ลงทันที
เขาต้องไปสนับสนุน
เสียงแซ่กๆ ดังขึ้นมา ก่อนจะปรากฏร่างของพลธนูเมืองแซมบอร์ดทั้งยี่สิบกว่าคนที่หายไปก่อนหน้านี้เดินออกมาจากต้นไม้ั์ พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ที่แลมพาร์ดกำลังยืนอยู่
“ท่านแลมพาร์ด!”
“มากันครบหรือเปล่า? แล้วมีใครได้รับาเ็ไหม?”
“รายงานท่าน พวกเรามากันครบแล้วขอรับ มีเพียงแอนดี้และเทย์เลอร์ที่ได้รับาเ็เล็กน้อย ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีใครได้รับาเ็ อีกทั้ง พวกผู้บุกรุกทั้งสองร้อยห้าสิบคนนั้น ไม่มีใครเล็ดรอดไปจากสายตาของพวกเราได้ พวกมันทั้งหมดถูกฝังอยู่ในป่าแห่งนี้ตลอดกาลแล้ว!”
“ดี ทำงานหนักได้ดี แต่ายังไม่จบ พวกเ้าต้องแบ่งเป็สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้รีบไปสนับสนุนดร็อกบากับเพียร์ซ ส่วนอีกกลุ่มตามข้าไปช่วยบรู๊ค...จำไว้ นี่เป็สถานการณ์เร่งด่วน ดังนั้นพวกเ้าต้องรีบไป!” แลมพาร์ดกวาดสายตามองไปยังเหล่าทหารทั้งยี่สิบกว่าคนตรงหน้า ในบรรดาคนเหล่านี้ ยังมีบางคนที่เืไหลออกมาไม่หยุด ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอาศัยข้อได้เปรียบในด้านภูมิประเทศที่คุ้นเคย ฆ่าล้างบางพวกทหารม้าสีดำทั้งสองร้อยกว่าคนในป่า แต่ราคาที่พวกเขาทั้งยี่สิบคนต้องจ่ายก็ไม่น้อยเลย ถึงอย่างนั้นใน่เวลาที่เร่งด่วนแบบนี้ พวกเขาไม่มีเวลามาสนใจอาการาเ็ใดๆ ทั้งสิ้น แลมพาร์ดได้แต่พูดสำทับว่า “ดูแลตัวเองให้ดี!” จากนั้นร่างของเขาก็หายไปจากที่เดิมอย่างรวดเร็ว
ร่างของแลมพาร์ดกลายเป็ลำแสงสีเงิน วิ่งทะยานไปยังเนินเขาเล็กๆ ที่มีธงสุนัขสองหัวคาบดาบและขวาน กำลังโบกสะบัดไปตามแรงลม
ในขณะเดียวกัน เสียงเป่านกหวีดก็ดังขึ้น จากนั้นเสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นก็ลอยมา ม้าศึกที่ถูกทิ้งไว้นอกป่าวิ่งมาหาพวกเขา เหล่าทหารเมืองแซมบอร์ดที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเืกำลังควบม้ามุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้ากว้างที่อยู่ห่างออกไป
ณ ที่แห่งนั้น ยังมีเหล่าพี่น้องของพวกเขาที่กำลังต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเกิดของพวกเรา
……
“ฮึๆ เ้าหนูสองตัวที่น่าสมเพช คิดจะหนีไปไหนกัน หือ?”
อลัน อัศวินเกราะดำพลันหัวเราะออกมาเบาๆ ผมสีเหลืองอ่อนของเขาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ทั้งร่างเต็มไปด้วยเปลวไฟคลื่นพลังสีฟ้าที่กำลังพลุ่งพล่าน ทันทีที่เขาขยับมือ คลื่นดาบสีฟ้าเข้มก็ถูกฟันออกไปประหนึ่งลูกธนู คลื่นดาบนี้แล่นไปทางดร็อกบาและเพียร์ซอย่างรวดเร็ว ทำให้เศษหญ้าปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า อัศวินโกลด์เซนต์ทั้งสองคนเห็นแบบนั้นก็พากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนทันที อลันมองเห็นหลังไวๆ ของทั้งสองที่อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า นอกจากนี้ก็ยังมีคราบเืหยดลงตามทางอีกด้วย
ตอนนี้เขากำลังเล่นเกมแมวไล่จับหนูอยู่ อลันรู้สึกเพลิดเพลินไปกับเสียงร้องที่แสนจะสิ้นหวังของอีกฝ่าย
“ฮ่าๆ หยุดอยู่ตรงนั้นเลย ฮึๆ าเ็หนักจนเืไหลเป็ทางยาวแบบนี้ พวกเ้าก็ยังคิดว่าจะหนีกันพ้นอีกหรือ? ”อลันพูดพลางะโขึ้นไปในอากาศ เขามองเห็นคนสองคนพยายามหลบหนีไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ปลายดาบในมือค่อยๆ กลั่นคลื่นดาบสีฟ้าขึ้นมาอีกครั้งแล้วฟันไปด้านหน้า เศษฝุ่นและเศษหญ้าที่อยู่บนพื้นก็พลันกระจัดกระจายไปทั่ว
อลันได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้ลงมาช่วยาาทั้งสามคนสู้รบ เขารู้ดีว่าเ้าหนูโสโครกทั้งสองตัวที่กำลังหลบหนีอยู่นั้น เป็บุคคลที่าาแห่งเมืองแซมบอร์ดให้ความสำคัญ หากเขาจัดการกับพวกมันทั้งสองคนได้ นั่นเท่ากับว่าตัวเองได้สร้างคุณงามความดีในการรบครั้งยิ่งใหญ่ และของรางวัลตอบแทนที่จะได้รับก็คงมีไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจพลธนูของเมืองแซมบอร์ดที่วิ่งอยู่รอบๆ เขามุ่งเป้าไปที่ดร็อกบาและเพียร์ซ ก่อนจะวิ่งไล่ตามไปติดๆ
หลังจากการโจมตีของคลื่นพลัง ในทุ่งหญ้าก็เต็มไปด้วยเืที่สาดกระจายไปทั่วบริเวณ รวมไปถึงรอยเืเป็ทางยาวที่ทิ้งไว้บนพื้น เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนได้รับาเ็สาหัส และอีกไม่นานพวกเขาก็คงจะทนต่อไปไม่ไหวแน่
เกมไล่ล่ายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
ทว่า
เกมไล่ล่าได้ดำเนินมาสิบนาทีกว่าแล้ว อลันค่อยๆ รู้สึกตงิดใจขึ้นมา
“แปลก...ทั้งๆ ที่เืก็ไหลเยอะขนาดนี้ ต่อให้พวกมันสองตัวจะถึกเหมือนควายก็ควรที่จะตายสักทีสิ แต่ถึงอย่างนั้น ทำไมพวกมันสองตัวถึงยังดูแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าไหลลื่นได้เหมือนหนูอีกเล่า?” อลันหยุดอยู่กับที่ไม่ไล่ตามพวกมันอีก เขายกมือนวดขมับตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะพบว่า ในขณะที่ตัวเองกำลังไล่ล่าอยู่นั้น ตัวเขาได้หลงทางในทุ่งหญ้าเข้าแล้ว
“ไอ้พวกขี้ขลาดไร้ยางอาย ข้าจะไปล้างบางเมืองแซมบอร์ดก่อน ดูสิว่าพวกเ้าจะหนีไปที่ไหนได้อีก!”
ดวงตาของอลันเป็ประกายขึ้นมา ในขณะที่จงใจะโออกมาเสียงดังๆ จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
เขาไม่ได้พูดหลอกล่อ แต่เขาคิดที่จะถอยจริงๆ หากไอ้สุนัขอัศวินโกลด์เซนต์อะไรนั่นไม่โผล่หัวออกมา เขาก็จะจากไปทันที เขาไม่ยอมให้อีกฝ่ายถ่วงเวลาไว้ที่นี่นานหรอก ถึงแม้ว่าการอยู่จัดการกับพวกมันจะทำให้เขาได้รับคุณงามความดี แต่ถ้าสหายคนอื่นๆ ได้เข้าไปในเมืองแซมบอร์ดก่อนเขา และล้างบางเมืองแซมบอร์ดจนเสร็จสิ้น ของมีค่าต่างๆ ก็คงถูกฉกฉวยไปเป็ของตัวเองจนหมด ส่วนเขาที่ไปช้าแค่ก้าวเดียวก็จะไม่ได้อะไรเลย
“โอ๊ะโอ อย่าเพิ่งรีบไปสิ เ้านี่มันน่าผิดหวังจริงๆ นะ ทั้งๆ ที่เราออกจะสนุกกันอยู่แท้ๆ จะรีบไปไหนกัน?”
“ใช่แล้ว เ้าจะไม่เล่นกับพวกเราแล้วหรือ?”
ร่างสูงใหญ่ของบุรุษทั้งสองคนค่อยๆ เดินออกมาจากทุ่งหญ้าทางด้านหลังอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มสนุกสนาน ปากของเขาก็พร่ำบ่นออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่พอใจอย่างมากที่อลันจะถอนตัว
“ฮ่าๆๆๆ ในที่สุด ไอ้ขี้...” อลันแสยะยิ้มก่อนจะหมุนร่างหันกลับมามอง
ในขณะที่เขากำลังจะเหน็บแนมอัศวินโกลด์เซนต์ตูดหมาอะไรนั่นว่าเป็พวกขี้ขลาดตาขาว แต่ไม่ทันจะพูดคำว่า ‘ขี้ขลาด’ จบก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่า ในมือของดร็อกบาและเพียร์ซกำลังหิ้วอะไรบางอย่างเอาไว้ นั่นก็คือศพไร้หัวของทหารม้าเกราะดำที่ตายไปนานแล้ว ตอนนี้ร่างนั้นถูกไอ้หน้าด้านสองตัวหิ้วไปมาเหมือนหิ้วลูกเจี๊ยบก็ไม่ปาน ก่อนที่จะตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นอีกฝ่ายออกแรงบีบตรงลำคอที่ไร้หัวจนเืข้นคลั่กค่อยๆ ไหลทะลักลงบนพื้น กลายเป็รอยเืที่เปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ...
“พวกเ้า...ที่แท้...”
เมื่อมองเห็นใบหน้าของชายทั้งสองคนที่กำลังฉีกยิ้มเย้ยหยันอยู่นั้น อลันก็พลันรู้สึกอับอายขึ้นมา ไม่ต้องพูดถึงรอยาแบนร่างของพวกมัน แค่พวกมันปัดเนื้อปัดตัวนิดหน่อยก็กลับมาสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนเดิม ร่องรอยาแอะไรนั่นก็เป็เื่แหกตา เมื่อเห็นฉากนี้อลันก็เข้าใจอะไรมากขึ้น
ที่แท้...เขาถูกหลอก!
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขารู้สึกว่า เืของเ้าหนูโสโครกทั้งสองตัวนั่นมันไหลออกมามากจนเกินไป หลังจากที่พวกมันได้รับ ‘าเ็’ หากเป็คนธรรมดา เืไหลออกมามากขนาดนี้คงกลายเป็ศพไปนานแล้ว ยังจะมีแรงวิ่งได้อีกที่ไหนกัน? ที่แท้รอยเืที่เขาเห็นและหัวเราะเยาะใส่ก็เป็เืจากศพทหารม้าของเขาที่ถูกไอ้พวกสารเลวนั่น ‘บีบ’ ออกมา แต่ถึงอย่างนั้นตัวเขาก็ยังไปหัวเราะเยาะใส่!
“พวกเ้า...ให้อภัยไม่ได้! สมควรตาย! ข้าจะสับเ้าเป็หมื่นๆ ชิ้น!” อลันตวาดออกมาอย่างโมโห
“เพียร์ซ เ้ารีบมาดูสิ เ้าเด็กผมเหลืองเหมือนจะโมโหพวกเราด้วยว่ะ!” ดร็อกบาหัวเราะออกมา “รู้ไหมว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่?” พูดเองตอบเอง “ฮ่าๆๆ ข้านี่มันโคตรเทพเลยว่ะ!”
“ดร็อกบา ข้าก็คิดเหมือนเ้าเลย!” อัศวินโกลด์เซนต์แคปริคอร์นเพียร์ซเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็บุรุษเืร้อนที่ไม่กลัวความตายขึ้นมาแล้ว ตอนนี้เขาได้รับอิทธิพลมาจากดร็อกบา ทำให้ตัวเองเริ่มเปลี่ยนเป็ผู้ชายที่หยาบคายมากขึ้นและกวนประสาทมากขึ้น
“พวกเ้าต้องตาย!”
ประหนึ่งมีควันลอยออกมาจากหู อลันโมโหสุดขีด เปลวไฟคลื่นพลังสีฟ้าบนร่างของเขายิ่งพลุ่งพล่านกว่าเดิม เสียงกระแสน้ำที่กำลังถาโถมอย่างบ้าคลั่งคล้ายออกมาจากเปลวไฟ ดาบของเขาถูกพลังที่มองไม่เห็นอัดฉีดเข้าไป ทันใดนั้นก็เกิดคลื่นพลังหมุนวนอย่างรวดเร็วขึ้นมาตรงศูนย์กลางของใบดาบ คลื่นพลังนั่นกำลังกะพริบวิบวับและขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง…
“ไอ้พวกหนูโสโครก พวกเ้าทำให้ข้าโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว...”
เสียงลอดไรฟันดังขึ้น ดาบที่ถูกห่อหุ้มด้วยคลื่นพลังสีฟ้าก็กลายเป็ลำแสงสายฟ้าทันที ในอากาศก็ค่อยๆ ปรากฏลำแสงดาบจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา ลำแสงดาบเ่าั้หมุนเร็วขึ้น และความคมก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ทุ่งหญ้าที่สูงกว่าสองเมตรรอบกายก็ถูกตัดจนโล่งเตียน สุดท้าย ความเร็วนั่นก็มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เสียงคลื่นน้ำดังขึ้นมาทุกสารทิศ ราวกับว่าพวกเขากำลังอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรก็ไม่ปาน
“ทักษะคลื่นพลัง...คลื่น...น้ำ...พิ...โรธ!!!”
อลันตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ดาบในมือสะบัดออกไปทันที ทันใดนั้น เสียงมวลคลื่นน้ำก็ดังขึ้นถี่ๆ ราวกับว่ากำลังมีคลื่นน้ำมหาศาลกำลังถาโถมเข้ามา ลำแสงดาบสีฟ้าที่ลอยอยู่ในอากาศพลันสว่างเจิดจ้า จากนั้นก็รวมกลุ่มกันกลายเป็ตาข่ายดาบ พุ่งทะยานเข้าไปหาดร็อกบาและเพียร์ซจากทั่วทุกสารทิศ!
“โอ๊ะ แย่ล่ะสิ ไอ้เด็กผมเหลืองคงจะโมโหมากจริงๆ...” ดร็อกบาพูดออกมาลอยๆ ก่อนจะะโออกมาว่า “าาทรงพระเจริญ...ชุดเกราะอัศวินทอรัส จงออกมา!”
สิ้นประโยค เื่มหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น…
ร่างของดร็อกบาก็พลันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าประหนึ่งร่างไร้แรงโน้มถ่วง จากนั้นก็มีแสงสว่างสีดำปรากฏออกมาจากหน้าผากของเขา อากาศที่อยู่ด้านหน้าพลันบิดเบี้ยว ก่อนจะปรากฏกล่องคลอธสีดำออกมา ตัวกล่องคลอธแกะสลักด้วยรูปหัววัวที่ราวกับมีชีวิตจริงๆ ไว้สี่ด้าน ทันทีที่กล่องคลอธถูกเปิดออก ลำแสงสีทองก็กระจายออกมา เมื่อกล่องครอธเปิดออกจนสุด วัวเหล็กสีดำขนาดใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านในก็วิ่งทะยานออกมา ทันใดนั้น ร่างของมันก็แยกชิ้นส่วนออกเป็หนึ่งร้อยยี่สิบห้าชิ้น จากนั้นชิ้นส่วนชุดเกราะก็ลอยเข้าไปหาดร็อกบาแล้วแนบเกราะลงบนร่างของเขาทันที
เพียงเสี้ยววินาที ชุดเกราะก็ติดแนบร่างของเขาจนเสร็จสิ้น ด้านหลังของดร็อกบาปรากฏดาวจำนวนหนึ่งร้อยยี่สิบห้าดวงที่ประกอบกันเป็รูปวัวั์สีทอง ร่างของวัวั์มีกลิ่นอายโบราณลึกลับกระจายออกมา ราวกับว่าได้ยินเสียงร้องคำรามอันโกรธเกรี้ยวของมันดังขึ้น ฉับพลัน จิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาก็กดข่มผู้คนให้คุกเข่ายอมศิโรราบแต่โดยดี
-----------------------------------
