หลังจากคุยธุระกับชุนเสร็จ กู้เจิงก็ลงมาที่ชั้นล่าง ที่ชั้นล่างนางพบองค์ชายสิบสองอยู่ในชุดฉางฝู เขากำลังยืนคุยกับกู้เหยาอยู่ ก่อนหน้านี้กู้เจิงไม่เคยสังเกตเห็น องค์ชายสิบสองคนนี้โครงหน้าได้รูปมาก หน้าตาของเขามีความคล้ายคลึงกับตวนอ๋องและองค์รัชทายาทอยู่หลายส่วน
กู้เจิงยิ้มกล่าวทักทาย “องค์ชายสิบสองมาได้ยังไงเพคะ?”
ดวงตาดำสนิทขององค์ชายสิบสองนั้นดูกระตือรือร้นเวลามองกู้เหยา แต่กับกู้เจิงสายตากลับเยือกเย็นราวกันเป็คนละคน “ข้าได้ยินมาว่า เื่บันทึกวิถีเซียนนี้น่าอ่านมาก และได้ยินว่าบทล่าสุดออกมาแล้ว ข้าเลยแวะมาดู”
กู้เจิงดูออกว่าองค์ชายสิบสองไม่ค่อยชอบนางนัก กู้เจิงเลยไม่สนใจที่จะพูดคุยกับเขาต่อ “องค์ชายสิบสองทรงค่อยๆ ดูไปนะเพคะ พวกเราขอตัวก่อน เหยาเอ๋อร์ไปกันเถอะ”
กู้เหยาพยักหน้าหงึกหงัก
“ช้าก่อน” องค์ชายสิบสองเรียกพวกนางไว้ ทว่าสายตานั้นเอาแต่มองกู้เหยา ด้วยความอาลัยอาวรณ์ “เ้าจะไปเดี๋ยวนี้เลยหรือ?”
“ใช่แล้วเพคะ หม่อมฉันจะออกไปตรวจสอบบัญชีกับพี่ใหญ่” กู้เหยาตอบ
“ที่พวกเราไปเดินเที่ยวป่ากันมา ข้ายังรู้สึกว่าไม่ค่อยสนุกนัก วันนี้พวกเราไปกันอีกดีไหม?” องค์ชายสิบสองมองปฏิกิริยาของกู้เหยา
“ไม่ดีกว่าเพคะ หม่อมฉันเหนื่อยแล้ว”
“งั้นเ้าชอบกินเป็ดย่างใช่ไหม? เราไปกินเป็ดย่างที่หอถงชุนกันดีไหม?”
“วันนี้ไม่อยากกินเพคะ วันนี้หม่อมฉันอยากกินหน่อไม้แห้งอบเนื้อที่พี่ใหญ่ทำ” กู้เหยาตอบตามตรง
“ถ้าเ้าอยากกิน เย็นนี้ข้าจะทำให้กิน” กู้เจิงเหลือบเห็นองค์ชายสิบสองมีสีหน้าผิดหวัง “พวกเราไปกันเถอะ”
“ช้าก่อน” ขณะที่องค์ชายสิบสองยื้อพวกนางไว้อีก ก็มีเงาร่างสายหนึ่งเข้ามาขวางทางกู้เจิงเอาไว้
เป็หนิงฉีกวงคุณชายสามแห่งตระกูลหนิง
กู้เจิงเพิ่งสังเกตเห็นเขา คุณชายสามหนิงรูปร่างสูงใหญ่กำยำ หากนางจำไม่ผิดเหมือนจะอายุแค่สิบสามปี ชุนหงเคยบอกว่าเขาไปทางบุ๋นไม่รอดจึงไปเป็ทหารแทน
ตอนไปเดินเที่ยวเมื่อเช้าก็เห็นเขาอยู่ข้างกายองค์ชายสิบสอง หรือว่าตอนนี้เขาจะอยู่ใน่เข้ากะเฝ้าองค์ชายสิบสอง? แม้จะเป็บุตรอนุภรรยา แต่ก็เป็บุตรของป๋อเจวี๋ย คุณชายแบบเข้าจะมาติดตามองค์ชายก็เป็เื่ธรรมดา
“ยังมีอะไรอีกไหมเพคะ?” กู้เหยาเริ่มหงุดหงิด
“เหยาเอ๋อร์ ทำไมเ้าถึงอยากอยู่กับพี่ใหญ่ของเ้าอยู่เรื่อยเลยเล่า?” องค์ชายสิบสองน้ำเสียงยามพูดถึงกู้เจิงเจือไปด้วยความรังเกียจ
“ทำไมหม่อมฉันจะอยู่กับพี่ใหญ่ไม่ได้เพคะ?” กู้เหยาถามกลับอย่างแปลกใจ
“ข้ามีเื่จะคุยกับเ้า” เขาว่าพลางจับแขนกู้เหยาดึงไปคุยอีกทางหนึ่ง
กู้เจิงกล้าพนันว่า องค์ชายสิบสองผู้นี้ต้องพูดถึงนางในแง่ไม่ดีต่อหน้าเหยาเอ๋อร์แน่นอน น่าแปลกนัก นางไปทำอะไรให้องค์ชายสิบสองไม่ชอบหน้ากันนะ?
กู้เหยาที่โดนดึงไปคุย อยู่ๆ นางก็ยกเท้าขึ้นเหยียบลงบนหลังเท้าขององค์ชายสิบสองอย่างแรง
เสียงร้องเ็ปขององค์ชายสิบสองดังขึ้น ทำเอาคนรอบข้างต่างมองอย่างสนใจ
หนิงฉีกวงรีบวิ่งเข้าไปหา
เขาเห็นองค์ชายสิบสองทำหน้าข่มกลั้นความเ็ปเอาไว้ กู้เหยาแค่นเสียงหยัน “ครั้งหน้าถ้าท่านยังพูดถึงพี่สาวของหม่อมฉันในแง่ไม่ดีอีก หม่อมฉันจะเหยียบเท้าให้เละเลย”
หลังจากจบเื่กับองค์ชายสิบสองแล้ว กู้เจิงกับกู้เหยาก็ออกมาจากหอสมุด กู้เจิงสั่งให้เฟิงไหลไปซื้อถังหูลู่มาสองไม้ เพื่อที่นางจะได้คุยกับกู้เหยาสะดวก
กู้เหยาเล่าสิ่งที่องค์ชายสิบสองพูดกับนาง กู้เจิงถึงได้รู้เหตุผลที่องค์ชายสิบสองดูเหมือนจะไม่ชอบตน สาเหตุก็มาจากเื่เล่าลือที่นางได้แต่งงานกับเสิ่นเยี่ยน รวมถึงเื่ซุบซิบนินทาในงานล่าสัตว์กับฟู่ผิงเซียง
“แม้ว่าเขาจะไม่ชอบข้า แต่เขาดีต่อเ้ามากนะ” กู้เจิงบอกกู้เหยาตามความจริง
“ในเมื่อเขาดีกับข้า เขาก็ควรดีกับคนในครอบครัวของข้าด้วยสิเ้าคะ” กู้เหยาพูดไปด้วยกัดถังหูลู่ไปด้วย อืม “พี่ใหญ่ ท่านว่าเมื่อครู่ข้าเหยียบขาเขาแรงเกินไปหรือไม่?”
กู้เจิงมองนางอย่างขบขัน “เพิ่งจะรู้สึกผิดหรือ?”
“ก็ไม่เชิงหรอกเ้าค่ะ เสด็จแม่ขององค์ชายสิบสองสิ้นไปนานแล้ว เขาโดดเดี่ยวยิ่งนักไม่มีแม้แต่เพื่อนสักคน คนที่คบหาสนิทกันก็ดูเหมือนจะมีแค่ข้าคนเดียว ดังนั้นเขาจึงชอบทำตัวติดข้ามาตลอด ข้าทำเช่นนี้กับเขา เขาจะเสียใจไหมเ้าคะ?”
“เสียใจสิ” กู้เจิงตอบตามจริง แต่ที่เขาเสียใจไม่ใช่ว่าเป็เพราะถูกเหยียบขา แต่เป็เพราะในใจของกู้เหยาไม่มีเขาอยู่ต่างหาก
บนท้องถนนผู้คนเดินกันอย่างคึกคัก สองพี่น้องเลยพากันเดินเล่นอย่างเถลไถล โดยมีซู่หลันกับเฟิงไหลคอยเดินตามอยู่ห่างๆ
นี่เป็ครั้งแรกที่กู้เหยาได้ออกมาเดินถนนตามลำพังโดยไม่มีใครมาคุม นางได้แต่มองทางซ้ายทีขวาทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางเข้าออกทุกร้านอย่างสนใจทุกสิ่งอย่าง และซื้อของติดไม้ติดมือออกมาด้วยไม่น้อยเลย
“พี่ใหญ่ มาดูนี่สิ งานปักนี้สวยจริงๆ” กู้เหยาชูผ้าเช็ดหน้าขึ้นให้พี่ใหญ่ดู “ข้าจะซื้อผ้าเช็ดหน้าผืนนี้”
ขณะที่กู้เจิงกำลังจะไปจ่ายเงิน แต่พอเห็นเ้าของร้านนางก็ตกตะลึง เ้าของร้านไม่ใช่ใครอื่น นางเป็พี่สะใภ้ใหญ่ของเสิ่นมู่ชิง
เ้าของร้านขายผ้าเช็ดหน้าจำกู้เจิงได้ั้แ่แรกเห็น สีหน้าของนางเปลี่ยนไปชั่วขณะ นางดึงผ้าเช็ดหน้าออกจากมือของกู้เหยาก่อนจะเอ่ยอย่างดุร้ายว่า “ไม่ขาย”
กู้เหยางงงวยยิ่งนัก
“ต่อให้ข้าต้องฉีกผ้าเช็ดหน้าพวกนี้ ข้าก็จะไม่ขายให้กับคนแซ่กู้ พวกเ้าไปซะ อย่ามาเกะกะหน้าร้านข้า” สตรีผู้นั้นไล่สองพี่น้องอย่างเกลียดชัง
กู้เหยากระพริบตาปริบๆ มองไปทางกู้เจิงด้วยความสงสัย “พี่ใหญ่ พวกท่านรู้จักกันหรือ?”
“นางเป็พี่สะใภ้ใหญ่ของเสิ่นมู่ชิง”
กู้เหยารู้ว่าเสิ่นมู่ชิงคือใคร ชายคนนั้นที่เกือขจะได้แต่งงานกับพี่ใหญ่ ท่านพ่อบอกว่าเขาเป็คนที่มีความสามารถ และตอนนี้ก็ได้ยินมาว่าเขาได้เป็ขุนนางแล้ว
“ถ้าพวกเ้าไม่ไป ข้าจะเรียกคนมาไล่แล้วนะ” สายตาของหญิงนางนั้นมองกู้เจิงราวกับกำลังมองศัตรูคู่แค้น
กู้เจิงไม่อยากจะมากความ นางจูงมือกู้เหยาแล้วเดินจากไปเงียบๆ
เฟิงไหลมองหญิงคนนั้นด้วยสายตาเย็นเยียบ อีกฝ่ายรู้สึกเพียงว่าสายตาของบ่าวรับใช้คนนี้ทำเอานางขนลุกโดยไม่มีสาเหตุ
เมื่อทั้งสองคนเดินเล่นจนเริ่มเหนื่อยแล้ว พวกนางก็กลับมาขึ้นรถม้า
กู้เหยาไม่ได้ตื้อถามเื่ผู้หญิงคนนั้น นางจัดแบ่งของที่ซื้อมา ว่าจะเอาอะไรให้ใครบ้าง นางเลือกตลับแป้งชาดแล้วแบ่งออกเป็สามชุด ปากก็พึมพำว่าจะมอบให้เซี่ยิ่หรูกับองค์หญิงสิบเอ็ด
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง เมื่อกลับมาถึงจวนเสิ่น กู้เจิงจึงเข้าครัวทำอาหารที่กู้เหยาอยากกินให้นาง
คืนนี้เสิ่นเยี่ยนก็ไม่ได้กลับมากินอาหารเย็นอีกแล้ว ่นี้เขาคงยุ่งมากๆ
เมื่อได้เวลาเข้านอน กู้เจิงที่เปลี่ยนชุดนอนเรียบร้อย นางได้หยิบเอาบันทึกสวนบุปผามาเปิดอ่านอีกรอบ จู่ๆ เหอเซียงก็เคาะประตูก่อนเอ่ยปากขออนุญาตเข้ามา นางยื่นเทียบเชิญแผ่นหนึ่งให้กู้เจิง “นายหญิง นี่คือเทียบเชิญที่ฮูหยินเซี่ยให้คนมาส่งเ้าค่ะ นางเชิญท่านไปดื่มชาที่โรงน้ำชาอวิ๋นเซียงในวันพรุ่งนี้ด้วยกัน”
กู้เจิงรับเทียบเชิญมาเปิดดูอย่างงุนงงสงสัย
ฮูหยินเซี่ยน่าจะเรียกนางไปถามเื่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณหนูเซี่ย แต่ที่จริงฮูหยินเซี่ยก็น่าจะพอคาดเดาเื่ได้แล้ว แล้วทำไมยังต้องเชิญนางไปดื่มชาด้วยกันอีกเล่า?
