ไป๋หยุนเฟยหันไปมองก็เห็นกลุ่มคนกำลังเข้ามาหา ทั้งหกคนประกอบด้วย เย่จือชิว ม่อเสี่ยวเซียน ซีเหยียน จงซูหาว หลิวหมาง และอีกคนที่เดินข้างกายเย่จือชิว นั่นก็คือ เถียนอวี่หาง เด็กชายที่มีพร์ธาตุไฟระดับพิเศษ
“พี่ไป๋! มิน่าเล่าข้าไปหาที่ห้องจึงไม่พบ ที่แท้ท่านก็มาชมทิวทัศน์ที่นี่ั้แ่เช้าตรู่!” ยังเดินมาไม่ถึง จงซูหาวก็ยิ้มพร้อมกับะโทักทายมาแต่ไกล
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าพร้อมกับยิ้มพลางกล่าวว่า “ข้าจิตใจไม่สงบ จึงออกมาผ่อนคลาย”
เย่จือชิวขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวว่า “พี่ไป๋ เ้าอย่าได้เอาแต่หดหู่ เ้าต้องมุ่งมั่นต่อไป พวกเราทั้งหมดล้วนเห็นความสามารถของเ้ามากับตา ต่อให้ไม่ได้เป็ศิษย์สายตรง แต่ข้าก็เชื่อมั่นว่าเ้าต้องก้าวหน้ากว่าอีกหลายคนอย่างแน่นอน”
“พี่ไป๋ท่านไม่ต้องท้อแท้กับเื่นี้ ท่านคือหนึ่งในผู้มีพลังฝีมือกล้าแข็งที่สุดในบรรดาศิษย์ใหม่ แม้แต่พี่เย่ก็ยังบอกว่าฝีมือไม่ทัดเทียมกับท่าน! ลำพังเื่ที่ท่านอายุเพียงสิบเก้าแต่กลับสามารถบรรลุถึงด่านภูติญญาระดับปลายได้ ก็เหนือกว่าศิษย์สายในหรือแม้กระทั่งศิษย์สายตรงทั้งหมดแล้ว พร์การฝึกปรือเช่นนี้ ต่อให้พร์หลอมประดิษฐ์ด้อยกว่าผู้อื่นไปบ้าง แต่ท่านก็ยังร้ายกาจกว่าอีกหลายคนอยู่ดี!!” ม่อเสี่ยวเซียนกล่าวขึ้นพร้อมกับมองดูไป๋หยุนเฟยด้วยสายตาอิจฉาเลื่อมใส
จงซูหาวกล่าวเสริมขึ้น “ถูกแล้ว ถูกแล้ว! พวกเราต่างยกย่องนับถือพี่ไป๋ วันนั้นยามที่ท่านะเิพลังิญญาอกมา หลายคนถึงกับแตกตื่น ฮ่า ฮ่า... อีกอย่างท่านผ่านเข้าเป็ศิษย์สายในแล้ว ข้ากับหลิวหมางยังเป็เพียงศิษย์สายนอก ข้าริษยาท่านแทบตายแล้ว!”
“พวกเ้า...” ไป๋หยุนเฟยมองดูกลุ่มคนตรงหน้าซึ่งกำลังปลอบใจตนเอง ในใจก็บังเกิดความตื้นตัน มันพยักหน้ากล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า พวกเ้าวางใจเถอะ ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้น ยามนี้ข้าไม่เป็ไรแล้ว”
“จริงสิพี่ไป๋ ขอแนะนำต่อเ้า นี่คือเถียนอวี่หาง คิดว่าเ้าก็คงรู้จักแล้วกระมัง?” เย่จือชิวเห็นไป๋หยุนเฟยมองมายังเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างกายตนเอง จึงเอ่ยปากแนะนำให้รู้จัก “ในบรรดาศิษย์ใหม่ มันคือผู้ที่พร์หลอมประดิษฐ์สูงที่สุด ถึงกับเดินลึกเข้าไปไกลกว่าข้าถึงหนึ่งร้อยห้าสิบวา”
ไป๋หยุนเฟยอดตื่นตะลึงไม่ได้ มันทราบแต่เพียงว่าทั้งสองคนนี้เดินผ่านระยะสองพันห้าร้อยวาได้ แต่กลับไม่ทราบว่าเด็กน้อยผู้นี้กลับยังเหนือกว่าเย่จือชิวอีก
“พี่ไป๋ ข้ามีนามว่า เถียนอวี่หาง เรียกข้าว่าเสี่ยวหางก็ได้ ท่านช่างฝีมือร้ายกาจนัก ยังร้ายกาจกว่าพี่ชายอีกหลายคนที่บ้านข้ามากนัก! น่าจะฝีมือทัดเทียมกับพี่ใหญ่ข้าได้แล้ว!!” ดูท่าเถียนอวี่หางจะเป็เด็กชายที่ร่าเริง จึงยิ้มให้แก่ไป๋หยุนเฟยด้วยใบหน้าใสซื่อ ขณะเดียวกันก็กล่าวด้วยเสียงสดใส แต่ว่าฟังจากน้ำเสียงของมันแล้ว คล้ายกับเชื่อว่าพี่ใหญ่ของตนเองนั้นเก่งกาจที่สุดแล้ว --- อืม เด็กชายส่วนใหญ่ก็มีความเชื่อเช่นนี้
“เอ่อ... ฮ่า ฮ่า เสี่ยวหางเ้าก็กล่าวเกินไป เ้าต่างหากที่ร้ายกาจ อันที่จริงข้ายังลอบริษยาเ้าด้วยซ้ำ” ไป๋หยุนเฟยยิ้มพลางโบกมือ จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับเย่จือชิว “จริงสิพี่เย่ ข้ายังไม่แสดงความยินดีกับเ้าที่ได้เป็ศิษย์สายตรงเลย หลังจากนี้เ้าถือเป็ศิษย์พี่ของพวกเราแล้ว ยังมีเสี่ยวหางอีกคนก็ใช่ ฮ่า ฮ่า...”
ในสำนักช่างประดิษฐ์นั้น ศิษย์สายตรงของเ้าสำนักหรือผู้าุโ จะได้รับการเรียกหาจากศิษย์อื่นว่าเป็ศิษย์พี่หรือศิษย์พี่หญิง สำหรับศิษย์สายตรงด้วยกันนั้นจะแบ่งตามลำดับการเข้าสำนักก่อนหลัง ส่วนศิษย์ที่เหลือจะเรียกกันเองอย่างไรก็แล้วแต่ความสะดวก ไม่จำเป็ต้องถือตามปีที่เข้าสำนัก บางคนก็ถือเอาอายุเป็เกณฑ์ บางคนก็นับถือตามความสามารถ --- ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์มีจำนวนถึงหลายพันคน
เย่จือชิวยิ้มพลางกล่าวว่า “พี่ไป๋ล้อเล่นแล้ว ศิษย์พี่ศิษย์น้องอันใด พวกเราอย่าได้แบ่งแยกกันด้วยคำเรียกหาเช่นนี้เลย จากนี้ไปพวกเราถือเป็ศิษย์ร่วมสำนักกันแล้ว เรียกหากันด้วยชื่อเป็อย่างไร ข้าเรียกเ้าว่าหยุนเฟยดีหรือไม่?”
“ดี! เช่นนั้นข้าก็จะเรียกเ้าว่าจือชิว เสี่ยวเซียน เสี่ยวหาวก็แล้วกัน จากนี้ไปพวกเราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันอีก สมควรสนิทสนมกันให้มากขึ้นจึงจะถูก”
“ไฮ้... ช่างน่าเสียดาย ที่จริงข้ากำลังวาดฝันถึงความสุขของการถูกเรียกว่า‘ศิษย์พี่’อยู่พอดี...” เถียนอวี่หางกล่าวด้วยความเสียดาย
จงซูหาวเบะปากส่งสายตาเหยียดหยามพร้อมกับกล่าวว่า “เพ้อฝันไปแล้ว! เ้าเด็กน้อย ข้าไม่มีวันเรียกเ้าว่าศิษย์พี่เด็ดขาด ต่อให้เ้าจะเป็ศิษย์สายตรงก็ตาม กับข้าแล้วเ้าก็ยังเป็น้องชายอยู่วันยังค่ำ น้องอวี่หาง!”
“เฮอะ เฮอะ เ้าอายุมากกว่าข้าเท่าใดกัน! ยามถึงเวลาอยู่ต่อหน้าเ้าสำนักหรือผู้าุโ ข้าจะคอยดูว่าเ้าจะเรียกหรือไม่เรียก!” เถียนอวี่หางแม้อายุยังน้อย แต่ยามโต้คารมแล้วกลับมีฝีปากไม่ต่ำทราม
“เ้า...” จงซูหาวอดขุ่นเคืองไม่ได้
“ฮ่า ฮ่า...”
แล้วทุกคนก็ยิ้มออกมา
…………
เช้าวันต่อมา เซียวหนานเหรินจึงมาเรียกให้ไป๋หยุนเฟยและบรรดาศิษย์ใหม่ทั้งเก้าสิบหกคนติดตามไป แต่ละคนต่างก็แสดงความตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นไปยังยอดเขาหลักของสำนักช่างประดิษฐ์ หลังจากผ่านประตูห้องโถงใหญ่อันงดงาม ทั้งหมดก็เข้ามาสู่ห้องโถงใหญ่อันกว้างขวาง
พวกมันก้าวเดินอย่างเป็ระเบียบ โดยมีผู้เดินนำหน้าสองคนก็คือเย่จือชิวกับเถียนอวี่หาง ถัดจากนั้นจึงเป็ไป๋หยุนเฟยกับศิษย์สายในทั้งยี่สิบกว่าคน และสุดท้ายจึงเป็ศิษย์สายนอกทั้งหมด
ขณะก้าวผ่านประตูห้องโถงเข้าไป ไป๋หยุนเฟยก็ััได้อย่างชัดเจนว่ามีพลังบางอย่างแผ่มาปะทะกับใบหน้า เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งประธานซึ่งยกสูงจากพื้น ยามมองดูอีกฝ่ายก็ให้ความรู้สึกราวกับูเาสูงตระหง่านสร้างความเกรงขามให้แก่ผู้คน
คนผู้นี้แต่งกายด้วยชุดยาวสีเทาดำซึ่งตัดเย็บจากผ้าไหม ร่างกายยังดูแข็งแรง ผมสีขาวถูกหวีสางไปด้านหลังอย่างเรียบร้อย ใบหน้าดูธรรมดาแต่สายตากลับข่มขวัญผู้คน
ไป๋หยุนเฟยตระหนักได้ในทันที คนผู้นี้ก็คือเ้าสำนักช่างประดิษฐ์ --- โค่วฉางคง
ถัดจากเก้าอี้ประธาน ด้านซ้ายเป็ผู้าุโใหญ่เซียวปินจื่อ ด้านขวาคือผู้าุโที่สองหวงฝู่หนานกับผู้าุโที่สามชางอวี่
ซ่งหลิน หลี่เถี่ยชุย เหลียนหลิงิ่และศิษย์สายตรงอื่นๆต่างก็ยืนอยู่ด้านหลังผู้าุโที่สาม
“ศิษย์เซียวหนานเหรินคารวะท่านอาจารย์และผู้าุโทุกท่าน” หลังจากเซียวหนานเหรินเข้าสู่ห้องโถงก็คารวะต่อโค่วฉางคงและผู้าุโ “การทดสอบครั้งนี้มีผู้ผ่านเข้าเป็ศิษย์เก้าสิบหกคน ทั้งหมดล้วนอยู่ที่นี่แล้ว”
เย่จือชิวและคนอื่นๆจึงคารวะและกล่าวขึ้นพร้อมกัน “ศิษย์คารวะท่านเ้าสำนักและผู้าุโทุกท่าน!”
“อืม” โค่วฉางคงพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับกวาดตามอง หลังจากเก็บซ่อนสายตาอันน่าเกรงขามแล้วจึงยิ้มอย่างเป็มิตร จากนั้นจึงกล่าวว่า “ไม่เลว พวกเ้าศิษย์ใหม่ทั้งหลายล้วนเป็ที่น่าพอใจ นับแต่นี้พวกเ้าถือว่าเป็ศิษย์สำนักช่างประดิษฐ์แล้ว ไม่ว่าจะเป็ศิษย์สายในหรือสายนอกก็ต้องเคารพกฏระเบียบของสำนัก จงตั้งใจฝึกปรือ เพื่อที่พวกเ้าจะได้ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้แก่สำนักช่างประดิษฐ์!”
โค่วฉางคงกล่าวเพียงสั้นๆก็หยุดลง จากนั้นจึงพยักหน้าแก่ซ่งหลิน
ซ่งหลินก้าวออกมาด้านหน้า จากนั้นจึงหยุดอยู่เบื้องหน้าเหล่าศิษย์ใหม่และประกาศด้วยเสียงอันดังว่า “ต่อจากนี้ข้าจะประกาศว่าผู้ใดสังกัดยอดเขาใด ศิษย์น้องทั้งชายและหญิง พวกเ้าจงจำไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเป็ยอดเขาประจิมหรือยอดเขาทักษิณ ทั้งหมดถือเป็ศิษย์ร่วมสำนัก ไม่มีแบ่งแยกว่าผู้ใดเหนือกว่าหรือต่ำกว่า ศิษย์สายนอกก็ไม่ต้องท้อแท้ การทดสอบพร์หลอมประดิษฐ์ไม่ได้เป็ตัวแทนของทุกสิ่ง ขอเพียงพวกเ้าตั้งใจฝึกปรือ หากสามารถเรียนรู้จนประสบความสำเร็จก็มีโอกาสเป็ศิษย์สายในได้เช่นกัน!”
มันหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะหันไปมองยังแถวหน้าของศิษย์ใหม่ซึ่งเย่จือชิวกับเถียนอวี่หางยืนอยู่ จากนั้นจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “ก่อนอื่น ผู้เข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ที่สามารถเดินผ่านระยะสองพันห้าร้อยวาขึ้นไปมีด้วยกันสองคน เย่จือชิวกับเถียนอวี่หาง... ศิษย์น้องเย่ นับแต่นี้ไปเ้าเป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโที่สอง! ส่วนศิษย์น้องเถียนอวี่หาง เ้าเป็ศิษย์สายตรงของท่านเ้าสำนัก!”
“ทราบแล้ว!!” เย่จือชิวกับเถียนอวี่หางขานรับพร้อมกัน แม้ว่าทั้งสองจะเตรียมใจมาก่อนล่วงหน้า แต่เมื่อถึงยามนี้พวกมันก็อดที่จะแสดงความตื่นเต้นออกมาไม่ได้
ซ่งหลินพยักหน้าพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย จากนั้นจึงหันไปทางศิษย์สตรีห้าหกคนทางด้านซ้ายพร้อมกับกล่าวว่า “ศิษย์น้องหญิงทั้งหมดไปที่ยอดเขาบูรพา หลังจากนี้ศิษย์พี่หญิงคนโตเหลียนหลิงิ่จะเป็ผู้พาพวกเ้าไป”
“ม่อเสี่ยวเซียน ซีเหยียน เฉินหง หยางหัว...” ซ่งหลินอ่านรายชื่อทีละคนจนครบสี่สิบคน หลังจากหยุดเล็กน้อยจึงกล่าวต่อ “นับแต่นี้พวกเ้าเป็ศิษย์สังกัดยอดเขาประจิม!”
ส่วนที่เหลือย่อมเป็ศิษย์สังกัดยอดเขาทักษิณ แต่ซ่งหลินยังคงอ่านรายชื่อทีละคนจนครบ สุดท้ายจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “ั้แ่นี้พวกเ้าต้องไปพำนักที่ยอดเขาทักษิณ โดยจะมีศิษย์พี่ของพวกเ้านำทางไปยังที่พัก”
“……”
ท่ามกลางในหน้าตื่นเต้นดีใจของศิษย์หลายคน ไป๋หยุนเฟยกลับมีสีหน้าตกตะลึง รวมทั้งเย่จือชิวและสหายของมันต่างก็หันมามองด้วยท่าทีอันงุนงงสับสน
เพราะว่า--- รายชื่อที่ซ่งหลินอ่านไปแล้วนั้น.... ไม่มีชื่อของไป๋หยุนเฟย!!
