เฉินเกอยิ้มอย่างดูแคลน “เช่นนั้นพวกเรามาตกลงกัน ผู้ใดกินหมดก่อน คนนั้นถึงจะได้กระบอกไม้ไผ่อันสุดท้ายนี่ไป”
หนิงมู่ฉือที่กำลังตักเต้าหู้ทานอย่างเงียบๆ เห็นท่าทางเช่นนี้ของทั้งสองคนแล้วรู้สึกรำคาญยิ่ง นางลุกขึ้นยืน หยิบกระบอกไม้ไผ่อันสุดท้ายขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า “พวกท่านไม่ต้องแย่งกัน มื้อนี้ข้าเป็คนทำ เช่นนั้นมันก็ต้องเป็ของข้า!”
ท่าทางใจกล้าของหนิงมู่ฉือช่างน่ารักเหลือเกิน ถึงกับใบหน้าแดงก่ำขณะเอ่ย
ครั้นจ้าวซีเหอเห็นหนิงมู่ฉือมีท่าทีไม่พอใจก็ก้มหน้าทานเต้าหู้ปลาหนีชิงในกระบอกไม้ไผ่ของตัวเองอย่างเงียบๆ ตามเดิม ค่อยๆ ตักเต้าหู้เนื้อขาวนวลเนียนเข้าปาก ทันทีที่เข้าไปในปากเต้าหู้ก็แทบจะละลายหายไป เนื้อัันุ่มละมุนเป็ที่สุด ยกระดับการกินของทั้งคู่ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น อร่อยจนต้องหลับตาดื่มด่ำกับรสชาติของมัน
ทั้งคู่ทานเต้าหู้ซึ่งมีเนื้อปลานิ่มๆ สอดแทรกอยู่อย่างละโมบ เนื้อปลานุ่ม มีรสชาติหวานอ่อนๆ
นานแล้วที่จ้าวซีเหอไม่ได้ทานอาหารที่เลิศรสเช่นนี้ ยามนี้จึงรู้สึกมีความสุขอย่างยากจะหาใดเปรียบ ภายในใจรู้สึกปลื้มปริ่มเป็ที่สุด
เพียงไม่นานกระบอกไม้ไผ่ก็เหลือแต่กระบอกเปล่า ทั้งยังคงจ้องไปที่หนิงมู่ฉืออย่างรอคอย
หนิงมู่ฉือมองทั้งสองคนพร้อมกับไหวไหล่อย่างอ่อนอกอ่อนใจ “ก็ได้ เดี๋ยวข้าจะทำน้ำแกงเพิ่มให้อีกอย่าง รอประเดี๋ยวนะ”
สิ้นเสียงทั้งคู่มีสีหน้าดีอกดีใจ ด้านหนิงมู่ฉือ นางเอามือลูบท้องอย่างเศร้าใจพร้อมกับถอนหายใจออกมา “เฮ้อ ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป สักวันข้าต้องอ้วนจนตัวแตกตายแน่”
นางหยิบหน่อไม้อวบน้ำขึ้นมา ก่อนจะหยิบมีดสั้นออกมาจากในอกเสื้อ จากนั้นซอยหน่อไม้เป็ชิ้นเล็กๆ นางหันไปมองปลาที่ว่ายอยู่ในแอ่งน้ำร้อนด้วยความรู้สึกหวั่นไหว
เ้าปลาว่ายอย่างเบิกบานใจ นางเดินไปนั่งยองๆ ริมแอ่งน้ำร้อน จ้องปลาตัวหนึ่งที่กำลังว่ายอย่างสบายใจ ครั้นเ้าปลาตัวนี้เห็นนางก็ว่ายเข้ามาหานางราวกับตั้งใจ
นางคิดในใจว่า เ้าปลาตัวนี้นี่ช่างโง่เสียจริง ไม่รู้จักหลบ นางจึงยื่นมือไปจับตัวมัน ไหนเลยจะรู้ว่ามันจะว่ายหลบไปได้ ทั้งยังใช้หางสะบัดน้ำใส่นางจนเปียกไปทั้งตัว
นางโมโหยิ่งนัก เหตุใดเ้าปลาตัวนี้ถึงได้เ้าเล่ห์นักนะ นางจ้องมันอย่างฉุนเฉียว
เฉินเกอเห็นท่าทางโมโหของหนิงมู่ฉือ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาจนเห็นฟันขาวสะอาดได้อย่างชัดเจน
จ้าวซีเหอเหลือบมองเฉินเกอผาดหนึ่ง ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้างหนิงมู่ฉือ ใช้แววตาดอกท้อมองไปที่นางอย่างเบื่อหน่าย จากนั้นเอ่ยเสียงดังว่า “เ้านี่โง่จริง มานั่งจ้องสิ่งใดอยู่ตรงนี้ ไม่เจอกันนานเ้าก็ยังโง่เหมือนเดิมเลย ไหนบอกมาสิว่าตัวไหน เดี๋ยวข้าจับให้”
จ้าวซีเหอเอ่ยเสียงดังจนหนิงมู่ฉือสะดุ้งใ นางมองจ้าวซีเหออย่างไม่ชอบใจผาดหนึ่ง ก่อนจะใช้มือลูบหน้าอกตัวเองอย่างปลอบโยน จากนั้นชี้ไปที่ปลาตัวที่นางจะจับเมื่อสักครู่ “เห็นหรือไม่เ้าคะ คือปลาที่ว่ายอยู่ตรงนั้นเ้าค่ะ”
จ้าวซีเหอมองไปทางที่มือหนิงมู่ฉือชี้ไป ก่อนที่สีหน้าจะดูไม่ดีนัก ไม่อยากจะบอกเลยว่า ปลาตัวที่หนิงมู่ฉือคิดจะจับคือปลาตัวเดียวกับที่เขาจับไม่ได้ แล้วทีนี้จะทำเช่นไรดีเล่า
“แหะๆ พวกเราเปลี่ยนตัวดีกว่า ปลาตัวนั้นตัวยาวดี น่าดูกว่าตัวนี้เป็ไหนๆ” จ้าวซีเหอเอามือลูบท้ายทอยด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
หนิงมู่ฉือได้ยินก็ส่ายหน้า จ้องปลาตัวนั้นไม่ละสายตา “ไม่ได้ ข้าอยากได้ปลาตัวนี้ ท่านไม่รู้สึกหรือว่าปลาตัวนี้มีแรงเยอะกว่าปลาตัวอื่น รสชาติของมันต้องอร่อยเป็แน่ ในเมื่อท่านไม่ช่วย ข้าเรียกให้จอมยุทธ์น้อยเฉินให้มาช่วยก็ได้”
หนิงมู่ฉือกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็ต่อ
“ก็ได้ ตัวนี้ก็ตัวนี้” จ้าวซีเหอถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก่อนจะหักกิ่งไม้ออกมากิ่งหนึ่ง แล้วเหลาให้ปลายมันแหลม
ครั้นเฉินเกอได้ยินคำขอความความช่วยเหลือจากหนิงมู่ฉือก็เดินลงไปในแอ่งน้ำร้อน จ้าวซีเหอมองเฉินเกอที่เดินลงไปในแอ่งน้ำร้อนอย่างไม่สบอารมณ์ “เ้าลงไปในแอ่งน้ำร้อนเพื่อเหตุใด”
“ก็เพราะข้าได้ยินฉือเอ๋อร์ขอให้ข้าช่วยอย่างไรเล่า ข้าจะจับปลาตัวนี้ให้นางเพื่อให้นางอารมณ์ดี ปลาตัวนี้ก่อนหน้านี้คือปลาตัวเดียวกับที่ท่านอยากจับแต่จับไม่ได้ไม่ใช่หรือ” น้ำเสียงของเฉินเกอเต็มไปด้วยแววดูถูกถากถาง
“เหตุใดเ้าถึงคิดว่าข้าจับปลาตัวนี้ไม่ได้ เ้าอยากจะแข่งกับข้าหรือ” เอ่ยจบจ้าวซีเหอดำลงไปในน้ำเพื่อมองหาปลาตัวนั้น
ขณะที่เ้าปลาน้อยว่ายน้ำอย่างสบายอกสบายใจอยู่ในน้ำ ทันใดนั้นเองบางสิ่งบางอย่างซึ่งมีรูปร่างใหญ่โตก็พุ่งตรงเข้ามาหามัน มันรีบสะบัดหางว่ายหนีจนเกิดเป็ฟองอากาศสีขาวบนผิวน้ำ
หนิงมู่ฉือนิ่งอึ้ง ั้แ่เกิดมานางยังไม่เคยเจอปลาตัวใดที่จะว่ายน้ำได้เร็วเท่านี้มาก่อนเลย นางลุกขึ้นยืน มองเฉินเกอและจ้าวซีเหอที่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจับปลา นางเอามือปิดปากหัวเราะออกมา
ไม่นานเ้าปลาก็ว่ายหนีไปจนไม่เห็นแม้แต่เงา จ้าวซีเหอยืนนิ่งอยู่กับที่ ใช้สายตาเพ่งมองหาเ้าปลาตัวนั้น แต่ก็ไม่เจอ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น!” จ้าวซีเหอะโออกมา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคล
เฉินเกอยืนนิ่งอยู่กับที่ จ้องลงไปในน้ำด้วยแววตาคมปลาบ ท่าทางดูใจเย็นยิ่งนัก จ้าวซีเหอเห็นท่าทางเช่นนี้ของเฉินเกออดไม่ได้ที่จะนิ่งตาม
ทุกคนทันเห็นแค่เฉินเกอใช้แขนยาวๆ ของตัวเองควักลงไปในดิน ตอนที่ชักมือออกมา มีปลาซึ่งกำลังดิ้นไปดิ้นมาติดมือมาด้วย
เฉินเกอใช้สองมือจับเ้าปลาตัวนั้นเอาไว้ ครั้นหนิงมู่ฉือเห็นว่าจับปลาได้แล้ว นางะโโลดเต้นอย่างดีใจ พร้อมกับตบไม้ตบมืออย่างยินดีระคนชอบใจ
จ้าวซีเหอถอนหายใจออกมา เขามองในแววตาของหนิงมู่ฉือที่มองไปยังเฉินเกอ มันเต็มไปด้วยความนับถือและเลื่อมใส เขายกยิ้มมุมปากอย่างขมขื่นก่อนจะเดินไปอีกด้านอย่างหงอยเหงา เขาเดินไปนั่งริมกองไฟเพื่อผิงไฟอย่างเงียบๆ อยู่คนเดียว
หนิงมู่ฉือกับเฉินเกอมัวแต่ดีใจที่จับปลาได้ จึงไม่ทันได้สนใจว่าท่าทีของจ้าวซีเหอดูแปลกไป
เฉินเกอถือปลาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหนิงมู่ฉือ ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ “ข้าจับปลาได้แล้ว ปลาตัวนี้ตัวอวบอ้วนอย่างที่เ้าว่าจริงๆ ด้วย ข้าต้องใช้มือจับให้แน่นจนจะหักอยู่แล้ว”
“จอมยุทธ์น้อยเฉิน มือของท่านมีแรงเยอะเสียจริง ข้าจ้องปลาตัวนี้อยู่นาน แต่จับอย่างไรก็จับไม่ได้เสียที” หนิงมู่ฉือเอ่ยพร้อมกับรับปลามาจากเฉินเกอ
“เ้าปลาน้อย ลองใช้หางสะบัดน้ำใส่ข้าอีกคราดูสิ แรงเยอะเสียจริงนะเ้า” หนิงมู่ฉือใช้มือตบบนตัวมันสองทีเป็การลงโทษ ก่อนจะหยิบเชือกมามัดมันเอาไว้ แล้วเดินไปด้านข้าง
เฉินเกอมองหนิงมู่ฉือที่กำลังจัดการกับเ้าปลาน้อย เ้าปลาราวกับฟังภาษาคนรู้เื่ สิ้นเสียงของหนิงมู่ฉือ มันสะบัดหางใส่ยกใหญ่
