“เอ้อ...สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาหาใครคะ?”
นลินีเป็ฝ่ายเอ่ยทักชายรูปร่างสูงใหญ่ทั้งสอง แต่ดูจากหน้าตาเหมือนว่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของหล่อนแต่เด็กสาวก็ยังไม่แน่ใจกระทั่งหนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น
“พวกเรามาหานายพลนวดล นี่คือบ้านของนายพลใช่ไหมจ๊ะหนู”
“ใช่ค่ะ...เอ้อ...หนูเป็ลูกสาวของคุณพ่อน่ะค่ะ”
“อ้าว...จริงเหรอ...ลุงสองคนเป็เพื่อนของคุณพ่อหนู นี่เพิ่งมาถึง ขับรถมาจากนราธิวาสเลยเชียวนะ”
นาราธิวาส...นี่แสดงว่าเพื่อนของพ่อหล่อนทั้งสองมาจากทางใต้อย่างนั้นสินะ ดูจากรูปร่างหน้าตาลักษณะท่าทางแล้วน่าจะเป็คนแถบภาคใต้จริง เพราะหน้าคม ตาโตแฝงเสน่ห์แบบดิบ ๆ แม้วัยกลางคน เรือนร่างบึกบึนและผิวเข้มดูเถื่อนแต่ก็สะอาดสะอ้านและดึงดูดทั้งคู่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้มาแค่สองคนเมื่อประตูรถด้านหลังเปิดออกและมีผู้หญิงวัยประมาณสี่สิบอีกสองคนก้าวลงมายืนข้าง ๆ ชายทั้งคู่ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็มีเสียงดังแทรกขึ้น
“อ้าว! นั่นเพิ่งมาถึงกันเหรอ กำลังนึกอยู่ว่าจะโทรไปหาแล้วเชียวว่าเดินทางถึงไหนกันแล้ว”
เสียงของนายพลนวดลทำให้ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน อดีตนายพลเดินเข้ามาโอบไหล่บุตรสาวและทักทายอย่าอารมณ์ดี
“นัท...สวัสดีคุณลุงเขาสิลูก คุณลุงสองคนนี่เป็เพื่อนสนิทของพ่อตอนย้ายไปภาคใต้ เป็นายทหารที่เก่งมาก นี่คือคุณลุงเผ่าเทพ และนี่คือลุงนริศ และนี่คือภรรยาของคุณลุงทั้งสอง คุณป้าเอมอรกับคุณป้ารัตนา”
“สวัสดีค่ะ คุณลุงเผ่าเทพ...คุณลุงนริศ”
นลินียกมือไหว้ชายวัยกลางคนทั้งสองซึ่งเผ่าเทพนั้นเป็ชายวัยห้าสิบต้น ๆ รูปร่างสูงใหญ่ผิวเข้ม ไว้หนวดเคราดูน่าเกรงขามยืนคู่กับเอมอร ซึ่งเป็หญิงวัยประมาณสี่สิบต้น ๆ แต่นลินีนึกในใจว่าหน้าตาดูเยอะกว่าอายุ เพราะถ้าใช้คำว่าแก่มันดูแย่ไป ส่วนคุณลุงนริศ เป็คุณลุงวัยไล่เลี่ยกัน หน้าตาดูเหมือนจะอ่อนกว่าเล็กน้อยและผิวสีแทนเข้มเหมือนกัน
แต่ส่วนที่ทำให้ทั้งสองดูดึงดูดเห็นจะเป็ดวงตาคมของทั้งคู่ยามจ้องมองมายังเด็กสาวในชุดกระโปรงลายดอกไม้ที่ยืนข้าง ๆ พ่อของหล่อนซึ่งอดีตเคยเป็นายพลใหญ่ ส่วนรัตนาเมียของนริศนั้นท่าทางจะเป็สาวเฉี่ยวเพราะดูจากการแต่งตัวและการแต่งหน้าแล้วนำสมัยกว่าเอมอรหลายขุม และหลังจากแนะนำทุกคนให้รู้จักกันแล้วนวดลก็รีบเอ่ยต่อไปว่า
“ในเมื่อมาถึงแล้วเราเข้าไปข้างในกันดีกว่า เดี๋ยวจะให้ลูกนัท ลูกสาวคนเดียวของผมเตรียมอาหารว่างไว้ให้แล้วค่อยจัดหนักตอนเย็น”
“ลูกสาวของพี่ดลนี่หน้าตาน่ารักมากเลยนะคะ ตอนนี้แกอายุเท่าไหร่แล้วคะเนี่ย”
รตนา ภรรยาของนริศเอ่ยถามพลางมองหน้าลูกสาวคนสวยของนวดลด้วยรอยยิ้มหวาน นายพลใหญ่หัวเราะแล้วตอบว่า
“อ้อ...ลูกนัทอายุสิบแปดแล้วล่ะ เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย ปีนี้นี่เอง”
“แล้ววันนี้มหาลัยหยุดเหรอคะ?”
“เปล่าหรอก ผมห้เขาหยุดมาช่วยต้อนรับพวกเพื่อน ๆ นี่ล่ะ กลัวว่าจะไม่เรียบร้อยเพราะแม่บ้านเกิดลาป่วยขึ้นมากะทันหัน...ถ้ายังไงเข้าไปข้างในกันเถอะ มีเื่ที่ต้องคุยกันเยอะ ไม่ได้เจอเพื่อนสนิทมาหลายปีคิดถึงมากจริงๆ”
นวดลรีบเชื้อเชิญให้ทุกคนเข้าไปในบ้าน ขณะนั้นนายเพิ่มบุญก็เดินเข้ามาและเอ่ยถามนลินีซึ่งยังยืนอยู่ว่า
“มีอะไรให้ช่วยบ้างไหมครับคุณหนู”
“คงยังไม่มีกระมังคะลุงบุญ เื่อาหารต้อนรับแขกเดี๋ยวนัทจัดการเองได้ค่ะ”
“ขอรับ คุณหนู”
ลุงเพิ่มบุญพยักหน้ารับและมองตามเด็กสาวที่เดินกลับเข้าไปในบ้าน เขามองภาพเื้ัของนลินีขณะหล่อนเดินนวยนาดเข้าไปแล้วเกิดอารมณ์วาบหวิวสะท้านขึ้นมาเพราะบั้นท้ายยวนใจของเด็กสาวเหมือนใบไม้กำลังโบกไหว เรือนร่างของลูกสาวนายพลอวบอิ่มดึงดูดใจและทำใคนสวนวัยดึกนึกในใจเล่น ๆ แบบสัปดนว่า
“แม่เ้า...คุณหนูนัทนี่พอโตเป็สาวแล้วน่าเอาชะมัด ตูดใหญ่ นมใหญ่ แล้วน้องสาวจะใหญ่ด้วยหรือเปล่า นี่ถ้าได้ลองสักครั้งจะเสียวขนาดไหน...อืม...ไม่รู้ว่าเคยลองมือผู้ชายมาบ้างหรือเปล่าน๊อ”
เขานึกอย่างมีความหวัง ขณะนั้นภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ทุกคนก็นั่งพูดคุยสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ นลินีคอยจัดเตรียมขนมนมเนยมาเลี้ยงรับรอง แต่หล่อนก้อดที่จับสังเกตไม่ได้ว่าเพื่อนรุ่นเดียวกับพ่อของหล่อนนั้นชอบเหลือบมองเวลาเด็กสาวคลานเข้ามาจัดขนมให้ที่โต๊ะรับแขก อาจจะเป็ไปได้ว่าทรวดทรงอะร้าอร่ามของหล่อนคงทำให้หนุ่มวัยทองเกิดความตื่นเต้นขึ้นมา
เพราะชุดกระโปรงของหล่อนคอเสื้อค่อนข้างกว้าง นลินีไม่ได้ตั้งใจแต่หล่อนเองก็รู้สึกดีเวลาที่ทั้งนริศและเผ่าเทพเหลือแลหล่อนเวลาก้มลงจนคอเสื้อถ่วงต่ำและเห็นร่องอกรำไร ส่วนเมียของทั้งสองดูจะไม่ค่อยใส่ใจ อาจเห็นว่าหล่อนยังดูเด็กก็ได้กระมัง แต่แน่นอนว่านลินีรู้ตัวเอง ไม่ว่าผู้ชายคนไหนเห็นหล่อนก็แทบจะผิวปากกันทั้งนั้น แม้แต่ที่มหาวิทยาลัย ทั้งหนุ่มรุ่นพี่และหนุ่มรุ่นเดียวกันจ้องหล่อนตาเป็มันเหมือนหล่อนเป็ขนมหวาน หลังจากกินขนมและพูดคุยไปได้สักพักนวดลก็เอ่ยขึ้นว่า
“เอาล่ะ...ในเมื่อพวกแกมาเที่ยวบ้านฉันแล้วก็อยากจะพาไปเที่ยวให้สนุกเหมือนที่เราเคยเที่ยวกัยเมื่อก่อน”
