เมื่อมาถึงที่สำนักซิงเฉิน เต้าหลิงก็ไปที่คลังสมบัติเพื่อไปรับเหรียญทอง ทว่าเขาจำต้องยิ้มเจื่อนๆ ออกมา ตอนนี้เขาหมดตัวอย่างสมบูรณ์แบบ เหรียญทองจำนวนแค่นี้จะซื้อไม้จิ้มฟันยังซื้อไม่ได้เลย
“เต้าหลิง ข้าจะปิดขั้นพลังสักระยะหนึ่ง ถ้าโถงวิหารดาราเปิดแล้วก็มาเรียกข้าด้วยล่ะ ห้ามลืมเด็ดขาด” หลินซือซือกำชับก่อนเดินมุ่งหน้าตรงไปยังที่พักของตน
“วางใจได้ ถึงตอนนั้นข้าจะเรียกเ้าเอง” เต้าหลิงพยักหน้าจากนั้นทะยานเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูลง
เขานั่งขัดสมาธิลงบนเตียง หยิบใบกระบี่ที่เพิ่งประมูลได้ออกมา สายตาร้อนผ่าวกวาดมองไปทั่วมีดกระบี่ พลังอานุภาพของกระบี่หักนั้นแข็งแกร่งมาก ถ้าใบกระบี่เป็ส่วนหนึ่งของกระบี่หัก ของล้ำค่าดังกล่าวจะต้องไม่ธรรมดาแน่
“ไม่รู้ว่าจะซ่อมได้หรือไม่”
ใบกระบี่สีดำทมิฬหนักอึ้งเป็อย่างยิ่ง มันมีน้ำหนักราวๆ แปดหมื่นชั่ง
จากนั้นเต้าหลิงก็หยิบกระบี่หักออกมา สีของสิ่งของทั้งสองชนิดคล้ายคลึงกัน เต้าหลิงนำกระบี่หักและชิ้นส่วนที่ประมูลมาผสานเข้าด้วยกัน หนังตาของเขาก็กระตุกอย่างยินดีเพราะมันต่อเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีรอยต่อเลยแม้แต่นิดเดียว
“นี่มันชิ้นส่วนหนึ่งของกระบี่หัก!” แววตาของเต้าหลิงร้อนขึ้นเป็ไฟพลางถูมือไปมา กระบี่หักไม่ใช่ของล้ำค่าสามัญ ขนาดสภาพภายนอกผุพังยังมีพลังอานุภาพน่าหวั่นเกรง ความเป็มาของมันจะต้องไม่ธรรมดา
หลังจากนั้นเต้าหลิงก็ขมวดคิ้ว ปัญหาก็คือเขาจะเอาชิ้นส่วนของกระบี่หักมาประกอบเข้าด้วยกันได้อย่างไร?
“ยุ่งยากเสียจริง หลอมอาวุธข้าก็หลอมไม่เป็ อีกทั้งถ้าจะประกอบมันเข้าด้วยกันใช่เื่ง่ายเสียเมื่อไร คงจะต้องหาสิ่งของอะไรบางอย่างมาซ่อมแซม” เขาบ่นพึมพำในใจ
เด็กหนุ่มมองกระบี่หักอยู่หลายต่อหลายครั้งก่อนที่จะเก็บมันลงไป ถึงแม้ว่าอยากจะซ่อมกระบี่ทว่าเขายังไม่มีกำลังมากพอที่จะทำมันในตอนนี้
“ค่อยว่ากันทีหลังก็แล้วกัน" เต้าหลิงเกาหัว ลำดับถัดมาเขาหันไปสนใจหินนภาเงิน พิจารณาหินหนักหนึ่งชั่งซึ่งส่องแสงสีเงินสว่างไสวดูแล้วงดงามละลานตาเป็อย่างยิ่ง
เต้าหลิงหงายฝ่ามือพลันปรากฏเปลวเพลิงแก้วขึ้นกลางอากาศ เขาสั่งให้มันปกคลุมหินนภาเงินเพื่อเริ่มหล่อหลอม
แร่หินนภาเงินแข็งมาก การหลอมมันภายในเวลาหนึ่งชั่วยามนั้นแทบเป็ไปไม่ได้ พลังเข้มข้นถูกปลดปล่อยออกมาจากภายในร่างของเขา เปลวเพลิงแก้วพลันร้อนแรงขึ้นประหนึ่งเพลิงนภา มันหลอมเหลวหินสีเงินด้วยความร้อนที่ไม่อาจใช้มาตรวัดใดตรวจจับได้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ใน่เวลาที่ฟ้ากำลังจะมืดนั้น หินนภาเงินก็อ่อนยวบลง มันเริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็ของเหลวสีเงิน ไหลย้อยตามแรงโน้มถ่วงเป็หยดๆ ในแต่ละหยดไหลเวียนไปด้วยคลื่นพลัง์ลึกลับ แสงสีเงินแต่ละเส้นเจิดจ้าจรัสทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ หินนภาเงินไม่ใช่แค่สามารถนำมาหลอมเป็ของล้ำค่า ทว่ายังสามารถนำมาหลอมเป็โอสถได้ด้วย
เต้าหลิงใช้เวลาไปหนึ่งคืนเต็ม ในที่สุดเขาก็หลอมหินนภาเงินเสร็จ มันกลายเป็ของเหลวสีเงินซึ่งมีพลังบริสุทธิ์หลากสีถูกปลดปล่อยออกมา
เต้าหลิงถอดเสื้อออกจากนั้นย่อตัวลงทำท่านั่งม้า มือขวายกขึ้น คลื่นพลังลึกลับเอ่อล้นฉับพลัน ในตอนนั้นก็มีเสียงวิ้งดังขึ้นในหูทั้งสองข้าง เขารู้สึกเหมือนกับว่าฟ้าจะถล่ม ตามด้วยเสียงกัมปนาทลั่นกึกก้องอยู่ข้างหู
มือขวาของเขาชูขึ้นฟ้า มือซ้ายกดลงดินพื้นปฐีะเืครั่นครื้นราวกับัพุ่งทะลวงขึ้นมาจากพื้นดินทำเอาท่อนล่างของเขาทั้งหมดสั่นสะท้าน
ในขณะนั้นเต้าหลิงก็รู้สึกว่าโดยรอบได้แปรเปลี่ยนไปคล้ายกลับกลายเป็ห้วงมิติ เขาได้มาหยุดอยู่ที่หนึ่งซึ่งเป็ยุคโกลาหลยังไม่ได้เปิดฟ้า
ภาพเบื้องหน้าเลวร้ายโเี้เป็อย่างยิ่ง ตัวเต้าหลิงเองก็เหมือนกับได้กลายมาเป็ผู้เปิดฟ้า แรงกดดันของทั้งโลกได้กระหน่ำถาโถมเข้าใส่ร่าง
ครืน
ดวงดาราบนท้องนภาสั่นไหว งูัม้วนตัวพุ่งออกมาจากพื้นปฐี
ร่างกายของเต้าหลิงคล้ายกำลังแยกเป็ส่วน เส้นเืปูดโปนขึ้นทั่ว ร่างใบหน้าอ่อนเยาว์เริ่มบิดเบี้ยวเืซึมไหลออกมาจากผิว
แรงกดดันที่เขาได้รับนั้นน่ากลัวมากเกินไป ทั่วทั้งโลก้าเข่นฆ่าเขา้าจะทำลายโลกเล็กของเขา
สามทิศกายทองคำขั้นที่สองจะทดสอบความแข็งแกร่งในขั้นพลังสถิติญญา หากไม่ระวังจะต้องถูกวิชามหาอำนาจสังหารจนตาย
“วิชามหาอำนาจนี้ไม่ธรรมดาเลย ไม่รู้ว่าไอ้บ้าที่ไหนเป็คนสร้าง ถ้าไม่ระวังได้ตายไม่รู้ตัวแน่” เต้าหลิงกัดฟันกรอด โชคดีเขาฝึกฝนใน่เวลาที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นร่างกายของเขาคงรับแรงกดดันไม่ไหวแน่ อำนาจคุกคามเกรี้ยวกราดรุนแรงขึ้นตามระดับ ร่างของเต้าหลิงอาบไปด้วยเื กระดูกทั่วร่างไหวเทิ้มก่อนที่จะปริแตกออก
ในตอนนั้นเอง ของเหลวหินนภาเงินก็หลั่งไหลแผ่ซ่าน กลุ่มก้อนพลังนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็เส้นแสงนับพันหมื่นเส้นไหลแล่นเข้าไปภายในร่างของเขาผ่านรูขุมขน
พลังงานสีเงินไหลลามกระจายไปทั่วร่าง มันค่อยๆ แทรกเข้าไปในกระดูกแล้วห่อหุ้มจุดที่แตกร้าว ทำการรักษาและกลั่นหลอมให้กลายเป็กระดูกล้ำค่า
กระดูกแต่ละชิ้นส่องแสงสว่างของเหลวหินนภาเงินนั้นเร้นลับเป็อย่างมาก มันซ่อมแซมกระดูกอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักกระดูกแต่ละชิ้นก็ปลดปล่อยประกายแสงสีเงินทว่าแสงนั้นเบาบางเป็อย่างยิ่ง
กรอบแกรบ
มิหนำซ้ำยามกระดูกเบียดเสียดสีกระทบกันทั้งยังแฝงไปด้วยเสียงสายฟ้าที่น่าสะพรึง
กระดูกที่แข็งแกร่งมากขึ้นเต้าหลิงััได้ถึงพลัง์อันน่าพิศวงซึ่งเอ่อล้นออกมาจากภายในร่างกาย นั่นคงเป็พลังศักยภาพของกระดูกที่ถูกหินนภาเงินกระตุ้น เต้าหลิงรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนอย่างชัดเจนกระดูกสันหลังบิดเบี้ยวราวกับกระดูกั พลังงานลี้ลับพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสายไม่นานนักมันก็แผ่กระจายออกไปทั่วภายในร่างของเขาพลังงานที่เอ่อล้นออกมาจากภายในร่างทำให้ร่างกายของเต้าหลิงหยุดสั่นเขารู้สึกดีขึ้นมากความรู้สึกที่อึดอัดได้สลายหายไป
ทว่าแรงกดดันก็ยังคงอยู่กระดูกของเขาปลดปล่อยพลัง์ลึกลับออกมาแล้วเริ่มกลั่นหลอมกระดูกเสียงสายฟ้ายังลั่นต่อเนื่องเรื่อยๆ คล้ายกับกำลังหล่อหลอมอาวุธ์
การกลั่นหลอมนี้ใช้เวลาถึงสามวันเต็ม ิัสีทองแดงของเขามีแสงสีเงินไหลออกมาเป็เส้นๆ ทว่าเบาบางเป็อย่างมาก ซึ่งนี่ก็คือสัญญาณแรกเริ่มของการฝึกฝนขั้นที่สอง
มือซ้ายของเขาชูขึ้นฟ้า มือขวากดลงดิน ฝ่ามือทั้งสองซึ่งทาบขึ้นฟ้าดินทำให้โลกทั้งโลกเหมือนกับจะะเิ ทั้งยังทำให้เกิดเสียงดังสนั่นกึกก้องอึกทึก
“ไม่ได้” แววตาของเต้าหลิงส่องประกายแสงออกมาฝ่ามือทั้งสองประสานเข้าด้วยกัน ฟ้าดินก็กลับกลายเป็ดังเดิม แรงกดดันทั้งหมดสลายไป
“หินนภาเงินไม่เพียงพอ ถ้าหากมีจำนวนเพียงพอแล้วละก็ ข้าจะต้องฝึกฝนขั้นที่สองได้สำเร็จแน่ อีกทั้งพลังก็ต้องแข็งแกร่งขึ้น แต่จะต้องอยู่ในขั้นสถิติญญาเก้าชั้นฟ้าถึงจะได้”
ภายในห้องเต้าหลิงลุกยืนขึ้น หมัดของเขากำแน่นก่อนจะปล่อยออกไป แรงหมัดเสียดสีกับอากาศพลันเกิดเสียงร้องคำรามของสายฟ้า กระดูกทุกชิ้นสั่นไหวแสงสีเงินอ่อนๆ ส่องประกายออกมา
ตูม!
หมัดที่พุ่งออกไปทำเอามวลอากาศม้วนเป็วง กระดูกแต่ละชิ้นะเิพลังไร้เทียมทานออกมา
พลังของเต้าหลิงแปรเปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง กล้ามเนื้อเปล่งแสงหมอก์ พลังบริสุทธิ์หนาแน่นขจรขจาย พวกมันควบรวมบีบอัดอยู่ภายใต้ิัและกระดูก ลมเืทั่วร่างแล่นพล่านปะทุ แสงสีเงินประหนึ่งสายฟ้าร่ายรำบนผิวเนื้อเหมือนดั่งเกราะา โครงสร้างทุกส่วนเหมือนดั่งอาวุธ์น่ากลัวมากจนถึงขีดสุด
“แข็งแกร่ง!” แววตาของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความปีติ ในการทดสอบกายก้าวแรก เขาััได้ถึงความทรหดของวิชาสามทิศกายทองคำทิศที่สอง พลังหมัดของเขาเพิ่มเท่าทวี ถ้าได้ประมือกับกายดาราอีกครั้งหนึ่งจะต้องทำให้อีกฝ่ายถอยได้ในหมัดเดียวแน่
เขานั่งขัดสมาธิลงบนพื้น บนฝ่ามือมีหญ้าดาราห้าใบอยู่ต้นหนึ่งแต่เดิมทีเขามีทั้งหมดสามต้น แต่แบ่งให้วิหคเพลิงไปต้นหนึ่ง เขาเหลือเก็บเอาไว้ใช้เองสองต้นนี่เป็สมุนไพริญญาที่กำเนิดขึ้นมาจากพลังดารา มันสามารถหล่อหลอมได้โดยไม่ต้องสกัดด้วยวิธีอื่น พลังงานของมันนั้นเข้มข้นมากถ้าไม่ใช่เพราะเขาฝึกกายทิศที่สองได้สำเร็จไปแล้วก้าวหนึ่ง เขาก็ไม่สามารถจะกลืนกินมันเข้าไปได้
เต้าหลิงนำหญ้าดาราใส่เข้าปาก ขบเคี้ยวสามสี่ครั้ง ฉับพลันนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่ามีพลังงานปรากฏขึ้นภายในร่าง ทว่าความเร็วของมันน่าพรั่นพรึงเป็อย่างยิ่ง ชั่วพริบตามันก็แตกออกมาราวกับว่ามีแม่น้ำดาราขนาดใหญ่เกิดขึ้นภายในร่างของเขา
ลมปราณทั่วร่างของเต้าหลิงคุโชน ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็สีทองแดงผสานแสงสีเงินส่องสว่าง เขาเหมือนกับเตาเผาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางฟ้าดิน
พลังดาราหลั่งไหลแล่นพล่านในร่างอย่างบ้าคลั่ง พลังรุนแรงสาดซัดยกตัวทำให้หัวของเขาหมุนติ้ว
“หลอม!” เต้าหลิงเปล่งเสียงคำราม อักขระสยบฟ้าได้ถูกขับเคลื่อน ภาพดาราปรากฏขึ้นมาเลือนราง มันได้ดูดซับพลังดาราเข้าอย่างรวดเร็วเกรี้ยวกราด
ดวงดาราดวงเล็กๆ ตกลงมาพร้อมปลดปล่อยคลื่นพลังต้นกำเนิด ซึ่งนั่นก็คือร่างเงาส่วนหนึ่งของดวงดารา จากนั้นเมื่อมันเจอเข้ากับพลังแม่น้ำดาราบริสุทธิ์ มันก็เริ่มดูดซับพลังงานเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ดวงดาราดวงเล็กแต่ละดวงก็พลันแข็งแกร่งขึ้น
ในเวลาเดียวกันพลังแม่น้ำดาราที่ถูกหลอมมันก็ไหลแล่นเข้าไปในร่างกายของเขาเป็สายๆ ทำให้พลังภายในร่างของเขาขยายใหญ่
พลังของเต้าหลิงเพิ่มขึ้นพรวดพราดเพราะพลังที่อุดมอยู่ภายในหญ้าดารานั้นมีอยู่เยอะเป็อย่างมากพวกมันแปรเปลี่ยนเป็พลังชีวิตบริสุทธิ์อย่างไม่ขาดสายพลางไหลแล่นเข้าไปในร่างกาย
วันเวลาห้าวันล่วงเลยผ่านไปใน กระทั่งถึงวันที่ทั่วทั้งสำนักซิงเฉินเกิดความไม่สงบ
ภายในส่วนลึกของสำนักซิงเฉิน พื้นที่ว่างเปล่าซึ่งผนึกห้วงมิติเกิดปรากฏการณ์บิดเบี้ยว ก่อนจะมีคลื่นพลังหายนะพรั่งพรูออกมา
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวบังเกิดอยู่ครึ่งวัน พื้นที่นั้นก็เปลี่ยนไปราวกับผืนธง มันกระพือออกพลันม้วนตัวโดยไม่มีแม้แต่ลม ไม่นานนักก็มีเสียงร้องคำรามของสายฟ้าดังสนั่นอึกทึก
ครืน!
ประตูธรณีถูกเปิดออก การเคลื่อนไหวก่อเสียงอึงคะนึงกึกก้อง ครึ่งเมืองชิงโจวะเืโยก ผู้คนต่างก็เงยหน้ามองต้นเสียงด้วยหัวใจที่สั่นไหว
ภายในช่องรอยแตกปรากฏหลุมดำลี้ลับ ซึ่งมองเห็นได้แต่มวลอากาศโกลาหลน่าหวาดผวา ละอองไอมืดมัวฟุ้งกระจายราวกับว่าดวงตาที่อยู่ท่ามกลางความอลหม่านได้เปิดขึ้นแล้ว
