หัวใจของหวังเชาจมดิ่งหลินส้วยอยากจะคว้าสวี่รั่วโหรวจริงๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มและกล่าวต่อ “ใช่แล้วๆเป็ธรรมดาที่ผมจะต้องช่วยผู้จัดการหลินกับเื่เล็กๆ อย่างนี้แต่คุณอยากให้ผมช่วยยังไงล่ะ?”
“หัวหน้าทีมหวัง เอางี้เป็ไง?” หลินส้วยยิ้มด้วยความมั่นใจ“ั้แ่วันนี้ไป แค่ตั้งใจก่อปัญหาให้สวี่รั่วโหรว ให้งานเธอมากขึ้นและยากขึ้นหลังจากนั้นสักพัก สวี่รั่วโหรวจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วก็คอยแอบเตือนเธอว่าเธอต้องมีเส้นสายในที่ทำงานถ้าเธอรู้จักพวกเบื้องบนในหวงเจียกรุ๊ป ชีวิตเธอจะง่ายขึ้นและมีความสุขแน่นอนจะเยี่ยมที่สุดถ้ายกตัวอย่างฉันขึ้นมาแล้วก็ยกย่องฉันสวี่รั่วโหรวจะได้รู้สึกว่าชีวิตในหวงเจียกรุ๊ปจะง่ายหากเธอมาอยู่ข้างฉันแล้วหลังจากที่เวลาผ่านไป ฉันเชื่อว่าแม้ฉันจะไม่จำเป็ต้องเรียกหาเธอเธอก็จะส่งตัวเองมาถึงหน้าประตูฉันแน่นอน”
ความคิดของหลินส้วยค่อนข้างดีหลังจากที่ได้ยินหวังเชาถึงขนาดเสียใจที่ไม่ใช้ความคิดนี้เพื่อกดดันสวี่รั่วโหรวและบังคับให้เธอยอมจำนน
“ดีมากเลยครับ ผู้จัดการหลิน หัวคุณดีมากเลยที่สามารถมีความคิดดีๆได้อย่างนี้” หวังเชาชมเขา
หลินส้วยหัวเราะและรู้สึกดีกับตัวเอง“ฮ่าๆๆ ผมต้องรบกวนคุณต่อไปแล้วล่ะหัวหน้าทีมหวัง ถ้าอาทิตย์นี้คุณว่างเดี๋ยวผมจะพาคุณไปตีกอล์ฟ”
“ฮ่าๆๆ ผู้จัดการหลินสุภาพไปแล้ว เื่เล็กน้อยแค่นี้ไม่ควรค่าให้กล่าว”
…
หวังเชาและผู้จัดการหลินคุยกันตลอดพักเที่ยงพวกเขาสมรู้ร่วมคิดกับแผนการอย่างมีความสุข เมื่อหวังเชาเดินเข้าออฟฟิศของตัวเองเขาใช้โทรศัพท์ออฟฟิศโทรหาสวี่รั่วโหรวให้มาในออฟฟิศเขา
“หัวหน้าทีมหวัง เรียกฉันหรือคะ?” สวี่รั่วโหรวมาถึงในออฟฟิศของหวังเชาั้แ่ครั้งที่หวังเชาเผยพฤติกรรมหื่นกามของเขาสวี่รั่วโหรวก็รักษาระยะห่างจากเขาโดยตลอด ตอนนี้เมื่อยืนอยู่ในออฟฟิศของเขาเธอยืนห่างจากโต๊ะของเขาเมตรกว่า
สีหน้าของหวังเชาบึ้งลงเขาะโใส่สวี่รั่วโหรว “ทำไมเธอยืนไกลขนาดนั้นล่ะ กลัวฉันจะกินเธอหรือไง? มายืนใกล้ๆ นี่ เวลาคุยกันจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”
สวี่รั่วโหรวรู้สึกขมขื่นเธอบุ้ยปากและเดินเข้าไปใกล้
หวังเชาโยนกองรายงานการขายลงบนโต๊ะอย่างแรงและพิงเก้าอี้ขาทั้งสองข้างวางขึ้นบนโต๊ะและจ้องสวี่รั่วโหรวอย่างเ็า “สวี่รั่วโหรวเดือนนี้เธอทำอะไรบ้าง? เกือบจะหมดเดือนอยู่แล้วและเธอยังไม่เคยทำโครงการใหญ่แม้แต่โครงการเดียว ทำแต่โครงการเล็กๆ โครงการขี้เล็บเธอไม่อยากทำงานอีกแล้วใช่ไหม?”
การะเิความโกรธขึ้นมาทันทีของหวังเชาทำให้สวี่รั่วโหรวสะดุ้งด้วยความใเธอโบกมือทันทีและพูดอย่างกระวนกระวาย “ไม่ค่ะหัวหน้าทีมหวัง ไม่ใช่ฉันเริ่มทำงานเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา และมันก็เพิ่งผ่านไปแค่เดือนกว่าฉันไม่รู้จักลูกค้ามากนัก แต่ฉันก็ทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาลูกค้าฉันหวังว่าหัวหน้าทีมหวังจะให้เวลาฉันอีกสักเล็กน้อย อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ”
ความจริงมันธรรมดามากสำหรับพนักงานใหม่อย่างสวี่รั่วโหรวที่จะไม่มีผลลัพธ์อันดีเยี่ยมในเดือนแรกอย่างน้อยสวี่รั่วโหรวก็มีโครงการเล็กๆ นับได้ว่าเธอคือเด็กใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงดังนั้นจึงชัดเจนว่าหวังเชากำลังทำเื่ให้ยากขึ้น
“ให้เวลาเธอ?” หวังเชาตบโต๊ะและะโอย่างรุนแรง“เธอคิดว่าบริษัทเป็องค์กรการกุศลหรือไง? ให้เวลาเธอเพื่อให้เธอได้ค่าจ้างเธอคิดว่าเวลาไม่ใช่เงินเรอะ? มันจะมีเวลามากมายให้เธอผลาญเล่นได้ยังไง?หวงเจียกรุ๊ปคือบริษัทที่เป็หน้าเป็ตามากที่สุดในเมืองเว่ยเฉิงขนาดในมณฑลยูนนานก็มีชื่อเสียง มีคนมากมายที่ต่อแถวเพื่อมาทำงานที่นี่เธอคิดว่าโอกาสมันไม่ต้องใช้เงินหรือ?”
“สวี่รั่วโหรวหนอสวี่รั่วโหรว เธออยากจะให้ฉันพูดอะไร? เธอคือเด็กสาวที่เพิ่งจบจากมหา’ ลัย ดังนั้นเธอควรจะโฟกัสที่งานอย่าเพิ่งไปยุ่งเกี่ยวกับพวกความรักในออฟฟิศตลอดทั้งวัน เธอคิดว่าฉันตาบอดเหรอ?ความรักในหวงเจียกรุ๊ปเป็สิ่งต้องห้าม และเมื่อโดนจับได้เธอจะถูกเลิกจ้างทันที” หวังเชาะโดังขึ้น ทำให้สวี่รั่วโหรวกลัวจนถอยไปสองก้าวโดยไม่ได้ตั้งใจ
“หัวหน้าทีมหวัง ฉ...ฉันไม่ได้มีความรัก”สวี่รั่วโหรวก้มหัวและพูดอย่างรอบคอบ
“ตอแหล” หวังเชาดุเดือดมากขึ้น “เธอเกาะติดฉินเฟิงนั่นทั้งวัน รอก่อนเถอะเดือนนี้ไอ้เด็กนั่นมันแย่กว่าเธอซะอีก จนถึงตอนนี้ มันยังไม่ทำกำไรให้สักหยวนพอถึงสิ้นเดือน ฉันคิดว่ามันต้องโดนไล่ออกแน่ พอถึงตอนนั้น เธอก็ทิ้งมันไปซะ”
สวี่รั่วโหรวหวาดกลัวมันไม่ง่ายสำหรับเธอที่จะเข้ามาในหวงเจียกรุ๊ปโดยใช้การศึกษาและความสามารถของเธอเธอจะโดนไล่ออกไม่ได้ เธอโล่งอกที่เธอพยายามได้ดีแล้ว และถ้าเธอเสียงานเธอคงจะไม่สามารถเลี้ยงตัวเอง
“หัวหน้าทีมหวัง ฉ..ฉันเป็แค่เพื่อนกับฉินเฟิง เราไม่ใช่แฟนกัน”สวี่รั่วโหรวพูดต่อ “ล..และฉินเฟิงก็ค่อนข้างทำงานหนักเหมือนกันฉันหวังว่าหัวหน้าทีมหวังจะไม่ไล่เราออกนะคะ”
“ดูสิๆ และเธอยังบอกอีกเหรอว่าไม่มีอะไรระหว่างพวกเธอสอคน?” หวังเชาลุกขึ้นจากเก้าอี้และมาข้างหน้าสวี่รั่วโหรว เขาชี้ไปที่เธอและบอก“ตอนนี้เธอรอดแล้ว แต่เธอก็ยังไปปกป้องไอ้ฉินเฟิงนั่น”
“เอาล่ะ ฉันไม่มีเวลาพูดเื่ไร้สาระกับเธอแล้ว สิ้นเดือนกำลังจะมาถึงและทุกสิ้นเดือนของแผนกการขายจะมีการทบทวนการทำงานฉันมีอำนาจที่จะเลิกจ้างคนที่อยู่อันดับล่างสุดเธอจงทำในสิ่งที่เธอจำเป็ต้องทำแล้วกัน”
“แล้วก็ ถ้าฉันเห็นเธอกับฉินเฟิงหวานแหววกันในออฟฟิศอีกฉันจะรายงานให้กับเบื้องบนทันที และพวกเธอทั้งคู่ก็จะต้องออก!”
หลังจากถูกหวังเชาด่าอย่างไร้ปรานีสวี่รั่วโหรวก็เดินออกจากออฟฟิศด้วยอารมณ์ดิ่งลงเหว เธอรู้สึกว่าเธอทำงานหนักพอแล้วและเธอกับฉินเฟิงก็เป็แค่เพื่อนกัน แม้ฉินเฟิงจะฉวยโอกาสเธอตลอดเวลาอย่างน้อยเธอก็ไม่เคยคิดชอบหรือรักเขา
เธอไม่เคยคิดเื่การคบกันเธอเพิ่งเข้าสังคมและเกือบจะเลี้ยงตัวเองไม่รอดแถมยังมีเื่ครอบครัวที่คอยกดดันเธออยู่ เธอไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปอีก
สวี่รั่วโหรวนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานและจ้องไปยังโต๊ะที่ว่างเปล่าตรงข้ามเธออย่างเหม่อลอยเธอรู้สึกเศร้า เศร้ามากๆ
…
ฉินเฟิงหลับสบายสุดๆเพราะเขานอนอยู่ตรงระเบียงส่วนตัวที่มีร่มและเปลือยกายนอน สายลมเบาๆพัดมาที่ตัวของเขาเหมือนมือของคนรัก
เขางัวเงียอยู่บนเก้าอี้และพบว่าเมื่อเขาตื่นนอนกลางวันก็กลายเป็กลางคืนแล้ว เขากำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกสดชื่นแต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ทำลายความสุขของเขา
“แม่งเอ๊ย ใครวะ?” มันเป็เบอร์ไม่คุ้นและฉินเฟิงก็โกรธมาก
“นายน้อยฉินครับ ผมไอ้ผมยาวเอง คุณคงไม่ได้ลืมเราสามพี่น้องแล้วใช่ไหมครับ?”เมื่อรับสาย เสียงประจบก็ดังผ่านโทรศัพท์ออกมา
ฉินเฟิงจำเ้าผมยาวและพี่น้องอีกสองคนได้อย่างรวดเร็วครั้งแรกที่เขาเห็นพวกมันคือตอนอยู่ในคุกของสำนักงานย่อยเขตเหนือ หลังจากนั้นฉินเฟิงก็ประกันตัวพวกมันออกมาจากคุกและให้พวกมันช่วยเขาจัดการศพของเหลียงเจิ้นเวยหลังจากนั้นตอนที่ฉินเฟิงกับสวี่รั่วโหรวไปที่ห้างสรรพสินค้าว่อเจียเพื่อทวงหนี้จากประธานสวีประธานสวีเรียกสามพี่น้องนั้นมา ตอนนั้นฉินเฟิงให้งานมันเขาเอาเงินสามแสนหยวนให้พวกมันเพื่อให้ยึดดินแดนของแก๊งหมาป่าในหนึ่งสัปดาห์และใช้พื้นที่นั้นเป็รากฐานในการยึดครองแก๊งหมาป่าทั้งแก๊งในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
